ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    monster – assassination classroom fanfic

    ลำดับตอนที่ #7 : chapter 5 : don't look at me like that.

    • อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 64


      

    chapter 5

            เพราะว่าเส้นสายของคุณหนูเป็นอันตรายต่อพวกเรา

              อ่า...


              ผมจึงมีข้อเสนอมาให้คุณหนูแอลพิจารณาโดนเฉพาะครับ


             ทุกอย่างจะถูกเจรจากัน ณ เกียวโต ในวันทัศนศึกษาของคุณหนู หวังว่าเราคงจะไม่ต้องใช้กำลังในการเชื้อเชิญให้มายังสถานที่นัดพบนะครับ


    เป็นเมลที่ไม่ว่าจะอ่านกี่รอบก็รู้สึกระแวงและขนลุกซู่ทุกรอบ...


    และนี่มันเพิ่งจะตีสี่


             ตาเธอสว่าง ไม่ต่างอะไรกับคนที่ได้นอนมานับครึ่งวันทว่าความจริงแล้ว แค่ 6 ชั่วโมงก็ไม่ถึงเสียด้วยซ้ำ


              มันมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เธอนอนต่ออย่างสบายใจไม่ได้...


              คนที่ส่งเมลมาหาเธอคงจะไม่ใช่บุคลากรของรัฐบาลหรือกระทรวงกลาโหม แต่อาจจะเป็นคนนอกที่ถูกจ้างวานมาอีกที


             หรืออาจจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ปลอดภัย


             ไม่รู้สินะ อีกเดี๋ยวก็คงได้รู้เอง...


              เลย์โกะจ้องหน้าจอแล็ปท็อปของตนเองนิ่งๆ สมองประมวลผลความคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกลังเลเล็กน้อย ว่าจะทำอย่างไรระหว่างรอให้ถึงวันดังกล่าวดี


              อืม


              มันเหลือเพียงไม่กี่วันก็จะถึงช่วงทัศนศึกษาแล้ว ความจริงเธอก็รอได้อยู่หรอก


             แต่ว่า...


             มือที่วางอยู่บนเมาส์ขยับ ส่วนอีกข้างที่วางอยู่นั้นก็แตะลงบนแป้นพิมพ์


             พอจะรู้ไหมว่ามือปืนคนไหนถูกรัฐบาลจ้างวานในอีก 1 วันถัดจากนี้บ้าง?


             คนเรามันต้องหาข้อมูล ก่อนจะพบกับคู่เซ็นสัญญาของเราสิ


             J1NX คงไม่อะไรหรอก... อย่างไรเสีย ปกติเธอก็ทักไปแบบไม่เป็นเวล่ำเวลาแบบนี้อยู่แล้วนี่


              เลย์โกะเท้าคาง ดวงตาสีอเมทิตส์จดจ้องไปยังกล่องข้อความและเมลที่ถูกส่งออกไปของตนเอง


              มันรู้สึกแปลกเล็กน้อยที่ได้กลับมาทำอะไรแบบนี้...


              ในช่วงก่อนหน้า เธอก็ได้แต่เรียน นอน ไปคาเฟ่ แล้วก็ไปกลับไปเรียนใหม่ ซ้ำไปซ้ำมาเท่านั้นหากไม่นับเรื่องฝันร้ายที่ทำให้ตื่นขึ้นมากลางดึกน่ะนะ


              พอได้กลับมาแตะแล็ปท๊อปและเข้าเมลที่ไม่ได้เปิดมาเป็นเวลาสองถึงสามปีก็เกิดความรู้สึกหนึ่งที่อธิบายไม่ค่อยถูก


              มันไม่ใช่ความคิดถึง...


              มันแค่...


             ราวกับว่าได้กลับมาแตะสิ่งที่ตนเองพอจะทำได้ดีอีกครั้งหนึ่ง


              เลย์โกะดันเก้าอี้เลื่อนของตนเองออกจากโต๊ะ แล้วขยับทิศทางมันไปยังตู้เสื้อผ้าเก่าตู้หนึ่ง ที่แทบจะไม่มีเสื้อผ้าใดถูกเก็บไว้อยู่ข้างในเธอย้ายเข้าอีกตู้ที่อยู่ข้างเคียงไปเกือบหมดแล้ว


              จะเหลืออยู่ก็เพียงแต่...


              ปึง!


              ประตูที่ถูกเปิดออกมันฟาดไปโดนอีกตู้ข้างๆ และเธอสะดุ้ง สายตาตวัดไปยังบานประตูห้องที่อาจมีคนเคาะเรียกได้ทุกเมื่อ


    อดไม่ได้ที่จะยิ้มแหยให้กับการกระทำที่ใช้เรี่ยวแรงเกินความจำเป็นของตนเอง เลย์โกะได้หวังว่ามันคงจะไม่ดังเกินจนรบกวนจิฮิโระในเวลาเช้าตรู่นี้


              แล้วสายตาก็เลื่อนจากประตูห้องมายังข้างในตู้เสื้อผ้า เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรตามมา


              อ่า...


              รอยยิ้มแหยนั่นสลายไปในยามที่สบกับเครื่องดนตรีฝุ่นเขรอะเบื้องหน้าตนเอง...


             สี่ไม่สิ ห้าปีได้แล้ว ที่เธอไม่ได้เห็นมัน


              ปึง...


              และเมื่อทวนความทรงจำในห้วงความคิดเรียบร้อย ก็ถึงคราวที่จะต้องบอกลากู่เจิงนั่นอีกครั้งหนึ่ง


              บางทีเลย์โกะก็คิดว่าเธอชอบทรมานตนเองด้วยความทรงจำเก่าๆ


              มันเป็นสิ่งที่ทำร้ายเธอ...


             แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ใจที่ขวนขวายอดีตนั้นพองโตยิ่งกว่าสิ่งใด


              และในตอนนี้ก็คงไม่มีท่าทีว่าจะนอนหลับแล้ว


    ________

     

             บาปกรรมของคนเรามันหนักหนา


              อาจารย์สึกิโมโตะเคยทวีตข้อความนี้ไว้ครั้งหนึ่ง แต่เมื่อตอนไหน เธอก็ไม่อาจจดจำได้...


