(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 9 : ผู้มาเยือน [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 588 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

ตอนที่ 5

ผู้มาเยือน [1-2]


ข้าคิดถึงท่าน


ข้าอยากสัมผัสท่าน


ข้าอยากทำให้ท่านเป็นของข้า


“...”


เหว่ยชิงเอาแต่คิดถึงคำพูดของไป๋หมิงเยวี่ยตลอดทั้งวัน คำสารภาพอันแสนร้อนแรงทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนปั่นหัว ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทำให้เขากระวนกระวายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


เขาชอบข้า…” เหว่ยชิงพูดพึมพำพลางหยิบสมุนไพรกำใหญ่โยนลงหม้อต้มยา ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มกว้างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจืดเจื่อน 


เรื่องเช่นนี้จะเป็นไปได้จริง ๆ หรือ?!”


ยามนี้เหว่ยชิงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ใจหนึ่งยินดีจนแทบบ้าอยากจะวิ่งกลับไปกระโดดกอดไป๋หมิงเยวี่ยและสานต่อสิ่งที่ทำค้างเอาไว้เมื่อเช้า อีกใจหนึ่งก็รู้ดีว่าเรื่องระหว่างพวกเขาไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน


เขาอยากมีทายาทสืบทอดตระกูลเหว่ย ทำให้ท่านปู่ไร้กังวล หากรับรักไป๋หมิงเยวี่ย อย่าว่าแต่บุตรเลย จะให้บุรุษสองคนแต่งงานกันได้อย่างไร


เฮ้อ” เหว่ยชิงถอนหายใจ มือข้างหนึ่งเท้าคางครุ่นคิดจนเขม่าและสิ่งสกปรกที่ปลายนิ้วเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า หรือเขาโกหก”  


คิดได้เช่นนั้นภาพของไป๋หมิงเยวี่ยก็ปรากฏขึ้นมาในหัว คำสารภาพอันแสนเร่าร้อนนั้นทำอย่างไรก็ไม่อาจสลัดออกไปได้ ยามนี้เขารู้สึกสับสนและเป็นสุขในคราเดียวกันริมฝีปากจึงกระตุกขึ้นลงคล้ายยิ้มคล้ายร้องไห้ ไปไม่สุดสักทาง


ใบหน้าของเหว่ยชิงดูประหลาดจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ จะเว้นก็แต่...


ม ไม่ทราบว่าท่านกำลังจะทำอะไรอยู่” เว่ยเทียนเข้ามาทักด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ 


วันนี้คุณชายเหว่ยมีท่าทางแปลก ๆ ไม่ว่าจะลงมือทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมด แม้แต่อาจารย์ที่ไม่ค่อยใส่ใจอารมณ์ของผู้อื่นยังมองออกจนเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงศิษย์พี่ทั้งหลายจึงเป็นเดือดเป็นร้อนบังคับให้ศิษย์น้องสารพัดประโยชน์อย่างเขาเข้ามาสังเกตการณ์


ยามนี้สถานการณ์ตรงหน้าดูไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่ถูกบดทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก หม้อต้มยาที่ส่งกลิ่นประหลาดชวนคลื่นเหียน รอยเปื้อนเต็มเสื้อผ้าและคราบเขม่าเต็มใบหน้า สภาพเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าคุณชายเหว่ยไม่ปกติ!


มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เว่ยเทียนย่นจมูกสองเท้าแข็งค้างอยู่ห่างจากหม้อต้มยาสิบก้าว 


ข้ากำลังปรุงยาตามที่ท่านหมอต้วนเคยสอนเหว่ยชิงหลุดจากภวังค์หันมาตอบพลางชูกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง 


เว่ยเทียนต้องมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน  


“...แต่นั่นมันกระดาษเปล่า


เหว่ยชิงเห็นความว่างเปล่าบนกระดาษในมือก็ได้สติ กลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียนพลันกระแทกเต็มจมูก เมื่อหันไปมองหม้อต้มยาที่เป็นต้นทางของกลิ่น ก็เห็นของเหลวเขียวข้นหนืดไม่ใช่สีเขียวใสเหมือนที่ท่านหมอต้วนเคยบอก


