「 怪獣 MONSTER」Assassination Classroom Fanfiction

ตอนที่ 35 : VICTIM 33: Should've

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ม.ค. 62

VICTIM 33

            สึมุกิ เลย์โกะพึงตระหนักได้ในภายหลังว่าโฮริเบะ อิโตนะคงไม่ได้เห็นด้วยกับการปั่นประสาทคนอื่นเป็นว่าเล่นซึ่งก็คือลักษณะนิสัยของคุณหนูแอลในตัวเธอ... เห็นได้ชัดจากการที่ตั้งแต่เลยช่วงเวลาที่เอ่ยปากบอกอีกฝ่ายไปว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่นก็ทำใบหน้าที่แสดงออกว่าตะขิดตะขวงใจเสียจนตอนนี้ก็ยังคงสนเค้กชิฟฟ่อนในคาเฟ่ร้านดังแห่งย่านการค้ามากกว่าการสบตาเธอเสียด้วย


            นี่งอนหรืออะไรกันน่ะ?เสียงใสเอ่ยถามก่อนที่จะก้มลงเล็กน้อยเพื่อดูดลิ้มรสเฟรปเป้ที่สั่งมาของตัวเอง รสของช็อกโกแลตเข้มข้นนั้นตัดกับวิปครีมได้ลงตัว แต่เวลานี้เธอรู้สึกฉงนกับตัวอีกฝ่ายเสียมากกว่าจนรสชาติของเครื่องดื่มนั้นถูกปัดประเด็นออกไปในความคิดแม้ว่ามันจะอร่อยและถูกปากเสียก็ตาม


            อิโตนะละสายตาออกจากเค้กชิฟฟ่อนเบื้องหน้าพร้อมกับช้อนนัยน์ตาสีอำพันคู่สวยนั้นขึ้นมามองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เลย์โกะเลิกคิ้วเนื่องด้วยการที่เธอยังไม่รับรู้ถึงคำตอบผ่านทางแววตาที่แลดูคลับคล้ายคลับคลาใจของเขา


            เธอไม่รู้จริงๆ?เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นถามแทนที่จะเป็นการตอบคำถามเมื่อครู่ เลย์โกะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วจึงผละออกจากการลิ้มลองรสของเครื่องดื่มเข้มข้นนั้น เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา


            เอ่ยปากถามไปก็คือไม่รู้จริงๆนั่นแหละ


            เข้ามาใกล้แล้วเดี๋ยวฉันบอกเธอคิ้วเรียวนั้นกระตุกขึ้นด้วยความฉงนหนักกว่าเดิมอยู่พอสมควรเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากออกมาในข้อความหลอกล่อเธอเสียอย่างนั้น ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นอีกคราแล้วจึงผละมือออกจากการจับแก้วเครื่องดื่ม ยันตัวลุกขึ้นโดยค้ำมือไว้กับโต๊ะ แล้วจึงสาวเท้าเดินไปนั่งใกล้ฝั่งโซฟาที่นั่งของคนที่นั่งตรงกันข้ามกัน


            ไม่ได้บอกให้เธอเบียด เลย์โกะแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อน้ำเสียงที่อีกฝ่ายเปล่งออกมานั้นแฝงความขุ่นมัวของอารมณ์ในการที่ไหล่เขาและเธอเบียดเสียดกัน ในทางที่นี้มันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียทั้งหมด ในเมื่อตัวเขาเองนั้นก็จะใช้ว่าจะขยับแบ่งที่นั่งให้


            ก็ขยับสิ


            ยัยดื้อด้าน...โฮริเบะ อิโตนะขยับเข้าไปในมุมในของโซฟานั่งซึ่งเว้นที่ว้างไว้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าไหล่อีกฝ่ายแล้วดึงร่างที่เล็กกว่านั้นของคนข้างกายเข้ามาหาเขาเล็กน้อย นัยน์ตาสีอเมทิตส์ของสาวเจ้านั้นเบิกกว้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะชำเลืองมองเขาพร้อมทั้งหรี่ตาใส่ด้วยความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลายใจ


            สรุปคือยังไงกันแน่? เขาส่ายหน้าตอบเธอไปแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับคำถามดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย เขาผละมือออก


            อิโตนะคุง?เมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าของชื่อที่เอ่ยเรียกนั้นยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆต่างจากเมื่อตอนแรกก็แค่นหัวเราะออกมาอีกคราหนึ่ง ความรู้สึกฉงนนั้นถูกแทนที่ด้วยความปลงใจขึ้นมาทันทีทันใด มือบางเอื้อมคว้าไปหยิบแก้วเฟรปเป้จากอีกฝากของโต๊ะมาจ่อในระดับปากของคนข้างกาย


