(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 2 : หลานชายไม่ได้ความ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,004 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

ตอนที่ 1

หลานชายไม่ได้ความ

 

สายน้ำไม่ไหลกลับ วันเวลาไม่อาจหวนคืน’ คำกล่าวนี้เหมาะกับตระกูลเหว่ยเป็นอย่างยิ่ง


แม้ผู้คนต่างรู้ว่า เหว่ยหาน’ เป็นอดีตแม่ทัพพิชิตแผ่นดิน แต่ในเมื่อไม่มีคนในตระกูลสืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา อดีตก็เป็นได้เพียงแค่อดีต ไม่อาจยืดอกอย่างภาคภูมิใจกับคำว่า แม่ทัพพิชิตแผ่นดิน’ ได้อีก


มิใช่ว่าตระกูลเหว่ยไม่มีทายาท แต่บุตรชายทั้งสองของผู้เฒ่าเหว่ยล้วนตายในสนามรบ เหลือเพียงหลานชายไม่ได้ความกับหลานสาวผู้ให้กำเนิดเหลนน้อยที่ยังไม่หย่านมเท่านั้น


แม้หลานชายไม่ได้ความจะมีวรยุทธเก่งกาจ แต่แม่ทัพผู้ไร้เล่ห์เหลี่ยมที่ท่องตำราพิชัยสงครามไม่เคยเข้าหัวแม้แต่ประโยคเดียว หากได้จับดาบวิ่งเข้าสนามรบจะต้องพาคนอื่นไปตายจนหมดก่อนจะฆ่าตัวตายตามเป็นแน่


เมื่อจบสงครามระหว่างแคว้นครั้งสุดท้าย บ้านเมืองเริ่มสงบสุข เหว่ยหานจึงตัดสินใจถอดเกราะ ย้ายถิ่นฐานกลับบ้านเกิดและเริ่มกิจการสำนักคุ้มภัยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


แต่ปัญหาของเหว่ยหานยังไม่จบ...


หลานชายไม่ได้ความของเขาพยายามสอบขุนนางเพื่อลบคำครหาของผู้คนว่าตระกูลเหว่ยไร้ซึ่งอำนาจไม่เหลือหนทางกลับเข้าสู่ในราชสำนัก ผ่านไปหลายปี แม้แต่ซิ่วไฉ[1]ก็ยังสอบไม่ผ่าน ทำให้ผู้คนนำไปเล่าเป็นเรื่องขบขันทั่วทั้งแว่นแคว้น เป็นธุระให้เขาต้องคอยจัดการลากหลานคนนี้ออกมาจากสนามสอบก่อนที่จะสร้างเรื่องอับอายขายหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า


[[1] ซิ่วไฉ คือระดับคุณวุฒิสำหรับผู้สอบเข้ารับราชการของจีนผ่ารการคัดเลือกระดับท้องถิ่น]


แม้เขาจะตบตีจนหลานชายหันมาตั้งอกตั้งใจทำงานคุ้มภัย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงหาสตรีมาแต่งให้หลานคนนี้ไม่ได้ ทำให้เกิดข่าวลือว่าตระกูลเหว่ยคงจะไร้ซึ่งทายาทสายตรง จนต้องฝากความหวังไว้กับเหลนน้อยทั้งสองคนที่เกิดจากรองแม่ทัพผู้ล่วงลับกับหลานสาวแทน...


ใส่ร้ายกันเกินไปแล้ว!


เหว่ยชิงนึกถึงคำเล่าลือของผู้คนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แม้จะเห็นด้วยว่าอี้เจี้ยนและอี้เทียนฉลาดเฉลียวจนเขาในวัยเดียวกันเทียบไม่ติด แต่ไม่เห็นจะต้องสิ้นหวังกับเขาเลยนี่


คิดถึงตรงนี้เหว่ยชิงก็รู้สึกตัวว่ากำลังใจลอยอยู่


เขากระแอมไอเพื่อเรียกสติ ก่อนจะชวนสตรีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้าบูดบึ้งคุยอย่างไม่เป็นธรรมชาติ


วันนี้อากาศดีเหมาะแก่การฝึก...แค่ก ๆ การดื่มชา คุณหนูเฉาคิดเหมือนกันหรือไม่” เหว่ยชิงพูดพลางมองถ้วยชาในมือด้วยท่าทางกระสับกระส่าย วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใสทำให้เขารู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากออกแรงฝึกวิชา แต่เขามีเรื่องสำคัญกว่าให้ทำ ซึ่งเรื่องนี้ท้าทายยิ่งกว่าออกไปล่าหมูป่าร้อยตัวเสียอีก!


