(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 13 : เรื่องของเรา [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 559 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่  

เรื่องของเรา [1-2] 


ลู่เสวียนใช้ข้ออ้างว่าจำเป็นต้องตามหาร่องรอยและสืบที่มาของกลุ่มคนร้ายปริศนาจึงต้องฝากเจ้านายที่กำลังอ่อนแอกลับเมืองหลวงพร้อมกับขบวนเดินทางของเหว่ยชิง


ด้วยเหตุนี้จึงมีรถม้าเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคันพร้อมกับผู้คุ้นกันหน้าตาน่ากลัวอีกหลายคน


เสี่ยวชิงเอาใจคนผู้นั้นเกินไปแล้ว!เหว่ยอี้เจี้ยนยู่หน้าไม่พอใจ


เขาไม่ได้ป่วยเสียหน่อยเหว่ยอี้เทียนมุ่ยปากรู้สึกไม่พอใจพอ ๆ กับพี่ชาย กลุ่มคนร้ายปริศนาอะไรกัน! โดนจ้างมาเล่นละครหรือเปล่าก็ไม่รู้


เด็กทั้งสองคนเกาะหน้าต่างรถม้ามองกลุ่มผู้ติดตามหน้าใหม่อย่างไม่สบอารมณ์นัก แค่มองก็รู้ทันทีว่าจะต้องเป็นผู้มีวรยุทธขั้นสูง แต่ยามที่ไป๋หมิงเยวี่ยโดนกลุ่มคนชุดดำไล่ตามกลับไม่มีใครโผล่หัวออกมาช่วยแม้แต่คนเดียว ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าอีกฝ่ายใช้แผนดักรอให้เสี่ยวชิงของพวกเขาได้แสดงบทจอมยุทธช่วยเหลือคนงามอยู่อย่างแน่นอน


น้าของพวกเจ้าเป็นหมอมิใช่หรือ หากเขาไม่ว่าอะไรก็แสดงว่าคนผู้นั้นป่วยจริง ๆ นั่นแหละ” เหว่ยถิงตอบขณะดึงตัวบุตรชายทั้งสองให้กลับมานั่งดี ๆ ในหัวครุ่นคิดถึงท่าทีที่เหว่ยชิงปฏิบัติต่อไป๋หมิงเยวี่ย 


ดูเหมือนระหว่างที่เหว่ยชิงไปอาศัยอยู่เรือนยาคงจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูสนิทสนมมากกว่าแต่ก่อน หรือว่า...


หรือว่าจะสารภาพแล้ว?”เหว่ยถิงพูดพึมพำดวงตาหรี่ลงเมื่อนึกถึงสายตาหลงใหลที่ไป๋หมิงเยวี่ยใช้มองเหว่ยชิงอย่างไม่ปิดบัง


สารภาพอะไรหรือท่านแม่


หืม” เหว่ยถิงกะพริบตาปัดความคิดของตัวเองทิ้งก่อนจะพูดกลบเกลื่อนไปเรื่องอื่นแม่นึกถึงพวกคนร้ายน่ะว่ายอมสารภาพหรือยัง” 


หากพวกเด็ก ๆ รู้ว่านางคิดอะไรอยู่พวกเขาคงร้อนใจจนต้องวิ่งไปลากเหว่ยชิงกลับมาเป็นแน่


เหตุใดถึงต้องอยากรู้เรื่องเหล่านั้นด้วยเหว่ยอี้เจี้ยนถามด้วยใบหน้าที่เริ่มบูดบึ้ง


พี่ชายที่น้าของพวกเจ้าดูแลอยู่มีฐานะไม่ธรรมดา เขาต้องเจอเรื่องเช่นนี้มาตั้งแต่ยังเด็กจึงมีสหายอยู่ไม่มาก น้าของพวกเจ้าเป็นสหายคนสำคัญคนหนึ่งของเขา เขาไม่สบาย สหายอย่างน้าของพวกเจ้าย่อมต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา” เหว่ยถิงลูบหัวบุตรชายทั้งสองพลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ


