(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 12 : เพื่อนร่วมทาง [2-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 455 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่ 6 

เพื่อนร่วมทาง [2-2]

ย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่นาน


ขณะเหว่ยชิงอยู่ระหว่างออกเดินทาง ฝ่ายไป๋หมิงเยวี่ยที่วางแผนว่าจะดักรอขบวนรถม้าของเหว่ยชิงอยู่กลางทางกลับต้องเผชิญกับปัญหาเข้าเสียก่อน


นายท่าน! เรียกหน่วยองครักษ์เงาออกมาจับตัวพวกมันเถอะขอรับ” ‘ลู่เสวียนผู้ติดตามของไป๋หมิงเยวี่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก 


รอก่อน


คำตอบที่มาพร้อมกับสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนของไป๋หมิงเยวี่ยทำให้ลู่เสวียนอยากจะร้องไห้


นายท่านของเขาแสร้งลี้ภัยออกมาจากเมืองหลวงเพื่อหลอกล่อเหล่าหนอนแมลงที่สร้างเรื่องคอยก่อกวนมานาน กระทั่งตัวการใหญ่ที่ส่งหนอนแมลงเหล่านั้นมาโดนจับได้แล้วนายท่านของเขาก็ยังไม่มีทีท่าจะกลับเมืองหลวง ยามนี้นายท่านอุตส่าห์ออกใจยอมเดินทางกลับ แต่หนอนแมลงเหล่านั้นยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ ถึงกับกล้าส่งนักฆ่าปลายแถวมาจัดการนายท่านของเขาอีก!


คิดได้เช่นนั้นลู่เสวียนก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้ตัวเองพลั้งมือฆ่ากลุ่มคนโง่เง่าตรงหน้าอย่างสุดความสามารถ


แม้นักฆ่าเหล่านี้จะเน้นปริมาณและความสามารถอ่อนด้อยจนไม่อาจเรียกว่านักฆ่าได้เต็มปาก แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้มันได้ใจจนกล้าวิ่งไล่พวกเขามาถึงถนนสายหลักเช่นนี้ หากพลาดพลั้งทำให้นายท่านได้แผลขึ้นมาเขาจะกลับไปสู้หน้าท่านปู่ที่รออยู่เมืองหลวงได้อย่างไร


ขณะที่ลู่เสวียนว้าวุ่นใจจนคิดจะขัดคำสั่งของเจ้านาย ก็มีขบวนรถม้าขบวนหนึ่งโผล่เข้ามาในระยะสายตาก่อนจะหยุดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเพื่อดูสถานการณ์


นายท่าน มีขบวนรถม้าของชาวบ้านผ่านมา หากปล่อยเอาไว้อาจจะเป็นอันตรายต่อพวกเขาได้ รีบเรียกกลุ่มองครักษ์เงาออกมาจัดการก่อนเถิดลู่เสวียนถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างโน้มน้าวเจ้านายทันที


ไป๋หมิงเยวี่ยเหลือบตามองวูบเดียวก็เห็นเงาร่างของคนที่รอคอยผ่านทางหน้าต่างของรถม้า เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหนื่อยล้าราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีก่อนจะสั่งการคนข้างกายเสียงเข้ม


เรียกขบวนรถม้านั่นไว้...ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา


เมื่อลู่เสวียนเห็นท่าทางอ่อนแอร่างกายโอนเอนเหมือนกำลังจะล้มลงของไป๋หมิงเยวี่ยก็พอเดาความต้องการของอีกฝ่ายได้ จึงรีบหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือจากขบวนรถม้าตามคำสั่งทันที


ช่วยด้วย! ช่วยพวกเราด้วย!


กลุ่มนักฆ่าพลันชะงักค้างเมื่อเห็นท่าทางของบุรุษสองคนที่พวกเขาตามล่าเปลี่ยนไป เมื่อเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงคิดจะถอนตัว แต่ทว่า...


ร่างกายของพวกเขาขยับไม่ได้!


พอหันไปสบตากับพวกพ้องรอบด้านหนึ่งรอบก็เห็นว่าทุกคนส่งสายตาเครียดขึงกลับมาให้ หัวหน้ากลุ่มนักฆ่า...ไม่ใช่สิ หัวหน้ากลุ่มโจรป่าจึงรู้ตัวว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่งานง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างที่คิด


เมื่อคืนนี้มีนายจ้างกระเป๋าหนักจ้างวานให้พวกเขาฆ่าลูกศิษย์คนล่าสุดของหมอเทวดาต้วนหลี่ พวกเขาวนเวียนเข้าไปหาข่าวสารในเมืองอยู่เป็นประจำ เคยเห็นเจ้าหนุ่มท่าทางอ่อนแอนั่นตั้งหลายครั้ง จึงตกปากรับคำเพราะหลงเชื่อใบหน้าท่าทางจอมปลอมของเป้าหมาย


