OS/SF l SEVENTEEN : Otra semana

ตอนที่ 2 : Minwon: 10THB / Washing Machine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    5 พ.ย. 60






พี่ว่าเหรียญสิบทำอะไรได้บ้าง


Image result for washing machine tumblr



----

ภาษา : มีหยาบคายเล็กน้อย
ธีม : ชิล fluff 
คู่หลัก : มินวอน
คู่รอง : จองชอล

เป็นเหรียญสิบบาทไทยแต่คนในเรื่องชื่อเกาหลี อีผี 5555555555
มองข้ามไปนะคะ /ไหว้
----





1


คิมมินกยูไม่ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
ตั้งแต่ย้ายออกมาอยู่หอก็ยังไม่เคยใช้มาก่อน ทั้งชีวิตเขาใช้แต่สองมือนี่แหละทำทุกอย่าง และด้วยศักศรีนิสิตเศรษฐศาสตร์ เขาจะไม่ใช้มันเด็ดขาด

ทำไมต้องเสียยี่สิบบาทให้มันด้วยวะ 

     เขาได้แต่เถียงกับตัวเองอยู่ในหัวขณะมองกองเสื้อผ้าขนาดมหึมาที่ล้นตะกร้าออกมา ถ้าต้องซักทั้งหมดนี่ นิ้วคงเปื่อยเป็นไก่ต้ม ต่อไปสองมือที่ภูมิใจคงไม่ได้เอาไปใช้ทำอะไรแล้ว 
     เพราะสองอาทิตย์ที่แล้วนอกจากงานจะเยอะแล้วฤดูกาลสอบเก็บคะแนน ควิซ พรีเซนต์ ยังตามล่ากันมาติดๆเหมือนยมบาลไล่ล่าวิญญาณเร่ร่อน อย่าว่าแต่ซักผ้าเลย แค่กินข้าวให้ตรงเวลายังทำไม่ได้ ใช้ชีวิตโกงความตายมาสิบสี่วันเต็ม รู้ตัวอีกทีพอกองชีทหายไป กองเสื้อผ้าจากชาติที่แล้วก็ผุดขึ้นมาแทน

เขายังคงจ้องกองผ้าของตัวเองต่อไป พร้อมเสียงเบาๆในหัวที่ดังขึ้นทุกที อีห่า เยอะขนาดนี้ กูไม่ซักหรอก
หรือว่าเราจะยอมเสียยี่สิบบาท นี่มันก็เท่ากับเอาเงินซื้อเวลาและความสะดวกสบาย ไม่ถือว่าแพงไปมั้ง

ใช่ สำหรับคนทั่วไป ไม่ถือว่าแพง แต่สำหรับคนแบบเขา ที่ใช้คำว่าประหยัดคงไม่พอ คงต้องใช้ 

     "ประหยัดจังเลยพ่อคุณ เก็บเงินไว้ฝังไหหรอ"
 
     "พี่จองฮัน! ผมโทรมาให้ช่วยนะเนี่ย ไม่ใช่ให้มาจิกกัด" เด็กหนุ่มพูดใส่โทรศัพท์แบบเสียมิได้ เขาพึ่งจะโทรไปปรึกษารุ่นพี่
 ใช่ กับอีแค่เรื่องจะซักผ้าดีไหมเนี่ยแหละ

     "ใช้ไปเหอะ ฉันไม่เคยใช้มือซักมาจะสิบปีละ" 

     "ก็พี่ขี้เกียจ"

     "เออใช่ แล้วจะทำไม ต่อยไหม"

     "พี่ว่า  เหรียญสิบทำอะไรได้บ้าง"

     "ซื้อขนมซอง ขูดบัตรเติมเกม"

     "อะไรอีก"

     "ไม่รู้ ขี้เกียจคิด คือโทรมาแค่นี้?"

