「 怪獣 MONSTER」Assassination Classroom Fanfiction

ตอนที่ 39 : VICTIM 37: Muddle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

VICTIM 37

            บรรยากาศของวันปกติที่ควรจะเป็นการนั่งอยู่ในห้องเรียนด้วยสภาพที่เหมือนจะหลับได้ทุกวิธีทางของเธอแปรเปลี่ยนเป็นการที่จะต้องมาจัดการเรื่องต่างๆของสถานอนุบาลแห่งหนึ่งเสียแทน มิหนำซ้ำยังประมาทและปล่อยให้ผู้ดูแลสองคนนั้นพักผ่อนเป็นเวลาประมาณอาทิตย์หนึ่งพอดิบพอดี กลับกลายเป็นว่าเธอต้องมาประสานงานและช่วยเหลือโดยตรงในด้านต่างๆเสียแทน


            เอาล่ะ คุณหนู... นี่ถุงสุดท้ายแล้วนะ เลย์โกะพยักหน้าตอบรับไปแล้วจึงหยิบถุงวัตถุดิบจากหน้าเคาท์เตอร์มาถือไว้ ใบหน้าสวยหวานเอี้ยวไปหาสองบุคคลที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ด้านหลังเธอ ทว่าคิ้วเรียวต้องเลิกขึ้นก่อนที่จะขมวดเข้าหากันพลันพบเก็นแต่บุคคลเดียวที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าราวกับจะสื่อออกมาว่า อะไรของเธอ?


            มิมุระล่ะ?


            ฉันให้แบกถุงแรกๆกลับไปหมดแล้ว เธอช้าเกิน อิโตนะไม่ได้แสดงท่าทีแยแสเท่าไหร่นัก สีหน้าของเขาราบเรียบตามเดิม เลย์โกะหรี่ตามองเขาด้วยความไม่สบอารมณ์อันเนื่องมาจากการกระทำของเขา คลับคล้ายกับว่าเขาต้องการที่จะทำให้เธอดูเหมือนจำพวกที่ไม่สังเกตสิ่งรอบข้าง


            ...และพวกแบบนั้นหากอยู่ในห้องเรียนลอบสังหารก็ถือว่าเป็นจำพวกอ่อน


            งั้นก็กลับไปพร้อมกับมิมูระเลยสิ อยู่ต่อทำไมอีก? นัยน์ตาสีอเมเทิตส์แฝงไปด้วยรู้สึกระแคะระคายใจในถ้อยคำที่เขาเปล่งออกมา หากปากยังคงเปล่งวาจาที่แลดูเหนื่อยหน่ายใจกับเธอนักก็ควรที่จะกลับไปพร้อมกับมิมูระเสีย ของแค่นี้เธอถือกลับไปได้อยู่แล้ว รูปร่างก็ไม่ได้บอบบางขนาดที่ว่าไม่สามารถยกของอะไรได้เลย


            มาเฝ้าแมวไม่ให้หนีไปไหน แลเห็นว่ามุมริมฝีปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยก็ล่วงรู้ได้ว่าเป็นเพียงแค่การกลั้นแกล้งที่เขามักจะทำประจำ เธอเม้มริมฝีปากแน่น คิ้วที่ขมวดเข้าหากันนั้นคลายออกเล็กน้อย ความรู้สึกร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าโดยที่เธอไม่ได้ต้องการให้มันเกิดขึ้นสักเท่าไหร่ เอ่ยรำพึงตอบโต้ไปอย่างแผ่วเบาอย่างคับแค้นใจที่ไม่สามารถคงสีหน้าตามเดิมได้เมื่อเห็นเขาทำหน้าทำตาแบบนั้น


            ไม่ใช่แมว... ไม่ได้คิดจะหนีด้วย


            แล้วเธอจะต้องมาเป็นเหยื่อการแกล้งของเขาไปกี่ครั้งกี่ครากัน?


            จะบ้าตาย... สิ้นสุดถ้อยคำที่เอ่ยออกมาก็เบนสายตาออกห่างจากเพื่อนร่วมห้องที่พ่วงสถานะซึ่งยากจะอธิบายไปยังหน้าเคาท์เตอร์ เลย์โกะปรับเปลี่ยนสีหน้าของตนเอง


            แบงค์เยนถูกส่งไปให้ชายวัยกลางคนซึ่งเป็นคนขาย เขารับมันมาแล้วจึงคำนวณหาเงินทอนโดยไม่ลืมที่จะอมยิ้มด้วยความพึงพอใจเล็กน้อยที่ได้เห็นเด็กมัธยมใช้ชีวิตวัยเยาว์ของพวกเขาอย่างเต็มที่และไม่ได้มุ่งมั่นไปที่การเรียนเสมอไป เด็กนักเรียนโรงเรียนคุนุกิงาโอกะก็ใช้ชีวิตเป็นเด็กปกติได้จริงๆสินะ... ปกติแล้วชายวัยกลางคนแบบเขาจะเห็นว่าไปติวหนังสือไม่ก็อยู่คนเดียวตลอด