เห็นเช่นนั้นเหว่ยชิงก็รีบนำสมุนไพรที่เพิ่งบดเสร็จใส่ลงไป คนต่อเพียงไม่กี่อึดใจ ของเหลวในหม้อพลันเปลี่ยนเป็น...สีน้ำตาล


ข้าคงกะปริมาณบางอย่างผิดเหว่ยชิงหยิบของบนโต๊ะใส่ลงไปในหม้ออีกหลายอย่าง เมื่อของเหลวมีสีเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีดำ เขาก็หันไปหาเว่ยเทียนยิ้มแห้งด้วยสีหน้าจนใจ 


เจ้าช่วยข้าแก้ได้หรือไม่


แก้?!” เว่ยเทียนก้าวถอยหลังพยายามกลั้นหายใจอย่างสุดความสามารถ ของเหลวในหม้อต้มยาส่งกลิ่นรุนแรงยิ่งนัก เขาอยากวิ่งหนีใจจะขาด แต่ภารกิจที่ศิษย์พี่ทั้งหลายมอบหมายมาให้ยังค้ำคออยู่ จึงได้แต่หักห้ามใจและโน้มน้าวให้คุณชายเหว่ยกำจัดเจ้าสิ่งน่ารังเกียจนั่นซะ


ข้าว่ามันใช้ไม่ได้แล้ว เทมันทิ้งแล้วทำใหม่ดีกว่า


ได้ยินเช่นนั้นเหว่ยชิงก็เผยสีหน้าลำบากใจ เขามองยาที่ใช้เวลาเคี่ยวมานานสลับกับเว่ยเทียนตาละห้อย ข้าขี้เกียจทำอีกรอบ” ก่อนจะยกยิ้มเผยสีหน้าคาดหวังออกมา เจ้าทำได้ไหม เดี๋ยวข้าดูไฟให้เอง!


เว่ยเทียนรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าหนีไปไหนไม่ได้จำต้องตอบตกลงด้วยน้ำตาตกใน


ข้าทำก็ได้…”


สุดท้ายยาสีเขียวใสส่งกลิ่นหอมละมุนก็ถูกเนรมิตขึ้นมาโดยเว่ยเทียน โดยที่เหว่ยชิงไม่ต้องลงมือทำอะไร นอกจากควบคุมไฟไม่ให้แรงหรือเบาจนเกินไปเท่านั้น


ศิษย์ผู้ไม่ใช่ศิษย์และศิษย์สารพัดประโยชน์ของท่านหมอต้วนนั่งยอง ๆ หน้าหม้อต้มสมุนไพร คนหนึ่งถือพัดอยู่ในมือท่าทางเหม่อลอย อีกคนหนึ่งจ้องมองท่าทางเหม่อลอยนั้นตาไม่กะพริบ


ท่านมีเรื่องทุกข์ใจอยู่หรือหลังจากจด ๆ จ้อง ๆ มานานเว่ยเทียนก็กล้าเปิดปากถามสิ่งที่ศิษย์พี่ทั้งหลายสั่งมาเสียที


ได้ยินเช่นนั้นเหว่ยชิงก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขายังคงสับสนว่าควรจะทำอย่างไรต่อกับเรื่องของไป๋หมิงเยวี่ย เมื่อเห็นเว่ยเทียนมองมาตาใสก็นึกได้ว่าคนผู้นี้ดูเป็นคนซื่อจึงคิดปรึกษาปัญหาหัวใจกับอีกฝ่าย


แต่จะให้พูดตรง ๆ ก็คงไม่ดีเท่าไรนัก...


คิดได้เช่นนั้นนั้นก็มีสีหน้าครุ่นคิดอย่างยากจะพบเห็น ก่อนจะแสร้งเอ่ยด้วยท่าทางหนักใจ


เป็นเรื่องของสหายคนหนึ่งของข้าเหว่ยชิงลอบสังเกตท่าทางของเว่ยเทียน เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับไม่มีท่าทีสงสัยจึงวางใจเล่าให้ฟังต่อ


สหายของข้าคนนี้เพิ่งได้รับคำสารภาพรักจากคนที่แอบชอบมานาน แม้เขาจะรู้สึกยินดีและอยากเดินหน้าสานสัมพันธ์ต่อ แต่เพราะเหตุผลบางอย่างจึงไม่อาจทำตามใจตัวเองได้