     "ใช่ครับ"

     "อีมินกยู"

     "ผมนามสกุลคิม"

     "ไอ้ - "  ยังไม่ทันที่เสียงในสายจะได้ด่า คนโทรก็ต้องชะงักเสียก่อน เพราะเสียงเคาะประตูหน้าห้องที่ไม่เคยดังมาก่อน กำลังดังอย่างต่อเนื่อง 
ที่บ้านไม่สอนหรอว่าเคาะประตูแบบสากลสามรอบก็พอ

     "พี่แปปนึง มีคนเคาะห้อง เดี๋ยวผมโทรกลับ" 

เขาทิ้งโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วรีบเดินไปเปิดประตู เพราะรำคาญ เคาะเหมือนประตูห้องเป็นกลองหนัง

"ครับ?"

     คนที่ยืนอยู่หน้าห้องเขาเป็นผู้ชายอายุไร่เรี่ยกัน ผิวขาว หน้าตาเรียบๆ สีหน้าก็ดูเรียบๆ ที่สำคัญคือเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน  พอผู้มาเยือนเห็นหน้าเหวอของคนตรงหน้าก็รีบแนะนำตัวเอง

"คือผมมาจากห้องข้างๆ" 
"ครับ?"

มีเหรียญสิบบาทไหมครับ

ห้ะ

เหรียญสิบบาท เอามาแลกกันกับแบงค์ยี่สิบ ผมจะเอาไปหยอดเครื่องซักผ้า” ไม่พูดเปล่า เขาชูธนบัตรสีเขียวขึ้นมาให้ดูด้วย 

เจ้าของห้องแม้จะยังสับสนอยู่ แต่ก็เดินกลับเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินแต่โดยดี พอเปิดช่องใส่เหรียญแล้วก็พบเหรียญสีเทาทองนอนอยู่ในนั้นสองเหรียญ

เอ่อ มีครับ" พอตอบแล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้  "แต่ผมคิดว่าผมอาจจะต้องใช้เหมือนกัน"

งั้นไม่เป็นไรครับ

แต่คุณเอาไปก่อนก็ได้

ไม่เป็นไรครับ"

"เอ่อ"

"คราวหน้าก็ได้ครับ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก" พูดเสร็จเขาก็ก้มหัวขอบคุณ แล้วเดินออกไป ทิ้งให้คนตัวสูงยืนงงอยู่คนเดียว


คราวหน้าอะไรวะ 




2


ชเวซึงชอล ชอบตามใจคนอื่นเพราะเขาไม่ชอบตัดสินใจเลือกอะไรเอง และดูเหมือนว่าจะเป็นนิสัยที่เข้ากันได้ดีกับยุน จองฮัน เพราะรายนั้นก็ชอบให้คนอื่นตามใจสุดๆ 
ดังนั้นพอซึงชอลถามว่า 'อยากกินอะไร' แล้วจองฮันดันตอบกลับมาว่า 'ตามใจนาย' แทนที่ซึงชอลจะดีใจที่ได้โดนตามใจ เขากลับจ้องหน้าอีกคนนิ่ง

"เป็นอะไรอะ" เขาถามอย่างเป็นห่วง พอเห็นอีกคนเงียบไป

"แล้วจองฮันอยากกินอะไรอะ"

"ก็ตามใจชอลลี่ไง ให้ชอลลี่เลือก" 

"เราเลือกไม่ได้" 

"งั้นระหว่างบิงซูกับไอติม"

"เราไม่รู้อะ จองฮันเลือกดิ" 

จองฮันมองคู่สนทนาแล้วหลุดขำ จำเป็นไหมที่ผู้ชายมาดแมนแบบเขาต้องทำหน้าลำบากใจเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องที่ลำบากที่สุดในโลกขนาดนั้น แค่เลือกของกิน

"โอเคงั้น หัวก้อยไหม ถ้าออกหัวกินบิงซู ออกก้อยกินไอติม" เขาช่วยหาทางออกให้

"โอเค" คนตัวใหญ่กว่าพูดแล้วก็ล้วงหาเหรียญในกระเป๋ากางเกง "เหลือแต่เหรียญสิบอะ ใช้เหรียญสิบละกันนะ" 