อากาศดีอันใดกัน! ข้าร้อนจนจะเป็นลมอยู่แล้ว!” เฉาโม่ลี่ลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกอดอกเชิดหน้าปรายตามองเหว่ยชิงด้วยท่วงท่าดั่งนางพญาตามแบบฉบับของคุณหนูผู้เอาแต่ใจจากตระกูลใหญ่


แม้หน้าตาจะพอดูได้ แต่ท่าทางเฉื่อยชา ไร้เสน่ห์ดึงดูด ดูเหลาะแหละสิ้นดี!


ความคิดของเฉาโม่ลี่ถูกส่งตรงมาถึงเหว่ยชิงผ่านสายตาดูแคลนของนาง เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามราวกับกำลังทะลุออกมาจากอก มิใช่เพราะกำลังตื่นเต้นหรือยินดี แต่เขากำลังเกร็งและขยาดกลัวอยู่ต่างหาก 


ใบหน้าซูบตอบ ผิวพรรณขาวซีด ดวงตาเล็กหรี่ ประกอบกับริมฝีปากที่คอยแผดเสียงชวนระคายหู จะอย่างไรก็ไม่เจริญตาเจริญใจแม้แต่น้อย!


แม้จะเข้าใจว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่สำคัญ แต่ความดุร้ายและเอาแต่ใจของเฉาโม่ลี่ เขาประจักษ์ด้วยตาของตัวเองอยู่หลายครั้งหลายคราจนไม่อาจพูดคุยกับนางได้โดยไม่รู้สึกขยาดกลัว


แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อสตรีที่ยอมให้โอกาสเขา เหลือนางเพียงผู้เดียวแล้ว


คุณชายเหว่ย ข้ามีเรื่องข้องใจเกี่ยวกับท่านเพียงเรื่องเดียว หากท่านยอมตอบตามความจริง ข้าจะยอมแต่งให้ท่าน!” 


ได้ยินเช่นนั้นเหว่ยชิงก็เงยหน้าจ้องมองเฉาโม่ลี่อยู่ครู่ใหญ่ ใจอยากจะขอให้นางพูดอีกครั้ง แต่เกรงว่านางจะบอกว่าเขาฟังผิด


หลังย้ายมาที่นี่ ปู่ของเขาก็เรียกเหล่าแม่สื่อให้จัดหาสตรีที่ดีพร้อมมาแต่งกับเขาทันที แต่ใครจะรู้ว่าข่าวลือไร้ที่มาที่ไปจากเมืองหลวงจะทำให้ครอบครัวของสตรีที่ดีพร้อมพากันปฏิเสธทั้งยังเอ่ยถึงเขาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม จะมีก็แต่สตรีที่ด้อยลงมาเล็กน้อย...ด้อยลงมามากหน่อย...เอาเป็นว่าพวกนางไม่ถูกใจท่านปู่ก็แล้วกัน


จนวันเวลาล่วงเลยมาหกปี จากเลือกมากกลายเป็นไม่เลือก สตรีที่เคยมองข้ามท่านปู่ก็ให้แม่สื่อกลับไปไถ่ถามพวกนางใหม่อีกครั้ง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงไม่มีบ้านไหนยอมให้บุตรสาวแต่งกับเขาแม้แต่บ้านเดียว...


คุณชายเหว่ย!


เหว่ยชิงสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงแผดร้องเรียกชื่อตัวเองจากสตรีตรงหน้า เขาลูบอกเรียกขวัญตัวเองสองสามครั้งก่อนจะยกยิ้มน้อย ๆ ให้นางเหมือนไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น 


คุณหนูเฉาอยากรู้เรื่องอันใดหรือ


เฉาโม่ลี่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเพราะรู้ดีว่าโดนเมิน นางจ้องมองมาราวกับกำลังพยายามมองลึกเข้าไปในจิตใจของเขา ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน


ท่านชอบบุรุษใช่หรือไม่


“...”


