(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 19 : อาการป่วย [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 409 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่ 10 

อาการป่วย [1-2]


เสียงหวานใสสองเสียงดังประสาน ดรุณีน้อยสองนางลุกขึ้นต้อนรับไป๋หมิงเยวี่ยอย่างพร้อมเพรียง  


เหว่ยชิงหันไปมองตามต้นเสียง เมื่อเห็นจ้าวหรานร่างกายก็ตอบสนองโดยการก้าวถอยหลังทันที


หน้าตาของจ้าวหรานไม่ได้แตกต่างจากตอนที่เคยด่ากราดใส่เขาเมื่อหลายปีก่อน นางแค่ดูสำรวมมากขึ้น เรียบร้อยมากขึ้น แต่สายตายามมองมาที่เขายังคงแฝงอารมณ์ดูแคลนเอาไว้เหมือนแต่ก่อน


ส่วนสตรีอีกนางเหว่ยชิงไม่รู้จัก จากท่าทางและการแสดงออกที่ไม่ต่างจากจ้าวหราน คงจะเป็นคุณหนูของตระกูลขุนนางหรือไม่ก็ตระกูลคหบดีใหญ่ที่หมายปองไป๋หมิงเยวี่ยเช่นกัน


ไป๋หมิงเยวี่ยเพียงพยักหน้าน้อย ๆ ให้ผู้มาเยือน เขาตรงไปนั่งเก้าอี้ประธาน ส่งสายตาบอกให้เหว่ยชิงนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะจิบชาด้วยท่าทางนิ่งเฉย


คุณชายเหว่ย ผู้เฒ่าเหว่ยสบายดีหรือไม่” จ้าวหรานเห็นไป๋หมิงเยวี่ยให้ความสำคัญกับเหว่ยชิงจึงไม่อาจมองเมินเขาได้


เขาสบายดี” เหว่ยชิงเจอจ้าวหรานในแบบที่ไร้ความเกรี้ยวกราดและสุภาพเรียบร้อยก็รู้สึกไม่คุ้นชิน จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจืดชืดก่อนจะเริ่มจิบชาและไม่พูดอะไรอีก 


คนเราเมื่อเติบใหญ่นิสัยย่อมเปลี่ยนแปลง หากรู้ว่านางรู้จักอดกลั้นไม่เหมือนแต่ก่อน เขายอมปล่อยให้ลู่เสวียนเชิญพวกนางกลับแทนที่จะมานั่งอึดอัดมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรดีกว่า!


จ้าวหรานไม่รู้เลยว่าตัวนางในวัยเยาว์เคยสร้างความหวาดผวาให้เหว่ยชิงมากเพียงใด จึงมองพิจารณาอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ


เดิมทีนางคิดว่าเขาอยากแต่งงานกับนางจนเนื้อเต้น จึงนำสหายมาคอยกันท่า แต่เห็นทีนางคงคิดมากเกินไป เขามีท่าทางหลีกเลี่ยงนางเช่นนี้ คงโดนบังคับให้หมั้นหมายโดยผู้ใหญ่เหมือนกันกับนางกระมัง


พอได้ข้อสรุปสายตาที่จ้าวหรานมองเหว่ยชิงก็ดีขึ้น


นางคือคุณหนูสามตระกูลจาง จางอวี้หลัน’ เป็นสหายของข้าเอง” จ้าวหรานแนะนำสหายที่นางพามาด้วยให้เหว่ยชิงและไป๋หมิงเยวี่ยได้รู้จัก ตระกูลจางส่งชาเข้าวังหลวงมาหลายชั่วอายุคน คิดว่าจวิ้นอ๋องคงเคยได้ยินมาบ้าง


ไป๋หมิงเยวี่ยเงยหน้ามองจางอวี้หลันแวบหนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปมองเหว่ยชิงแทน


จะคุณหนูคนไหนเขาก็ไม่อยากรู้จัก เขาอุตส่าห์คิดว่าวันนี้จะได้ใช้วันหยุดพักผ่อนร่วมกับพี่ชิง แล้วเหตุใดถึงต้องมาคอยทำความรู้จักกับใครก็ไม่รู้ด้วย


ไป๋หมิงเยวี่ยย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเป้าหมายของสตรีทั้งสองนางคือการสานสัมพันธ์กับเขา แต่สำหรับเขาแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่สู้พี่ชิงของเขาได้


พี่ชิงของเขาดีจนเขากลัวว่าจ้าวหรานจะเปลี่ยนใจ!