            นี่เงินทอน... ชีวิตวัยรุ่นสดใสกันดีนะ รักกันดีๆล่ะ เลย์โกะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงนสงสัย เสมือนว่าคนคนนี้กำลังเข้าใจอะไรผิดไปน้อย อาจเป็นเพราะบบบทสนทนาเมื่อครู่ที่ชวนให้เข้าใจผิดเสียยิ่งกว่าเรื่องเพศของนางิสะเป็นแน่แท้ เลย์โกะสะดุ้งพลันได้ยิน เบิกตากว้าง ริมฝีปากถูกเม้มแน่นก่อนที่จะเอ่ยปฏิเสธออกมา ทว่า...


            คือว่าพวกเราไม่---”


            ครับ ขอบคุณครับ ไม่ทันได้เอ่ยปากพูดออกมาเสียหมดก็ถูกขัดจังหวะโดยคนที่เดินเข้ามารับเงินทอนแล้วนำไปใส่กระเป๋าสตางค์เธออย่างถือวิสาสะ ผงกหัวเล็กน้อยให้แก่เจ้าของร้านที่มาซื้อของจากนั้นจึงฉุดแขนเธอแล้วลากออกมาจากร้านอย่างเอาแต่ใจ เลย์โกะอ้าปากพะงาบๆราวกับจะเอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่เหนื่อยใจเกินกว่าจะคิดถ้อยคำมาต่อล้อต่อเถียง


            หมับ!


            แม้ว่าสองขาจะยังคงก้าวเดินไปตามเขาที่ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดฝีเท้าลงง่ายๆ แต่มือบางอีกข้างของเธอก็คว้าจับไว้ที่มือของเขาซึ่งยังคงไม่ผละออกจากแขนเธอ เลย์โกะจดจ้องไปยังมือที่หนากว่าของเขาอย่างไม่ละสายตา นึกจะแกะสัมผัสนั้นออกก่อนที่เธอจะล้มลงเสียเพราะไม่สามารถคงความสมดุลไว้ได้หากถูกฉุดไปตลอดทางแบบนี้


            อารมณ์เปลี่ยนไวเกินนะ นายเนี่ย


            ...สิ่งเดียวที่ตอบรับเธอกลับมาคือแววตาที่ยากจะอ่านออกและการที่เขาเปลี่ยนประเด็นการสนทนาที่เธอเริ่มขึ้นใหม่


            ทีตอนคุยกับพี่ยังโกหกเลยนี่ เธอน่ะนัยน์ตาสีอเมทิตส์ช้อนขึ้นมองเขา แววตาแฝงไปด้วยความฉงนไม่น้อย ที่เขารีบลากออกมาเนื่องจากสาเหตุที่ว่าเธอตั้งใจจะปฏิเสธความเข้าใจของคนอื่นหรอกเหรอ? อยากจะเอ่ยถามออกไปเฉกเช่นนั้น เพียงแต่กลับชะงักงันกับส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่เขาเอ่ยออกมาเสียก่อน


            จิฮิโระจังบอกสินะ... เลย์โกะระลึกในความคิดของตนเองได้ว่าไม่ควรให้สองคนนี้แลกเปลี่ยนข้อมูลหรือรู้จักกันตั้งแต่แรกเสียเลยก็คงจะดีกว่า ข้อมูลบางส่วนในชีวิตของเธอถูกเผยแพร่ให้เขาได้ล่วงรู้ลับหลังเสียแล้ว แต่หากจะเสียอารมณ์เนื่องด้วยเหตุผลแค่นี้ก็คงจะไม่ได้ ในเมื่อเธอไม่ได้กำชับว่าซาซากิ จิฮิโระว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดเสียตั้งแต่แรก


            สึมุกิ คาโอรุ คือนามของหนึ่งในบรรดาลูกพี่ลูกน้องทั้งหลายแหล่... เป็นคนเดียวที่พอจะพูดคุยด้วยได้บ้างในวัยเยาว์ ฝ่ายนั้นแลเห็นความพยายามของเธอในตอนนั้นเนื่องจากเรียนฟันดาบมาด้วยกัน เธอเคยแลเห็นอีกฝ่ายเสมือนพี่สาวแท้ๆที่เคารพ


