(Yaoi) ผู้ใดเล่าจะรักเจ้าเท่ากับข้า [จบ]

ตอนที่ 11 : เพื่อนร่วมทาง [1-2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    1 ต.ค. 61

บทที่ 

เพื่อนร่วมทาง


หลังกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เหว่ยชิงต้องรับมือคือหลานชายฝาแฝดจอมยุ่ง


เสี่ยวชิงจะไปเที่ยวเมืองหลวงเหรอ พาพวกข้าไปด้วยสิ” 


เหว่ยอี้เจี้ยนและเหว่ยอี้เทียนสะพายห่อผ้าขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาขนาบข้างซ้ายขวาไม่ยอมปล่อย


เหว่ยชิงเห็นหลานชายกระตือรือร้นถึงขั้นเตรียมข้าวของสำหรับออกเดินทางเอาไว้เรียบร้อยแล้วก็รีบร้อนปฏิเสธหากพวกเราไม่อยู่กันหมด ใครจะเป็นคนคอยช่วยอาถิงจัดการงานทั้งหลายกันเล่า


ถึงท่านอยู่ก็ไม่ค่อยช่วยอะไรท่านแม่อยู่แล้วเหว่ยอี้เจี้ยนบ่นอุบอิบก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเมื่อโดนแฝดของตัวเองถลึงตาใส่ตั้งแต่รู้เรื่องที่ท่านจะไปเมืองหลวงท่านแม่ก็ยกเลิกงานไปหมดแล้ว พวกข้าไปได้


พวกเราจะไปเป็นเพื่อนท่านเอง!เหว่ยอี้เทียนรีบเสริม


พอโดนเกาะติดไม่ยอมปล่อยเช่นนี้เหว่ยชิงก็เริ่มลำบากใจ เขาอยากพาหลานทั้งสองคนไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวงอยู่เหมือนกัน แต่เกรงว่าผู้อื่นจะเข้าใจผิดมองเขาเป็นพ่อม่ายลูกติดทต้องกระเตงลูกไปมอบของหมั้นให้แก่ตระกูลจ้าว...


คิดได้เช่นนั้นเหว่ยชิงก็ตัดสินใจได้ทันทีว่ายังไม่พาเด็ก ๆ ไปจะดีกว่า


พวกเจ้าจะทิ้งอาถิงไว้ที่นี่งั้นหรือ นางจะต้องเหงามากแน่ ๆ” เหว่ยชิงเอามารดาของเด็กทั้งสองมาอ้างเพื่อให้พวกเขาตัดใจ


พอนึกตามที่เหว่ยชิงพูด ภาพของมารดาที่ต้องอยู่อย่างหงอยเหงาในบ้านหลังใหญ่กับท่านทวดพลันปรากฏขึ้นมาในใจของเด็กทั้งสองคน พวกเขานิ่งงันไปครู่หนึ่ง จนกระทั่งเหว่ยอี้เจี้ยนตาแดงเหมือนจะร้องไห้ เหว่ยอี้เทียนจึงยอมสละพื้นที่ข้างกายเหว่ยชิงวิ่งไปปลอบพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง


เหว่ยชิงมองหลานชายทั้งสองด้วยสายตาอาทร ใจอ่อนยวบตั้งแต่น้ำตาแหมะแรกหยดลงแก้มของเหว่ยอี้เจี้ยน ครั้งนี้ข้าไปทำธุระจึงพาพวกเจ้าไปด้วยไม่ได้ หากมีครั้งหน้าข้าจะพาพวกเจ้าไปด้วยกันอย่างแน่นอน


ท่านสัญญาแล้วนะ” เหว่ยอี้เทียนพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งมือหนึ่งยื่นนิ้วก้อยให้เหว่ยชิง อีกมือนึ่งลูบไหล่พี่ชายฝาแฝดเบา ๆ แต่ครั้งนี้ห้ามลืมของฝากเด็ดขาด