เขาสู้อุตส่าห์ปล่อยข่าวลือกันเอาไว้แล้วว่าพี่ชิงเป็นของเขา คู่หมั้นที่โผล่มาเรื่อย ๆ เขาก็คอยจัดการหาคู่ครองคนใหม่ให้กับพวกนางตามความเหมาะสม เขาเตรียมการเรื่องนี้มาหลายปี แม้จะยังไม่ถึงจุดหมาย แต่อีกไม่นานเขาจะต้องได้อีกฝ่ายมาครอบครองอย่างแน่นอน 


แล้วจะให้พวกนางมาตีสนิทสร้างความสับสนให้พี่ชิงของเขาไปทำไมกัน


ไป๋หมิงเยวี่ยพยายามทำสีหน้าปกติหลุบตาลงเลื่อนจานขนมของตัวเองไปไว้ตรงหน้าเหว่ยชิง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่มองจางอวี้หลันไม่สนใจขนมของเขา อารมณ์ดี ๆ ที่สะสมมาตั้งแต่เช้าพลันจางหายไปจนหมด


วันนี้ข้าเพิ่งได้ชาอวี่เฉียนมา อยากให้จวิ้นอ๋องได้ลิ้มลองจึงขอติดตามคุณหนูจ้าวแวะมาเยี่ยมเยียน” จางอวี้หลันเห็นไป๋หมิงเยวี่ยเอาแต่สนใจเหว่ยชิงจึงเริ่มบทสนทนาโดยดึงเหว่ยชิงเข้ามาพูดคุยด้วยคุณชายเหว่ยชอบดื่มชาหรือไม่”  


และแน่นอนว่าได้ผล เพราะไป๋หมิงเยวี่ยหันกลับมามองนางด้วยสายตา...เรียบนิ่งจนน่ากลัว


จางอวี้หลันตัวสั่นรู้สึกเหมือนกำลังหายใจไม่ออก แต่เพียงพริบตาเดียวความรู้สึกนั้นก็จางหายไป ทั้ง ๆ ที่ไป๋หมิงเยวี่ยยังคงมีสายตาเรียบนิ่งตามเดิม


หรือนางจะคิดมากเกินไป?


ชอบสิ” เหว่ยชิงไม่รู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ ในวงสนทนา เขาพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด การได้ดื่มชาสักกาให้ชื่นใจหลังฝึกฝนร่างกายมาเหนื่อย ๆ เป็นสิ่งที่เขากระทำมาตลอดหลายปี ดังนั้นเขาจึงตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าเขาชอบดื่มชามาก! 


ห...หากไม่รังเกียจ ขอข้าแสดงฝีมือให้ทุกท่านชมได้หรือไม่” 


แม้จะยังรู้สึกแปลก ๆ แต่จางอวี้หลันก็ยังอยากคว้าโอกาสเรียกร้องความสนใจจากไป๋หมิงเยวี่ย วิธีการชงชาของตระกูลจางเป็นวิธีแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาช้านาน ลูกหลานในตระกูลล้วนถูกฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็ก แม้ฝีมือของนางจะไม่ได้ดีเลิศ แต่ท่วงท่านับว่าน่ามองไม่น้อย ไม่แน่ว่าอาจจะถูกใจเขาก็เป็นได้


ไปเตรียมอุปกรณ์ชงชามาให้คุณหนูสามไป๋หมิงเยวี่ยเปิดปากสั่งผู้ติดตามที่ยืนอยู่ไม่ไกล