            กินซะ ไม่ใช่ว่าพาลไปทั่วจนคุยไม่รู้เรื่องเหมือนเด็กได้ตลอดนะเขารับมันมาดื่มต่ออย่างว่าง่ายทันทีทันใด


            ไม่ได้พาล เธอทำฉันหงุดหงิดเมื่อดื่มไปได้ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามเดิม เลย์โกะกลอกตาใส่เขาแล้วจึงฉวยหยิบช้อนของอีกฝ่ายที่วางไว้บนจานนั้นขึ้นมาตักชิ้นเค้กชิฟฟ่อนเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ โดยตามปรกติแล้วเธอก็เป็นเพียงผู้ที่สร้างความรำคาญใจให้แก่คนรอบข้างลียทุกครา ไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจหรือท้อแท้ใจเล็ดลอดออกมามากมายนักเนื่องด้วยความชินชา


            ก็นะ... ก็ฉันเป็นคนแบบนี้นี่ เอาเป็นว่าขอโทษก็แล้วกันนะเนื่องจากรู้ว่าคงเป็นได้แต่เพียงคำพูดขอไปทีในสายตาของคนอื่นเท่านั้น เลย์โกะก็ปลงใจ เธอไม่ใช่ประเภทของคนที่จะสามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างเปิดเผยมากนัก แม้แต่บางคำพูดที่เปล่งออกมานั้นก็แทบจะหาความจริงใจไม่ได้


            เธอก็เป็นเพียงแค่คนที่ระแวงไปเสียทุกสิ่ง... เว้นแต่จุดจบของตนเองที่เฝ้ารอมานานแสนนาน


            จนปัจจุบันนี้นั้นกำลังคืบคลานเข้าสู่ผลสรุปของแผนการเรื่อยมาโดยไม่มีปัญหาใดๆมาก่อกวน หากทว่าตัวเธอนั้นกลับรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เส้นทางซึ่งควรจะใกล้ขึ้นนั้นกลับค่อยๆทิ้งระยะห่างไปเสียเรื่อย


            ราวกับว่าเธอเริ่มจะเห็นคุณค่าของตนเองอีกคราหนึ่ง...


            คำพูดอย่างเดียวก็น้อยไป การกระทำอีกนิดก็น่าจะยกโทษให้ได้


            โลภมากจิ๊ปากใส่อิโตนะที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย แม้ความจริงแล้วจะไม่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้เขาดูน่าหงุดหงิดเสียก็ตาม แต่ใบหน้าที่ไร้ซึ่งการแสดงออกมากมายนั้นทำให้เธอรู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถเดาทางอารมณ์ได้เท่าที่ควร


            เธอคิดน้อยไป


            ปกติคนอื่นเขาเลิกสนฉันกันไปต่างหาก เลยไม่ได้คิดอะไรมากมาย... เพราะสุดท้ายก็ต้องโดนหมั่นไส้ไม่ก็เกลียด


            แต่ฉันไม่ได้เกลียดเธอ...มือบางข้างที่ถือช้อนตักเค้กชิฟฟ่อนอยู่นั้นชะงักงัน ใบหน้าสวยหวานแสดงออกในเชิงของความฉงนสงสัยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสะบัดความคิดมากมายที่ตบตีกันภายในหัวให้ออกไปเสียก่อน แม้ว่าจะแอบความคิดนั้นไว้ไม่หมดเนื่องด้วยแก้มขาวนวลนั้นกำลังขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยอยู่


            จำไว้ก็แล้วกันและแล้วอีกฝ่ายก็ถือวิสาสะโน้มใบหน้าลงมาฉวยชิมชิ้นส่วนของเค้กชิฟฟ่อนที่เธอกำลังถืออยู่ต่อหน้าต่อตา เลย์โกะเบะปากพลางหรี่ตามองเขา หากเธอไม่ได้คิดไปเองก็คงเป็นนิสัยกวนประสาทของเขาที่ฉวยขโมยของกินไปต่อหน้าต่อตาเธอตอนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว... นึกแล้วก็หงุดหงิดชอบกล


            ให้ตายเหอะ... นั่นของฉันนะ


            เค้กนั่นของฉันเขาเถียงกลับมาเสียงเรียบ


            แต่ฉันจะตักมันเข้าปากตัวเอง--- เออ ช่างมันเถอะ สุดท้ายแล้วก็กลั้วหัวเราะออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้ถึงสาเหตุของการกระทำเหล่านั้น เธอรู้เพียงแต่ว่านานนับหลายปีแล้วที่ไม่ได้ถกเถียงเรื่องไร้สาระหรือเรื่องโดยปรกติธรรมดาเหมือนคนอื่น


            นานมาเสียจนลืมไปว่าความทรงจำเสมือนเด็กสาวปรกตินั้นเคยมีอยู่...


            หึ อิโตนะเลิกคิ้วมองเธอด้วยความฉงน

 

            Rrr...