            แต่ความรู้สึกนั้นก็หายไปตามกาลเวลา... เมื่อคาโอรุตีตัวออกห่างจากเธอตั้งแต่งานศพของน้า เธอที่ไร้ซึ่งที่พึ่งในตอนนั้นล่วงรู้ได้ว่าสุดท้ายแล้วก็มีเพียงแค่ตนเองเสีย ความเมตตาและเยื่อใยที่อาจจะไม่มากนักแต่พอจะทำให้เธออุ่นใจในตอนนั้นเป็นเพียงมารยาทที่ควรทำสำหรับคนอื่น


            เวลาผ่านไปตั้งหลายปี ทำไมถึงได้มาติดต่อเอาตอนนี้กัน?


          ทำไมถึงได้ติดต่อมาในตอนที่เธอไร้ซึ่งเยื่อใยต่ออีกฝ่ายหมดแล้ว...


            ในตอนที่เธอไม่แยแสคนรอบข้างอีกแล้ว...


            ...ทำไม?


          นายจะว่าฉันมั๊ย ถ้าฉันไม่บอกเหตุผลกับนายไป? เธอแค่นหัวเราะเล็กน้อยราวกับว่ามัยเป็นเรื่องปกติที่จะสามารถพูดออกมาได้ในสถานการณ์แบบนี้ อิโตนะเพียงแต่ขมวดคิ้วของเขา มองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมเล็กน้อย


            นายก็เอาแต่ใจเป็นเหมือนกันแหละนะ... ความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากให้ถูกเข้าใจผิดหรอกเจ้าของร้านที่ไปซื้อของมานั้นก็เป็นคนในพื้นที่ซึ่งมีโอกาสพบเจอมากกว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอเสียอยู่แล้ว สึมุกิ เลย์โกะก็ใช่ว่าจะอยากให้คนอื่นเข้าใจผิดต่อไปเรื่อยๆหากพวกเธอกลายเป็นประเด็นสนทนาของพวกเขาด้วย งานกีฬาก็รอบหนึ่งแล้ว...


            อยู่ใกล้ฉันมากก็ทำให้ข่าวลือของนายมากตามไปด้วยนั่นแหละ ทางที่ดีก็ควรจะ---”


            เธอก็รู้ว่าฉันไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เลย์โกะ


            ก็ใช่ แต่ว่าฉัน--- เปล่า ถ้อยคำที่เกือบจะพลั้งเผลอเอ่ยออกมานั้นถูกกลืนลงลำคอไปอย่างทันท่วงที เธอเบนสายตาออกห่างจากเขาไปมองผู้คนที่เดินสัญจรทางเท้าแทน ริมฝีปากถูกเม้มแน่นขณะพยายามเก็บกลั้นอาการหายใจไม่ทั่วท้องที่จู่ๆก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด


            ความจริงแล้วเธอพอจะคาดเดามันได้


            แต่บางสิ่งบางอย่างกำลังบ่งบอกเธอว่าอย่าทำ


            เธอยังไม่พร้อม...


            ไม่อยากให้ฉันโดนไปด้วย?เสียงทุ้มของเขาเอ่ยถาม มุมปากยกขึ้นด้วยความพึงพอใจไม่น้อยกับปฏิกิริยาที่เชิญชวนให้กลั่นแกล้งในสายตาเขาของคนที่อยู่ข้างกายตนเอง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบเขาเสียที มือที่หนากว่านั้นผละออกจากท่อนแขนของคนตัวเล็กกว่า ฉวยโอกาสคว้าถุงใส่วัตถุดิบทำแกงกะหรี่ในมือของเธอมาถือแทนเสีย เลย์โกะที่โดนฉกฉวยของในมือหันมาหรี่ตามองเขาอย่างระแคะระคายใจ


            อย่ามาทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจตรงนี้สิ


            ฉันจะถือให้ต่างหาก นัยน์ตาสีอำพันคู่สวยของเขาหรี่ตอบกลับเธอไป นึกฉงนในใจว่าเธอไม่รู้จริงๆเสียหรือว่าเธอแค่อยากจะเปลี่ยนประเด็นการสนทนากันแน่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเมื่อเลย์โกะพ่นลมหายใจออกมา


            งั้นก็ตามใจนาย


ฉันก็คงต้องทำตัวเป็นที่ไร้หน้าที่และเดินไถหน้าจอสมาร์ทโฟนไปเรื่อยๆสินะเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย อิโตนะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ไม่ค่อยจะสบอารมณ์ของคนที่เอ่ยถ้อยคำเมื่อครู่ออกมาเพื่อประชดประชันเสียเท่าไหร่