             รู้แต่เพียงว่ามันเหมาะสมกับตนเองในสภาพที่ง่วงแทบตาย เพราะนอนไม่พอเป็นบ้าเลย


             ศีรษะนั้นฟุบอยู่บนโต๊ะ ตาเธอจะปิดอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นความรับผิดชอบอันน้อยนิดของตนเองในฐานะเศษห้องก็ยังคงรั้งไม่ให้ตกไปในห้วงความฝัน และคงอยู่กับปัจจุบันในฐานะของสมาชิกกลุ่มที่ยอมรับคนเพิ่มอีกหนึ่งคนของนางิสะ


              คุณสึมุกิ ไหวหรือเปล่า?


              ฉันว่าคุณสึมุกิไม่น่าไหวนะนางิสะ


              นั่นน่ะสินะ... เธอถอนหายใจ


              ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเพื่อนร่วมกลุ่มแต่ละคน ใต้ตาที่เริ่มคล้ำเล็กน้อยนั้นถูกกลบด้วยคอนซีลเลอร์และแป้งพัพ แต่ถึงกระนั้นคนที่เชี่ยวชาญในเรื่องการแต่งหน้าก็คงจะดูออกอยู่ดี


              เธอสบตากับสึกิโนะ โทโมฮิโตะอดีตสมาชิกชมรมเบสบอลของโรงเรียน ในตอนก่อนจะถูกย้ายมายังห้อง 3-E


    จากที่ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบกับนางิสะก่อนหน้านี้ ก็พอจะรู้ว่าเขาระแวงในตัวเธอและคารุมะมากเพียงใด...


              ฉันไม่สร้างเรื่องหรอกนะ บอกไว้ก่อน


              หือ?เขาเลิกคิ้ว


              คนที่น่าเป็นห่วงก็มีแค่คารุมะเท่านั้นแหละ ปกติแล้ว ฉันก็ใช่ว่าจะเป็นพวกก่อเรื่องสักหน่อย


              การทำงานร่วมกันมันต้องใช้ความไว้ใจ ถึงจะมีประสิทธิภาพและขอให้ปัญหาตรงนั้นอยู่ที่พฤติกรรมของคารุมะอย่างเดียวเถอะ


              เธอชอบอยู่เงียบๆ และเรื่องระเบิดเมนทอสนั่นก็เป็นเพียงการเรียกร้องความสนใจที่ไม่เป็นไปตามหวังเท่านั้น


              ...แน่ใจนะ?


    เธอลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วจึงไปยืนข้างคารุมะ


    จะให้นั่งอยู่คนเดียวในกลุ่มมันก็กระไรอยู่...


              แน่ใจสิ ให้เกี่ยวก้อยสัญญายังได้


              คันซากิ ยูกิโกะหัวเราะเล็กน้อย


              ฉันเชื่อนะคะ


              และนั่นทำให้สาวเจ้าหันขวับมายังสึกิโนะอีกครั้งทันที


              เชื่อยูกิโกจจิ แล้วชีวิตจะเจริญนะ


              เธอทำมาดอนน่าห้อง E กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วนะนั่น


              หุบปากน่าคารุมะ เลย์โกะกลอกตา


              ผลก็คือสึกิโนะก็ยอมๆไปตามคนอื่นนั่นแหละถึงแววตานั่นก็สื่อว่า ไม่ค่อยชอบทั้งเธอและคารุมะ ก็ตามทีเถอะ


              แต่ว่านะ... เรื่องแบบนั้นก็ชินชาแล้วล่ะ


              เลย์โกะคงจะตกใจก็ต่อเมื่อมีคนถูกใจในตัวเธอตั้งแต่แรกพบเสียมากกว่า


             เพราะนั่นมันประหลาดเป็นแน่แท้


             ครืน!


              เสียงเลื่อนเปิดประตูห้องดังขึ้น และทุกสายตาก็มองไปยังอาจารย์ประจำชั้นที่เดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือเล่มหนาปึกมากมาย


              หนังสือหนึ่งเล่มต่อหนึ่งคนนะครับ


              เลย์โกะขมวดคิ้ว


             ไกด์บุ๊คเหรอ?


             นั่นอะไรเหรอครับ?


             คงไม่ใช่หรอก


              คู่มือการไปทัศนศึกษาครับ


              . . .


             คะ?


             และด้วยความเร็ว 20 มัคของเขา ภายในไม่กี่วินาที หนังสือเล่มหนานั้นก็มาอยู่ในมือเธอเสียแล้ว...


              และคงไม่ต้องบอกว่ามันหนักเพียงใด เพราะคนที่มีแรงกายน้อยแบบเธอนั้นแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน


              นี่มันพจนานุกรมแล้ว!” ทุกถ้อยคำของมาเอฮาระล้วนเป็นสิ่งที่เธอเห็นด้วย


              เลย์โกะวางมันลงบนโต๊ะตนเองอย่าทุลักทุเล


              รวมภาพจุดชมวิวแห่งพร้อมภาพประกอบร้อยอันแรก มีไปจนถึงการประยุกต์ใช้เป็นคู่มือเทคนิคป้องกันตัวเวลาเดินทาง ผมนั่งทำจนถึงเมื่อคืนวานเลยนะครับเนี่ย!” อาจารย์โคโระกล่าว พลางเปิดอ่านแต่ละหน้าในหนังสือแบบผ่านๆ


              ของสมนาคุณเป็นโมเดลกระดาษของวัดคินคะคุจิครับ!”


              คึกเกินไปหรือเปล่าเนี่ย!?


              ดวงตาสีอเมทิตส์คู่นั้นมองอาจารย์ประจำชั้นของตนเองด้วยความประหลาดใจเหมือนทุกครั้งครา การลงทุนในแต่ละเรื่องของเขามันเป็นอะไรที่เธอไม่ยักเข้าใจ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแย่ที่ได้รับของแบบนี้มา


             โมเดลมันก็น่ารักดี...


             นี่ๆ คุณสึมุกิอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษไหม?


              และเมื่ออาจารย์โคโระกล่าวชี้แจงเสร็จสิ้น พวกเธอก็กลับมาคุยเรื่องภายในกลุ่มเฉกเช่นเดิมโต๊ะถูกนำมาต่อเข้าด้วยกัน มันสะดวกกว่าการยืนคุยกันเยอะ


    ซึ่งประเด็นดังกล่าวที่คายาโนะเอ่ยถามเธอ ก็ทำให้เลย์โกะเงียบไปครู่หนึ่ง


              ไม่ใช่เพราะว่ากำลังครุ่นคิดสถานที่...