พอสบโอกาสเห็นเจ้าหนุ่มนั่นเดินทางออกจากเมืองโดยมีผู้ติดตามหน้าตาโง่เง่าเพียงคนเดียว ก็วางแผนว่าจะแสร้งทำเป็นปล้นชิงทรัพย์แล้วลงมือฆ่า แต่ที่ไหนได้ เขาไล่ต้อนอีกฝ่ายมาจากในป่า โดนทำร้ายจนได้แผลกันถ้วนหน้า แต่กลับไม่สามารถสร้างรอยแผลให้เจ้าหนุ่มนั่นได้แม้แต่รอยเดียว!


เกรงว่าพวกเขาจะเหยียบหางของหมาป่าในคราบกระต่ายเสียแล้ว


หัวหน้าโจรป่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในหัวพยายามหาคำพูดเจรจาต่อรองกับอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันส่งเสียงออกไปสักแอะ คลื่นพลังและไอสังหารสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาฟาดฟันใส่พวกเขาเสียก่อน


โจรชั่วช้า! กล้าทำร้ายคนของข้าไม่อยากมีลมหายใจแล้วใช่ไหม!


หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็กลายเป็นกระสอบทรายให้คนผู้หนึ่งแตะต่อยเล่นจนหนำใจ


... 


กลับมา ณ ปัจจุบัน


ไป๋หมิงเยวี่ยเหม่อมองเหว่ยชิงกระโดดซ้ายทีขวาทีเพื่อทุบตีกลุ่มคนชุดดำ แม้อีกฝ่ายจะทำหน้าถมึงทึงทั้งยังทุบตีคนเหล่านั้นจนกระอักเลือดด้วยมือเปล่า แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายดูน่าหลงใหลอยู่ดี


แต่จะดีกว่านี้ถ้าลู่เสวียนไม่กระโดดไปมาจนบดบังพี่ชิงของเขาเป็นระยะ ๆ 


พี่ชาย มาทำแผลก่อน ปล่อยเสี่ยวชิงยืดเส้นยืดสายไปเถิด


เสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งเรียกให้ไป๋หมิงเยวี่ยหลุดออกมาจากภวังค์ เขาปัดความคิดที่จะกระโดดเข้าไปช่วยเหว่ยชิงทุบตีกลุ่มคนชุดดำ ก่อนจะหันไปมองเด็กแฝดชายที่กำลังจ้องมาด้วยดวงตาเป็นประกาย


ยืดเส้นยืดสาย?” ไป๋หมิงเยวี่ยพินิจใบหน้าเล็ก ๆ ทั้งสองที่เหมือนคนในใจของเขาถึงห้าส่วน เด็กพวกนี้คงจะเป็นบุตรชายฝาแฝดของเหว่ยถิง


อืม ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่เดี๋ยวก็กลับมาเอง” เหว่ยอี้เทียนตอบพลางถือวิสาสะสำรวจร่างกายของคนตรงหน้า เขากับพี่ชายช่วยกันยกแขนสำรวจขา มองหาบาดแผลที่น่าจะปรากฏอยู่ตามตัวของไป๋หมิงเยวี่ย แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ เลือดเต็มตัวแต่ไม่เห็นมีบาดแผลเลย


ได้ยินเสียงพึมพำเหมือนรู้ทันว่าเขาโกหกจากเด็ก ๆ ไป๋หมิงเยวี่ยก็รีบเปลี่ยนเรื่อง พวกเจ้าคือ?”


พวกข้าเป็นผู้ดูแลของเสี่ยวชิงเหว่ยอี้เทียนตอบด้วยเสียงภาคภูมิใจก่อนจะดึงพี่ชายมานั่งข้าง ๆ ไป๋หมิงเยวี่ยทันทีที่รู้ว่าไม่มีบาดแผลให้ดูแล


ผู้ดูแล…” ไป๋หมิงเยวี่ยถามกลับเสียงฉงน แต่สายตาค่อย ๆ เบนกลับไปทางเหว่ยชิงก่อนจะนั่งนิ่งเหม่อมองไม่ยอมหันกลับมาหาเด็ก ๆ อีก


เสี่ยวชิงไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ชอบปล่อยให้ผู้อื่นรังแกอยู่ตลอด พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลไม่ให้เขาทำตัวอ่อนแอจนเกินไป


ไปหมิงเยวี่ยได้ยินใบหน้าพลันแข็งค้าง หันมายิ้มพูดกับเด็ก ๆ 


เหตุใดเขาจึงชอบปล่อยให้ผู้อื่นรังแกล่ะ


ก่อนจะถูกเด็กทั้งสองทำหน้ายู่พูดขึ้นมาพร้อมกันว่า““เพราะเสี่ยวชิงเป็นคนขี้เกียจ””