            ใช่ ทำตัวปกตินั่นแหละ


            เดี๋ยวเถอะ... คิ้วเรียวขมวดเข้ากันทันทีพลันได้ยิน ความจริงแล้วก็หาได้รู้สึกฉุนเฉียวขนาดนั้น เธอออกจะผ่อนคลายกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ... ปฏิกิริยาตอบโต้ของโฮริเบะ อิโตนะนั้นเรียบนิ่งเฉกเช่นเดิม ไม่มีการแสดงอารมณ์อื่นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เขาเพียงแต่มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เริ่มเดินไปยังสถานที่เดิมซึ่งออกมาเพื่อซื้อของทำอาหารเที่ยงกัน


            อย่าหลงทางล่ะ


            ฉันเกิดที่คุนุกิงาโอกะนะอีกทั้งยังใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้มานานพอจะจำเส้นทางได้บ้างอยู่ด้วย ไม่มีสาเหตุอะไรให้ออกนอกเส้นทางเดิมอีกต่างหาก นัยน์ตาสีอเมทิตส์ชำเลืองมองแผ่นหลังของเขาขณะที่ก้าวเท้าเดินตามไปจากข้างหลัง บางครั้งบางคราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมบทสนทนาของเธอและเขาถึงได้มีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องและประเด็นแปลกๆออกมาตลอด


            ไม่บอกก็พอรู้ หน้าอย่างเธอคงไม่ออกจากบ้านไปไหนไกลมากหรอกแค่นหัวเราะอย่างแผ่วเบาพลันได้ยินดังนั้น มือบางถูกยกขึ้นมาลูบบางส่วนของเรือนผมสีสว่างทรงสวยอันซึ่งเป็นฝีมือของเด็กสาวคนเดิม จะปฏิเสธสิ่งที่เขาพูดออกมาก็กระไรๆอยู่ ในเมื่อถ้อยคำที่ผ่านการวิเคราะห์ของเขามานั้นก็ค่อนข้างที่จะเป็นความจริงเลยทีเดียว เธอไม่ชอบออกจากบ้านมากนัก... แม้ว่าสถานที่นั้นจะเต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่นและไม่น่าพิสมัยก็ตาม


            แต่ที่ฉันหมายถึงก็คือ... เขาเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง นัยน์ตาคู่สวยนั้นเหล่มองเธอที่อยู่เบื้องหลังเล็กน้อยด้วยแววตาที่ยากจะอ่านอารมณ์ออกได้


            ควับ!


            วินาทีที่เขาหันใบหน้ามามองเธออย่างชัดเจนด้วยแววตานั้น เลย์โกะยอมรับว่าขาที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าของเธอชะงักงัน พลั้งเผลอเม้มริมฝีปากไปด้วยความประหม่าที่จู่ๆก็เกิดขึ้นทันทีทันใดโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว... เธอรู้สึกระแวงกับสิ่งที่เขากำลังจะเอ่ยออกมาชอบกล


            เธอจะไม่หายไปถ้าฉันละสายตาไปใช่มั๊ย?


            เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด... เลย์โกะกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเองโดยการแค่นหัวเราะอีกครา เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เขาคงไม่อยากจะให้มีใครสักคนในชีวิตทิ้งเขาไปอีกแล้ว ยิ่งเป็นคนที่มีบ่งบอกเขาเองตั้งหลายครั้งหลายคราถึงความต้องการอย่างเธอแล้วด้วย


            แต่ใช่ว่าสึมุกิ เลย์โกะจะเข้าใจในตัวเขานัก


            คนแบบเธอ ไม่สมควรจะมีอิทธิพลใดๆต่อ คนแบบเขา เสียด้วยซ้ำ


            โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะ อิโตนะคุงริมฝีปากบางคลี่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความรู้สึกสับสนต่อสิ่งรอบข้าง สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่พยายามยึดติดอยู่กับเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มเปิดภาคเรียนที่หนึ่งมา อีกไม่นานนัก... ก็แค่หลังจบการศึกษาครั้งนี้ ที่เธอจะได้หลุดพ้นออกจากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเสียที อย่างไรเสียก็ไม่มีอะไรให้ยึดมั่นอีกต่อไปแล้ว


            นัยน์ตาสีอเมทิตส์หลุบมองลงต่ำ รอยยิ้มเมื่อครู่นั้นจางหายไปเสียแล้ว เหลือแต่เพียงสีหน้าอันราบเรียบซึ่งหาได้แตกต่างจากบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าตนเองสักเท่าไหร่ เด็กสาววัยสิบห้าปีผู้สับสนนั้นได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น ไม่มีถ้อยคำใดๆถูกเอ่ยออกมาโดยอิโตนะเช่นกัน บทสนทนานั้นเงียบเชียบเมื่อเธอเอ่ยออกไปแบบนั้น...