             แต่เป็นเรื่องเมลนั่นต่างหาก


             ถ้าให้พูดตามตรง เธอกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่รู้อะไร นอกจากเรื่องที่ว่าตนเองไม่น่าปลอดภัย อย่างถ่องแท้เลยเสียด้วยซ้ำ


              และในตอนนี้ ก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะต้องปลีกตัวออกไปในตอนไหน ในเวลาใด ณ ที่แห่งใด


              ความจริงก็ได้หมดนะ ฉันไม่เกี่ยงเธอตอบกลับไป ก่อนที่จะเปิดคู่มือเล่มหนาของอาจารย์โคโระเพื่อหาสถานที่ที่น่าสนใจ


              แต่ว่าปกติแล้วน่ะ... มันก็ต้องเป็นพวกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ใช่ไหมล่ะ? แต่พอบวกความเป็นห้อง 3-E เข้าไป ก็เลยต้องเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการลอบสังหารด้วย ซึ่งตัวเลือกนอกเหนือจากนั้นมันก็ไม่น่ามีแล้ว


              มือบางสไลด์สมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากระโปรง แล้ววางมันลงบนโต๊ะ


              เพราะแบบนั้น ฉันถึงไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษในเรื่องนี้ไง


              คุณสึมุกิไม่ชอบสถานที่พวกนั้นเหรอ? นางิสะเลิกคิ้ว


              เธอส่ายหน้า


              ความจริงก็ไม่ใช่หรอก—”


              เลย์โกะเป็นประเภทที่ถ้าไม่ได้อยู่ในบ้าน ก็ออกไปคาเฟ่กับไปช็อปปิ้งสักสองสามชั่วโมงน่ะนางิสะคุง


              ดวงตาสีอเมทิตส์ชำเลืองมองคนที่แทรกบทสนทนาของตนเองกลางคัน


              ว่า?


              เลย์โกะกลอกตาใส่เขา ก่อนจะเบนความสนใจมายังนางิสะเฉกเช่นเดิม


              ก็ตามที่ได้ยินนั่นแหละ ฉันไม่ค่อยออกไปไหนสักเท่าไหร่ วันหยุด ช่วงเทศกาล สุดสัปดาห์ก็ไม่ได้เที่ยวมาก


              อ๋อ


              แต่ก็ไม่ได้เกี่ยง ฉันไปได้หมด แค่อาจจะเก้ๆกังๆบ้างกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปหน้าที่สนใจในคู่มือทัศนศึกษาของอาจารย์โคโระ


              เธอไม่มีที่คั่นหนังสืออยู่กับตัวและต่อให้มี ก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้แบกใส่กระเป๋าไปยังเกียวโตหรอก


             มันหนักจะตาย... เธอแรงเยอะเสียที่ไหนกันเล่า?


              แต่ว่านะ พอพูดถึงคาเฟ่แล้ว เหมือนฉันจะเคยได้ยินว่ามีร้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าขนมและเครื่องดื่มอร่อย โดยเฉพาะช็อกโกแลตร้อนน่ะ! เห็นว่ามันสุดยอดสุดๆไปเลย!


              หน้าจอสมาร์ทโฟนยังคงค้างอยู่ ณ แอพพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูป ทว่าสายตาเลื่อนไปมองเพื่อนในกลุ่ม ตั้งแต่ถ้อยคำแรกของคายาโนะ คาเอเดะแล้ว


              ว่ามาคาเอเดจจิ


              เธอกดปุ่มถ่ายรูปรัวๆ ระบบเสียงหาได้ถูกเปิด ทว่าทุกคนในกลุ่มก็พอจะเห็นว่าสาวเจ้าหาได้ใส่ใจจะสังเกตความคมชัดของรูป เพียงแต่คิดว่าหากกดไปหลายรอบ ก็คงจะมีสักรูปที่ความคมชัดตามที่ต้องการ


              อ่า... แต่ว่าฉันจำชื่อร้านไม่ค่อยได้นี่สิ สัญญาณตรงนี้ก็ไม่มีด้วยคายาโนะหัวเราะแห้ง


              จะเป็นอะไรไหม? ถ้าฉันจะขอแอดคุณสึมุกิน่ะ เดี๋ยวส่งไปให้ในตอนเย็น


              นั่นทำให้เธอเลิกคิ้ว


              แต่เลย์โกะก็พยักหน้าตอบรับ แล้วกดเข้าแอพพลิเคชั่นแชทเพื่อแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อในเวลาต่อมา...


              แน่นอนว่ามันน่าสงสัย ในเมื่อร้อยทั้งร้อยของคนในห้องนี้ คงจะสังเกตได้ว่าเธอพกไวไฟฮอตสปอตติดตัวและเธอก็ใช่ว่าจะหยิ่งจนไม่แบ่งให้เสียหน่อย


    เมื่อตอนเช้า เธอยังแชร์ให้คุราฮาชิ ฮินาโนะในตอนที่กำลังคุยเรื่องแมลงกันอยู่เลย


              เพราะว่าใคร่อยากรู้เรื่องแมลงชื่อแปลกที่เจอในหนังสือ จึงได้เข้าไปถามทันทีน่ะ...


              และพอนึกถึงอะไรแปลกประหลาด ก็มีเรื่องหนึ่งที่เธอไม่สามารถเมินเฉยได้


             การที่คายาโนะ คาเอเดะคนนี้ไร้ซึ่งข้อมูลในเชิงละเอียด


             เพราะว่าเป็นนักเรียนใหม่ ก็เลยทำให้น้อยคนรู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเธอคนนี้ แม้แต่ชิโอตะ นางิสะที่สนิทกันพอสมควรก็ด้วย


              ทว่าในกรณีของเธอ ที่ปกติจะได้ข้อมูลของคนอื่นๆในทุกๆครั้งที่ต้องการน่ะ... มันไม่ใช่


              โอเคๆ แอดเสร็จเรียบร้อยแล้ว


             นอกจากเรื่องเมลแล้ว ก็ยังมีเรื่องของเพื่อนร่วมห้องคนนี้อีก


              แล้วก็นะ... ฉันคิดว่าเราควรจะสร้างกลุ่มแชทรวมไว้ด้วย เผื่อว่าอาจจะมีคนหลงทาง


              และเธอ ผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการวิ่งหนีทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเจอ...