คำตอบของเด็ก ๆ ทำให้ไป๋หมิงเยวี่ยอดขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ พี่ชิงของเขาขยันขันแข็งเป็นที่หนึ่ง ขนาดตอนเรียนกับท่านหมอต้วนยังตื่นแต่เช้าทั้งยังนอนไม่พอจนใต้ตาดำคล้ำ หากยังเรียกว่าขี้เกียจอีกก็ใส่ร้ายกันเกินไปแล้ว


เขาขยันฝึกซ้อมวรยุทธจนเก่งกาจ ตอนอยู่เรือนยาก็ไม่เคยละเลยหน้าที่ จะเป็นคนขี้เกียจได้อย่างไร” ไป๋หมิงเยวี่ยแย้งกลับ


ขี้เกียจสิ!” เหว่ยอี้เจี้ยนเถียงกลับเสียงดังลั่น 


เขาขี้เกียจเถียงผู้อื่นจึงยอมให้ผู้อื่นด่าว่าตามใจชอบ เขาขี้เกียจขัดใจผู้อื่นจึงยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่โต้แย้งสักประโยค เขาขี้เกียจอีกหลายอย่าง ท่านแม่บอกว่าพูดสามวันก็ไม่หมด!” 


แม้จะโดนโต้แย้งกลับมาด้วยเหตุผลน่าตลก แต่ไป๋หมิงเยวี่ยกลับรู้สึกว่าเหตุผลเหล่านั้นเชื่อถือได้ อารมณ์ขุ่นมัวที่คิดว่าเหว่ยชิงถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรมพลันหายไปจนหมดสิ้น 


เด็กสองคนนี้เฉลียวฉลาดยิ่งนัก!


เขาเป็นคนขี้เกียจจริง ๆไป๋หมิงเยวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ


เด็กสองคนนั่งมองเหว่ยชิงทุบตีคนชุดดำได้ไม่นานก็เริ่มเบื่อ จึงหันไปพิจารณาบุรุษที่มารดาบอกว่าเป็น คนของท่านน้า’ แทน


ใบหน้าหล่อเหลาหมดจด ดูแล้วเหมือนพวกบัณฑิตอ่อนแอที่เอาแต่อ่านตำรา แต่จากการสำรวจบาดแผลก่อนหน้านี้ กล้ามเนื้อแข็ง ๆ ภายใต้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายบ่งบอกได้ทันที่ว่าเขาไม่ได้อ่อนแอทั้งยังออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ


พี่ชาย ท่านเป็นคนของเสี่ยวชิงหรือ” เหว่ยอี้เจี้ยนห้ามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองเอาไว้ไม่ไหวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และแน่นอนว่าเหว่ยอี้เทียนก็เอียงหูรอคำตอบด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน


แต่จะตื่นเต้นเพราะเรื่องอะไรพวกเขาก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก


ข้า!...” 


คำถามจากเด็ก ๆ ทำให้ไป๋หมิงเยวี่ยถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความเก้อกระดาก เมื่อเห็นดวงตาใสซื่อของพวกเขาเกรงว่าจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า คนของเสี่ยวชิง’ ดังนั้นสวมรอยไปคงไม่เป็นไร 


ใช่” ไป๋หมิงเยวี่ยอมยิ้มพยักหน้าตอบ


เด็กทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้างึกงักเหมือนจะเข้าใจ แต่จริง ๆ แล้วเข้าใจหรือไม่ไป๋หมิงเยวี่ยก็ไม่กล้าถาม


ผมของเจ้า...” ไป๋หมิงเยวี่ยสังเกตเห็นว่าผมของเด็กคนหนึ่งมีเปียเส้นเล็ก ๆ ปักดอกไม้สีขาวแซมเอาไว้จึงใช้เป็นหัวข้อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก ๆ ออกจากเรื่องก่อนหน้านี้


ท่านแม่ทำให้จะได้เหมือนกับเสี่ยวชิงอย่างไรเล่าเหว่ยอี้เจี้ยนจับผมของตัวเองด้วยท่าทางโอ้อวด


เหมือนกับเขา?”


ไป๋หมิงเยวี่ยยังไม่ทันคิดตาม คนที่ถูกพูดถึงก็กระโดดกลับมาจากการทุบตีคนร้ายเสียก่อน


หมิงเยวี่ย! เจ็บมากหรือไม่! เอาแผลมาให้ข้าดูหน่อยเร็ว!” เหว่ยชิงกระโจนเข้ามาสำรวจร่างกายของไป๋หมิงเยวี่อย่างเร่งรีบดาบพวกนั้นมีพิษ หากมีแม้แต่รอยข่วนเล็ก ๆ ก็ต้องรีบรักษาโดยด่วน!