            ปุบ!


          อารมณ์เธอเปลี่ยนไวเกินจนฉันสับสนตามแล้วนะปลายนิ้วของเขาค่อยๆลูบไล้ไปตามเส้นผมของเธอด้วยแรงอันแผ่วเบา แปรเปลี่ยนจากการวางฝ่ามือบนศีรษะเป็นการเล่นเส้นผมของเธอเสีย เลย์โกะช้อนนัยน์ตาสีอเมทิตส์คู่นั้นขึ้นมามองเขา ตาเบิกกว้างเล็กน้อยกับการกระทำของเขาแต่ก็ไม่ได้ปัดมืออีกฝ่ายออก ราวกับว่าเธอทำตัวไม่ถูกในสถานการณ์แบบนี้


            ไม่มีแม้แต่ถ้อยคำหรือสายตาค้อนมองใดที่ตอบโต้เขาไป เลย์โกะเพียงแต่เม้มริมฝีปากแน่นขณะที่สองแก้มเริ่มจะขึ้นสีแดงระเรื่อซึ่งแทบจะคล้ายคลึงกับมะเขือเทศสุกเสียอยู่แล้ว ความรู้สึกที่เสมือนหายใจไม่ทั่วท้องนั้นเกิดขึ้นอีกครา และในครานี้เองก็เป็นอีกคราหนึ่งที่เธอไม่สามารถกักเก็บอารมณ์ อาการ และความรู้สึกเหล่านั้นได้


            ยอมรับว่าวันนี้ฉันเอาแต่ใจไปหน่อย น้ำเสียงของยังคงราบเรียบเหมือนทุกครั้งครา ทว่ามันกลับขัดกับการกระทำซึ่งชวนให้รู้สึกร้อนวาบไปทั่วใบหน้าของเขา...


            โฮริเบะ อิโตนะแลดูเป็นคนที่ไม่ค่อยจะแสดงสีหน้าบ่งบอกความรู้สึกออกมาตรงๆเสียแบบชิโอตะ นางิสะหรือพวกผู้ชายคนอื่นๆ


            แต่เขาเป็นคนที่ตรงไปตรงมาอยู่พอสมควร


            และส่วนนั้นคือสาเหตุที่ทำให้เธอระแวงไม่น้อยกับการกระทำแต่ละอย่างกับถ้อยคำที่เขาเปล่งออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยเหล่านั้น


            ขอโทษด้วย...คราแรกที่รู้สึกสนใจในตัวของเขานั้นมาจากแววตาที่ประดุจดั่งแววตาของอสูรซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่เธอชื่นชอบอยู่พอสมควร เลย์โกะรู้ตัวดีว่าเธอชอบสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาณของนักล่า... แต่ทว่าเด็กสาววัยสิบห้าปีในตอนนั้นหาได้นึกคิดว่าหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มักจะอยู่ในกรอบของสัตว์ป่ากลับยังคงมีคนใกล้ตัวซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่ใกล้ตัว


            และเมื่อล่วงรู้ถึงประวัติที่ค่อนข้างจะเข้าข่ายเดียวกันนั้นก็พลั้งเผลอทำให้อีกฝ่ายก้าวข้ามกำแพงที่เธอก่อขึ้นได้ทีละเล็กทีละน้อย


            เลย์โกะมองว่านั่นคือความผิดพลาดของเธอเอง


            มันคือความผิดพลาดของเธอที่รู้สึกว่าควรจะเปิดเผยตัวตนของตนเองแก่บุคคลประเภทเดียวกันบ้าง


            ความผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นเพราะเธอใจอ่อน


            ไม่คิดจะตอบอะไรกันเลยรึไง?


            ...เธอเม้มริมฝีปากแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม เบนสายตาออกห่างจากอีกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้แสดงอาการเลิกลั่กใดๆออกมามากกว่านี้ อิโตนะเลิกคิ้วมองเธอเล็กน้อยขณะที่ปลายนิ้วของเขาเลื่อนลงทาบลงบนแก้มเธอพอดิบพอดี เธอเบิกตากว้างเล็กน้อยกุมผิวที่ขาวนวลซึ่งขึ้นสีแดงระเรื่อของเธอ เหล่มองเขาอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยังคงไม่หันมาสบตา


            อากาศวันนี้ร้อนเนอะ


            “...พอได้แล้วน่า


            สึมุกิ เลย์โกะได้แต่ท่องซ้ำไปซ้ำมาภายในห้วงความคิดว่า อย่ารู้สึกทว่าตัวของเธอนั้นช่างเป็นคนที่ย้อนแย้งเสียเหลือเกิน