    ก็กลบความรู้สึกทั้งหมดนั้นด้วยการเปลี่ยนประเด็นในหัวของตนเองอีกครั้งหนึ่ง

     

    ________

     

              เพราะได้มาเที่ยวแท้ๆ ก็เลยได้เห็นอีกด้านของทุกคนที่ไม่เคยเห็น


              อืม จากนี้ไปอาจจะได้เห็นความสามารถของหลายๆคนมากกว่านี้ก็ได้


              สึงายะ โซสึเกะเก่งในเรื่องงานฝีมือและงานศิลปะและเพราะเป็นแบบนั้น จมูกปลอมของอาจารย์โคโระจึงดูเป็นธรรมชาติขึ้น


              เลย์โกะชำเลืองมองพวกเขา ในขณะที่ตนเองยังอยู่ในวงเล่นไพ่เล็กๆน้อยๆภายในกลุ่ม มือหนึ่งถือไพ่ของตนเอง และอีกมือก็มีหนังสือเล่มที่อ่านค้างไว้เปิดอยู่


              ทำสองอย่างในคราวเดียวกันแบบนี้แหละ...


             ไม่แปลกใจที่แพ้มาหลายต่อหลายตาแล้ว


             นี่ เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อน้ำสักหน่อย มีใครอยากดื่มอะไรไหม?คันซากิเอ่ยถามขึ้น


              อ๊ะ... เดี๋ยวฉันไปด้วยนะ


              ฉันไปด้วย!”


              ดวงตาสีทองของคนที่สนิทที่สุดในกลุ่มเหลือบมองเธอ ในทันทีที่ได้ยินโอคุดะและคายาโนะกล่าวตอบคันซากิไป


              ราวกับว่ากำลังจะบอกเธอให้ตามไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น


              เลย์โกะขมวดคิ้ว


              ทำตัวอย่างกับผู้ปกครองของเด็กที่ไม่ชอบเข้าสังคม...


    เล่นสวมบทบาทสมมติเป็นพ่อเธอหรือไง?


              ฉันไม่ไปนะ เลย์โกะล่ะ?


              แต่ถึงกระนั้น...


              อืม เดินยืดเส้นยืดสายหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง


             ไพ่กับหนังสือในมือก็ถูกวางลงแต่โดยดี


             ดีเลย! สาวๆจะได้คุยกันระหว่างทางด้วย!”


              เธอพยักหน้าตอบรับ แม้จะไม่ค่อยมั่นใจนักว่าประเด็นดังกล่าวที่จะพูดคุยกันคืออะไรก็ตาม

     

    ...

     

              ว่าแต่ว่า คุณสึมุกิเนี่ย... สนิทกับคุณนากามุระสินะคะ


              เธอกำลังเปิดขวดชาพีชสำเร็จรูปอยู่ แต่ในตอนนั้นเองที่เผลอปล่อยมือ และเกือบทำมันตกลงรถไฟ


              หมับ!


              อ่ะ... อ่า...


              อย่าขอโทษนะมานามิจจิ เธอเอ่ยดัก


              ขอร้องเถอะ... ไอ้ความป้ำๆเป๋อๆไม่เป็นเวลานี่คือสาเหตุ ไม่ใช่ถ้อยคำที่ดูเป็นคำถามทั่วไปของเจ้าหล่อนเลยสักนิด


              โอคุดะ มานามิพยักหน้าตอบรับไปแบบจำใจ


    นั่นคงเป็นเพราะสีหน้าและน้ำเสียงที่แฝงเจตนาบังคับ พอบวกกับการที่ปกติแทบจะไม่ได้พูดคุยกันมาก สาวเจ้าจึงยังแอบกลัวเธออยู่แบบนี้


              ความจริง... เรื่องสนิทหรือไม่สนิทเนี่ย ฉันก็พูดไม่ได้เต็มปากหรอก ส่วนใหญ่แล้วจะให้คนอื่นตัดสินใจมากกว่าว่าสนิทกันไหมถ้าเอาแบบตรงๆเลยก็คือไม่กล้าคอนเฟิร์มอะไรฝ่ายเดียว เลย์โกะเอ่ยตอบ วกเข้าประเด็นเดิม ก่อนที่โอคุดะจะลนลานไปมากกว่านี้


              แต่ว่าเรียกชื่อต้นกันนี่


              อ๋อ...


              ชาพีชถูกดื่มไปในปริมาณหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบคายาโนะไป


             ฉันชอบให้เรียกชื่อต้นมากกว่านามสกุลน่ะ ที่จริงแล้ว


             และเพราะถ้อยคำดังกล่าว... จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อย ที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆในอกอีกครั้งหนึ่ง

     

    ________

     

              แผนการทัศนศึกษานั่นน่ะ... มั่นใจใช่ไหมว่าหยิบมาด้วยจริงๆ?


              เพราะว่าคู่มือของอาจารย์โคโระมันหนาเกินกว่าจะพกติดตัว คันซากิจึงได้พกที่ตนเองเขียนมาเสียแทน


              ทว่าจะโชคร้ายก็ตรงที่พอกระเป๋าดูแล้ว ก็ไม่มีแม้แต่สมุดเล่มเดียวนี่สิ...


              อืม ฉันว่าฉันใส่มาแล้วนะ


              ให้ฉันลองเช็คที่ขบวนรถไฟให้ไหม?


              ไม่เป็นไรค่ะคุณเลย์โกะ ไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอก คันซากิตอบ ใบหน้าที่ดูกังวลนั้นแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนหวาน ในยามที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ


              เลย์โกะที่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมานั้นปิดหน้าจอมันลงอีกครั้งหนึ่ง


              แล้วจึงพยักหน้าตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่ดูประหลาดใจเล็กน้อย...


             ไม่ชิน


             นั่นคือความรู้สึกที่มีต่อการเรียกในรูปแบบใหม่ของเพื่อนสาวทั้งสามแต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นความรู้สึกที่หาได้แย่นัก


              ความรู้สึกที่มีต่อนามสกุลที่ใช้นั้นห่างไกลจากคำว่า ชิงชัง อยู่มากพอสมควร ทว่าตัวเธอเองก็ชอบยกประเด็นที่ว่า มีเพียงเงินและเส้นสายที่ได้รับจากสกุล ขึ้นมาคิดบ่อยๆ


              มันเป็นอภิสิทธิ์อันน้อยนิด... หากเทียบกับคนอื่นๆที่มีทั้งชื่อเสียง ผลงาน และประวัติ


              ทว่าอย่างน้อย ในภารกิจของห้องเรียนนี้ เธอก็อาจจะได้ใช้มันให้เป็นประโยชน์มากกว่าที่เคยทำ


              ฉันไม่เห็นอะไรตกในขบวนรถไฟนะ...คายาโนะพึมพำ และนั่นยิ่งทำให้เลย์โกะนึกสงสัย


              ถึงเธอจะไม่เคยเห็นสมุดแผนการทัศนศึกษาของคันซากิ ยูกิโกะ แต่ดูทรงแล้ว เจ้าตัวก็คงไม่ใช่คนที่จะหลงลืมอะไรแบบนี้ได้ง่ายๆ


             ดูเป็นคนที่คงจะตรวจเช็คในกระเป๋าหลายรอบ เพื่อความมั่นใจเสียด้วยซ้ำ


              ตุบ!


              เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องรับแขกของเรียวกังและอย่างที่คิด มันหาได้นุ่มเทียบเท่ากับของที่บ้านเธอเลย


              แต่ก็ใช่ว่าจะมีอะไรให้ไม่พอใจมากหรอก... เธอไม่ได้เสพติดการใช้ของหรูหรา


              แค่รู้สึกว่าทิ้งตัวลงแรงไปหน่อยก็เท่านั้น


             และแน่นอนว่าทุกอย่างไม่ได้ถูกแสดงออกทางสีหน้า


             อืม...


              เลย์โกะยังคงครุ่นคิดต่อไป


              มันต้องมีบางอย่างที่น่าสงสัย...


    ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าชีวิตประจำวันของเธอจะขึ้นอยู่กับขอบเขตความเป็นจริงแล้วด้วยมองใบหน้าอาจารย์โคโระเป็นหลักฐานสมทบได้เลย


              อะไรๆก็เป็นไปได้


             แต่มันต้องมีสิ่งสำคัญที่เธอเผลอเมินเฉยสิ


              สิ่งสำคัญ... ที่เผลอเมิน...


              เป๊าะ!


              เมื่อตอนไปซื้อน้ำน่ะ เธอเอ่ยเกริ่น เสียงเพี้ยนเล็กน้อยในตอนเริ่มประโยค แต่ก็ตัดสินใจเมินเฉยมันไป


    นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก... ถึงจะแอบรู้สึกอายอยู่บ้างก็ตาม


              ยูกิโกจจิเดินชนนักเรียนคนหนึ่งจากอีกโรงเรียน—”


              เลย์โกะจังคิดว่าเขาเป็นคนเอาไปเหรอ!?


              อ่า... เธอหยิบไวไฟฮอตสปอตออกมาจากกระเป๋าตนเอง


              มีความเป็นไปได้... เพราะว่าถ้าให้พูดตามตรงน่ะ การที่สมุดเล่มหนึ่งจะติดตัวไปกับคนที่เดินชนกันแค่ครั้งเดียวเนี่ย ดูอย่างไรก็บ้าบอชัดๆ และต่อให้ความบ้าในรูปแบบของการลอบสังหารโดยนักเรียนม.ต้นจะมีอยู่บนโลกใบนี้ มันก็ยังดูสมเหตุสมผลกว่า ในหลายๆด้านเลยด้วย


              รายนั้นมีเมือกเหนียวติดตัวที่เมื่อชนใคร ก็จะมีสิ่งของของคนคนนั้นติดตัวเสียที่ไหนกันล่ะ? ดูอย่างไรก็นักเรียนทั่วไปชัดๆ


             ไม่สิ...


             แต่ว่า ถ้าจะให้เอาคืนมานี่ก็คงจะยากหน่อย


              ก็ไม่อยากจะมองคนแค่ที่ภาพลักษณ์ภายนอกหรอก แต่ลุคของคนคนนั้นก็คล้ายแยงกี้อยู่พอสมควร...


              รวมไปถึงบุคลิกนั่นด้วยถึงจะไม่ได้พูดจาหาเรื่องโดยตรงก็เถอะ


              เลย์โกะจังตาไวสุดยอดไปเลยแฮะ ฉันไม่ได้รู้สึกเอะใจในตอนนั้นเลย


              “ฮะ?” เธอแค่นหัวเราะเล็กน้อย


    แล้วจึงส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคายาโนะ


              ก่อนหน้านี้ก็เคยถูกชมในทำนองเดียวกัน ในขณะที่กำลังพูดคุยเรื่องนิยายที่อ่านอยู่กับพวกหล่อน เธอก็ได้เอ่ยถึงข้อสังเกตในพฤติกรรมของฟุคุชิมะที่สามารถชี้ไปยังเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาได้


              และนั่นทำให้นางิสะเอ่ยทัก


             คุณสึมุกิเนี่ย ช่างสังเกตจังเลยนะครับ ในเล่มไม่ได้มีอธิบายไว้ด้วยซ้ำว่ามันเชื่อมกับเบื้องหลังเบื้องหลังของพระเอกน่ะ


              ยัยนี่น่ะ ดูเผินๆก็ไม่น่ากลัวใช่ไหมล่ะนางิสะคุง? แต่พอมารวมกับพวกข้อมูลที่หามาได้แล้ว ก็กลายเป็นอะไรที่บันเทิงกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลย


             ก็จริง... คุณสึมุกิที่ทั้งสืบหาข้อมูลคนอื่นจนรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง และในขณะเดียวกัน ก็สามารถสังเกตอะไรเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับคนๆหนึ่งผ่านพฤติกรรมได้... ดูอย่างไรก็สุดยอดไปเลยแฮะ’


             ...จะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน ขอบคุณนะชิโอตะ


              อ่า... แค่บังเอิญน่ะ


              คนที่ช่างสังเกตในคราวนั้นน่าจะเป็นเขาเสียมากกว่า...


             ชิโอตะ นางิสะที่คอยจดบันทึกเรื่องราวของอาจารย์โคโระอยู่ตลอดคนนั้นน่ะ


              เป็นชั่ววูบหนึ่งที่เธอรู้สึกระแวงเขาขึ้นมาประมาณหนึ่ง ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเด็กหนุ่มนั้นหาได้มีพิษสงแก่ตัวเธอ


             ทว่าความรู้สึกที่ไม่ต่างกับการถูกอสรพิษเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมันก็ทำให้รู้สึกอึดอัดใจอยู่เหมือนกัน...