          สองคู่สายตาประสานกันมองมายังสมาร์ทโฟนของเลย์โกะเมื่อมันแจ้งเตือนสายเรียกเข้าเป็นทำนองเพลงดั้งเดิมของระบบซึ่งไม่ได้ถูกดัดแปลงเป็นทำนองหรือเพลงอื่นแต่อย่างใด มือบางที่ถือรีโมทโทรทัศน์อยู่นั้นกดปิดรายการสารคดีหมาป่าตรงหน้าแล้วจึงเอื้อมมาคว้าวัตถุที่ยังคงสั่งแจ้งเตือนอยู่นั้น หันใบหน้าที่แลดูราบเรียบและไร้การแสดงออกมากมายนั้นมายังอิโตนะเชิงเป็นสัญญาณว่าขอตัวสักครู่แล้วจึงยันตัวลุกขึ้นเดินไปยังมุมเงียบภายในห้องครัว


            สึมุกิ โคเฮย์


            นานนับหลายปีเสียจนลืมไปหมดว่าเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นี้นั้นถูกจดจำโดยระบบสมาร์ทโฟนในศักดิ์ของบิดาผู้มีตำแหน่งประธานบริษัทเครื่องสำอางในเครือของตระกูลสึมุกิชื่อดัง ผู้มีสกุลเดียวกันกับตัวเธอ ผู้มีส่วนร่วมในการให้กำเนิดเธอ นัยน์ตาสีอเมทิตส์หรี่มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกดเลื่อนรับสายโทรเข้านั้นเสีย คาดการณ์ภายในใจว่าอีกฝ่ายนั้นคงไม่ได้มีเหตุผลในการติดต่อมาที่เกี่ยวกับตัวผู้เป็นลูกสาวมากนัก... อย่างมากเสียก็เป็นการถามไถ่เกี่ยวกับโฮริเบะ อิโตนะ


            โมชิโมชิ---” ไม่ทันได้เอ่ยปากมากมายผ่านทางน้ำเสียงราบเรียบนั้นก็ถูกปลายสายขัดจังหวะเอาเสียได้ สึมุกิ เลย์โกะชำเลืองมอง ลูกรักต่างสายเลือด ของผู้เป็นพ่อซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งประดิษฐ์ของตนเองอยู่ในห้องนั่งเล่น แววตาที่มองไปยังเขานั้นปะปนไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย คับแค้นใจก็ไม่เชิง แต่ก็หาใช่ความอิจฉาริษยา


            [อิโตนะเป็นยังไงบ้าง?] ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่น รู้อยู่แก่ใจตั้งแต่แรกเห็นหน้าจอแจ้งเตือนเสียแล้วว่าลูกสาวคนนี้คงเป็นได้แต่เพียงสัญลักษณ์แห่งความรักของเขาที่มีต่อภรรยาของตนเอง ซึ่งหาเปรียบได้กับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองสามีภรรยานักธุรกิจที่มีมากกว่าคุณค่าของตัวเธออย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเธอนั้นเป็นเพียง ผลผลิต อันไร้ซึ่งผลประโยชน์ต่อพวกเขาไปเสียแล้ว


            ช่างน่าสมเพชเสียนี่...


            มีชีวิตอยู่ดี ความสุขก็มีอยู่ทุกวัน เพื่อนพ้องรายล้อม การเรียนก็ไม่มีปัญหา ยิ่งล่าสุดก็คือเป็นไม้ตายของการแข่งล้มซุงไปแล้ว... คิดว่าเป็นยังไงล่ะคะ?เธอไม่อาจไปตัดสินหรือแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับตัวของบุคคลที่สามในบทสนทนานี้ได้หรอก ในเมื่อภายในใจเองก็รับรู้ได้เสียอยู่แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจลบล้างความคิดที่สุดแสนประเสริฐของผู้เป็นพ่อได้อยู่แล้ว


            [ก็ดี... รายนั้นอยู่ดีฉันก็โล่งใจ] ชั่วครู่ที่แววตาซึ่งมองมายังอิโตนะนั้นสั่นเครือ อาจเป็นเพียงเพราะคำพูดที่เมินเฉยต่อการประชดประชันเล็กน้อยผ่านถ้อยคำซึ่งเสียงใสนั้นเปล่งตอบออกไป เลย์โกะแค่นหัวเราะ ความหวังอันริบหรี่ภายใต้จิตสำนึกนั้นเหือดหายไปเหลือเพียงแต่เกราะกำบังล่องหนที่ถูกสร้างขึ้นอีกครา ทั้งชีวิตนี้เธอคงไม่ได้มีโอกาสที่จะหวังรับสิ่งใดจากผู้เป็นพ่อเสียแล้ว... พลันนึกขึ้นไปก็รู้สึกปลงใจ เผลอเอ่ยประโยคที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองไตร่ตรองให้ดีออกมาได้เสียโดยไม่รู้ตัว


            เรื่องนั้นรู้ดี ก็ลูกรักคุณนี่นะ กว่าจะรู้สึกตัวอีกคราหนึ่งก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของผู้เป็นพ่อตอบกลับมาเสียแล้ว...