พอรู้ว่าเรื่องที่ทำให้คุณชายเหว่ยแปลกไปคือปัญหาหัวใจของสหาย เว่ยเทียนก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจเพราะเขาก็เคยมีช่วงเวลาเช่นนี้เหมือนกัน เรื่องนี้ใช่ว่าจะกำหนดได้ตามใจชอบ ญาติของข้าก็ไม่ได้แต่งงานกับคนที่รักเพราะอีกฝ่ายฐานะสูงส่งเกินไปเช่นกัน


นั่นสินะ…” เหว่ยชิงทอดถอนใจให้กับโชคชะตาของตัวเอง 


ยามนี้ตระกูลเหว่ยไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนเมื่อก่อน เรื่องจะแต่งเชื้อพระวงศ์เข้าบ้านย่อมเป็นไปไม่ได้


ยิ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ที่เป็นบุรุษด้วยแล้ว...เฮ้อ


เห็นเหว่ยชิงหนักใจกว่าเก่าเว่ยเทียนก็รู้สึกสงสาร จึงคิดจะให้คำแนะนำดี ๆ เนื่องจากเคยใกล้ชิดกับผู้มีประสบการณ์ตรงมาบ้าง แต่การจะให้คำแนะนำที่ดีได้ย่อมต้องรู้สาเหตุของปัญหาเสียก่อน


ที่เขาไม่อาจสานสัมพันธ์ต่อ เป็นเพราะสหายของท่านแต่งงานแล้ว?” เว่ยเทียนเอ่ยข้อสันนิฐานแรกที่คิดออก


ยังไม่ได้แต่ง” เหว่ยชิงจะส่ายหน้าปฏิเสธ 


หรือว่าฐานะแตกต่างกันเกินไปเว่ยเทียนเอ่ยข้อสันนิฐานที่สอง 


ค่อนข้างแตกต่าง” เหว่ยชิงพยักหน้า เพราะแค่สายเลือดของไป๋หมิงเยวี่ยก็ยิ่งกว่าแตกต่างแล้ว!


ครอบครัวกีดกัน?” เว่ยเทียนเอ่ยข้อสันนิฐานที่สาม


เรื่องนั้นก็มีส่วน” เหว่ยชิงถอนหายใจ เพราะแค่ปู่ของเขาคนเดียวก็เรียกได้ว่าอับจนหนทาง...เฮ้อ


เห็นเหว่ยชิงถอนหายใจใบหน้าเป็นทุกข์ ทั้งยังได้ข้อมูลมาว่าสหายผู้นั้นฐานะแตกต่างและโดนครอบครัวกีดกันไม่ให้สมหวังในรักเว่ยเทียนก็ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางตบบ่าเหว่ยชิงเป็นเชิงให้กำลังใจ 


ชะตาฟ้าลิขิตยากจะฝืน หากสหายของท่านและคนรักเกิดมาคู่กันจริง แม้มีอุปสรรคมากมายสุดท้ายพวกเขาจะต้องได้ครองคู่กันอย่างแน่นอนจากนั้นจึงถอนหายใจยาวอย่างปลง ๆ แต่ถ้าหากชะตาลิขิตแล้วว่าพวกเขาไร้วาสนา...


บอกให้สหายของท่านตัดใจเสียเถอะ


เหว่ยชิงมุมปากกระตุกทันทีที่ฟังจนจบ เขาเริ่มรู้สึกคันไม้คันมืออยากตบลงบนศีรษะแบน ๆ ของคนข้าง ๆ ให้หน้าคว่ำ


ท่านไปบอกสหายให้ทำใจและเริ่มต้นใหม่คงจะดีกว่า สตรีมีมากมายให้เลือกสรร แม้นรักครั้งแรกจะไม่สมหวัง แต่รักครั้งใหม่ยังคงรออยู่เว่ยเทียนยิ้มบอกอย่างให้กำลังใจ


เหว่ยชิงกำมือเข้าออกพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ทำร้ายคนที่พูดพล่ามไม่หยุดอย่างสุดความสามารถ คำแนะนำนั่นระคายหูยิ่งนัก อ้างโชคชะตาเสียดิบดีแต่สุดท้ายกลับให้ตัดใจไปหาใหม่เอาข้างหน้านี่มัน...


