(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 15 : คนสำคัญ [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่ 

คนสำคัญ [1-2]


ถนนสายตะวันออกมักจะมีขบวนรถม้าขับผ่านเป็นปกติ บ้างก็เป็นขบวนรถม้าของกลุ่มขุนนาง บ้างก็เป็นขบวนขนสิ้นค้าของพวกพ่อค้า บางทีถึงกับมีขบวนรถม้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ 


แต่วันนี้กลับมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้น


ขบวนรถม้าขบวนหนึ่งเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุดผ่านถนนตะวันออกอย่างเชื่องช้า ขวางทางสัญจรไปมาจนคนรอบด้านอดด่าทอในใจไม่ได้ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากต่อว่าออกไปตรง ๆ เพราะผู้คุ้มกันบางคนช่างคุ้นหน้าคุ้นตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นคนใต้บังคับบัญชาของคนใหญ่คนโตท่านหนึ่ง


เอาเถอะ พวกเขาคงอยากจะชมบรรยากาศตามรายทางเลยขับ ๆ หยุด ๆ เช่นนั้น!


ในขณะที่ชาวบ้านได้แต่ลอบก่นด่าในใจ ผู้ที่กำลังตกที่นั่งลำบากที่สุดกลับเป็นคนขับรถม้าที่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อ เพราะคนด้านในกำลังถกเถียงอย่างไม่มีใครยอมใครเรื่องจุดหมายปลายทาง


ให้ข้าไปส่งเจ้าเถอะ” เหว่ยชิงพูดเหมือนเดิมเป็นครั้งที่สามด้วยใบหน้ามุ่งมั่น เพราะหลังจากรอเหว่ยถิงซื้อของอยู่นานกว่าชั่วยามพวกเขาก็พบว่านางขึ้นรถม้าอีกคันมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์ตระกูลเหว่ยแลวทิ้งพวกเขาเอาไว้โดยให้เหตุผลว่าอี้เจี้ยน...ปวดหนัก


พอได้ยินผู้ติดตามของไป๋หมิงเยวี่ยรายงานเหว่ยชิงก็ถึงกับพูดไม่ออก แต่เรื่องเช่นนี้นับว่าเป็นเหตุสุดวิสัย อีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจเขาจะไปส่งอีกฝ่ายให้ถึงจุดหมายปลายทางแล้วค่อยกลับบ้านก็แล้วกัน


เขาแค่อยากแสดงน้ำใจไม่ได้อยากอยู่ด้วยกันนาน ๆ หรือกลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้ากันอีกหรอกนะ!


ไม่เป็นไร ตรงกลับคฤหาสน์ตระกูลเหว่ยเลย” ไป๋หมิงเยวี่ยยื่นคำขาดสั่งการคนขับโดยไม่ปล่อยให้เหว่ยชิงได้ปฏิเสธอีก


ข้าไม่ได้ไปที่วังผิงอ๋องนานแล้วเหว่ยชิงพูดด้วยใบหน้าเริ่มบูดบึ้ง แต่พอโดนจ้องนานเข้าก็เก็บสีหน้าและรีบหาข้ออ้างอื่น จะได้ไปพบผิงอ๋องด้วย ไม้ได้พบกันนานไม่รู้ว่าฝีมือรุดหน้าไปถึงไหนแล้ว


ไป๋หมิงเยวี่ยได้ยินคนข้าง ๆ พูดถึงพี่ชายด้วยท่าทางคิดถึงคะนึงหา ในใจของพลันเกิดความรู้สึกไม่ค่อยดีสายหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สมัยก่อนเขามักจะเห็นเหว่ยชิงกับพี่ชายประลองฝีมือกันอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งได้รู้จักกันก็ยิ่งคุยถูกคอ จนบางครั้งเหว่ยชิงต้องเสียเวลาคุยติดพันกับพี่ชายจนมีเวลาอยู่กับเขาน้อยลง


พักหลังมานี้ท่านพี่ต้องทำงานหนักจึงไม่ค่อยมีเวลาว่างไป๋หมิงเยวี่ยหลุบตาลงเพื่อปิดบังความไม่พอใจในดวงตา หากท่านอยากพบเขาพวกเราค่อยไปพร้อมกันดีหรือไม่


ไปพร้อมกัน?”