เหว่ยชิงยิ้มค้างมองเฉาโม่ลี่ด้วยอารมณ์หลากหลาย...


ที่เขาถูกปฏิเสธไม่มีใครยอมแต่งให้ เป็นเพราะข่าวลือเรื่องเขาล่วงเกินบุตรชายของผิงอ๋องทำให้จักรพรรดิทรงพิโรธจึงขับไล่ตระกูลเหว่ยออกจากเมืองหลวงต่างหาก ข่าวลือเลื่อนลอยไร้หลักฐานที่ลอยตามมาในภายหลังเรื่องเขาชมชอบบุรุษยังมีคนนำไปขบคิดจริงจังด้วยหรือ?


เหว่ยชิงโคลงหัวอย่างไม่ใส่ใจ จะมีคนเชื่อก็ไม่แปลกเพราะตระกูลเหว่ยไม่เคยแก้ตัวหรือปฏิเสธ แต่พวกเขาจะเสียน้ำลายแก้ตัวไปทำไมในเมื่อข่าวลือเหล่านั้นล้วนมิใช่เรื่องจริง


คิดถึงวันเวลาที่ต้องอดทนต่อคำติฉินนินทาแล้วก็อยากจะหลั่งน้ำตา เขาเหม่อมองท้องฟ้า ทอดสายตานึกถึงอดีตยามวิ่งหลบหนีการทุบตีของท่านปู่หลังได้ยินข่าวลือแล้วก็ชวนให้หดหู่ใจไม่น้อย


ปู่ของเขาป่วย รู้ตัวว่าไม่อาจขี่ม้าจับดาบวิ่งเข้าสนามรบได้อีกจึงขอออกจากตำแหน่ง เรื่องล่วงเกินอะไรนั่นไม่มีสักนิด!


เว้นเรื่องที่ท่านปู่กำชับให้เขาเก็บเป็นความลับไปจนวันตายไว้เรื่องหนึ่ง...


หลังจากโดนทุบตีจนแทบพิการเพราะทำเรื่องผิดบาปต่อไป๋หมิงเยวี่ย เขาก็ไม่เคยคิดออกนอกลู่นอกทางอีก ท่านปู่บอกให้ชอบสตรีเขาย่อมไม่ชายตามองบุรุษ...แม้จะเป็นเพราะไม่มีใครให้ชายตามองก็เถอะ


เพล้ง! เสียงของบางอย่างตกแตกทำให้เหว่ยชิงหลุดออกจากภวังค์อีกครั้ง เมื่อเหลือบไปเห็นกาน้ำชาที่ทำจากกระเบื้องแหลกละเอียดอยู่บนพื้นพร้อมกับสีหน้าถมึงทึงของเฉาโม่ลี่ ก็รู้ทันทีว่านางหงุดหงิดจวนเจียนระเบิดอยู่รอมร่อ


เขากระเถิบกายพยายามถอยห่างจากนางจนแทบจะตกเก้าอี้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้องตอบคำถามสำคัญกับนางก่อน


ข้า...” ปากที่กำลังจะตอบเอาอกเอาใจอีกฝ่ายอ้าค้างไว้ไม่กล้าเอ่ยต่อ ไม่รู้เพราะเหตุใดสายตาของนางจึงทำให้เขาไม่กล้าโกหก ดวงตาทั้งสองข้างกลอกไปมาคิดหาคำพูดเหมาะ ๆ สักคำ แต่ทำอย่างไรก็คิดไม่ออกจึงตอบกลับไปเสียงอ่อย ข้าไม่แน่ใจ


พอได้ยินคำตอบของเขาใบหน้าที่ดูน่ากลัวอยู่แล้วของเฉาโม่ลี่กลับดูน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมอีกหลายส่วนจึงอธิบายต่อข้ายังไม่เคยคบหาดูใจกับใครมาก่อนจึงไม่รู้ว่าเป็นอย่างที่ท่านพูดมาหรือไม่เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดเสริมอีกประโยค 


แต่ชอบก็คือชอบ ไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษล้วนไม่สำคัญสำหรับข้า


สิ้นคำอธิบายคุณหนูเฉาก็นิ่งงันไป เหว่ยชิงคิดว่านางชอบคำตอบของเขาจึงให้เวลานางได้ครุ่นคิดเกี่ยวกับมันอย่างใจกว้าง แต่ทว่า...