            [ถ้าเป็นได้จริง ฉันก็จะไม่แย้งอะไรทั้งสิ้น] เธอแค่นหัวเราะออกมาในเชิงของการประชดประชัน


            สุดท้ายก็มีประโยชน์กว่าลูกสาวแท้ๆนี่นะ จะไม่แย้งก็ไม่แปลกหรอกไม่อาจรับรู้ได้ถึงการแสดงสีหน้าของตัวเธอเอง เลย์โกะได้แต่เพียงรับรู้ถึงความรู้สึกมากมายที่ถาโถมออกมาผ่านใบหน้าที่เริ่มจะบิดเบี้ยวของตนเอง เสียงของปลายสายที่ตัดไปนั้นยิ่งเป็นชนวนที่ทำให้เด็กสาววัยสิบห้าปีผู้ไร้ซึ่งความคงที่ทางอารมณ์ดังเช่นคนอื่นนั้นหัวเราะออกมาในเชิงสมเพชตนเองก่อนที่จะขว้างสมาร์ทโฟนไปยังจุดใดสักจุด ทางใดสักทางด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถข่มเอาไว้ถายในใจของตนเองได้


            ความคิดอันซึ่งขัดแย้งกันราวกับเป็นการถกเถียงของสองบุคคลนั้นก็ไหลพรั่งพรูขึ้นมาภายในความคิดในขณะที่ร่างเล็กของสึมุกิ เลย์โกะทรุดลงไปนั่งกอดเข่าเอนพิงกับเคาท์เตอร์ของห้องครัวเมื่อความเงียบเริ่มปกคลุม


            ไม่รู้จะด่าตัวเองว่าโง่หรืออะไรดีที่ยอมให้อีกฝ่ายก้าวก่ายมาขนาดนี้ จะบ้าตาย


          หรือเขาอาจจะเข้าใจในจุดที่คนอื่นไม่สามารถรับรู้ได้ก็เป็นได้


          หรือไม่ฉันก็โง่เกินบรรยาย


            หรือไม่ก็แค่...


            ...เลย์โกะริมฝีปากบางเม้มเน้นเมื่อช้อนตาขึ้นมาเห็นร่างของโฮริเบะ อิโตนะที่กำลังจดจ้องมายังเธอด้วยแววตาฉงนที่ปะปนความขุ่นเขืองอยู่อย่างเจือจาง ในมือหนาข้างหนึ่งกำลังถือสมาร์ทโฟนของเธอในสภาพที่มีรอยขูดของหน้าจอกับพื้นอยู่เล็กน้อย เขาย่อตัวลงมาอยู่ในระดับเดยวกับเธอ


            ไหวมั๊ย?


            ไหวมาก... มากถึงมากที่สุด ด้วยลักษณะนิสัยที่มักจะประชดประชันผู้เป็นพ่อบ่อยครั้งบ่อยคราทำให้เผลอพลั้งปากเอ่ยออกไปเสียแบบนั้นเมื่ออารมณ์ขุ่นมัวยังคงอยู่ภายในจิตใจ เลย์โกะหลุบตามองลงต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับเขา มือข้างหนึ่งบีบข้อมืออีกข้างเพื่อข่มอารมณ์ไว้แม้ว่าริมฝีปากจะกำลังสั่นระริกอยู่


            เธอไม่ไหวแน่ๆ เขาเอ่ยออกมาเสียงเรียบ วางสมาร์ทโฟนของสาวเจ้าไว้บนเคาท์เตอร์ของห้องครัวก่อนที่จะย่อตัวลงมาดึงข้อมือของเจ้าตัวเธอให้ร่างที่เล็กกว่านั้นเซเข้าไปสู่อ้อมกอดของเขาทันทีทันใด ท่อนเขนทั้งสองข้างของโฮริเบะ อิโตนะโอบเอวบางของเลย์โกะไว้ กระชับแรงให้แน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อเป็นการปลอบประโลมกลายๆในวิธีของเขา


            เลย์โกะคลายการเม้มริมฝีปาก พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายกับตนเอง เธอแนบใบหน้าติดชิดกับอกของอีกฝ่าย ความอบอุ่นในอ้อมกอดที่เกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการปลอบประโลมนั้นมีมากล้นเสียเกินกว่าที่เธอคนนี้เคยได้รับมาโดยตลอด แม้ว่าแขนทั้งสองของเธอจะยังคงไม่มีความกล้าที่จะออกนอกกำแพงป้องกันใสที่หนานั้นได้โดยการกอดเขาตอบกลับก็ตาม