เขาโกหกอยู่ชัด ๆ เสี่ยวชิงบื้อจนดูไม่ออกต่างหาก” เหว่ยอี้เทียนพึมพำน้ำเสียงไม่พอใจ แม้คำอธิบายของมารดาจะทำให้รู้สึกสงสารอีกฝ่ายอยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจลบความหงุดหงิดในใจได้


จะไม่ให้หงุดหงิดได้อย่างไร ในเมื่อเหตุผลที่พวกเขายังดูออกว่าโกหกอย่างได้รับความตระหนกจนทำให้ล้มป่วยของไป๋หมิงเยวี่ยถูกเอ่ยออกมาอย่างหน้าด้าน ๆ แต่เสี่ยวชิงกลับหลงเชื่อ หลับหูหลับตาทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อดูแลอีกฝ่ายโดยไม่เอะใจแม้แต่นิดเดียว!!


น่าโมโหยิ่งนัก!


มีเพื่อนน้อยแล้วอย่างไร พวกเขามีท่านน้าที่ไม่ค่อยฉลาดและน่ารักอยู่เพียงคนเดียว หากท่านน้าต้องแบ่งเวลาให้ผู้อื่นอีก พวกเขาจะไม่น่าสงสารกว่าหรือ


ข้าคิดถึงเสี่ยวชิงแล้วเหว่ยอี้เจี้ยนลุกไปนั่งข้าง ๆ มารดาช้อนตาออดอ้อน ท่านแม่ตามเขากลับมานั่งกับพวกเราได้ไหม


เหว่ยถิงรู้ทันว่าบุตรชายต้องการให้นางออกหน้าจึงบีบจมูกเล็ก ๆ ของเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู อีกไม่ไกลก็ถึงจุดพักม้าแล้ว ถึงที่นั่นเมื่อไหร่พวกเจ้าค่อยไปตามเขากลับมาก็แล้วกัน


ถ้าพวกข้าไปตามเขาต้องไม่ยอมปล่อยเสี่ยวชิงออกมาแน่ ๆ ” เหว่ยอี้เทียนเบียดไปนั่งอีกด้านของมารดาก่อนจะพูดด้วยท่าทางไม่มั่นใจข้าไม่อยากให้เสี่ยวชิงอยู่กับเขา ท่านแม่ไปตามเสี่ยวชิงกลับมาไม่ได้หรือ


เหว่ยถิงเห็นท่าทางหงอย ๆ ขณะมองออกนอกหน้าต่างไปทางรถม้าอีกคันของบุตรชายก็ได้แต่ทอดถอนใจ เด็กทั้งสองโตมาโดยมีเหว่ยชิงดูแลตั้งแต่ฟันยังไม่ขึ้นสักซี่ ย่อมต้องรู้สึกทั้งรักทั้งหวงเป็นธรรมดา 


แต่จะบอกว่าเด็ก ๆ กังวลกันเกินเหตุก็ไม่ได้ เพราะปกติแล้วพวกเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้กับสหายคนอื่นของเหว่ยชิงมาก่อน แสดงว่าไป๋หมิงเยวี่ยในสายตาเด็ก ๆ นั้นดูพิเศษกว่าคนอื่น และความสนิทสนมที่เด็ก ๆ เห็นคงทำให้พวกเขารู้สึกกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายแย่งคนสำคัญไป


เหตุใดถึงมีท่าทางหงอยเหงาเช่นนั้นเล่า คนที่บอกว่าจะช่วยข้าดูแลเสี่ยวชิงหายไปไหนกันนะ” 


เหว่ยถิงกอดเด็ก ๆ ด้วยความเอ็นดูเพราะน้อยครั้งที่บุตรชายทั้งสองคนจะแสดงท่าทางไม่มั่นใจอย่างที่กำลังเป็นพวกเจ้าลองไปพูดคุยกับเขาดูก่อน หากเขานิสัยไม่ดีเดี๋ยวข้าไปจัดการลากน้าของพวกเจ้ากลับมาดีไหม


แม้เด็ก ๆ จะลังเลและรู้สึกกังวล แต่ก็พยักหน้ารับคำมารดาแต่โดยดี

 