เพียะ! ใบหน้าของเหว่ยชิงหันตามแรงตบของเฉาโม่ลี่ด้วยความมึนงง รอยแดงปื้นปรากฏครบทั้งห้านิ้วอย่างสวยงาม


“...”


เมื่อเห็นเฉาโม่ลี่เงื้อมืออีกครั้งด้วยใบหน้าถมึงทึงก็รีบหลับตาเตรียมรับแรงตบจากนาง แต่โชคดีที่สาวใช้คนสนิทของนางวิ่งเข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน


คุณหนู! ทำร้ายคุณชายเหว่ยไม่ได้นะเจ้าคะ!” 


เฉาโม่ลี่จ้องมองสาวใช้ด้วยดวงตาวาวโรจน์ เหว่ยชิงกลัวว่านางจะทำร้ายสาวใช้จึงลุกไปแทรกกลางระหว่างพวกนางและหาเรื่องพูดคุยเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียด


คำตอบของข้าไม่ถูกใจคุณหนูเฉาหรือ


น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รับคำตอบ เพราะคุณหนูเฉามองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะกระชากสาวใช้กลับไป และสะบัดหน้าเดินจากไปทันที


เหว่ยชิงลูบรอยแดงบนใบหน้ามองตามแผ่นหลังของเฉาโม่ลี่อย่างไม่เข้าใจ คำตอบของเขาคงทำให้นางรู้สึกขุ่นเคืองใจ...กระมัง





เหว่ยชิงแบกใบหน้าที่มีรอยฝ่ามือประทับอยู่วิ่งไปยังห้องครัว ใช้รอยนิ้วมือทั้งห้าของเฉาโม่ลี่ออดอ้อนป้าฉู่ให้ทำขนมปลอบใจด้วยท่าทางหูลู่หางตกดูน่าสงสารเกินจริง


นางปฏิเสธท่านแล้วหรือป้าฉู่วางจานขนมลงบนโต๊ะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


นางแค่อารมณ์เสีย” เหว่ยชิงส่ายหน้าพลางคว้าขนมเข้าปากก่อนจะพูดต่อ พรุ่งนี้ข้าค่อยลองแวะไปหานางใหม่


เขาหลุบตาลงมองขนมแป้งทอดสีเหลืองทองเรียงสวยอยู่ในจานอย่างใช้ความคิด พอปากได้ขยับ ท้องไม่ว่างเปล่า สมองพลันปลอดโปร่งจึงเกิดความคิดดี ๆ ขึ้น เอาขนมไปฝากนางด้วยน่าจะดี” เขาพูดพลางหยิบขนมเข้าปากอีกชิ้น


เหล่าบ่าวรับใช้เห็นคุณชายแวะมาหาของกินก็วิ่งเข้ามาพูดคุยกับเขา เมื่อได้เห็นรอยแดงห้านิ้วก็รู้สึกสงสาร พากันยกขนมน้ำชาออกมาจนเต็มโต๊ะ


คุณชายไม่ต้องแต่งกับนางหรอกเจ้าค่ะ รออีกไม่กี่ปีข้าก็ถึงวัยออกเรือนแล้ว” เสี่ยวอวี้ หลานสาวตัวน้อยของป้าฉู่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขณะพยายามยกตะกร้าผลไม้ออกมา


เหว่ยชิงหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มองมาที่เขาด้วยความสงสาร เขาเอามือที่เปื้อนขนมเช็ดบนเสื้ออย่างลวก ๆ ก่อนจะลูบหัวเด็กน้อยอย่างอารมณ์ดี เกรงว่าถึงตอนนั้น เจ้าจะสนใจหนุ่มน้อยรูปงามแทนที่จะสนใจคนแก่อย่างข้าน่ะสิ


เสี่ยวอวี้โดนมือเปื้อนคราบมันลูบหัวก็ทำหน้าเบ้วิ่งหนีไปฟ้องป้าฉู่ เหว่ยชิงมองตามด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ต้องยิ้มค้างเมื่อสายตาเหลือบเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงประตู


เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคนที่ขุ่นเคืองใจไม่ได้มีแค่คุณหนูเฉา


ท..ท่านปู่


เจ้าพูดอะไรกับนาง!” 