            ทุกคนแลดูภาคภูมิใจกับผลงานของตนเองซึ่งสร้างความพึงพอใจแก่ผู้ที่อยู่และทำงาน ณ สถานแห่งนั้นเป็นอย่างยิ่ง รอยยิ้มของพวกเด็กๆที่เล่นกันอย่างสนุกสนานนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อีกทั้งนางิสะยังสามารถเกลี้ยกล่อมและเสนอแนวทางให้คิยาชิกิ ซากุระไปโรงเรียนและทำข้อสอบได้คะแนนสูงอันดับที่สองของห้อง... ผลลัพธ์ที่ว่านั้นทำให้หัวใจของครูใหญ่แห่งสถานอนุบาลวากาบะ ปาร์คพองโตเสีย พวกเขาร่ำลากันด้วยรอยยิ้มและคำสัญญาที่ว่าจะมาหาอีกคราหนึ่ง


            ราวกับว่าบทลงโทษที่พวกเขาได้รับสำหรับการที่พลั้งเผลอในอำนาจของความสามารถจนคนอื่นเดือดร้อนยังไม่สาแก่ใจพระเจ้าเสียที ผลที่ตามมาหลังจากการสอบกลางภาคจึงตกอันดับกันเป็นว่าเล่น เรียกเสียงหัวเราะจากนักเรียนในอาคารหลักได้ไม่น้อยเลย... ต่อให้ดูน่าเจ็บใจขนาดไหน แต่ก็ถือว่าเป็นผลกรรมจากการกระทำที่ไม่คิดให้ถี่ถ้วนของพวกเขาเองนั่นแหละ


            เห... คะแนนวิทยาศาสตร์ของเธอเพิ่มขึ้นเยอะจริงๆด้วยอาคาบาเนะ คารุมะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ โดยรวมแล้วคะแนนของเจ้าสอบข้อสอบค่อนข้างที่จะคงที่สม่ำเสมอเพียงแต่ในการสอบครานี้จะมีคะแนนบางวิชาที่เพิ่มขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจนจนอดที่จะเอ่ยทักไม่ได้


            แสดงว่าได้ติวเตอร์ดีสินะนัยน์ตาสีอเมทิตส์ของเธอนั้นกลอกมองเพื่อนบ้านคนสนิทที่แลดูเห็นได้ชัดว่าต้องการที่จะเอ่ยแซวเพื่อความสนุกสนานของตนเอง เลย์โกะดึงแผ่นข้อสอบที่เขียนคะแนนของตนเองไว้อย่างชัดเจนให้ออกจากสายตาของคารุมะ เธอนึกระแคะระคายใจกับสถานการณ์ในตอนนี้


            ร้อยวันพันปีไม่เคยเดินกลับบ้านด้วยกันมาก่อน... แต่เพราะเหตุใดก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ที่ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะเดินกลับบ้านกับเธอผู้ซึ่งอาศัยอยู่ข้างเคียงกันในวันนี้ แม้ว่าจะรู้จักกันมานานแสนนานและเข้าโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่เริ่มมัธยมต้นปีที่หนึ่งแต่ก็ไม่เคยได้เดินไปไหนมาหนด้วยกันสักครั้งตั้งแต่จำความได้


            ฉันนึกว่าเธอจะกลับกับอิโตนะซะอีกนะ คิ้วเรียวของเลย์โกะเลิกขึ้นด้วยความฉงนเนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าจู่ๆเขาก็เปลี่ยนประเด็นการสนทนาไปเสียอย่างนั้น มือบางที่ยังคงถือแผ่นข้อสอบของตนเองนั้นสะบัดมันเพื่อสร้างลมเล็กๆกลบเกลื่อนหากพลั้งเผลอแสดงอาการแปลกๆขณะรอคำตอบ ไม่ได้แยแสคุณค่าของสิ่งที่ว่าสักเท่าไหร่นัก


            สติเถอะ บ้านไม่ได้อยู่มุมเดียวกันด้วยซ้ำ อีกอย่างหนึ่งก็คือวันนี้เขาไปทานราเม็งที่ร้านของมุรามัตสึกับเพื่อนในกลุ่ม