พวกเจ้าอยากได้อะไรเล่าเหว่ยชิงเกี่ยวก้อยหลานชายอย่างจนใจ เพราะไม่สันทัดเรื่องของฝาก ยามที่เดินทางไปทำงานต่างเมืองก็ไม่เคยมีของฝากชิ้นไหนที่เขานำกลับมาถูกใจพวกเด็ก ๆ แม้แต่ชิ้นเดียว


เมื่อนึกถึงหมวกหน้าตาประหลาดที่เพิ่งได้รับมาเดือนก่อน เด็กทั้งสองคนก็ยู่หน้าไม่กล้าวางใจให้เหว่ยชิงเลือกของฝากให้ตัวเองอีก


อี้เจี้ยนอยากได้อะไรเหว่ยอี้เทียนเห็นพี่ชายขยับปากทำท่าเหมือนอยากจะขออะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าขอ จึงเอ่ยถาม อย่างเอาอกเอาใจ 


เหว่ยอี้เจี้ยนบิดชายแขนเสื้อไปมาครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางเขินอายขอเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเหมือนท่านแม่สองคน


อืม” เหว่ยอี้เทียนพยักหน้าคำขอของพี่ชายก่อนจะหันมาหาเหว่ยชิงด้วยดวงตาฉายประกายพึงพอใจขอสองคน


เหว่ยชิงยืนนิ่งมองเด็กแฝดพยักหน้ามองมาด้วยสายตาคาดหวังเสียจนพูดอันใดไม่ออก ในใจคร่ำครวญว่าใครสั่งใครสอนให้หลานของเขาเป็นเด็กแก่แดดเช่นนี้!!


หลานชายทั้งสองเริ่มสรรหาสาวงามตั้งแต่อายุเพียงแค่เจ็ดขวบ ความหวังเรื่องลูกหลานของตระกูลเหว่ยคงวางใจให้พวกเขาสานต่อได้โดยไม่ต้องให้ท่านปู่ตึงเครียดเรื่องคู่ครองของตัวเขาอีกกระมัง


คิดเท่านั้นก็ยิ้มแห้ง ในเมื่อตัวเขายังเอาตัวเองไม่รอด จะให้ไปตามหาคู่ครองให้หลาน ๆ เกรงว่าจะเกินความสามารถไปไกลลิบ หากเปลี่ยนเป็นหาสหายหรือเพื่อนร่วมฝึกวิชาน่าจะมีหวังมากกว่า...


พวกเจ้าไปตามหาด้วยตัวเองสิ


ขณะที่เหว่ยชิงครุ่นคิดเกี่ยวกับของฝาก เหว่ยถิงก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม


เมื่อเห็นมารดาเดินเข้ามาพร้อมกับถุงผ้าสำหรับเดินทางเช่นกัน เด็กแฝดทั้งสองคนพลันเปลี่ยนสีหน้า รีบวิ่งไปล้อมหน้าล้อมหลังมารดาด้วยความตื่นเต้นทันทีพวกเราไปได้หรือ!


ที่เมืองหลวงมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักมากมาย ไปด้วยตัวเองจะดีกว่า” เหว่ยถิงลูบน้ำตาบนใบหน้าของเหว่ยอี้เจี้ยนออกก่อนจะกอดเด็กทั้งสองคนอย่างรักใคร่ข้าไปช่วยพวกเจ้าตามหาพวกนางด้วยดีหรือไม่


ดี!!


ได้ยินสามแม่ลูกตกลงกันเองว่าจะไปเมืองหลวงด้วยกัน เหว่ยชิงเริ่มเห็นเค้าลางของความวุ่นวายจึงรีบห้ามปรามอีกฝ่ายเสียงดัง ข้าไปส่งของหมั้นไม่ได้ไปเที่ยว จะเอาพวกเจ้าไปด้วยได้อย่างไร!