วันธรรมดาที่อยู่กับจองฮันมักกลายเป็นวันไม่ธรรมดาเสมอ โดยเฉพาะเขาต้องรอตั้งเจ็ดวันเต็มกว่าจะเป็นวันอาทิตย์ วันอาทิตย์ของซึงชอลสีชมพู พอเห็นรอยยิ้มที่ทำให้สุดสัปดาห์สั้นลงของคนตรงหน้าแล้ว เขายิ่งเกลียดวันจันทร์เข้าไปอีก 


"มีอาทิตย์นึงเราว่างสามวันติดเลยอะ เอางานไปทำที่ห้องได้ปะ"
"อืม ไม่รู้สิ"
"งั้นโยนหัวก้อยอีกทีนะ ถ้าออกหัว อย่าล็อคห้องล่ะ"




3

ที่บอกว่าคราวหน้า เพราะหลังจากวันนั้นห้องของเขาก็มีลูกค้าขาประจำเป็นคนผิวขาวหน้านิ่ง ที่มาเคาะประตูทุกวันเสาร์ ถามหา เหรียญสิบ เพื่อเอาไปซักผ้า และก็แปลกที่เขามักจะมีเหรียญสิบเผื่อเอาไว้สำหรับ จอน วอนวู เสมอ
หลังจากรู้จักกันไปซักพักเขาถึงได้รู้ว่าคนที่ดูเหมือนเป็นรุ่นเดียวกัน ที่จริงแล้วอายุมากกว่า

เอาจริง พี่เขาไม่รู้จักวิธีการแลกเงินอะไรแบบนี้หรอ

"ไม่เคยเห็นนายที่เครื่องซักผ้าเลย"

"ผมไม่ค่อยซักเครื่องอะพี่ ผมชอบซักมือ"

คนหน้านิ่งนิ่งไปซักพัก ก่อนจะคว้ามือเจ้าของห้องขึ้นมาดูหน้าตาเฉย "ถึงว่ามือดูแข็งๆนะ"

"อ้าวพี่ หลอกด่าปะเนี่ย 555555"

"เปล่าๆ" วอนวูรีบปฎิเสธทันควัน ใครหลอกด่า นี่เขาเรียกว่าหลอกจับมือ 



                    คนแบบคิมมินกยูไม่เคยยอมก้มหัวให้เครื่องอำนวยความสะดวกใดๆที่นำมาสู่การเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็น แต่สัปดาห์ต่อมาเขามายืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เขาขอสาบานต่อ อดัม สมิธ เลยว่าไม่ได้หวังอะไรอย่างอื่นจริงๆ

"อ้าว มินกยู"

"อ้าว พี่วอนวู"

"ใช้เครื่องซักผ้าแล้วหรอ"

"อยากมือนิ่มบ้าง"

"มือแข็งก็ไม่เห็นเป็นไร" 

วอนวูวางตะกร้าผ้าลงข้างๆ ทั้งสองคนเริ่มทำภารกิจของตัวเอง ขณะที่มินกยูหยิบขึ้นมาทีละตัวเพื่อใส่ลงไป วอนวูก็เททั้งตะกร้าใส่เครื่อง เสียงหยอดเหรียญตามมาด้วยเสียงเครื่องซักผ้าร้องบอกว่าเครื่องกำลังทำงาน พอตัวแดงๆบนเครื่องเริ่มนับถอยหลังและเปลี่ยนเป็นเสียงหมุน มินกยูหัวใจแทบหยุดเต้น

 ต้องแยกกันแล้ว ยี่สิบบาทยื้อได้ประมาณสองนาที นาทีละสิบบาท

ในขณะที่ใจเด็กตัวสูงกำลังทิ้งดิ่งลงข้างล่าง ใจอีกคนกลับเต้นไม่หยุด ในที่สุดก่อนที่คนอายุน้อยกว่าจะหันหลังกลับห้อง เขาก็โพล่งขึ้นมา  "มีร้านขนมเปิดใหม่นะ ชอบกินขนมหรือเปล่า"