เมื่อถึงจุดพักม้าเหว่ยอี้เจี้ยนและเหว่ยอี้เทียนก็ตัดสินใจวิ่งไปตามเหว่ยชิงกลับมานั่งด้วยกัน เหว่ยถิงรอพวกเขาอยู่ไม่นานทั้งสองคนก็กลับมาด้วยใบหน้าชื่นบานพร้อมกับของเล่นเต็มสองมือ


ท่านแม่! พี่หมิงเยวี่ยบอกว่าที่บ้านของเขามีของเล่นแปลก ๆ เยอะมาก หากไปถึงเมืองหลวงแล้วพวกข้าไปเล่นที่บ้านของเขาได้หรือไม่” 


เหว่ยอี้เจี้ยนยกอะไรบางอย่างที่มีรูปทรงกระบอกขึ้นมาโบกให้มารดาดู เมื่อเหว่ยถิงรับมาและส่องเข้าไปด้านในตามคำแนะนำของบุตรชายก็ได้เห็นกระจกหลากสีสะท้อนเป็นลวดลายแปลกตาอยู่ในนั้น


พี่หมิงเยวี่ยบอกว่าบ้านของเขาอยู่ใกล้กับบ้านของพวกเรามาก พวกข้าสามารถไปเล่นกับเขาพร้อมกับเสี่ยวชิงได้ตลอดเวลา” เหว่ยอี้เทียนพยักหน้ารัวเพื่อสนับสนุนพี่ชาย


ท่านแม่เขาใจดีมาก!


“...”


เหว่ยถิงเห็นพวกเขามีท่าทีแตกต่างจากตอนแรกก็ถึงกับพูดไม่ออก จากท่าทางและน้ำเสียงตื่นเต้นพวกนั้น เกรงว่ายามนี้เด็ก ๆ คงจะสนใจแต่ของเล่นในมือจนลืมเรื่องที่พวกตัวเองอยากตามเหว่ยชิงกลับมานั่งด้วยกันเสียแล้ว


ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็สามารถชนะใจเด็ก ๆ ได้ ไป๋หมิงเยวี่ยคงเตรียมการรับมือบุตรชายของนางมาพอสมควร ไม่ใช่สิ...เขาคงจะเตรียมการมาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว


เหว่ยถิงเห็นบุตรชายแย่งกันพูดชื่นชมไป๋หมิงเยวี่ยไม่ยอมหยุดก็อดทอดถอนใจไม่ได้


แค่ของเล่นไม่กี่ชิ้นก็เรียกอีกฝ่ายว่าพี่เสียคล่องปาก ลูกชาย พวกเจ้าใจง่ายเกินไปแล้ว

 


ในรถม้าของไป๋หมิงเยวี่ย 


เหว่ยชิงกำลังจ้องมองหีบที่ใส่ของเล่นเอาไว้จนแน่นด้วยความรู้สึกยากจะกล่าว ตอนแรกเขาก็สงสัยว่ามันคืออะไรไป๋หมิงเยวี่ยจึงเหลือบมองอยู่บ่อยครั้ง แต่พอหลานทั้งสองคนของเขาเข้ามาในรถม้า อีกฝ่ายก็รีบดึงหีบอันนี้ออกมาทันที


ข้าเตรียมของไว้ให้พวกเขาเยอะมาก แต่ต้องค่อย ๆ ให้ทีละชิ้นสองชิ้นเดี๋ยวพี่ถิงจะโมโหเอา” ไป๋หมิงเยวี่ยปิดหีบก่อนจะยัดกลับเข้าที่ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มโชคดีที่พวกเขาเข้าใจ


เหว่ยชิงถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงท่าทางกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ยามได้ยินไป๋หมิงเยวี่ยบอกว่าจะให้ของเล่นทุกครั้งที่แวะไปเล่นที่บ้านของอีกฝ่าย เจ้าพวกนั้นก็ไม่ทำให้ไป๋หมิงเยวี่ยต้องผิดหวัง รับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะแวะไปหาทุกวันอย่างแน่นอน


ทีเขาซื้อของเล่นให้ยังไม่เห็นจะมีท่าทางระริกระรี้เช่นนี้เลย เอาแต่บอกว่าของที่เขาซื้อหน้าตาน่าเกลียดบ้างล่ะ ไม่ใช่ของที่เหมาะกับเด็ก ๆ บ้างล่ะ เขาเห็นนะว่าในหีบใบนั้นมีของหลายชิ้นที่เหมือนกับของที่เขาเคยซื้อ เด็กพวกนี้เลือกปฏิบัติเกินไปแล้ว!