เหตุใดจะไม่ได้?” เหว่ยถิงเลิกคิ้วมองเหว่ยชิงราวกับกำลังบอกว่าเรื่องที่นางพูดถูกต้องที่สุดแล้ว  เรื่องสำคัญเช่นนี้หากเจ้าไปคนเดียวอาจจะทำให้เสียเรื่องได้ ท่านปู่จึงให้ข้าไปเป็นญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้า


ญาติผู้ใหญ่…”


เหว่ยชิงมองลูกพี่ลูกน้องของตนด้วยความงุนงง แต่คิดได้ไม่นานก็นึกออกว่าเหล่าผู้อาวุโสที่พอจะเป็นญาติผู้ใหญ่ให้เขาได้ต่างกระจัดกระจายอยู่เมืองอื่น คนที่สามารถไปเมืองหลวงพร้อมกันกับเขาในยามนี้นอกจากท่านปู่แล้วก็มีเพียงนางนี่แหละที่อาวุโสกว่าเขาถึงจะอาวุโสกว่าแค่ไม่กี่ปีก็เถอะ


ยามนี้ท่านปู่ต้องรั้งอยู่ที่นี่เพราะอยู่ห่างจากท่านหมอต้วนไม่ได้ แม้อาการจะไม่กำเริบใช้ชีวิตได้เหมือนเป็นปกติแต่ก็ต้องฝังเข็มทุกเดือน 


แต่จะให้อาถิงไปเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเขา...


เหว่ยชิงมองลูกพี่ลูกน้องสาวที่กำลังพูดคุยหยอกล้อกับเด็กแฝดก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจ หากนางได้พบกับจ้าวหรานแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายมีนิสัยดุร้ายไม่แพ้กับสตรีนางอื่นที่ท่านปู่หามาให้เขา เกรงว่าการเจรจาหมั้นหมายอาจจะล้มเหลวแทนที่จะสำเร็จก็เป็นได้


คิดได้เช่นนั้นปากก็เริ่มขยับหาเรื่องโน้มน้าวให้อีกฝ่ายล้มเลิกการเดินทาง


แล้วสำนักคุ้มภัยเล่า กิจการกำลังไปได้ดี ลูกค้ามากกว่าเดิมเยอะ ท่านปู่ดูแลคนเดียวคงไม่ไหว...


หยุดไปก่อน” เหว่ยถิงตอบโดยไม่รอให้เหว่ยชิงพูดจบ 


เรื่องคู่ครองของเจ้าสำคัญกว่า ของหมั้นที่ขนไปครั้งนี้มีไม่น้อยจึงต้องใช้คนดูแลเป็นจำนวนมาก จะแบ่งคนไว้ทำงานที่นี่ก็คงไม่พอ ท่านปู่จึงให้เดินทางไปเมืองหลวงเสียให้หมด จะได้ไปเปิดหูเปิดตากัน


ไม่รู้เพราะเหตุใดยามเหว่ยถิงพูดคำว่าเปิดหูเปิดตาเหว่ยชิงจึงรู้สึกว่านางมีสีหน้าแช่มชื่นจนเขาคิดว่ามันคือเป้าหมายหลักของนางมากกว่าเรื่องส่งของหมั้น ดังนั้น...


หน้าที่ญาติผู้ใหญ่ของเขาควรให้ผู้อื่นที่ดูน่าเชื่อถือกว่านางมาแทนคงจะดีกว่า!


ให้ผู้อาวุโสท่านอื่น...