แค่ได้ยินเสียงตวาดดังก้องของผู้เฒ่าเหว่ย บ่าวทั้งหลายที่กำลังล้อมหน้าล้อมหลังเหว่ยชิงก็รีบลุกหนีพลางบ่นพึมพำว่า อีกแล้ว’ ‘ว่าแล้ว’ หรือ ต้องไปเตรียมยาให้คุณชายแล้วก่อนจะรีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ 


เหว่ยชิงยังไม่ทันตัดพ้อก็ต้องวิ่งหนีการทุบตีของปู่เป็นพัลวัน เขาผลุบตัวออกนอกหน้าต่างแต่ถูกตามติดไม่ยอมปล่อย วนรอบเรือนได้สองรอบสุดท้ายก็จนมุมอยู่ที่เสาต้นใหญ่ไม่ไกลจากประตูบ้าน


วิ่งไล่เขามาตั้งนานกลับไม่มีแม้แต่เหงื่อสักหยด ขี้โกงเกินไปแล้ว!


เหว่ยชิงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ปากบ่นงึมงำไม่ยอมหยุด ท่านปู่บอกให้เขาเตรียมใจตั้งแต่อายุสิบหก ตอนนี้เขายี่สิบสองแล้ว ที่เตรียมใจเอาไว้กลับไม่เคยได้ใช้ เพราะพวกเขาได้พบกับหมอเทวดาต้วนเสียก่อน อาการเจ็บป่วยของท่านปู่จึงหายเป็นปลิดทิ้งราวกับปาฏิหาริย์


นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ถูกท่านปู่ทุบตีโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าร่างกายของท่านปู่จะได้รับการกระทบกระเทือนอีกต่อไป


อา...น้ำตาอย่าเพิ่งไหลออกมานะ


เหว่ยชิงกลั้นน้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากความตื้นตันใจที่ท่านปู่หายป่วยหรือมาจากความเจ็บปวดจากการถูกทุบตี ก่อนจะรีบกลับมายังโลกแห่งความจริง


ท่านปู่ ข้าไม่ได้พูดเรื่องผิดแปลกเลยแม้แต่น้อย เรื่องที่ท่านห้ามข้าไม่ได้ทำ เรื่องที่ท่านสั่งข้าปฏิบัติตามทุกเรื่อง พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพก็แล้ว ยกยิ้มอ่อนโยนให้นางก็แล้ว แต่นางก็ยังไม่พอใจเขาโอดครวญพลางชะโงกหน้าออกไปเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สองมือกอดเสาเอาไว้แน่น


แล้วนางตบเจ้าทำไม!


พอเห็นใบหน้าดั่งยักษ์มารของผู้เฒ่าเหว่ย เหว่ยชิงก็รีบหดหัวกลับไปอยู่หลังเสาอีกครั้ง สูดหายใจเข้าออกสามรอบก่อนจะโผล่หน้าออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ท่านปู่ ท่านก็รู้ว่านางดุยิ่งกว่าเสือ ข้าแค่หายใจแรงหน่อยก็โดนนางตบแล้ว” 


“...”


ผู้เฒ่าเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าสบโอกาสเหว่ยชิงก็พยายามกระเถิบกายถอยห่างอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ ตาไหลหลุกหลิกไปมาหาทางหนี ให้ตายก็ไม่มีทางเอ่ยถึงบทสนทนาระหว่างเขากับเฉาโม่ลี่เด็ดขาด 


แต่ทว่า...


โอ๊ย!!


คอเสื้อโดนกระชากกลับไปด้วยแรงมหาศาล เหว่ยชิงตัวลอยไปกองแทบเท้าผู้เฒ่าเหว่ยอย่างหมดท่า 


เจ้าคนกลิ้งกลอก คิดหรือว่าข้าจะเชื่อ!” 