            “แสดงว่าที่มาเขามาบ้านบ่อยๆก็เป็นเพราะเรื่องของพ่อเธออย่างเดียวสินะ


            “มีเรื่องข้อตกลงเล็กๆน้อยๆที่นายไม่จำเป็นจะต้องเข้ามาสอดด้วยซาซากิ จิฮิโระน่าจะติดต่อกับอาคาบาเนะ คารุมะในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนสมัยเด็ก และเพื่อนร่วมห้องของเธออยู่เป็นครั้งคราว เรื่องพวกนี้เขาก็คงจะรู้ด้วยตนเองไม่ก็ได้ยินมาฝากบุคคลที่สามคนนั้นอย่างแน่นอน เลย์โกะเหล่มองเพื่อนบ้านคนสนิทอย่างไม่สบอารมณ์นัก มือข้างที่สะบัดแผ่นข้อสอบนั้นเพิ่มแรงขึ้นกว่าเดิมจนเกิดลมหนาวขนาดย่อมที่แรงกว่าเดิมกระทบบริเวณรอบข้าง


            เธอทำให้ฉันคิดถึงเลย์โกะคนก่อนเลยน่ะนะ เธอแค่นหัวเราะ รู้ดีว่าคารุมะแค่เอ่ยยกถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาเพื่อที่จะเสียดสีเธอซึ่งเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเล่น เขาแลดูไม่ได้แยแสมากนักเพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้มองเรื่องอุปนิสัยที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่สำคัญนัก แค่เขาไม่อ้างถึงเรื่องเหตุการณ์ในอดีตก็เพียงพอสำหรับมิตรภาพที่ยังไม่ถูกกีดกันมากมายของพวกเขา


            แต่เดิมทีก็ไม่ได้สนิทสนมกันสักเท่าไหร่มานานอยู่พอสมควรแล้ว


            ขอแสดงความเสียใจด้วย รายนั้นตายไปนานแล้วไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว... ที่สองฝีเท้าหยุดลงเพื่อสนทนากันอย่างจริงๆจังๆ แววตาของเธอแข็งกร้าวแม้ว่าจะไม่ได้สบเข้ากับนัยน์ตาสีทองอร่ามของคารุมะโดยตรง น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นไร้ซึ่งเยื่อใยแก่ตัวตนในวัยเด็ก เธอไม่อยากรื้อฟื้นถึงตัวตนของคนที่พยายามแต่ไม่ได้รับสิ่งตอบแทนคนนั้นกลับมาอีก


            เลย์โกะกัดฟันกรอด...


            เฮย์จังก็คงคิดถึงช่วงเวลาที่เคยเล่นกันเมื่อก่อนอยู่เหมือนกัน


            “ก็เรื่องของเฮย์สิ


            เด็ดขาดจังเลยนะ เรื่องนี้เนี่ย


ถ้าจะมาคุยเรื่องนี้ก็ขอผ่าน เด็กสาววัยสิบห้าปีผู้ที่มักจะแสดงอาการสับสนออกมานั้นตอบโต้เขาไป เธอไม่พร้อมที่จะมีบทสนทนาใดๆอันซึ่งเกี่ยวกับคาราสึมะ เฮย์ บางสิ่งบางอย่างก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู... รวมถึงจิตใจเช่นกัน


            กับคนที่เคยสนิทสนมคนหนึ่งแบบรายนั้น หากจะไปเล่นกับความรู้สึกของเขาก็คงจะแลดูโหดร้ายเสีย เธอเองก็ใช่ว่าจะมีความสุขกับการที่ได้ยินเขาคนนั้นจมอยู่แต่กับเรื่องเดียวเสมอมา


            แต่ทำอย่างไรได้กันล่ะ?


            ในเมื่อเธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลย


            เธอรู้ดีว่าอย่างน้อยก็ควรคุยแบบเพื่อนกับเฮย์จังบ้างนะ พักหลังมานี้เธอห่างกับเขาตลอดเลยด้วยถ้าไม่ใช่เรื่องงาน


            พรึ่บ!


            การกระทำของมือข้างหนึ่งนั้นหยุดลงทันทีที่เธอเลิกสะบัดแผ่นข้อสอบ เลย์โกะส่งเสียงไม่เป็นภาษาซึ่งเจือปนความระแคะระคายใจอยู่ไม่น้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเสมือนปมที่ถูกผูกไว้หลายครั้งหลายคราซ้ำซ้อน นัยน์ตาสีอมเทิตส์ตวัดมองใบหน้าของคารุมะที่ยังคงความยียวนในแบบของเขาอยู่ เธอจิ๊ปากออกมา


            ไม่พร้อม จบนะสิ้นสุดถ้อยคำที่เอ่ยออกไปก็เริ่มที่จะสาวเท้าเดินไปยังบ้านตามเคย เร่งฝีเท้าเล็กน้อยเพื่อให้เพื่อนบ้านคนสนิทรับรู้ได้ว่าเธอยังไม่อยากเห็นใบหน้าของเขาในตอนนี้ ความรู้สึกผิดมากมายเอ่อล้นออกมาในรูปแบบของน้ำตาที่คลอเบ้า เธอกัดฟันข่มอารมณ์ของตนเองไว้


            มิตรภาพในสายตาของเธอก็คือมิตรภาพเสมอมา...