ได้ยินเช่นนั้นจางอวี้หลันพลันยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ


จ้าวหรานเห็นสหายของตัวเองเสนอตัวจนเกินงามก็เริ่มเข้าใจจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายขอติดตามมาด้วย แม้จะไม่พอใจนัก แต่จากที่เห็นสายตาของไป๋หมิงเยวี่ย นางคิดว่าเขาคงไม่ค่อยชอบสหายของนางสักเท่าไหร่จึงไม่ได้พูดอะไรอีก


ลู่เสวียนเตรียมอุปกรณ์ชงชามาให้ราวกับเนรมิตได้ เหว่ยชิงมองอุปกรณ์มากมายที่ไม่น่ามีอยู่ในบ้านของเขาด้วยความทึ่ง


ของพวกนี้คงขนมาจากบ้านตรงข้าม...กระมัง


เหว่ยชิงมองสำรวจอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยความสนอกสนใจ เขารู้ว่าวิธีการชงชามีหลายแบบ แต่สำหรับคนหยาบกระด้างอย่างเขาเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้นับว่าไกลตัวมาก


จางอวี้หลันเห็นว่าของทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมก็เริ่มลงมือแสดงวิธีการชงชาตามแบบฉบับตระกูลจาง เหว่ยชิงมองแล้วรู้สึกว่าท่วงท่าของนางดูลื่นไหลดี แสดงให้เห็นว่านางขยันหมั่นฝึกฝน จึงเอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้มจริงใจ


คุณหนูสามคงใช้เวลาฝึกฝนมานาน ฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ 


เขาถือคติว่าผู้ขยันหมั่นฝึกฝนวิชาควรได้รับคำชื่นชมเสมอ


แม้จางอวี้หลันจะเรียนรู้วิธีการชงชามาตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าเทียบกับพี่น้องของนางแล้วฝีมือแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอะไรได้ เมื่อได้รับคำชมด้วยท่าทางจริงใจจากเหว่ยชิงจึงรู้สึกดีใจและแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อเขามากยิ่งขึ้น


คุณชายเหว่ยลองดื่มดู หากท่านชอบข้าจะให้คนนำมาส่งให้อีก” นางพูดด้วยรอยยิ้มขณะส่งถ้วยชาให้เหว่ยชิง


อันที่จริงสำหรับเหว่ยชิงแล้วไม่ว่าจะเป็นชาดีหรือไม่เขาก็รู้สึกว่ามันจืดเหมือนกันหมด ไม่เหมือนกับสุราที่มีหลากรส แต่พอเห็นสายตาคาดหวังจากจางอวี้หลันก็ไม่อยากให้นางเสียน้ำใจจึงเอ่ยชมไปอีกหนึ่งคำ


กลิ่นหอมมาก” เขาแสร้งดมกลิ่นก่อนจะค่อย ๆ จิบเลียนแบบไป๋หมิงเยวี่ย เขาติดนิสัยเอาอกเอาใจเหล่าสตรีที่เคยเป็นว่าที่คู่หมั้นของตัวเอง จึงสามารถเอ่ยปากชื่นชมผู้อื่นได้อย่างไหลลื่น ชาดี รสชาติดี ฝีมือของคุณหนูสามไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ


ยิ่งโดนชมจางอวี้หลันก็ยิ่งรู้สึกว่าเหว่ยชิงนิสัยดีมากกว่าที่คิด จึงชวนเขาพูดคุยไม่หยุด ลืมเลือนจุดประสงค์หลักที่จะมาสร้างความสัมพันธ์กับไป๋หมิงเยวี่ยไปจนหมด


ไป๋หมิงเยวี่ยเห็นคนทั้งสองเริ่มสนิทสนมกันอารมณ์พลันขุ่นมัว แม้จะไม่อยากแสดงออกให้มากนัก แต่ร่างกายกลับไวกว่าความคิด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปดึงมือของเหว่ยชิงมากุมเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว


“...”