หรือเจ้าจำเรื่องระหว่างลุงสามและบ้านตระกูลหวังไม่ได้?”เหว่ยถิงเอ่ยขัดท่าทางรำคาญ ผู้อาวุโสท่านอื่นที่เจ้าว่าล้วนเจอปัญหาเพราะจัดการเป็นธุระหาคู่ให้เจ้ามาหลายครั้งหลายคราแล้ว ยามนี้นอกจากข้ากับท่านปู่คงไม่มีใครกล้าออกหน้าให้เจ้าอีก


พอเรื่องของลุงสามถูกเอ่ยขึ้นมาเหว่ยชิงก็หุบปากไม่กล้าเอ่ยต่อ


ปีก่อนลุงสามสู้อุตส่าห์เดินทางมาจากเจียงเป่ยเพื่อเป็นธุระเรื่องการหมั้นหมายระหว่างเขาและคุณหนูสี่ตระกูลหวัง หลานสะใภ้ที่เรียบร้อยและนิสัยดีอย่างคุณหนูสี่ เป็นเหมือนพรจากสวรรค์สำหรับท่านปู่ก็ว่าได้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นไร้อุปสรรคจนท่านปู่ยิ้มหน้าบานไม่ยอมหุบ แต่น่าเสียดายที่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นเสียก่อน


คุณหนูสี่ตระกูลหวังมีคนรักอยู่แล้ว


เรื่องจะไม่ใหญ่โตจนถึงขั้นลุงสามโดนบ้านตระกูลหวังสาปแช่งด้วยความโกรธ หากคนรักของคุณหนูสี่ไม่ใช่ผู้ช่วยคนสนิทของเขา!


ไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปตกหลุมรักกันตอนไหน แต่กว่าความจริงจะเปิดเผย คุณหนูสี่ผู้เรียบร้อยอ่อนหวานก็จัดการรวบหัวรวบหางผู้ช่วยท่านนั้นทั้งยังตัดสัมพันธ์กับตระกูลหวังหอบข้าวของปีนขึ้นรถม้าของลุงสามกลับเจียงเป่ยเพื่อแต่งงานกับคนรักของนาง และแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องวุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นจากการหาคู่ให้กับเขาเท่านั้น


เหว่ยชิงได้แต่ทอดถอนใจให้กับโชคชะตาของตัวเอง ในหัวพลันนึกถึงเรื่องราวหลายวันที่ผ่านมาระหว่างเขาและไป๋หมิงเยวี่ย ความคิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่


หากการหมั้นหมายในครั้งนี้ล้มเหลวอีกครั้งก็คงดี


เหว่ยชิงหลุบตาลงหลบสายตาเหว่ยถิงอย่างรู้สึกผิด เขารู้ว่าท่านปู่คาดหวังให้เขามีคู่ครองมาโดยตลอด ซึ่งเขาก็ยอมรับและไม่เคยมีความคิดต่อต้านมาก่อน 


แต่พอไป๋หมิงเยี่ยปรากฏตัว ในหัวก็อดมีความคิดเห็นแก่ตัวเช่นนี้ขึ้นมาไม่ได้


เหว่ยถิงคิดว่าเหว่ยชิงกังวลเรื่องคุณหนูจ้าวจึงตบหลังเขาเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ อย่ากังวลไป ข้าทำให้พี่มู่แต่งเข้าตระกูลเหว่ยได้ งานแต่งของเจ้าก็ต้องเกิดขึ้นได้เช่นกัน


น้ำเสียงของเหว่ยถิงอ่อนลงเมื่อเอ่ยถึงสามีผู้ล่วงลับ เหว่ยชิงรู้ว่านางอยู่ในอารมณ์อ่อนไหวจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อเพราะกลัวนางบ่อน้ำตาแตก จึงได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้นางนึกถึงอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับมา


ผ่านไปไม่นานเหว่ยถิงก็กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง นางลากเหว่ยชิงและเด็ก ๆ ออกไปขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ ก่อนจะสั่งการให้เคลื่อนขบวนออกเดินทาง


พวกเราต้องช่วยกันดูแลไม่ให้น้าของพวกเจ้าถูกผู้อื่นเอาเปรียบ เข้าใจหรือไม่!


เข้าใจ!!” 