ท่านปู่ อย่าเพิ่งโกรธ หากท่านโกรธมาก ๆ ร่างกายจะทนไม่ไหวเอาได้” เหว่ยชิงรู้ว่าหนีไม่พ้นจึงเอามือปัดป้องตรงใบหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายหากท่านยังตีข้าอีกข้าจะต้องเสียโฉมเป็นแน่ ไม่มีใบหน้านี้สตรีที่ไหนจะยอมแต่งกับข้ากันเล่า!


ได้ยินคำพูดไร้ยางอายของเหว่ยชิง ผู้เฒ่าเหว่ยก็โมโหจนเส้นเลือดบนขมับบวมปูด 


ใบหน้านี้แปะอยู่ที่เดิมมาตั้งนานแต่ก็ยังไม่มีสตรีนางไหนตกหลุมพราง เจ้านี่ยังจะเอามาเป็นข้ออ้างไม่ให้เขาทุบตีอีกรึ!


มีรอยแผลบนใบหน้าอาจจะทำให้สตรีเหล่านั้นมองเห็นความห้าวหาญของเจ้าก็ได้!


หลังจากนั้นเสียงร้องโอดโอยของคุณชายเหว่ยก็ดังก้องไปทั่วเรือน...


เหว่ยชิงไม่อาจแบกใบหน้าอันบวมปูดไปพบคุณหนูเฉาได้จึงรอให้อาการดีขึ้นก่อนค่อยออกไปพบนาง แต่น่าเสียดาย ผ่านไปไม่กี่วัน แผลยังไม่ทันหาย เขากลับได้รับข่าวร้ายเสียก่อน


อย่ามัวแต่พิรี้พิไร! คนอื่นไปรอที่บ้านตระกูลเฉาเรียบร้อยแล้ว จำไว้ว่าเกี้ยวเจ้าสาวของคุณหนูเฉาต้องส่งถึงเรือนยาของท่านหมอต้วนก่อนยามอู่ (11.00 น. จนถึง 12.59 น.) อย่าสายเด็ดขาด!


เหว่ยชิงปล่อยให้ เหว่ยถิง’ ลูกพี่ลูกน้องสาวผู้เข้มงวดผลักตัวเองออกจากประตูบ้าน เมื่อครู่นางพูดว่าอะไรนะ เกี้ยวเจ้าสาวของคุณหนูเฉา...


คุณหนูเฉากำลังจะแต่งงาน?”


เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าก็ได้แต่นิ่งงันพูดอันใดไม่ออก


มิน่าท่านปู่ถึงลงไม้ลงมือจนหน้าเขาแทบเสียโฉม


เขาสู้อุตส่าห์อดทนต่อนิสัยเอาแต่ใจของนางมาตั้งหลายเดือน พูดไม่เข้าหูเพียงครั้งเดียวนางก็ตัดสินใจแต่งให้ผู้อื่นเลยรึ! 


เฮ้อ” เหว่ยชิงถอนหายใจอย่างปลง ๆ


ช่างเถิดเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น


เหว่ยชิงยืนคอตก สองเท้าก้าวไปข้างหน้าท่าทางเลื่อนลอย ชีวิตของเขาช่างรันทดยิ่งนัก ทุกครั้งที่เขากำลังจะได้แต่งงาน ไม่รู้เพราะเหตุใดสตรีที่หมายตาเอาไว้ล้วนตัดสินใจแต่งให้ผู้อื่นกันหมด ราวกับสวรรค์พยายามกลั่นแกล้งไม่ให้เขาได้สมปรารถนาอย่างไรอย่างนั้น


หลังคุณหนูเฉาพูดคุยกับเจ้าได้ไม่นาน คนของตระกูลเฉาก็มาแจ้งข่าวว่านางจะแต่งงานกับบุตรชายของท่านหมอต้วนทั้งยังว่าจ้างพวกเราให้ไปคุ้มกันเกี้ยวเจ้าสาวอีกด้วยเหว่ยถิงตบหลังเขาเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ 


เลือกคนเช่นนั้นแทนที่จะเลือกเจ้า...นางหยุดชะงักท่าทางเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว ไม่ยอมเอ่ยออกมา


สายตาสมเพชนั่นมันหมายความว่าอย่างไร!