ท่านไม่ชอบที่ข้าให้ของเล่นเด็ก ๆ ?” ไป๋หมิงเยวี่ยเห็นเหว่ยชิงขมวดคิ้วมุ่นจึงเอื้อมมือไปนวดหัวคิ้วของเขาเบา ๆ จนคิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายออก


เขาไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าไม่พอใจเรื่องอะไร หากได้รู้คราวหน้าจะได้ทำตัวให้ถูก


เจ้าตามใจพวกเขาเกินไปเหว่ยชิงส่ายหน้าให้ตายก็ไม่ยอมบอกว่าเขากำลังอิจฉาอีกฝ่ายอยู่จึงพยายามเฉไฉไปเรื่องอื่นพอถึงเมืองหลวงเจ้าพวกนั้นจะต้องรบเร้าให้ข้าพาไปหาเจ้าไม่ยอมหยุดเป็นแน่


หรือพี่ชิงจะขี้เกียจมาหาเขา ก่อนหน้านี้เด็ก ๆ ก็บอกว่าพี่ชิงเป็นคนขี้เกี้ยจ


ไป๋หมิงเยวี่ยเข้าใจเช่นนั้นก็รีบรวบมือของอีกฝ่ายมากุมเอาไว้ก่อนจะลูบเบา ๆ อย่างเอาอกเอาใจ หากท่านเหนื่อยก็ส่งคนมาบอกข้า ข้าจะไปหาท่านเอง” 


“...”


เหว่ยชิงไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงได้แต่พยักหน้าอย่างจนใจ


ตั้งแต่ขึ้นรถม้ามาดูเหมือนไป๋หมิงเยวี่ยจะชื่นชอบการแตะเนื้อต้องตัวเขาเป็นพิเศษ แม้ตอนแรกจะเกร็ง ๆ อยู่บ้าง แต่พอนานเข้าก็เริ่มชิน จึงปล่อยให้อีกฝ่ายลูบมือของเขาต่อไปโดยไม่ได้ว่าอะไร


ฝ่ายไป๋หมิงเยวี่ยพอเห็นว่าเหว่ยชิงยอมให้แตะต้องโดยไม่ได้ปฏิเสธก็ขยับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ จนไหล่กระทบไหล่แนบชิดกันอย่างเป็นธรรมชาติ 


ธรรมชาติตรงไหนกันเล่า!


ไม่ใช่ว่าเหว่ยชิงจะไม่สังเกตว่าไป๋หมิงเยวี่ยจงใจนั่งเบียดตัวเองจนแทบจะยกเขาเกยขึ้นไปนั่งบนตัก เขาก็แค่ไม่อยากปฏิเสธต่างหาก 


อันที่จริงเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าไป๋หมิงเยวี่ยกำลังป่วยจริงหรือแกล้งป่วย เอาเป็นว่าไป๋หมิงเยวี่ยต้องการอะไรเขาก็โอนอ่อนตามอีกฝ่ายไปเสียทุกครั้ง หรือจะเรียกว่ารู้ตัวแต่ยินยอมโดยสมัครใจเลยก็ได้


ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่ง


ใบหน้าของเหว่ยชิงปรากฏร่องรอยของความยุ่งยากใจ ยามนี้เขารับรู้ความรู้สึกของไป๋หมิงเยวี่ยแล้ว แต่ก็เหมือนกับที่เว่ยเทียนเคยบอก อนาคตระหว่างเขากับอีกฝ่ายนั้นเป็นดั่งตะเกียงไร้น้ำมัน ดูไร้ความหวัง ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน


เขารู้ตัวว่าชอบไป๋หมิงเยวี่ยมานานแล้ว ยิ่งได้พบกันก็ยิ่งชอบมากยิ่งขึ้น แต่ยามนี้เขาต้องแต่งงานตามความต้องการของท่านปู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี


ท่านมีเรื่องกังวลอยู่หรือ


เหว่ยชิงได้ยินก็หันไปจ้องอีกฝ่ายอย่างนิ่งเงียบสักพักจึงตัดสินใจตอบด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มเจ้าก็รู้ว่าข้ากำลังจะแต่งงานกับจ้าวหราน…”พูดถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจออกมา เรื่องของพวกเราคงเป็นไปไม่ได้


ไป๋หมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น รู้สึกประหลาดใจที่เหว่ยชิงยอมครุ่นคิดเรื่องของเขาอย่างจริงจัง แต่จากคำพูดทั้งหมดของเหว่ยชิงเขาชอบแค่คำว่า เรื่องของพวกเรา’ เท่านั้น ส่วนคำพูดอื่นล้วนไม่เก็บมาใส่ใจ


ที่แท้ก็กำลังกังวลเรื่องของพวกเราไป๋หมิงเยวี่ยยกยิ้มละมุนเผยสีหน้าพึงพอใจ หากท่านยอมรับข้า เรื่องของจ้าวหรานข้าจะจัดการให้ท่านเอง


เรื่องนั้น...” 


เหว่ยชิงหยุดพูดรู้สึกสับสนที่ไป๋หมิงเยวี่ยส่งยิ้มให้ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งพูดว่าเรื่องของพวกเขาเป็นไปไม่ได้


อา เหตุใดเขาจึงไม่มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเลยสักนิด


ไป๋หมิงเยวี่ยเห็นท่าทางกระสับกระส่ายคล้ายไม่สบายใจของเหว่ยชิงก็รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวว่าเหว่ยชิงจะรู้สึกว่าเขากดดันจนเกินไปหากยังไม่มั่นใจค่อยให้คำตอบข้าทีหลังก็ได้เขาลูบใบหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะยกยิ้มมีเลศนัย 


เรามาทำเรื่องที่ค้างเอาไว้ต่อจะดีกว่า


ทำอะไร?” เหว่ยชิงเอียงหน้าถามเพราะเริ่มตามคำพูดของไป๋หมิงเยวี่ยไม่ค่อยทัน เขากำลังครุ่นคิดเรื่องเครียด ๆ เกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ แต่อีกฝ่ายกลับเปลี่ยนเรื่องไปเสียอย่างนั้น ยามนี้เขานึกไม่ออกแล้วว่าเรื่องที่ทำค้างเอาไว้ที่อีกฝ่ายว่ามาคือเรื่องไหน


ป๋หมิงเยวี่ยเห็นเหว่ยชิงจำไม่ได้ก็หลุบตาลงยิ้มละมุน ขยับมือมาแตะริมฝีปากคนตรงหน้าเบา ๆ


ครั้งที่แล้วยังไม่ทันได้ทำต่อท่านก็ถูกลากตัวออกมาเสียก่อน ยามนี้เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง อีกนานกว่าจะถึงจุดพักต่อไป มีเวลาทำเหลือเฟือก่อนจะกระซิบเชิญชวนด้วยน้ำเสียงเย้ายวนใจ ท่านอยากทำหรือไม่


เหว่ยชิงได้ยินคำพูดของไป๋หมิงเยวี่ย พลันนึกถึงเช้าวันนั้นในลานตากสมุนไพร


เรื่องที่ทำค้างเอาไว้คงเป็น...จูบ


ไม่!!


เหว่ยชิงหน้าแดงก่ำมองไป๋หมิงเยวี่ยที่พูดเรื่องน่าอายออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย เขาเพิ่งพูดแท้ ๆ ว่าเรื่องของพวกเรามันเป็นไปไม่ได้ เหตุใดจึงกลายเป็นการชักชวนกันทำเรื่องน่าอายกันเล่า!