การกระทำแปลก ๆ ของไป๋หมิงเยวี่ยทำให้บรรยากาศในเรือนรับรองกลายเป็นกระอักกระอ่วน สตรีทั้งสองนางมองมือที่กุมกันแน่นด้วยดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นเรื่องแปลกประหลาด 


ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี” ไป๋หมิงเยวี่ยพูดกับเหว่ยชิงโดยไม่สนจ้าวหรานกับจางอวี้หลัน ร่างกายเริ่มรู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาจริง ๆ โดยไม่ต้องเสแสร้ง อยากพักผ่อน…”


จ้าวหรานนิ่งเงียบมานานเพราะหาจังหวะพูดไม่ได้กำลังรู้สึกรำคาญจางอวี้หลันอยู่พอดี นางเข้าใจจุดประสงค์ของไป๋หมิงเยวี่ยว่าไม่อยากให้พวกนางอยู่ต่อ จึงรีบดึงสหายให้ลุกขึ้นและเอ่ยคำลา


พวกข้ารบกวนจวิ้นอ๋องกับคุณชายเหว่ยนานมากแล้ว คงต้องขอตัวก่อน


หากคุณชายเหว่ยสนใจเรื่องชา สามารถแวะไปพูดคุยกับข้าได้” จางอวี้หลันลุกขึ้นตามแรงดึงของสหายอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักไว้พบกันใหม่” นางทอดสายตาให้เหว่ยชิงก่อนจะเดินตามจ้าวหรานออกไปแต่โดยดี ท่าทางของนางแสดงให้เห็นว่าสนใจเหว่ยชิงอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ไป๋หมิงเยวี่ยอารมณ์ขุ่นมัวยิ่งขึ้น


นางไปแล้วยังมองตามอีกหรือ


ไป๋หมิงเยวี่ยขมวดคิ้วแน่นเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เขาอยากจะดึงตัวเหว่ยชิงเข้ามากอดเพื่อแสดงความรู้สึกของตัวเองบ้าง แต่ร่างกายของเขากลับไร้เรี่ยวแรง จนต้องทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เพราะไม่อาจพยุงตัวเองเอาไว้ได้


เหว่ยชิงสะดุ้งกับน้ำเสียงของคนข้าง ๆ เขาแค่มองส่งคุณหนูทั้งสองตามมารยาทแล้วจึงหันกลับมาอธิบาย 


แต่พอเห็นสภาพของไป๋หมิงเยวี่ยก็ต้องถลาเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความตกใจทันที


ก่อนหน้านี้เขาโดนจางอวี้หลันชวนคุยจึงไม่ได้สังเกตสีหน้าของไป๋หมิงเยวี่ย แต่ตอนนี้ได้มองชัด ๆ แล้ว จึงเห็นว่าซีดเซียวจนน่ากลัว


นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”


เหว่ยชิงมือไม้สั่นรีบยืนมือไปจะตรวจชีพจรคนตรงหน้าอย่างรีบร้อน


ข้าไม่เป็นไร” ไป๋หมิงเยวี่ยหลบตาหดแขนไปด้านหลังตอบเสียงแผ่วเบา แค่พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนสักพักก็หาย


อยู่นิ่ง ๆ ให้ข้าจับชีพจรดูก่อน” 


เหว่ยชิงเห็นคนตรงหน้าดื้อรั้นจึงตัดใจใช้กำลังเข้าบังคับ ไป๋หมิงเยวี่ยไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจเลี่ยงได้สุดท้ายก็ยอมยื่นแขนออกมาให้เหว่ยชิงแต่โดยดี


ชีพจรที่จับได้แม้จะคงที่แต่ก็เบาจนน่าใจหาย ไป๋หมิงเยวี่ยมีร่างกายที่แข็งแรงและดูปกติดีทุกอย่างแต่ยามนี้กลับดูอ่อนแรงไร้กำลังแม้แต่หายใจยังดูเหนื่อย ทำให้เหว่ยชิงเริ่มแตกตื่นลนลานเพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้มาก่อน 