โทษทีนะ... ฉันควรจะเกลียดนายตั้งแต่แรกเสียงใสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา หากเธอเกลียดเขาไปตั้งแต่ช่วงวัยเด็กซึ่งขมขื่นและไร้ความสดใสชีวิตชีวานั่นเสียก็คงจะดีกว่าในเวลาปัจจุบันนี้ เขาเปรียบเสมือนคนที่ได้ความดีความชอบแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับสึมุกิ โคเฮย์ แม้บางครั้งบางคราวแทบจะไม่ได้ทำอะไรมากมายเสียแต่ก็เป็นความประทับใจของพ่อเธอมา ราวกับว่าตัวเขานั้นได้แย่งชิงสิ่งที่เธอพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้รับมาโดยตลอด หากทว่าความพยายามนั้นกลับไปสนองตัวกลับมาเสียแม้แต่น้อย


เธอควรจะเกลียดเขาที่สร้างภาระทางจิตใจให้ตั้งแต่วัยเยาว์... ควรจะเกลียดที่ทำให้กำแพงหนาเริ่มพังทลายลงมาทีละน้อยโดยที่ตัวเธอเองนั้นแทบไม่รู้สึกตัว


แสดงว่าเธอไม่เกลียดฉันสินะ อีกฝ่ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามนิสัย มือข้างหนึ่งเคลื่อนมือลูบไล้เรือนผมสีบลอนด์สว่างอย่างสบายอารมณ์ เลย์โกะขยุ้มปลายเสื้อเบลเซอร์ของเขาแน่นจนยับยู่ยี่


นึกสาปแช่งตนเองที่ไม่ผละตัวออกมาเสียตั้งแต่คราแรกที่ถูกเอ่ยคำสั่งใส่โดยผู้เป็นพ่อ เนื่องจากโอกาสที่เธอจะปฏิเสธคำพูดเหล่านั้นช่างเกิดขึ้นได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ลูกสาวและพ่อที่มีความสัมพันธ์ขมขื่นและไร้ซึ่งความปรองดองรักใคร่ในเชิงครอบครัวนั้นไม่มีเหตุจำเป็นอันใดที่จะต้องติดต่อกันเสียอยู่แล้ว... ในช่วงเวลานี้เธอรับรู้ได้ถึงการตัดสินใจแบบขอไปทีซึ่งผิดพลาดมหันต์ของตนเอง


 ฉัน... ไม่เคย... เกลียด


งั้นหรอกเหรอ?


ในเมื่อหัวใจในอกข้างซ้ายนั้นเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิมราวกับจะระเบิดออกมาเสียได้ทุกเมื่อที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวหนังเธอยามลูบไล้เรือนผมสีสว่างอย่างสบายอารมณ์โดย ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านมายังแก้มขาวนวลและใบหูของสึมุกิ เลย์โกะ

ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องละเลยเรื่องปัญหายิบย่อยของตนเองไปเสีย แท่งไส้ดินสอแกรไฟต์ในตัวดินสอกดนั้นขูดขีดเป็นตัวอักษรและจำนวนเลขมากมายตั้งแต่เริ่มคาบเรียนช่วงเช้ามาโดยละเว้นการพักผ่อนเล็กน้อยโดยสิ้นเชิง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อเจอหัวข้อโจทย์ปริมาณสารสัมพันธ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเข้าไป ริมฝีปากเม้เป็นเส้นตรงพร้อมทั้งเอ่ยสาปแช่งตนเองในใจที่เพียบพร้อมทุกวิชาโยรวมเว้นเสียแต่เคมีที่ไม่ค่อยจะเข้าใจเสียเท่าไหร่


ข้อนั้นต้องใช้สูตรลัดเท่านั้นครับ คุณสึมุกิ อาจารย์ประจำชั้นที่ขยับไปมาราวกับมีร่างแยกไปทั่วห้องเรียนนั้นเอ่ยไขข้อสงสัยของตัวเธอ หัวคิ้วคลายออก ริมฝีปากบางก็คลี่รอยยิ้มที่แลดูสบายอารมณ์ขึ้นมือ เธอขีดเขียนวิธีทำใส่กระดาษโพสต์อิทที่มักจะเป็นตัวบันทึกสูตรที่ใช้ในแต่ละข้อบนกระดาษสมุดเลคเชอร์นั่น แล้วจึงลงมือทำโจทย์ต่อจากเดิมด้วยความเร่งรีบ มีเวลาอีกแค่สองสัปดาห์เท่านั้นในการเตรียมตัวสอบกลางภาคของภาคเรียนนี้ และเหลือเวลาอีกเพียงห้าเดือนสำหรับการลอบสังหารอาจารย์โคโระ...