            การให้โอกาสคนอื่นในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มันโหดร้ายเกินกว่าที่เธอจะทำกับคนที่เคยสนิทสนมหรือยังคงสนิทสนมอยู่ได้


            การเล่นกับความรู้สึกของคนใกล้ตัวที่ไม่ใช่ศัตรูมันเกินเจตจำนงของเธอไปโดยสิ้นเชิง


            เพื่อนกันก็คือเพื่อนกันสิ... ถ้าชอบกันมันก็จะลำบาก


            ก็นะ...คารุมะลากเสียงยาวขณะเกริ่นคำพูดของตนเอง


            รู้หรอกว่ามันยาก แต่ฉันก็พูดในฐานะของเพื่อนบ้านที่หวงเธอนะเลย์โกะกลอกตาเล็กน้อยในถ้อยคำของเขา ไม่ใช่เนื่องด้วยเหตุผลด้านความจริงใจหรืออย่างไร เพราะสาเหตุที่แท้นั้นมาจากเธอรำคาญไอ้น้ำเสียงแบบนั้นของเขา เก็บไปพูดกับชิโอตะ นางิสะยังดีกว่าเสียอีก


            พอ รำคาญ วาจาอันแข็งกร้าวถูกเอ่ยตอบโต้ไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือบางคว้านหาสมาร์ทโฟนจากในกระเป๋าสะพายเล็กระหว่างกำลังนึกคิดว่าเธอจะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ชวนหงุดหงิดเป็นบ้านในตอนนี้ ใช้เวลาไม่นานนักก็หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาปลดล็อคหน้าจอแล้วกดเข้าแอพพลิเคชั่นแชทที่มักจะใช้ในการหาข้อมูลเป็นประจำ ปลายนิ้วของเธอกดลง ณ ห้องแชทล่าสุดที่เพิ่งจะสนทนาไปเมื่อคืน


            L:: ว่างตอนไหนช่วยทักมาด้วย


          L:: แลกกับขนมหรืออะไรก็ได้ แล้วแต่นาย


          L:: ต้องการคนคุยด้วยเวลาอ่านหนังสือ ช่วงนี้ฟุ้งซ่านบ่อย


          ไม่นานนักข้อความก็ถูกอ่าน เลย์โกะเพียงแต่เฝ้ารอคำตอบขณะที่สองขายังคงก้าวเดินไปตามเดิม แขนอีกข้างถูกยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าเมื่อครู่อย่างลวกๆ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันนั้นค่อยๆคลายออก


            Itona Horibe:: นึกว่าคนที่ทำให้เธอฟุ้งซ่านคือฉันซะอีก


            แต่ไม่ทันไรก็ต้องขมวดเข้าหากันอีกคราหนึ่ง...


            เขาตอบให้ตรงประเด็นที่ต้องการหน่อยไม่ได้รึไงกันนะ?


ทอล์ควันนี้จะมาคนละเรื่องกับปกติสักหน่อยค่ะ ความจริงแล้ววันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาคือวันครบรอบที่เครสเปิดฟิคนี้วันแรกค่ะ

อาจจะช้าไปนิดเพราะว่าลงหลังวันครบครอบไปเยอะ--- แต่ก็อยากจะมาขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้ค่ะ

ขอบคุณทั้งนักอ่านเงาและไม่เงาที่ยังคงตามเรื่องนี้และที่เม้นท์/กดกำลังใจให้เครสนะคะ

 เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่งลงในเว็บเพราะฉะนั้นเลยต้องมีการรีไรท์อยู่บ้าง ขอบคุณรีดเดอร์ที่ตามมาตั้งแต่ตอนแรกๆเช่นกันค่ะ

อ่า... ไม่แน่ใจว่าควรจะพิมพ์อะไรต่อแล้ว(ให้ตายเถอะ ในหัวมีแต่คำว่าขอบคุณ)

เรื่องนี้อาจจะลงช้าอยู่บ้างเพราะงานเยอะ แต่จะไม่ทิ้งแน่นอนเลยค่ะ!

ขอบคุณนะคะ ทุกคน <3

             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #160 JessicaBelle (@JessicaBelle) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 12:21
    เขินอิโตนะ อร้ายยยย
    #160
    0
  2. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 08:37

    รอต่อค่าาาา

    #158
    0