ไป๋หมิงเยวี่ยปล่อยให้เหว่ยชิงลูบคลำร่างกายของตัวเองตามใจชอบ เขาเหม่อมองผมเปียแซมดอกไม้สีขาวดอกเล็ก ๆ ถูกซ่อนอยู่ในผมที่ถูกรวบเอาไว้ของอีกฝ่ายมุมปากพลันยกยิ้ม


ข้าไม่เป็นไร แค่เวียนหัวเท่านั้น” 


พูดจบเขาก็หลับตาลงก่อนจะเอนตัวเข้าหาอ้อมกอดของเหว่ยชิงอย่างเป็นธรรมชาติ หวังว่าใบหน้าของตัวเองจะซีดเซียวพอที่จะรั้งให้อีกฝ่ายยอมกอดเขาเอาไว้นาน ๆ


ฝาแฝดทั้งสองเห็นเข้าก็จ้องบุรุษตัวโตที่พยายามออดอ้อนเสี่ยวชิงของพวกเขาด้วยตาเบิกกว้าง พยายามเข้าไปยื้อแย่งความสนใจจากเหว่ยชิงคืนแต่กลับถูกบอกให้นั่งรออยู่เฉย ๆ ก่อนแทน


สุดท้ายเด็ก ๆ ก็ต้องเดินกลับไปหามารดาเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองคนไม่สนใจ 


เป็นอย่างไรบ้าง” เหว่ยถิงถามเด็ก ๆ ด้วยท่าทางกระตือรือร้น นางสู้อุตส่าห์ส่งบุตรชายไปสอดแนมท่าทีของคุณชายผู้งดงามท่านนั้น ซึ่งนางมั่นใจว่าบุตรชายจะต้องได้ข้อมูลของอีกฝ่ายมาไม่มากก็น้อย


เขาไม่ได้บาดเจ็บเสียหน่อยเหว่ยอี้เทียนไหวไหล่ให้มารดาก่อนจะหันไปมองเหว่ยชิงด้วยสายตาเอือมระอาปนน้อยใจ


เสี่ยวชิงเอาแต่คร่ำครวญโดยไม่สังเกตเลยว่าร่างกายของไป๋หมิงเยวี่ยมีแค่รอยพกช้ำ เลือดพวกนั้นเป็นเลือดของคนอื่น ขนาดเด็กอย่างพวกเขายังดูออกแต่เสี่ยวชิงกลับดูไม่ออก ท่านน้าของพวกเขาช่างทึมทึบและหัวช้าเสียจริง


หืม” เมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษที่อยู่ในอ้อมกอดของเหว่ยชิงชัด ๆ เหว่ยถิงพลันนึกออกว่าคุณชายผู้งดงามท่านนั้นคือใคร กลับไปเมืองหลวงคราวนี้น้าของพวกเจ้าคงเจอกับเรื่องน่าปวดหัวเสียแล้ว


เหว่ยถิงหลุดหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงอดีตเด็กชายที่แสดงอาการหวงลูกพี่ลูกน้องของนางอยู่ตลอดเวลา


เรื่องอะไรหรือท่านแม่?”


เหว่ยถิงยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นบุตรชายเอียงหน้าเอ่ยถามพร้อมกัน นางลูบหัวพวกเขาอย่างรักใคร่ก่อนให้คำตอบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์


เรื่องของหัวใจ


****************************** 


ละครโรงเล็ก


เหว่ยชิงเขาคือคนของข้า!


เด็กแฝดเขาคือใคร


เหว่ยชิง...[ปากสั่นเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป]


ไป๋หมิงเยวี่ยลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำ 


เด็กแฝด:ใช่ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น![พยักหน้าสนับสนุน]


Queenrabbit: เขาเป็นคนของกันและกันแล้วค่ะ!!!!


******************************


ตอนนี้เค้าเขียนได้แค่สัปดาห์ละครึ่งตอนเองง่ะ ฮึก T^T


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 455 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #355 Lichens on the Tree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 18:36

    น่ารักจริงๆ เกลียดไม่ลง 55


    รอพบคุณหนูตระกูลจ้าวดีฟ่าาาา

    #355
    0
  2. #336 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:20
    เอ๋ ใครน่ะ
    เด็กแฝดน่ารักมากกกกก น้อนน
    #336
    0
  3. #191 soul_in_my_life (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 01:47
    น่ารักจัง เจ้าเด็กแฝดของเสี่ยวชิง
    #191
    0
  4. #63 สายหมอก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 07:54

    ดีงามมากเลยค่า

    เสี่ยวชิงนายแสดงความเป็นเจ้าของไปแล้วห้ามคืนคำเด็ดขาดนะ555

    #63
    0