ข้าไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วพอเห็นเหว่ยชิงเลิกคิ้วสงสัยไป๋หมิงเยวี่ยก็ให้คำตอบด้วยรอยยิ้มขบขัน


ข้าเพิ่งย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่เมื่อต้นปีเขากระแอมเล็กน้อยก่อนจะเสริมอีกประโยค ที่วังของท่านพี่มีคนมากเกินไป ข้าไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่


ได้ยินเช่นนั้นเหว่ยชิงก็พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะไป๋หมิงฮ่าวเคยได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในบุรุษนักรักชื่อดังของเมืองหลวง ยิ่งเขามียศเป็นถึงผิงอ๋อง ขุนนางน้อยใหญ่คงส่งสาวงามเข้าประตูวังไม่ขาด เกรงว่ายามนี้วังของผิงอ๋องคงจะมีสาวงามเดินเฉิดฉายไปมาอยู่เต็มไปหมด


แต่เขาไม่ได้สนใจเรื่องของไป๋หมิงฮ่าวเสียหน่อย ยิ่งรู้ว่าไป๋หมิงเยวี่ยย้ายที่อยู่แล้วเขายิ่งต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร มีสตรี...เอ้ย! มีพื้นที่กว้างขวางหรือไม่


ไปส่งเจ้าก่อนดีกว่า เจ้าอยู่ที่ไหนบอกคนขับไปสิ!” เหว่ยชิงตัดสินใจได้ก็รีบคาดคั้นอีกฝ่ายให้เผยตำแหน่งบ้านหลังใหม่ออกมา


จะตีเหล็กต้องรีบตีตอนร้อน ไปตอนที่ยังไม่ทันตั้งตัวนี่แหละดีที่สุด!


เหว่ยชิงครุ่นคิดไปไกลโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ก็เผยออกมาทางสีหน้าจนหมด ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายของเขาถูกไป๋หมิงเยวี่ยรู้ทันตั้งแต่ยังไม่อ้าปากเลยด้วยซ้ำ


บ้านของข้าอยู่ใกล้กับคฤหาสน์ตระกูลเหว่ย ไปที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ” ไป๋หมิงเยวี่ยยกยิ้มก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะข้าอยู่คนเดียวกับบ่าวไพร่ไม่กี่คน ท่านสบายใจได้


เหว่ยชิงถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินคำตอบ รู้สึกเหมือนโดนอีกฝ่ายล่วงรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ สบายใจอะไร! ข...ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้นเสียหน่อย


อ้อ” ไป๋หมิงเยวี่ยส่งเสียงรับคำแก้ตัวตะกุกตะกักของเหว่ยชิงก่อนจะส่งรอยยิ้มชวนหนาว ๆ ร้อน ๆ มาให้ ท่าทางคลุมเครือ ท่ามกลางบรรยากาศคลุมเครือ กับความสัมพันธ์อันแสนคลุมเครือ...


ทุกอย่างดูคลุมเครือเกินไปแล้ว!!


เหว่ยชิงนั่งนิ่งตัวเกร็งไม่กล้าพูดอะไรไปตลอดทาง จนกระทั่งรถม้าหยุดนิ่งจึงกล้าขยับ


เมื่อออกมาจากรถม้าเหว่ยชิงก็เห็นคฤหาสน์ที่ถูกซื้อทิ้งไว้เมื่อหกปีก่อนตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ด้านในมีเสียงตะโกนดังออกมาดูวุ่นวายไม่น้อย เหว่ยถิงคงจะสั่งการให้ทำความสะอาดครั้งใหญ่อยู่เป็นแน่


เหว่ยชิงเหลือบตามองไป๋หมิงเยวี่ยที่ยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ด้วยไม่รู้ว่าจะเชิญอีกฝ่ายเข้าไปเผชิญกับความวุ่นวายด้วยกันหรือจะบอกลาตรงนี้ดี


เจ้าจะแวะเข้ามาพักข้างในก่อนหรือไม่


ท่านเข้าไปเถอะข้ามีเรื่องต้องกลับไปจัดการก่อนไป๋หมิงเยวี่ยส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย ตอนเย็นค่อยแวะมากินข้าวกับท่าน


ได้ยินว่าไป๋หมิงเยวี่ยจะกลับเหว่ยชิงก็หงอยลงเล็กน้อย แต่เขารู้ดีว่าธุระที่ว่าคงเกี่ยวกับเรื่องนักฆ่าที่บุกมาไม่เว้นแต่ละวันจึงปฏิเสธเรื่องกินมื้อเย็นด้วยกันเจ้าพักผ่อนเถอะ เทียวไปเทียวมาเดี๋ยวจะเหนื่อยเปล่า ๆ


ใกล้แค่นี้จะเหนื่อยได้อย่างไรไป๋หมิงเยวี่ยตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจ


ใกล้?” 


เหว่ยชิงเอียงหน้ามองไป๋หมิงเยวี่ยเดินข้ามถนนไปยืนหน้าประตูฝั่งตรงข้ามพร้อมกับผู้ติดตามด้วยความงุนงง แต่พอเห็นคนวิ่งออกมาต้อนรับอีกฝ่ายเต็มหน้าประตูทั้งยังค้อมตัวคำนับอย่างนอบน้อมก็อ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง


หากคิดถึงก็แวะมาหาข้าได้ ที่นี่ยินดีต้อนรับท่านเสมอ” ไป๋หมิงเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนนัยน์ตาฉายแววขบขันก่อนจะหมุนตัวเดินตามบ่าวรับใช้เข้าไปข้างใน


จนกระทั่งประตูฝั่งตรงข้ามปิดสนิทเหว่ยชิงถึงจะรู้สึกตัวและรีบหันไปหาผู้ดูแลที่คอยดูแลคฤหาสน์ตระกูลเหว่ยมาตลอดหกปี


ลุงหยวน บ้านตรงข้ามย้ายมานานแล้วหรือ?”