เหว่ยชิงเบ้หน้ามองเหว่ยถิงและเด็ก ๆ พูดคุยวางแผนด้วยท่าทางสนุกสนานอย่างอ่อนใจ ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้นเสียหน่อย


น้ำเสียงไร้ความหนักแน่นของเขาไม่ได้สร้างความมั่นใจให้เหว่ยถิงและเด็ก ๆ แม้แต่น้อย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เขารู้ดีว่าการยอมอ่อนข้อและตามใจจะทำให้คู่หมั้นของเขาเสียนิสัย แต่ถ้าหากมันทำให้เรื่องวุ่นวายลดลงไปบ้างเขาก็ยอมทำ เพราะเขาไม่อยากมีปากเสียงกับสตรีเหล่านั้น...มันเหนื่อยเกินไป!!


เขาเคยคิดจะแสดงด้านที่เข้มแข็งดุดันให้เหล่าคู่หมั้นได้ประจักษ์อยู่บ่อยครั้ง แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่าต้องเสียพลังกายและพลังใจมากมายเพียงใดให้กับการทำเรื่องเหล่านั้น ความคิดทั้งหมดก็ถูกปัดไปอยู่หลังศีรษะจนหมดสิ้น


คู่หมั้นที่ผ่านมาแต่ละคนของเจ้าล้วนดุร้ายเสียจนข้าไม่อยากให้พวกนางแต่งเข้าบ้าน ครั้งนี้ท่านปู่ยอมปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการแล้ว หากคุณหนูจ้าวยังเป็นเหมือนพวกนางอีก ข้าจะหาคนใหม่ให้เจ้าเอง” เหว่ยถิงส่ายหน้าก่อนจะหันไปพูดกับเด็ก ๆ เพื่อหาแนวร่วม หากเจ้าสาวคนนี้นิสัยไม่ดีพวกเราค่อยช่วยกันหาคนใหม่ที่ว่านอนสอนง่ายให้ท่านน้าดีหรือไม่


เสี่ยวชิงไม่ต้องกลัว มีพวกเราไปด้วยไม่มีใครกล้ารังแกท่านแน่นอน


พวกเราจะช่วยปกป้องท่านเอง


เหว่ยชิงเห็นเด็ก ๆ มองมาด้วยสายตามุ่งมั่นทั้งยังพยายามปีนขึ้นมาลูบหัวเขาด้วยท่าทางเอ็นดูก็ถึงกับน้ำตาตกใน


หลานชาย...ข้าดูแลตัวเองได้ อย่าทำเหมือนข้าอ่อนแอพึ่งพาไม่ได้เช่นนั้นเลย

 





หลังออกจากเมืองได้ไม่นานขบวนรถม้าของเหว่ยชิงก็ได้พบกับเหตุการณ์ยอดนิยมที่มักจะได้พบระหว่างการเดินทาง


คุณชาย ข้างหน้ามีคนกำลังต่อสู้กันอยู่จะเข้าไปดูหรือไม่


เหว่ยชิงสะดุ้งขึ้นมาปาดน้ำลายตรงมุมปากที่ไหลย้อยจากการงีบหลับ ก่อนจะเอ่ยปากถามผู้คุ้มกันนอกรถม้าด้วยอาการมึนงง ปล้นชิงทรัพย์?”


ไม่น่าจะใช่” ผู้คุ้มกันส่ายหน้า ก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มคนปิดหน้าปิดตาล้อมบุรุษสองคนอีกครั้ง คล้ายนักฆ่าตามล่าเป้าหมายมากกว่า


เหว่ยชิงนิ่งงันไปพักหนึ่ง เมื่อครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนก็กลอกตาใส่คำพูดของผู้คุ้มกัน ถึงเขาจะหัวช้าแต่ไม่ได้ทึมทึบถึงขั้นแยกแยะอะไรไม่ออก นักฆ่าที่ไหนจะมาตามล่าเป้าหมายกลางถนนสายหลักกันเล่า


หากไม่ใช่นักฆ่าโง่เง่าเกินไป ก็คงไม่พ้นเรื่องในยุทธภพ!