จะบอกว่าต้วนเจิ้งหานดีกว่าข้า?”เหว่ยชิงถามกลับเสียงสั่น


ไม่ผิด...อะแฮ่ม! ไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้ว” เหว่ยถิงเสตามองไปทางอื่นท่าทางดูเชื่อถือไม่ได้เจ้ารูปงามกว่า ต่อยตีเก่งกว่า กินง่ายอยู่ง่าย ใช้งานง่าย ย่อมต้องดีกว่าเขาเป็นร้อยเป็นพันเท่า


นี่นางกำลังชมเขาหรือ...


รีบไปเถอะ หากมีอะไรผิดพลาดท่านปู่ไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่


เหว่ยชิงยังไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วนว่ากำลังโดนชมหรือโดนด่า อีกฝ่ายก็วิ่งเข้าบ้านเหลือเพียงหลานชายฝาแฝดทำหน้าที่โบกมือลาทั้งยังพูดให้กำลังใจด้วยใบหน้าไร้อารมณ์


เสี่ยวชิงตั้งใจทำงานนะ


เสี่ยวชิงอย่าเถลไถลล่ะ


เห็น เหว่ยอี้เจี้ยน’ และ เหว่ยอี้เทียนในวัยเจ็ดขวบปีมองมาด้วยสายตาเอือมระอา จากอาการสับสนมึนงงกลับกลายเป็นโมโหทันที


ข้าแก่กว่าพวกเจ้าตั้งหลายรอบ เรียกข้าว่าเสี่ยวชิงได้อย่างไรกัน!





แม้จะหวังให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น แต่เกี้ยวเจ้าสาวที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าสีแดงตรงหน้าเป็นหลักฐานว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง


คุณหนูเข้าไปรออยู่ในเกี้ยวแล้วเจ้าค่ะสาวใช้คนสนิทของคุณหนูเฉาเดินเข้ามาแจ้งเขาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ จนกว่าจะถึงปลายทาง อย่าพูดคุยกับนางหรืออย่าให้ใครเปิดเกี้ยวนะเจ้าคะ


เหว่ยชิงพยักหน้ารับ สายตาจ้องมองแผลที่ริมฝีปากของนางตาไม่กะพริบ คุณหนูเฉาคงอาละวาดจนทำให้นางได้รับบาดเจ็บเป็นแน่


เขาสั่งให้คนของตัวเองคุ้มกันรอบด้านอย่างเข้มงวดก่อนจะเคลื่อนขบวนออกเดินทาง ในหัวครุ่นคิดเรื่องราวหลายอย่างจนลืมสังเกตว่าทั้งขบวนมีเพียงเกี้ยวเจ้าสาวและคนของเขา ไร้เงาของคนจากบ้านตระกูลเฉาหรือเรือนยาของท่านหมอต้วน...


แต่โชคดีที่มีคนไหวตัวทันเสียก่อน


คุณชาย ข้าว่างานนี้ดูแปลก ๆ 


ยังไม่ทันจะก้าวพ้นประตูเมือง หนึ่งในคนคุ้มกันของเหว่ยชิงก็เอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางไม่สบายใจ


ไม่ว่าจะตระกูลเฉาหรือบ้านท่านหมอต้วนล้วนเป็นที่นับหน้าถือตา เหตุใดจึงไม่มีคนติดตามเกี้ยวเจ้าสาวแม้แต่คนเดียว” เขาเหลือบตามองไปทางเกี้ยวเจ้าสาวท่าทางกระวนกระวายเดินทางมาตั้งนานพวกเรายังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวในเกี้ยวเลยนะขอรับ


นางแค่กำลังโมโหที่ต้องแต่งให้คนอย่างต้วนเจิ้งหานเท่านั้นแหละ อย่าคิดมาก” เหว่ยชิงโบกมืออย่างเกียจคร้าน


แม้ท่านหมอต้วนจะมากความสามารถและเป็นที่นับหน้าถือตา แต่บุตรชายกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าหากไม่มีท่านหมอต้วนคอยหนุนหลัง ต้วนเจิ้งหานก็เป็นแค่คนไม่ได้ความที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เป็นบุรุษที่แย่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก


กระต๊าก!