อันที่จริงร้านขนมก็เป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่เขาพยายามหลีกเลี่ยง ยิ่งโดยเฉพาะคนที่ทำอาหารกินเองเป็นแบบมินกยูแล้ว การกินข้างนอกเป็นอะไรที่เขาทำแค่นานๆที

"ชอบครับ"

"ดีเลย คราวหน้าไปด้วยกันไหม"

"ผมชอบทำอาหารด้วยนะ"

"อร่อยหรือเปล่า"

"ใครกินแล้วก็อยากกินอีก"

"คราวหลังพี่แวะไปกินได้ป-"

"ได้ครับ"




          มินกยูกลับมาที่ห้องพร้อมวันที่ไม่ว่างอีกหนึ่งวันในปฎิทิน เขาล้มตัวลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์เข้ามาต่อสายหารุ่นพี่อีกคน 

"พี่ว่า เหรียญสิบทำอะไรได้บ้าง"
"ถามอีกและ"
"น่าๆๆ ตอบมาเหอะ"
จองฮันเงียบไปประมาณสามสิบวิ ก่อนจะตอบพร้อมเสียงหัวเราะเล็กๆ "โยนหัวก้อยเล่นกับผัว"
"อะไรวะ" 
"มินกยู แปปนึงนะ มีคนเคาะประตู เดี๋ยวพี่โทรกลับ" 




 esreveR
3.5


หลังจากวันนั้นห้องของเขาก็มีลูกค้าขาประจำเป็นคนผิวขาวหน้านิ่ง ที่มาเคาะประตูทุกวันเสาร์ ถามหา เหรียญสิบบาท เพื่อเอาไปซักผ้า และก็แปลกที่เขามักจะมีเหรียญสิบเผื่อเอาไว้สำหรับ จอน วอนวู เสมอ

มินกยูเดินเข้าร้านสะดวกซื้อสิบเจ็ดสิบเจ็ด ประตูอัตโนมัติเลื่อนออกพร้อมเสียงที่คุ้นหูของพนักงานกล่าวต้อนรับด้วยสโลแกนหิวเมื่อไหร่ก็เอาเงินมาแลก  เขายืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างประตู หันไปมองเคาน์เตอร์กับแผงหนังสือพิมพ์สลับกันอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพนักงาน มือล้วงธนบัตรใบละร้อยออกมาวางไว้บนเคาน์เตอร์

เอ่อ ..”

. .

แลกเหรียญสิบบาทครับ

 

 

 

 

----- END -----



เขียนได้แต่อะไรสั้นๆค่ะ 55555555555555555555555
ฮือ ต้าจ้อบก้อจ่วยติดแทก #17ysemanas แล้วก็พรุ่งนี้แล้วนะคะ กรี๊ดดดดด 
ตล้กกก ขอบคุณค่า 
ปล. รู้ว่าเป็นคนเขียนไม่ค่อยลื่น แบบชอบโดดไปโดดมา จะพยายามแก้นะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #3 Nattodesu (@asrppk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:44
    น่ารักมาก มีความแอบหลอกจับมือเขาด้วย มินกยูก็ขี้งกเว่อร์ เจอพี่เค้าไปหน่อยละยอมซักผ้าเลยนะ
    #3
    0
  2. #1 coiioq.deer (@coiioqdeer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 09:21
    น่าร๊ากกกก น่ารักมากเลย ;//////; เหมือนวอนอูจะรุกก่อนด้วยซ้ำ รุกด้วยการขอเหรียญสิบนี่แหละ 55555 ปกติเราซักมือเหมือนกัน ต้องลองเปลี่ยนไปซักเครื่องมั่งละ555555 ละตลกประโยชน์ของเหรียญสิบอันสุดท้ายของพี่จองฮัน5555
    #1
    1