              พอดีว่าตอนนั้นเหมือนถูกมองหาเรื่อง ก็เลยกะจะทำการศึกษาสักนิด ทำแบคกราวน์เช็คสักหน่อย เผื่อว่ามันมีอะไรที่ฉันใช้ได้ในอนาคต


              ว่าไปนั่นความจริงเธอแค่ระแวงหลายสิ่งหลายอย่างรอบตัว เพราะว่าเมลโง่เง่านั่นต่างหาก


              เรื่องแบบนั้นมันทำได้แค่ในซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนไม่ใช่เหรอ? สึกิโนะแย้งขึ้นมา


              เลย์โกะเลิกคิ้ว


              ก็นะ... ถ้ามีเงิน อำนาจ อภิสิทธิ์ และเส้นสาย อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละสึกิโนะ


              -นี่เธอคงไม่ใช่มาเฟียปลอมตัวมาใช่ไหมสึมุกิ!?


              วางซีรี่ส์สอบสวน แล้วกลับไปดูแมทช์เบสบอลเถอะนะ


              ทุกอย่างจบลงด้วยเสียงหัวเราะของคันซากิ แผนการเดินทางที่หายไปและอาจจะไม่ได้คืน แชทของมาโคโตะ โทยะที่เธอเปิดขึ้นมาบนสมาร์ทโฟน และความคิดที่ว่า ช่วยไม่ได้ กับ คงต้องปล่อยมันไป ของคนในกลุ่ม


              เพราะเราทุกคนยังคงเป็นนักเรียน ไม่สามารถจะยืนยันความเป็นจริงหรือไปตามคืนได้ในช่วงทัศนศึกษาที่มีเวลากระชั้นชิดหรอก


             แต่บางทีใครบางคนอาจจะพอช่วยเหลือได้


             ถ้าเขาไม่โทรศัพท์มาบ่นเธอจนหูชาก่อนน่ะนะ...

     

    ________

     

              มาถึงเกียวโตแล้วทั้งที อยากกินวาราบิโมจิจัง!”


              เจ้าของเมลนิรนามไปส่งข้อมูลที่เต็มไปด้วยน้ำมาในตอนที่เธอออกจากเรียวกัง มันช่างเป็นจุดเริ่มต้นของวันวันหนึ่ง ที่ดีจนเธออยากจะสำรอกออกมา หากไม่ติดว่าเสียดายมื้อเช้า


              เนื้อความสำคัญคือ อีกไม่นานนัก และ เธอไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวพวกเขาจะจัดการเอง


              และเมื่อคายาโนะบ่นออกมาในตอนที่กำลังมุ่งหน้าหาสถานที่ที่ตกลงกันไว้ ตัวเธอที่ต้องการจะกีดกันความทรงจำในส่วนนั้นจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปยังเรื่องขนมหวานแทน


              ถึงปกติจะไม่ชอบอะไรที่หวานมาก... แต่ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม จับคู่ร่วมกับชาแล้ว มันก็คงจะไม่ทำร้ายลิ้นกับคอของเธอมากหรอก


              งั้นลองใส่ยาพิษลงไปในขนมไหม?


             —โอเค ไม่หิวแล้ว


             ว่าไงนะ!?


              อาจารย์โคโระชอบกินขนมหวานมากๆเลยล่ะ


              ก็ดีนะ เป็นวิธีที่เหมาะจะใช้กับอาจารย์ดี


              แบบนั้นก็เสียของพอดีสิ!”


              ส่วนคายาโนะก็ตกใจกับบทสนทนาที่กลับไปเป็นประเด็นของการลอบสังหารอีกครั้งหนึ่ง เลย์โกะได้แต่เพียงมองท่าทีเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


              ก็สมาชิกห้อง 3-E เป็นทั้งนักเรียนและนักฆ่านี่นะ...


    ไม่ชินก็ต้องทำตัวให้ชินแหละ


              ถ้ามียาพิษที่ใช้ได้ผลกับอาจารย์โคโระล่ะก็...


              เป้าหมายของพวกเธอนอกจากจะจมูกดีแล้ว ก็ยังเรียกได้ว่าการฆ่าด้วยพิษนี่ยากเอาเรื่อง ต่อให้ตัดเรื่องความเร็วอันสุดแสนจะน่ารำคาญนั่นไปก็ตาม


              ข้อมูลการทดลองที่เธอขอไปก็คงจะมาอีกสักพักหนึ่ง จะให้เร่งงานก็คงน่าเกลียดเกินไป อย่างกับว่าการคลิกเมาส์เพียงครั้งเดียวจะทำให้ข้อมูลทุกอย่างหลุดรั่วออกมาอย่างนั้นแหละ


             มาโคโตะไม่สบถใส่เธอก็บุญแล้ว รายนั้นยิ่งอารมณ์เสียเวลาได้งานยากๆอยู่ด้วย


              แต่ว่านะ มาเกียวโตทั้งทีก็อยากลืมเรื่องลอบฆ่าบ้างแฮะ สึกิโนะเอ่ยขึ้น


              ทิวทัศน์ก็ออกจะสวย ไม่เห็นเหมาะจะใช้เป็นที่ลอบสังหารเลย


              ไม่หรอกนะ


              ทุกทีมันต้องมีสักจุดสองจุดแหละ ไม่ใช่สัจธรรมอะไร แต่ฉันรู้สึกแบบนั้น และความคิดเห็นที่เอ่ยออกไปก็ทำให้นางิสะรู้สึกเห็นด้วย เขาพยักหน้าเออออกับเธอ


              ว่าแต่ว่า ที่ต่อไปคือที่ไหนนะ?


              ถ้าให้พูดตามตรงแล้วน่ะ... แค่ จุดสองจุด ก็คงจะน้อยไปสำหรับที่ที่เปรียบเสมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของการลอบสังหารแบบนี้


              เธอเองก็หาได้เชี่ยวชาญในเรื่องข้อมูลเทียบเท่านางิสะหรือคันซากิหรอก แต่ก็พอจะได้ไปศึกษามาเล็กน้อย ในคืนก่อนวันเดินทาง


             พวกเธอเดินผ่านสถานที่ลอบสังหารของซากาโมโตะ เรียวมะ... และเมื่อไม่นานนัก ความต้องการที่จะพักผ่อนของคนในกลุ่มก็มาเยือน


              ดีไหมล่ะเลย์โกะ? ได้โอกาสไปแวะคาเฟ่ ไม่ก็ซื้อขนมกลับไปตุนที่บ้านนะ


             พร้อมเพรียงกับสิ่งที่ทำให้เธอระแวงเป็นอย่างมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมาด้วย


             มีข้อความจากเมลเดิมถูกส่งมาให้เธอ มันแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อคของสมาร์ทโฟนที่หยิบขึ้นมาเพื่อดูเวลาพอดิบพอดี


              จ้าๆ เธอกล่าวตอบคารุมะไปแบบขอไปที ขณะที่ชะลอฝีเท้าตนเองลง


              เด็กสาวที่กำลังเช็คแจ้งเตือนของตนเองนั้นได้ออกห่างจากเพื่อนในกลุ่มทัศนศึกษาไปเรื่อยๆ...


    แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงหรอก เธอจวบจะอายุ 15 แล้ว ระวังตัวอยู่พอสมควร และต่อให้หลงทาง ก็รู้ดีว่าควรจะทำเช่นไร


    มันไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด...


    หมับ!


    หากไม่ติดว่าจู่ๆก็มีคนเดินเข้ามาประชิดตัวน่ะนะ


    อยู่นิ่งๆ


    ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


    มันเร็วเกินไป...


    เร็วเกินจนน่าเหลือเชื่อ...


    ราวกับว่ากำลังถูกพาตัวไปที่ไหนสักแห่ง... ด้วยความเร็วที่คนปกติไม่น่าจะมี

     

    ...

     

              คาเฟ่ที่คายาโนะแนะนำมานั่นคือสถานที่ดังกล่าว


              และมันช่างน่ารำคาญเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น ที่ตัวเธอไม่สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศได้ตามความต้องการของตนเอง


              แต่ต้องมาพูดคุยเรื่องข้อตกลงหนึ่งเสียแทน...


             เธอส่งข้อมูลที่มาโคโตะหาได้เกี่ยวกับนักเรียนคนเมื่อวานไปให้ในกลุ่มก่อน (กันตนเองลืมในภายหลัง) ก่อนจะส่งข้อความสุดท้ายไปว่า ไม่ต้องตามหา ขอแว๊บมาเที่ยวสักแป๊บ แล้วจึงปิดสมาร์ทโฟนลง


              เลย์โกะช้อนสายตาขึ้น สบกับดวงตาสีอำพันสวยของอีกฝ่ายพอดิบพอดี...


             คนที่พาตัวเธอมาน่ะ


              เด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกัน สูงกว่าเธอไม่มากนัก มีเรือนผมสีเงินแกมฟ้า ดวงตาที่งดงาม ทว่าก็ฉายแววที่แลดูไม่เป็นธรรมชาติชอบกล และสีหน้าที่เรียบนิ่งเกินไป...


              มันทำให้ใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างไรก็ไม่รู้


             พวกเขามาไม้ไหนกันแน่?


              ชิโระไปเข้าห้องน้ำ


              และเพราะว่าจู่ๆเจ้าตัวก็เอ่ยขึ้นมา จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่คิ้วเรียวของเลย์โกะจะเลิกขึ้นด้วยความสงสัย


              เดี๋ยวเขาก็มา


              คนนี้เมลหาฉันน่ะเหรอ?


              อืม เด็กหนุ่มตอบ ก่อนจะตักเค้กคำสุดท้ายเข้าปากตนเองไป


              แล้วความเงียบก็ปกคลุมอีกคราหนึ่ง...


              มันน่าอึดอัดอย่างน้อยก็สำหรับเธอ ที่แทบจะไม่รู้อะไรในเชิงลึกเลย


              เธอไม่รู้แม้แต่จะรู้ชื่อหรือสกุลของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับตนเองเสียด้วยซ้ำ


              เลย์โกะหลุบตาลงต่ำ แล้วช้อนมองเขาหลายต่อหลายครั้งไม่อาจมั่นใจได้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรทำเช่นไร


    หากเปิดสมาร์ทโฟนอีกครั้งหนึ่งก็คงจะดูเสียมารยาท ในเมื่อตนเองยังอยู่ในการพูดคุยเจรจาและการยื่นข้อเสนอบางอย่าง


              โดยปกติแล้ว เธอจะไม่ประหม่าเสียขนาดนี้...


              แต่ก็ตามที่รู้ๆกันอยู่ ความเร็วและพฤติกรรมของคนดังกล่าวมันล้วนแต่ทำให้เธอสงสัยและระแวงไปในคราวเดียวกัน


             ใครก็ตามที่ใช้ชื่อว่า ชิโระ น่ะ ช่วยออกมาจากห้องน้ำสักทีเถอะ


             เป็นคนนัดเองไม่ใช่หรืออย่างไรกันให้ตายสิ


              เลย์โกะพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเอง... และในขณะนั้น ที่ถ้อยคำของคายาโนะดังขึ้นมาในห้วงความคิด


             ‘โดยเฉพาะช็อกโกแลตร้อนน่ะ! เห็นว่ามันสุดยอดสุดๆไปเลย!


             ริมฝีปากบางเม้มแน่น...


              ความสนใจถูกเบนไปยังปุ่มเรียกพนักงานในท้ายที่สุด


              เธอคิดว่าการสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานคงเป็นเรื่องไม่ร้ายแรงที่สามารถทำเพื่อฆ่าเวลาได้ และเพราะแบบนั้น มือถึงได้เอื้อมไปยังปุ่มดังกล่าว


             ทว่าระหว่างทางนั้นก็ปลายนิ้วก็เผลอแตะกับของอีกฝ่ายพอดิบพอดี...


             ราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต เลย์โกะชะงักงัน ผละมือออกมาเล็กน้อยด้วยความตกใจ


              โทษที เธอเอ่ยอย่างแผ่วเบา


              แล้วปล่อยให้เด็กหนุ่มเป็นคนกดปุ่มเรียกพนักงานเสียแทน


              ปิ๊บ!


              เมื่อครู่ดวงตาเขาเบิกกว้างเพียงเล็กน้อย...


             หากไม่สังเกตก็คงจะไม่เห็น เพราะมันเป็นเพียงชั่วเวลาหนึ่งเท่านั้น


              ส่วนเธอก็เท้าคางมองไปยังบริเวณอื่นแก้เก้อ ขณะที่รอพนักงานมารับออเดอร์


              เลย์โกะรู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจดจ้องมายังตนเอง แต่จากการที่ตนเองเผลอมองเขาไปหลายรอบในตอนก่อนหน้า จึงทำให้เข้าใจในความสงสัยที่อีกฝ่ายก็คงจะมีให้เธอเฉกเช่นเดียวกัน


              ความเกี่ยวข้องระหว่างกันและกันของพวกเธอเกิดขึ้นโดยมี ชิโระ เป็นคนกลาง...