หยวนมู่ได้ยินคุณชายถามเหมือนคุณหนูตอนมาถึงก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ฝั่งตรงข้ามใหญ่โตกว่าคฤหาสน์ตระกูลเหว่ยตั้งไม่รู้กี่เท่าจะเรียกว่าบ้านได้อย่างไรกัน


วังของจวิ้นอ๋อง[1]เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อต้นปีขอรับ


[[1] จวิ้นอ๋อง เป็นตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่ รองจากชินอ๋อง]


“...”


คำตอบที่ได้ยินทำให้เหว่ยชิงถึงกับยืนนิ่งอ้าปากค้างอยู่นาน


หลังจากได้สติและวิ่งเข้าไปหาเหว่ยถิงด้วยใบหน้าแตกตื่น เพราะได้รู้ว่าสองปีก่อนไป๋หมิงเยวี่ยได้สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ จักรพรรดิจึงมีราชโองการแต่งตั้งให้เขาเป็นจื้อจวิ้นอ๋อง และยกที่ดินฝั่งตรงข้ามคฤหาสน์ตระกูลเหว่ยให้สร้างวังใหม่อย่างใจกว้าง


สองปีก่อนคือช่วงที่เราทำศึกชนะแคว้นเว่ยมิใช่หรือเหว่ยถิงพูดพลางขมวดคิ้วมุ่น สองปีก่อนไป๋หมิงเยวี่ยเพิ่งอายุสิบหก ความดีความชอบประเภทไหนกันที่ทำให้ได้รับพระราชทานทั้งยศทั้งที่ดินเช่นนั้น


นางติดตามเรื่องศึกในครั้งนั้นอยู่บ้าง ในช่วงที่เกิดสงครามนางไม่เคยได้ยินชื่อของไป๋หมิงเยวี่ยโผล่มาให้ได้ยินเลยสักครั้ง แต่เรื่องที่นางควรสนใจไม่ใช่ความเป็นไปของไป๋หมิงเยวี่ยในช่วงที่พวกนางไม่อยู่ แต่เป็นความรู้สึกของเหว่ยชิงต่างหาก


ตอนแรกนางก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่เห็นฝั่งตรงข้ามกลายเป็นวังขนาดใหญ่ แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าของชื่อบนป้ายหน้าประตูวังจะเป็นไป๋หมิงเยวี่ย เดิมทีด้วยสถานะบุตรชายคนรองของอดีตผิงอ๋องเหว่ยชิงก็คิดมากจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว 


ยามนี้ได้เลื่อนยศเป็นถึงจื้อจวิ้นอ๋องลูกพี่ลูกน้องของนางจะไม่ถึงกับคิดตัดใจเลยหรือ!


เหว่ยถิงเหลือบมองเห็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองนั่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างก็ได้แต่ทอดถอนใจ ท่าทางสิ้นหวังเช่นนั้น คงตัดสินใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไป๋หมิงเยวี่ยอยู่แน่ ๆ


พรุ่งนี้เราไปเยี่ยมเยียนแม่ทัพจ้าวกันเลยก็แล้วกัน…”


เหว่ยชิงหลุบตาพูดออกมาเสียงอ่อย ก่อนหน้านี้เขายังพอมีหวังอยู่บ้าง แต่พอรู้สถานะของไป๋หมิงเยวี่ยเท่านั้นแหละ แม้แต่อ้างว่าตัวเองมีความสัมพันธ์อันแสนคลุมเครือกับอีกฝ่ายเขาก็ยังไม่คู่ควร


อืม


เหว่ยถิงพยักหน้ารับพลางตบไหล่เขาเบา ๆ เหมือนให้กำลังใจ สุดท้ายเย็นวันนั้นไป๋หมิงเยวี่ยก็ไม่ได้มากินมื้อเย็นด้วยตามสัญญา


...............


วันนี้พี่ชิงบอกว่าไม่มีอารมณ์มาเล่นละครโรงเล็กค่ะ o(╥﹏╥)o

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #339 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 22:13
    แงงงงงงง
    #339
    0
  2. #232 chira10127 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 22:50
    งุ้ยยยยยยย
    #232
    0
  3. #72 MooNa Narak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 08:22
    ชิงชิง น่าสงสาร ลูบหัว 2 ที
    #72
    0
  4. #71 ส่นหมอก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:27

    แจกโถร้อยใบให้เสี่ยวชิง

    #71
    0
  5. วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:11
    โถ เหว่ยชิงผู้น่าสงสาร555
    #70
    0