ลู่เสวียน เขาเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนหรือเปล่า!” เหว่ยชิงเลือกถามผู้ติดตามของไป๋หมิงเยวี่ยแทนที่จะถามเจ้าตัว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมเปิดปากง่าย ๆ


จวิ้นอ๋องร่างกายอ่อนเพลียอยู่บ่อย ๆ บางครั้งเป็นเพียงชั่วครู่ บางครั้งเป็นนานหลายชั่วยาม แต่พอไปรักษาตัวกับท่านหมอต้วนกลับตรวจไม่พบอะไรและไม่มีอาการแสดงออกมาแม้แต่ครั้งเดียวลู่เสวียนตอบด้วยสีหน้ากังวล ไม่คาดคิดว่าอาการจะกำเริบอีก…”


พอได้ยินคำอธิบายของลู่เสวียน เหว่ยชิงก็รู้ทันทีว่าเหตุใดไป๋หมิงเยวี่ยถึงโผล่ไปที่เรือนยาของหมอเทวดาต้วน แม้จะผิดหวังอยู่บ้างที่อีกฝ่ายไม่ได้ไปที่นั่นเพื่อตามหาเขาอย่างที่เคยบอกไว้ แต่ร่างกายของอีกฝ่ายสำคัญกว่าจึงไม่คิดเก็บมาใส่ใจ


อาจารย์บอกว่าอาจจะเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอไป๋หมิงเยวี่ยหลับตาลงแค่พูดก็รู้สึกเหนื่อย แต่ก็มีโอกาสเป็นอย่างอื่นเช่นกัน


เหว่ยชิงพอจะเข้าใจว่า อย่างอื่น’ ที่ไป๋หมิงเยวี่ยว่ามาคืออะไร และเหตุใดท่านหมอต้วนจึงตรวจไม่เจอ เพราะถ้าหากวันนี้เขาไม่ได้จับชีพจรอีกฝ่ายตอนอาการกำเริบ ไป๋หมิงเยวี่ยก็จะดูเหมือนคนหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรงตามปกติและไม่มีอาการใดแสดงให้เห็นเลยว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ปกติ


เหว่ยชิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองถ้วยชาที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างใช้ความคิด


ข้าคิดว่าเจ้าไม่ได้ป่วยแต่ในร่างกายของเจ้ามีพิษ


พูดจบจึงขมวดคิ้วแน่นในใจนึกถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว


แม้จะเรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรมานาน แต่ความรู้เรื่องพิษของเขามีจำกัดเพราะไม่ค่อยสนใจมันเท่าที่ควร ดังนั้น ถึงจะรู้ว่าอาการของไป๋หมิงเยวี่ยเกิดจากการถูกพิษ แต่ก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นพิษชนิดไหนและจะแก้มันได้อย่างไร


เห็นทีคงต้องลากตัว เจ้านั่น’ มาช่วยเสียแล้ว


...............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 409 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #343 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 08:31
    ตลคใหม่จะเปิดตัวแล้วว
    #343
    0
  2. #236 chira10127 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:34
    สู้เค้าาาา
    #236
    0
  3. #82 SpaceCow (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:35
    เสี่ยวชิงงงง
    #82
    0
  4. วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 14:47
    ตอนแรกนึกว่าอ่อนแรงแรงเรียกร้องความสนใจ อ่าวเป็นจริง555
    #81
    0
  5. #79 สายหมอก (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 22:44

    เจ้านั่นคือใครกัน

    อย่ามาเป็นมือที่สามนะ

    #79
    0
  6. #78 llมวน้oE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 22:31
    เจ้านั่น!? เจ้านั่นไหนคะ มือที่สา-ม /แค่ก! แค่ก!
    #78
    0