นี่มันสิ้นหวังเกินไปแล้ว!!


เว่ยเทียนไม่ทันได้สังเกตท่าทางหงุดหงิดของเหว่ยชิงจึงยังคงพูดต่อไปจนน้ำลายแตกฟอง ผ่านไปพักใหญ่เมื่อไม่เหลืออะไรให้พูดจึงนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ว่าแต่ สหายของท่านคือใครหรือ


เขานึกได้ว่าคุณชายเหว่ยเอาแต่อยู่ในเรือนยาแทบไม่ได้ออกไปคบค้าสมาคมกับผู้อื่น แล้วจะมีเวลาไปฟังสหายปรับทุกข์ได้อย่างไร


เอ่อ...” เหว่ยชิงถึงกับเหงื่อตกเพราะไม่คิดว่าอยู่ดี ๆ เว่ยเทียนจะวกกลับมาเรื่องนี้จึงได้แต่พูดเสียงอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก


ขณะที่สมองของเหว่ยชิงกำลังพยายามคิดหาคำตอบ เซี่ยหยี่ซวนก็โผล่เข้ามาเสียก่อน


คุณชายเหว่ย อาจารย์ให้มาตามท่าน…” เซี่ยหยี่ซวนยังพูดไม่ทันจบเหว่ยชิงก็กระเด้งตัวลุกขึ้นแสร้งทำเป็นเร่งรีบไปหาท่านหมอต้วน


เหว่ยชิงรีบวิ่งไปล้างมือ สางใบไม้ที่ติดปลายผมและปัดฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวออก ก่อนจะเดินตรงไปทางเรือนหลักโดยไม่รู้ตัวเลยว่าบนใบหน้าของตัวเองยังมีคราบเขม่าติดอยู่


เซี่ยหยี่ซวนเห็นรอยกระดำกระด่างบนใบหน้าขาวผ่องก็นึกสนุก จึงส่งสายตาปรามเว่ยเทียนไม่ให้เตือนเหว่ยชิง ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายยอมทำตามแต่โดยดี


รีบไปเถิด อย่าปล่อยให้คนสำคัญรอนานเซี่ยหยี่ซวนก้าวไปเดินเคียงข้างเหว่ยชิงอย่างกระตือรือร้น


เหว่ยชิงมองท่าทางของเซี่ยหยี่ซวนอย่างระแวดระวัง เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อทิ้งระยะห่างพลางเอ่ยปากถาม คนสำคัญผู้ใดมากัน?” 


เป็นคนสำคัญมาก ๆ สำหรับเจ้าเซี่ยหยี่ซวนมองเหว่ยชิงด้วยดวงตาเป็นประกายทั้งยังเผยรอยยิ้มที่ทำให้เหว่ยชิงถึงกับขนลุก


คนสำคัญของข้า…” 


เหว่ยชิงพูดทวนใจเต้นตุบตับรู้สึกเหมือนลางร้ายกำลังจะมาเยือน และเซี่ยหยี่ซวนก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เพราะคำพูดที่ออกมาจากปากของอีกฝ่าย สร้างความตื่นตระหนกให้เขาเป็นอย่างยิ่ง


จะเป็นใครเสียอีก ก็ปู่ของเจ้าอย่างไรเล่า


“!!!” 


สิ้นคำพูดของเซี่ยหยี่ซวนเหว่ยชิงพลันรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า สองเท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักค้าง นิ่งงันไปนานจึงจะรู้สึกตัว 


แม้ท้องฟ้าไร้เมฆปกคลุมจนอากาศร้อนอบอ้าว แต่ในใจของเขากลับหนาวยะเยือก 


อย่าบอกนะว่าปู่ของเขารู้เรื่องของไป๋หมิงเยวี่ยแล้ว


เหว่ยชิงใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ 


ท่านปู่ของเขาหูผีจมูกมดรู้ข่าวสารรวดเร็วยิ่งนัก...หรือจะมีคนคอยส่งข่าว!