อ้อ” ไป๋หมิงเยวี่ยที่นิ่งค้างไปชั่วครู่ตอบรับด้วยสีหน้าผิดหวังก่อนจะกลับมายกยิ้มน้อย ๆ ตามเดิม


“...”


เหว่ยชิงพูดอะไรไม่ออกได้แต่พยายามเสตามองไปทางอื่น แต่ก็ยังจบที่การจ้องมองริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่าย พอนึกได้ว่าริมฝีปากนั้นอ่อนนุ่มเพียงใดก็ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะแอบมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเสียดาย...


เหว่ยชิงสะบัดหน้าพยายามปัดความคิดไม่ถูกไม่ควรออกไปจากหัว บรรยากาศแปลก ๆ รอบตัวทำให้เขาเริ่มกระสับกระส่าย ลำคอแห้งผาก ในใจเริ่มปั่นป่วน


ให้ตายเถอะ! เขาเลิกคิดถึงจูบของไป๋หมิงเยวี่ยไม่ได้เลย


ท่านเหงื่อออกเยอะมาก หรือจะไม่สบาย” ไป๋หมิงเยวี่ยพูดพลางโน้มตัวเข้ามาซับเหงื่อบนขมับของเหว่ยชิง


ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือจงใจ แต่ใบหน้าของไป๋หมิงเยวี่ยเข้ามาใกล้จนเหว่ยชิงรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนและสัมผัสแผ่วเบาเฉียดผ่านแก้มของเขา แม้จะไม่รู้สึกเด่นชัดแต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงเหมือนจะกระเด้งกระดอนออกมาจากอก 


เหว่ยชิงพยายามสงบสติและไม่แสดงท่าทางแตกตื่น แต่เขาไม่รู้เลยว่าหน้าของตัวเองนั้นแดงก่ำลามจนไปถึงใบหู เป็นภาพที่ทำให้ไป๋หมิงเยวี่ยรู้สึกเจริญตาเจริญใจเป็นอย่างยิ่ง


ดูเหมือนเขาจะคิดถูกที่จงใจขยับเข้าไป


ไป๋หมิงเยวี่ยลอบยิ้มอยู่ในใจ 


เหว่ยชิงเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจะอดทนไม่ให้ตัวเองหน้ามืดตามัวยอมตกลงปลงใจไปกับคนตรงหน้าได้นานเพียงใด


ข้าไม่เป็นไร” เหว่ยชิงตอบก่อนจะหลับตาทำท่าเหมือนต้องการพักผ่อน 


เขาพยายามสงบจิตใจแต่ในหัวกลับเอาแต่คิดวนเวียนไปมาว่า


กลับไปนั่งรถม้าคันเดิมตอนนี้ยังทันไหมนะ?


...............

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 559 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #337 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 21:54
    เขินนๆนๆนๆนๆนๆนาาหาหสห
    #337
    0
  2. #290 A little blue bird (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 05:08
    โอ้ย เด็กๆโดนซื้อตัวง่ายเกินไปแล้ว! 5555555555
    #290
    0
  3. #255 ~PiToN~ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:19
    ไม่ทันแล้ว
    #255
    0
  4. #74 PPinIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 10:09
    เป็นนิยายที่จะเครียดก็เครียดไม่สุดจริงๆนะ 555555
    #74
    1
    • #74-1 PPinIN(จากตอนที่ 13)
      6 กรกฎาคม 2561 / 10:10
      ชิงชิงตลกอ่ะ 8555555
      #74-1
  5. #67 Konrafah (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 02:10
    เย้ ไรท์กลับมาต่อแล้ว รอนะคะรอออ
    #67
    0
  6. #66 สายหมอก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 00:03

    เหว่ยชิงนายจะทำตัวน่ารักแบบนี้ไม่ได้นะ

    #66
    0
  7. #65 Dark Valkyries (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 19:37
    โอ้ยยยย ละลายย '////'
    #65
    0
  8. วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 19:00
    ร้ายกาจๆๆๆ องค์รัชทายาทเจ้าแผนการสุดๆ
    // ไรท์กลับมาแล้ว วี้ดดดดดดด
    #64
    0