ดูสิ! ขนาดไก่ยังขันรับความคิดของเขาเลย...


ไก่?”


เหว่ยชิงเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบด้านแต่ไม่เห็นไก่สักตัวจึงเริ่มรู้สึกแปลก ๆ 


ข้าคิดว่าเสียงมาจากในเกี้ยว...หนึ่งในคนคุ้มกันเอ่ยขึ้น


เหว่ยชิงกระโดดลงจากม้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเกี้ยวเจ้าสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สองมือยื่นออกไปด้านหน้า เมื่อนึกได้ว่าหากคุณหนูเฉานั่งอยู่ด้านในเขาจะต้องโดนนางอาละวาดใส่ปลายนิ้วก็สั่นน้อย ๆ


แต่พอเห็นสายตาให้กำลังใจจากผู้อื่นเขาก็กลืนน้ำลายอึกหนึ่งและตัดสินใจเปิดม่านออก


น...นี่มัน


ด้านในมีถุงผ้าขนาดใหญ่เท่าคนหนึ่งคนถูกวางเอาไว้ตรงที่นั่ง บนพื้นมีเชือกขดเล็ก ๆ กองอยู่ เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ข้าง ๆ เชือกขดนั้น...


กระต๊าก!!


เหตุใดเจ้าสาวจึงกลายเป็นไก่กันเล่า!


******************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.004K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #317 mytty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 18:00

    ซวยเเล้วลูก555555

    #317
    0
  2. #311 -134340 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 22:29
    เหหห อิหยังน่ะ555555
    #311
    0
  3. #294 Xialyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    พกดวงมาด้วยนะ555
    #294
    0
  4. #292 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 09:44
    อะไรมันจะขนาดนั้น...
    #292
    0
  5. #248 ~PiToN~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:35
    กลายเป็นไก่ไปแล้ว
    #248
    0
  6. #210 Get out my heart 💕 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 17:50
    ไก่บนเกี้ยวว655
    #210
    0
  7. #46 Mizza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 07:06
    คุณชายย keep look นิดนึงเจ้าค่ะ ดูมุ้งมิ้งมาก 555
    #46
    0
  8. #11 yj-yj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:50
    ดีใจจังค่ะมาต่อแล้ว คุณชายดูอ๊องๆนะคะ แต่คุณปู่ก็ดูเป็นคนตลกนะคะ จะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ
    #11
    1
    • #11-1 Queenrabbit(จากตอนที่ 2)
      26 เมษายน 2561 / 16:33
      ขอบคุณสำหรับการติดตามค่าาา
      #11-1
  9. #9 piyadamai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 16:17
    ดีใจจังมาต่อตอน2หายไปนานมากจนลืมแล้วนะว่ามาขึ้นเรื่องใหม่ แต่ตระกูลนี้ตลกนะ ดูท่าคุณชายจะไม่เต็มบาท หวังที่หลานๆเถอะสงสารคุณชายอ่ะ
    #9
    1
    • #9-1 Queenrabbit(จากตอนที่ 2)
      25 เมษายน 2561 / 11:11
      คุณชายเต็มมากค่ะ...เต็มจนล้น 5555
      #9-1
  10. #8 สายฝน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 13:41

    ดีใจที่ไรท์มาต่อค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

    จะว่าสงสารก็สงสารนะ แต่จงรับกรรมไปเถอะเหว่ยชิง อีกอย่างนายทำสิ่งใดไว้จงรับผลต่อไปนะ //ความจริงนายไม่ต้องหาภริยาหรอก เพราะมีคนกำลังรออยู่ แค่กๆ//


    ส่วนข่าวลืออันนั้นคงมาจากใครสักคนสินะ >_<

    #8
    1
    • #8-1 Queenrabbit(จากตอนที่ 2)
      25 เมษายน 2561 / 11:08
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่าา
      กำลังใจดีแบบนี้เดี๋ยวเรามาต่อให้อีกตอน หุๆๆๆ
      #8-1