เหว่ยชิงหันไปมองเซี่ยหยี่ซวนที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้าง ๆ ในใจเริ่มระแคะระคายว่าคนผู้นี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องจึงก้าวถอยหลังสามก้าวให้ห่างจากอีกฝ่ายมากขึ้น


ข้าเห็นเจ้าอยู่อย่างสุขสบายทั้งยังมีเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ จึงหวังดีส่งจดหมาย บอกเล่า’ เรื่องราวของเจ้าไปให้ผู้เฒ่าเหว่ย แต่ข้ากลับนึกไม่ถึงว่าศิษย์น้องเล็กจะโดดเด่นจนผู้เฒ่าเหว่ยอยากเห็นหน้าเขาด้วยตัวเอง


ฉึก!


เหว่ยชิงรู้สึกราวกับมีมีดจำนวนมากปักลงลงมาตลอดเวลาที่ฟังเซี่ยหยี่ซวนเล่าเรื่องที่ตัวเองกระทำด้วยรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะกระซิบให้เขาฟังอีกคำพูดหนึ่ง


ยามนี้…”


เหว่ยชิงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขณะจ้องมองรอยยิ้มน่าสะพรึงของเซี่ยหยี่ซวน


พวกเขาคงได้พบกันแล้วกระมัง


“!!!” 


เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเหว่ยชิงต้องออกตัววิ่งทันที


เว่ยเทียนที่เดินตามมาด้านหลังได้ยินทุกคำของเซี่ยหยี่ซวนพลันเข้าใจ เห็นทีศิษย์พี่ใหญ่คงผูกใจเจ็บที่ต้องสูญเสียคุณชายเหว่ยให้แก่ศิษย์น้องเล็ก จึงแก้แค้นโดยการส่งจดหมายไปเรียกผู้เฒ่าเหว่ยมาที่นี่...เรื่องนี้เขาไม่เข้าไปยุ่งด้วยจะดีกว่า


คิดได้เช่นนั้นเว่ยเทียนก็ตัดสินใจวกกลับไปดูหม้อต้มยาที่ช่วยเหว่ยชิงต้มค้างเอาไว้ต่อ พอหมุนตัวกลับไปก็ทอดถอนใจออกมา


ศิษย์พี่ใหญ่ช่างเป็นบุรุษที่โหดเหี้ยม คุณชายเหว่ยช่างโชคร้าย ส่วนศิษย์น้องเล็ก...

เขาขอภาวนาให้อีกฝ่ายผ่านพ้นการเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าเหว่ยไปให้ได้ก็แล้วกัน!


...............



ละครโรงเล็ก


เหว่ยชิง: [เหลือบซ้ายแลขวา]ถ้าข้าอยากแต่งเชื้อพระวงศ์เข้าบ้านจะต้องทำอย่างไร


ไป๋หมิงเยวี่ย...แต่งเข้า?


เหว่ยชิง: [พยักหน้ารัว ๆ]


ไป๋หมิงเยวี่ยใส่นี่ [ยื่นชุดสีแดงให้]


เหว่ยชิง: [จ้องชุดเจ้าสาวในมือ]ข้าเป็นบุรุษจะแต่งตัวเช่นนี้ได้อย่างไร!


ไป๋หมิงเยวี่ยเชื้อพระวงศ์แต่งเข้าบ้านท่านไม่ได้ท่านก็แต่งเข้าบ้านเชื้อพระวงศ์สิ


เหว่ยชิง...ก็จริง [เดินเบลอ ๆ ไปเข้าพิธีคำนับฟ้าดิน]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 588 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #333 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:46
    แกล้งแรงมากกก5555555555
    #333
    0
  2. #325 mytty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 18:50

    มึนยันจบเลยน้องเอ๊ย5555

    #325
    0
  3. #254 ~PiToN~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:01
    พี่ใหญ่ร้ายมาก
    #254
    0
  4. #142 to-tree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 11:09

    จะโดนกินยังไม่รู้ตัวอีกคุณชายย

    #142
    0
  5. #49 yj-yj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 11:08
    ศิษย์พี่ใหญ่ร้ายกาจ!!!
    #49
    0
  6. #48 Ning-15 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 10:13
    ชอบละครโรงเล็กอะ55555
    #48
    0
  7. #45 ianthelastboss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:51
    ถถถถเหวี่ยงชิง
    #45
    0
  8. #44 สายหมอก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:00

    เสี่ยวชิงนายจะเบลอจนยอมแต่งแบบงงๆไม่ได้นะ//ละครโรงเล็กน่ารักมากเลย//

    #44
    0