แผนการที่วางไว้ตั้งแต่คราแรกนั้นกำลังสั่นเครือโดยที่ตัวเธอไม่รู้ตัว ภายในความคิดในช่วงเวลากลับปราศจากความคิดในเรื่องอื่นนอกเสียจากการเรียน ใบหน้าสวยหวานที่แสดงสีหน้าทางอารมณ์ออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อรู้วีแก้โจทย์นั้นไม่เป็นที่สังเกตมากนักไม่หมู่เพื่อนร่วมห้องที่กำลังวุ่นอยู่กับการติวหนังสือของตนเองหากทว่ายังคงเรียกความสนใจใคร่รู้จากนัยน์ตาสีอำพันคู่หนึ่งได้อยู่เป็นช่วงๆ


อิโตนะคุง!” คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจเล็กน้อย พยายามคงสีหน้าให้ดูเหมือนเดิมปรกติพร้อมทั้งหันไปให้ความสนใจกับชีทเรียนและสมุดจดเลคเชอร์ของตนเองราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น


“ตั้งใจหน่อยสิครับ เวลาติวมันมีไม่มากแล้วนะครับ!”


ส่วนข้อนี้ก็... เสียงใสเอ่ยรำพึงกับตนเองออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อสมองกำลังประมวลผลลัพธ์ของโจทย์เคมีเบื้องหน้าอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเฉกเช่นการคำนวณผิดพลาด แต่เมื่อได้ยินเสียงบ่นที่ค่อนข้างอิดโรยนั้นของอาจารย์ประจำชั้นผู้ตั้งมั่นคะแนนของเหล่านักเรียนไว้สูงก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองบุคคลที่นั่งอยู่ด้านขวาทางหางตาด้วยความใคร่อยากรู้


อ่า... รู้แล้ว ใบหน้าที่เสมือนเหนื่อยหน่ายใจเต็มที่นั้นของเขาทำให้เสียงหัวเราะเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางชั่วครู่หนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดริมฝีปากโดยหวังว่าจะไม่มีใครได้ยิน หากทว่าอิโตนะนั้นหันมาเบ้ปากใส่เธออย่างไม่สบอารมณ์


อาจารย์โคโระคะ อิโตนะคุงไม่มีสมาธิอีกแล้ว


ขอบคุณที่บอกครับ อาจารย์เห็นแล้วล่ะ--- เดี๋ยวเถอะครับ! คุณสึมกิเองก็กลับไปทำโจทย์เหมือนเดิมเลยนะครับ!!” เลย์โกะอมยิ้มอย่างชอบใจเมื่อได้เห็นท่าทีเลิกลั่นของอาจารย์ประจำชั้นเมื่อรู้ถึงแผนพักผ่อนเล็กน้อยในช่วงเวลานั้นอันสั้นเพียงไม่กี่นาทีของเธอ

ค่าๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ชูสองนิ้วเป็นตัวอักษรวีในทิศทางเดียวกับอิโตนะและอาจารย์โคโระพลางเอ่ยแล้วจึงเอี้ยวศีรษะและใบหน้าหันกลับมาจดจ่ออยู่กับโจทย์เคมีกองพะเนินที่อาจารย์ประจำนั้นได้เตรียมไว้ให้อย่างเหลือเฟือนั้นต่อจากเดิมที่ทำมาก่อนหน้าอย่างเสร็จสรรพแล้ว

 

นัยน์ตาสีอเมทิตส์คู่สวยปรายมองรอบห้องเรียนที่มีผู้คนบางเบาเสียอยู่เพียงแค่คนสองคนเท่านั้น เธอคาดการณ์ว่านักเรียนค่อนห้องนั้นอาจจะได้ลองใช้เส้นทางลัดของโอคาจิมะในการไปยังสถานีรถไฟฟ้าบริเวณใกล้เคียงนั้นอยู่ในไม่ช้าเสียแล้ว เธอพ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่าย


ซาซากิติดงานอีกรึยังไงล่ะ? เจ้าของเสียงทุ้มเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ข้างกายนั้นเอ่ยถาม ในเมื่อภายในห้องเรียนนั้นมีแค่พวกเขาสองคนก็ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องถามอ้อมค้อมหรืออย่างใดเกี่ยวกับหนึ่งในผู้ดูแลหลักของเธอที่มักจะทำงานจำพวกการจัดระเบียบบ้านและการทำอาหารแต่ละมื้อของสึมุกิ เลย์โกะ


เปล่าหรอก แค่รู้สึกอยากจะอาเจียนเอาสูตรคำนวณปริมาณสารสัมพันธ์ที่ติวมาออกจนหมด เธอกลอกตา ไม่มีอะไรในตอนนี้ที่แย่ไปกว่าการนั่งทำโจทย์วิชาแยกย่อยออกมาจากศาสตร์วิทย์ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถนัดของตนเองในเวลาทั้งวันเสียแล้ว หากเป็นสังคมศึกษาเธอคงจะยินดีปรีดามากกว่านี้