เขาคิดเช่นนี้เป็นเพราะคนในยุทธภพมักจะหาสาเหตุมาตบตีกันโดยไม่เลือกสถานที่ ซึ่งสาเหตุที่ว่ามามักจะอ้างถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างใครคืออันดับหนึ่งในใต้หล้า ความขัดแย้งระหว่างพรรค หรือบุญคุณความแค้นที่พัวพันไปมาไม่รู้จักจบจักสิ้น


ดังนั้นเวลาปกติหากรู้ว่าเป็นเรื่องในยุทธภพ เขาจะไม่เสียเวลาเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด แต่ใเมื่อมีคนเดือดร้อนจะไม่ออกไปช่วยเหลือก็ดูจะใจดำไปหน่อย จึงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นเพราะตัดสินใจไม่ถูก


ออกไปดูดีไหม” เหว่ยชิงหันไปถามความเห็นจากเหว่ยถิงที่กำลังนั่งเล่นกับเด็ก ๆ ซึ่งคำตอบที่ได้รับมานั้นฟังดูเฉยชาจนน่าปวดใจ


ตามใจเจ้า” เหว่ยถิงตอบโดยไม่ต้องคิดแม้แต่น้อยขณะถักเปียเล็ก ๆ ให้เหว่ยอี้เจี้ยน 


เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจเหตุการณ์ด้านนอก เหว่ยชิงก็ไม่คิดจะออกไปให้เสียเวลา แต่ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากบอกให้ขบวนเคลื่อนผ่านการต่อสู้ตรงหน้าไป ผู้คุ้มกันอีกคนก็เข้ามารายงานถึงสถานการณ์ด้านนอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน


ฝ่ายที่อ่อนแอกว่ากำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาขอรับผู้คุ้มกันคนนั้นมองไปกลางวงต่อสู้ด้วยท่าทางเป็นกังวลก่อนจะบีบมือจนเสียงกระดูกดังกร๊อบเตรียมพร้อมแสดงฝีมือเต็มที่ดูเหมือนคุณชายผู้งดงามท่านนั้นจะโดนทำร้ายจนบาดเจ็บ คุณชาย...โจรชั่วช้าเหล่านั้นฝีมืออ่อนด้อยนัก พวกเราเข้าไปช่วยจัดการพวกมันกันเถอะ!


ท่าทางที่แสดงให้เห็นว่า คนงามไม่มีทางเป็นคนร้ายของผู้คุ้มกันทำให้เหว่ยชิงต้องชะโงกหน้าออกไปด้านนอกเพื่อมองหน้าคุณชายผู้งดงามท่านนั้นอย่างสนอกสนใจ น่าเสียดายที่ระยะห่างระหว่างขบวนของเขาและจุดที่ต่อสู่กันอยู่ไกลเกินไป จึงมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด 


แต่เดี๋ยวก่อน...!!


เหว่ยชิงถลึงตามองคนที่ยืนโงนเงนอยู่กลางวงล้อมด้วยอารมณ์แตกตื่น ฝ่ามือหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ขาทั้งสองข้างพาตัวเองกระโจนออกไปทันทีที่รู้ว่าคุณชายผู้งดงามท่านนั้นคือใคร 


หมิงเยวี่ย!


เหว่ยถิงและเด็ก ๆ มองเหว่ยชิงกระโดดออกจากรถม้าอย่างแตกตื่น เพียงอึดใจเดียวเสียงตะโกนก้องที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์โกรธของเขาก็ดังขึ้น


โจรชั่วช้า! กล้าทำร้ายคนของข้าไม่อยากมีลมหายใจแล้วใช่ไหม!


ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทุบตีและเสียงร้องโอดโอยของฝ่ายศัตรู


ท่านแม่ ใครคือคนของท่านน้าหรือ” เหว่ยอี้เทียนที่กำลังช่วยมารดาเปียผมให้พี่ชายของตัวเองอดถามออกไปไม่ได้


เป็นคุณชายผู้งดงามท่านนั้นกระมังเหว่ยถิงตอบพลางนำเชือกเส้นเล็ก ๆ มัดปลายผมให้บุตรชาย ในหัวครุ่นคิดว่าเหตุใดจึงรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนรู้จักชื่อที่เหว่ยชิงตะโกนออกมา


แล้วเหตุใดเขาถึงเป็นคนของท่านน้ากันเล่าเหว่ยอี้เจี้ยนถามขณะยกผมเปียเส้นเล็ก ๆ ที่มารดาทำให้ขึ้นมาสำรวจด้วยท่าทางพึงพอใจ


เหว่ยถิงมองออกไปนอกหน้าต่าง แม้จะเห็นไม่ค่อยชัดแต่ฝุ่นตลบอบอวลและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดของศัตรูทำให้รู้ทันทีว่าเหว่ยชิงกำลังโมโหมาก ซึ่งน้อยครั้งที่จะได้เห็นเขาแสดงท่าทางเช่นนี้


“...นั่นสินะ


เหว่ยถิงมองนิ่งจ้องไปทางนั้นดั่งครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในใจ


...............


ละครโรงเล็ก


เหว่ยชิงอายุแค่นี้คิดหาสาวงามเข้าบ้าน แก่แดดเกินไปแล้ว!!


ไป๋หมิงเยวี่ย... [ยื่นกระดาษให้เหว่ยชิงปึกหนึ่ง]


เหว่ยชิงนี่คืออะไร?...คุณหนูสี่ตระกูลอวี้ คุณหนูสามตระกูลว่าน..[พลิกดูรายชื่อพร้อมรูปภาพเด็กผู้หญิงวัยไล่เรียงกับหลานชายด้วยความงุนงง]


ไป๋หมิงเยวี่ยอยากได้หลานสะใภ้ไม่ใช่หรือ ข้าเตรียมไว้ให้แล้ว


เหว่ยชิงหลานสะใภ้?


ไป๋หมิงเยวี่ยเลือกให้อี้เจี้ยนกับอี้เทียนสักคนละสี่ห้าคนก็คงพอ


เหว่ยชิงสี่ห้าคน?


ไป๋หมิงเยวี่ย:หรือจะเอาให้ครบสามภรรยาสี่อนุเลยก็ได้


เหว่ยชิง:หลานข้าเพิ่งเจ็ดขวบ จะรีบร้อนไปทำไมกัน!!


ไป๋หมิงเยวี่ย:ท่านไม่เลือกข้าเลือกเอง[แย่งกระดาษกลับมาพลิกดูอย่างตั้งใจ]


เหว่ยชิง... [ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็เดินเข้าไปช่วยเลือกอย่างเงียบ ๆ]


...............


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

360 ความคิดเห็น

  1. #347 kaewsai12 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 20:08
    เอาอีสามเเม่ลูกนี่ออกไป น่ารำคาญ เผด็จการชีวิตคนอื่นสนุกมากมั้งไอชห. (หัวร้อน)
    #347
    0
  2. #335 ครุ๊งด๊าวด่าว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 19:09
    แผน ดูออกกกกก
    #335
    0
  3. #60 yj-yj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 23:08
    ไปถึงอาจจะเจอจ้าวบ่าวรออยู่ก็ได้นะ
    #60
    0
  4. #59 bassjeedjad (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 22:20

    ถ้าภรรยานิสัยไม่ดี ก็หาสามีสิคะ

    #59
    0
  5. #58 สายหมอก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 21:47

    ดูแล้วน่าจะได้เจ้าบ่าวมากกว่าเจ้าสาวนะคะ

    #58
    0
  6. #57 piyadamai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 20:53
    ตกลงไปเมืองหลวงจะได้เจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว อิอิ ท่านชายรอไปขอ
    #57
    0