              และหากรายนั้นยังไม่โผล่หัวมา บรรยากาศมันก็คงจะเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไป


              “รับอะไรดีคะ?”


              พนักงานเดินมารับออเดอร์ พร้อมกับเมนูที่ถูกหยิบยื่นที่ถูกหยิบยื่นมาให้เธอ


              อ่า...


              เลย์โกะรู้อยู่แล้ว ว่าตัวเธอนั้นต้องการจะสั่งอะไรเธอเชื่อคำบอกกล่าวของคายาโนะ คาเอเดะ


              แต่ถึงกระนั้นก็ยังดูเมนูอยู่ เผื่อว่าตนเองกำลังจะเปลี่ยนใจ


              ดวงตาสีอเมทิตส์ไล่มองรายชื่อเครื่องดื่มทั้งหมดของร้าน


              ในระหว่างนั้นเองที่เผลอชำเลืองมองเหนือเมนูไป... และสบตากับดวงตาสีอำพันคู่นั้นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน


              สายตาเขาทำให้เธอเผลอเม้มริมฝีปากแน่นอีกคราหนึ่งรู้สึกเหมือนถูกจับผิดอยู่เรื่อยๆอย่างบอกไม่ถูก


              ถึงมันจะเป็นสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้...


              เอาช็อกโกแลตร้อนค่ะ


              แต่เธอไม่ได้เจออะไรแบบนี้บ่อยๆ


              และเสียงที่เอ่ยออกไปดันเพี้ยนเล็กน้อยอีกด้วย


    ช็อกโกแลตร้อนหนึ่งที


             ได้แต่หวังว่าคนรอบข้างจะปล่อยเบลอในเรื่องนั้นไป...


              ช็อกโกแลตร้อนหนึ่งที่แค่นี้ใช่ไหมคะ?พนักงานสาวเอ่ยทวนรายการสั่ง


              แล้วคนตรงข้ามเธอก็พยักหน้าตอบ ก่อนที่มีถ้อยคำใดๆถูกเปล่งออกมาโดยเลย์โกะ


              ในตอนนั้นเองที่สาวเข้าระลึกได้ว่าตนเองลืมสั่งเพิ่มเติมไปว่า หวานน้อย แต่มันก็สายไปแล้ว...


             และมันก็หาใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้


              เธอตวัดสายตากลับมามองยังเขา เมื่อพนักงานคนดังกล่าวเดินออกไป


              ดวงตาสีอเมทิตส์หรี่มองอีกฝ่าย โดยที่แทบจะไม่สน ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับพฤติกรรมเธอ


              เขาไม่ได้สั่ง...


              ไม่แม้แต่จะหยิบเมนูขึ้นมาดูเสียด้วยซ้ำ...


             แล้วที่กดปุ่มเรียกพนักงานเมื่อครู่คืออะไร?






    _ _ _ _

    สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน! ตอนใหม่ของฟิคเรื่องนี้มาเสิร์ฟในเดือนแรกของปีแล้ว!
    ในที่สุดคูมพระเอกของเราก็มีซีนกับเขาแล้วล่ะค่ะ-- แต่ตอนนี้มาแว๊บเดียว ตอนต่อไปค่อยได้ซีนเต็มๆ
    อาจจะเซอร์เรียลหน่อยๆด้วยนะคะ คิดเสียว่าเป็นร้านที่เน้นขายให้ชาวต่างชาติก็ได้ค่ะ เครสหาเรฟคาเฟ่ในโตเกียวไม่ค่อยเจอจริงๆ ;;
    ในตอนนี้ก็เจอแมวสองตัวมองหน้ากันค่ะ คุยกันก็คุยแค่ไม่กี่คำ แต่มองหน้ากันนี่มองบ่อยมาก คุยกันเถอะลูก55555555
    มันก็จะไม่ค่อยหวานมาก แต่เครสชอบแนวนี้แหละค่ะ รู้สึกว่าเขียนเป็นธรรมชาติกว่า

    ตอนนี้ใส่เน้นความสัมพันธ์กับคายาโนะมาประหนึ่งกลัวเค้าไม่รู้ว่าสำคัญ555555555555
    มี foreshadow ทักษะของนางิสะก่อนในเนื้อเรื่องนิดนึงด้วย เครสพยายามเน้นเนื้อเรื่องหลักกับของเลย์โกะไปพร้อมๆกันเลย
    เพราะว่าในเวอร์ชั่นของรีไรท์นี่เน้นยัยเป็นหลักกว่าเรื่องอื่น มันก็เลยรู้สึกว่ามีหลายจุดที่บกพร่อง รอบนี้ก็เลยแก้ให้ต่างไปเลย
    มันก็มีบางส่วนที่คล้ายๆกันแหละค่ะ แต่นั่นก็คือส่วนที่คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องมี อย่างซีนคุยกันที่คาเฟ่ในตอนนี้กับตอนหน้า

    ช่วงนี้เรียนออนไลน์มึนหัวมากเลยค่ะ ย้ายแอพไปหลายรอบในแต่ละวัน วุ่นวายจัด55555555
    อาทิตย์หน้าก็สอบแล้วด้วย อาจจะเว้นช่วงไปสักแปปนะคะ แต่เดี๋ยวจะกลับมาอัปเดทแน่นอนค่ะ
    แต่งเรื่องนี้สลับกับนิยายอีกเรื่องเป็นหลัก ส่วนอย่างอื่นคือดองหมดเลยค่ะ ไม่ได้ไปตามสักที--
    กำลังคิดอยู่ว่าคงต้องกลับไปตามนิยายกับซีรี่ส์ที่ดองไว้แล้ว แต่คงเป็นหลังสอบ ผัดไปเรื่อย มันไม่มีเอเนอจี้ดูจริงๆ ;;

    ยังไงก็ขอให้ปีนี้ทุกคนเจอสิ่งดีๆนะคะ เราอาจจะเริ่มปีมาแบบไม่ดีนัก แต่เครสเชื่อว่ายังมีโอกาสที่เรื่องร้ายๆพวกนี้จะหายไปค่ะ
    ฮึบๆนะคะ เราจะผ่านปีนี้ไปด้วยกัน <333




    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×