ถ้าทำไม่ได้เดี๋ยวสอนให้ คิ้วเรียวนั้นเลิกขึ้นพลันได้ยินเขาเอ่ยปากเสนอแนวทางใหม่ให้ ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายคลึงจะยิ้มตอบรับหากทว่าต้องหุบลงอีกคราเมื่ออิโตนะเอ่ยต่อจากคำพูดเดิมของเขา


แต่ไม่ฟรี เธอกำมือทุบลงไปยังโต๊ะเรียนไม้เบื้องหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย นัยน์ตาสีอเมทิตส์กลอกมองเขาคราหนึ่งขณะเบ้ปากออก ความผิดหวังเล็กน้อยแผ่ซ่านเข้าสู่ความคิดแต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักได้ว่าคนอย่างตัวเธอก็ไม่สมควรจะได้รับสิ่งเหล่านี้เสียอยู่แล้ว


เลี้ยงขนมกับข้าวตอบแทนด้วย


ก็ได้... แต่ไม่เอาวันนี้นะ สมยอมพยักหน้าตอบรับข้อเสนอของเขาที่เพิ่งจะเอ่ยออกมา แล้วมือบางทั้งสองจึงจัดการเริ่มจัดเก็บอุปกรณ์การเรียนของตนเองใส่เข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว เมื่อเสร็จสรรพก็คว้านหาสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดเช็ค อิโตนะหรี่ตามองร่างที่เล็กกว่าซึ่งกำลังมีสีหน้าที่ไม่สามารถอธิบายออกมาอย่างชัดเจน คำถามมากมายผุดขึ้นภายในความคิดของเขา


มีนัดข้อมูลใกล้ช่วงสอบ?” นัยน์ตาสีอเมทิตส์นั้นช้อนขึ้นมาสบตากับเขา เลย์โกะปัดมือเชิงบ่งบอกว่าไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้แล้วจึงยันตัวลุกขึ้น สะพายกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกของห้องเรียน


อ๋อใช่... แล้วก็นะ สองขาชะงักงันอยู่หน้าประตูเลื่อนของห้อง ใบหน้าสวยหวานเอี้ยวหันมาหาโฮริเบะ อิโตนะครู่หนึ่ง ชูสมาร์ทโฟนในมือบางขึ้นให้อีกฝ่ายเป็นสัญญาณพร้อมเพรียงกับคำพูดที่เปล่งออกมาอย่างราบเรียบและไม่แฝงความนัยใดๆภายในถ้อยคำนั้น


ถ้ามีอะไรก็โทรมา วันนี้ไม่ต้องมานั่งเคลียร์เรื่องงบประมาณกับจิฮิโระจังหรอกนะ แล้วฉันก็น่าจะกลับช้าด้วย


อ่า...


ครืน!


แล้วเธอก็เดินออกจากอาคารเรียนไปโดยทิ้งให้เขาอยู่ในห้วงความฉงนสงสัยถึงกิจธุระที่ว่าต่อไป... อิโตนะค่อยๆเก็บของอย่างเชื่องช้า ในช่วงเวลานี้สมองของเขาทำงานเร็วยิ่งกว่าร่างกายเสียอีก มันมีความเป็นไปได้สูงว่าเลย์โกะจะไม่นำเรื่องของเส้นสายและข้อมูลไปพัวพันในช่วงก่อนสอบที่ต้องใช้เวลาไปกับการทบทวนบทเรียน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุผลอื่นใดมารองรับได้นอกเสียจากข้อสันนิษฐานที่ถูกปัดตกไปแต่แรกเสียแล้ว


ไปโรงพยาบาลก็ไม่น่าใช่... เพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเอือมระอากลิ่นไลโซลอยู่ไม่น้อยจากคำพูดของซาซากิ จิฮิโระ


จะตามไปก็กระไรอยู่ เขาเองก็ใช่ว่าจะมีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอีกฝ่ายมากนักเสีย หากทว่ากลับรู้สึกเป็นห่วงเนื่องด้วยการที่เจ้าตัวเธอนั้นไม่ได้แยแสสุขภาพกายและจิตของตนเองเทียบเท่าคนอื่นๆเลย ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะกลับมาเรียนในสภาพที่ดูไม่น่าให้อภัยแก่การปล่อยปะละเลยตนเองก็เป็นได้


อิโตนะพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย


คนเราก็มีกันล้นหลามทั้งโลกแต่ทำไมต้องเป็นยัยนี่ด้วยนะ?


กระเป๋าที่สะพายข้างอยู่นั้นถูกกระชับสายให้แน่นขึ้นโดยเจ้าของร่างเล็ก สองขาก้าวฉับไปยังรถลิมูซีนคันหรูซึ่งจอดเด่นเป็นจุดรวมสายตาของผู้คนรอบข้าง มือบางอีกข้างนั้นเอื้อมเปิดประตูรถด้านหลังแล้วจึงเข้ารถไปด้วยความรวดเร็วตามปรกติเนื่องจากไม่อยากเป็นจุดสนใจ ทันทีที่เสียงปิดประตูดังขึ้นก็ได้ยินเสียงทุ้มลึกของบุคคลที่มีประมาณยี่สิบกว่าปีนั้นเอ่ยขึ้นขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังจับพวงมาลัยของรถอยู่


เหนื่อยหน่อยนะครับ แล้วจึงส่งช่อดอกแกลดิโอลัสหลากสีสันซึ่งถูกจัดแต่งสวยงามมายังเธอที่อยู่เบื้องหลังของรถคันหรู เลย์โกะรับมันมาไว้ในมือ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อได้เชยชมความงามของช่อดอกอวบยาวตามเอกลักษณ์ของพันธุ์ไม้ซึ่งมีดอกใหญ่เรียงชิดติดกันเป็นสีสันหลากหลายถูกมัดรวมเป็นหนึ่งเดียว แลดูน่าประทับใจและแปลกตาไม่น้อยกับฝีมือจัดแต่งที่เข้าถึงรสนิยมของเธอได้เป็นอย่างดี


ไปกันเลยมั๊ยครับ? คนชักจะเริ่มให้ความสนใจกับรถของเราแล้ว อีกฝ่ายเอ่ยเสนอก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วดันแว่นสายตาให้เข้าที่คราหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบสีเหลืองนกขมิ้นของเขาชำเลืองมองเด็กสาวที่ยังคงเชยชมความงามของช่อดอกไม้ในมืออยู่ ริมฝีปากหยักลึกนั้นระบายรอยยิ้มแห่งความสบายกานสบายใจออกมา


ไปเร็วๆเลยนะ ไม่อยากเจอปัญหาอีก เสียงใสนั้นเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างไม่ให้เกียรติผู้ที่อายุมากกว่าสักเท่าไหร่ ทาคามิ โซจิโร่ส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความเอือมระอา อย่างไรเสียเขาก็ชินชากับอุปนิสัยที่ค่อนข้างจะแข็งกระด้างในด้านการสื่อสารของเด็กสาวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว


ครับๆ... ไหนๆก็วันครบรอบนี่นะ


อื้อ... ริมฝีปากบางของคุณหนูตระกูลสึมุกิเม้มเป็นเส้นตรงเมื่อส่งเสียงครางลากยาวเอ่ยตอบเขาไป


ถ้าเป็นฟิคอื่น เรื่องอื่น นิยายอื่นล่ะก็นะ... เชื่อว่ารีดจะต้องสงสัยในตัวของตลค.ใหม่นี้แน่ๆ

แต่อย่าลืมว่านางเอกฟิคนี้เป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นมันก็เดาได้ไม่ยากหรอก(มั้ง)

แต่ถ้าใครจำได้จากบทก่อนๆจะรู้ว่ามีบทบาทสำคัญ(อันน้อยนิด)อะไรในชีวิตนังคุณหนูแอล

---ส่วนเรื่องที่เลย์โกะควรจะเกลียดอิโตนะนั้นพอเป็นไปได้นะโดนพ่ออวยมากกว่าตัวเองอีก แต่คือนางก็ไม่ได้เกลียด555


             
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #152 JessicaBelle (@JessicaBelle) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 07:41
    ทั้งฟินทั้งจุกแบบแปลกๆ
    #152
    0
  2. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 03:28

    ฟินๆเเฮะ
    #151
    0
  3. #127 ฺBlackDevil (@BlackCat1105) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 19:03

    รออยู่นะคะ
    #127
    3
    • #127-1 Cres-Sense (@Ratchie-Ruby31) (จากตอนที่ 35)
      31 สิงหาคม 2561 / 21:17
      ก่อนอื่นเครสต้องขอโทษที่ว่าเรื่องนี้คงต้องดองอีกสักพักนะคะ ความจริงแล้วพอนำเนื้อเรื่องมาเรียบเรียงใหม่มันก็มีข้อผิดพลาดอยู่เยอะพอสมควรและอาจต้องรีไรท์ใหม่เล็กน้อยค่ะ น่าจะรีตอนประมาณใกล้จบเรื่องสักนิด และตอนต่อไปอาจจะอัพช้าไปสักนิดนะคะเพราะว่าติดฟิคเรื่องอื่นบวกกับงานด้วยค่ะ แต่เครสจะพยายามทยอยอัพค่ะ
      #127-1