Identity V (oc) ผู้ล่าหรือถูกล่า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,162 Views

  • 37 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    75

    Overall
    1,162

ตอนที่ 8 : The Profile Book in my room

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

บทที่หก บันทึกที่อยู่ในห้อง



   เซไคตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านหน้าต่างออกมาปลุกให้เข้าตื่นจากนิทรา

   เซไคในร่างคาลอพเหยียดกายหาวก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์

   ชายหนุ่มผมสีเพลิงเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือแล้วเปิดหนังสือเล่มสีดำออก

   มีข้อความปรากฏออกมาจากหน้าที่ว่างเปล่าถัดจากที่เขาเขียนไว้เมื่อคืนนี้ เมื่อเขาอ่านมันก็ทำให้เซไคยิ้มออกมา

'ถึง เซไค

ถ้าเธอกลับมาช้าก็ไม่เป็นไรหรอก
ชั้นจะคอยเธอเสมอนะ ∩_∩

จาก แคลร์ '

   และอีกข้อความหนึ่ง

'ถึง เซไค
อ้ตัวไร้มารยาท

ให้มันน้อยๆหน่อย!
นายก็รู้ว่าชั้นไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลมานานถึง15ปี!
15ปีเชียวนะ!
แค่จำรายชื่อกริมม์ทั้งหมดที่ต้องดูแลก็แย่แล้วนี่จะยังให้หาชื่อพันธมิตรเก่าด้วยเรอะ รู้มั้ยว่ามันนานกี่ชาติแล้ว!
จะรอหรือไม่ก็ช่าง! ชั้นไม่สน ไม่รู้ย่ะ!
ปล.ถ้านายยังไม่เลิกเสียมารยาทชั้นจะแฉความลับนายกับแคลร์

จาก มัวล์ '

   เซไคมองข้อความตอบกลับของมีอาแล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนต่อ

' ถึง กริมมัวล์

ถ้าเธอกล้าก็เอาเลย
ถ้าเธอแฉชั้น ชั้นก็แฉเธอ
ชั้นจะแฉความลับเธอกับคนทั่วแดนมายาเลยลองดูสิ

จาก เซไค'

   เซไคปิดหนังสือแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู

   ก๊อกๆ

   "เอ่อ...ขอเข้าไปได้ไหมจ๊ะ?" เสียงเอมมิลี่ดังขึ้น

   เซไคไม่ตอบแต่เดินมาที่ประตูแล้วเปิดออกโดยที่คนอีกฝั่งไม่ทันตั้งตัว

   "อ๊ะ!" เอมมิลี่ร้องออกมาเมื่อเห็นเซไค

   "มีอะไร?" เซไคไม่พูดอ้อมค้อมแล้วถามเข้าประเด็นที่เอมมิลี่มาที่ห้องตน

   "คือว่าชั้นจะมาเรียกเธอกับอิไลเค้าให้ไปกินข้าวเช้าได้แล้วน่ะ" เอมมิลี่ตอบแล้วมองไปที่ห้องข้างๆ

   "ไม่จำเป็น ขอบคุณ" เซไคปฏิเสธพร้อมปิดประตูแต่กลับมีเท้าใครมาขวางไว้ทำให้โดนประตูหนีบอย่างแรง

   "โอ๊ย!นี่นายแรงช้างรึไงเนี่ยปิดมาได้" บุคคลที่ยื่นเท้ามากันไว้คือวิลเลี่ยมนั่นเอง

   "ใครใช้ให้นายมาขวาง" เซไคถามอย่างเย็นชาแล้วเอามือมาจะปิดประตู

   แต่วิลเลี่ยมพยายามงัดประตูให้เปิดออกแข่งกับเซไคแล้วยิ้มให้

   "แหมๆ วันแรกที่นายจะได้กินข้าวกับพวกเราทั้งทีต้องพาไปให้ได้ซี่!" วิลเลี่ยมออกแรงแง้มประตูขึ้นมาอีกนิด

   ไอ้หมอนี่แรงโคตรเยอะ!

   "เมื่อคืนทำไปแล้ว ปล่อย" เซไคพูดแล้วพยายามดันประตูให้ปิด

   "นั่นงานเลี้ยงต้อนรับไม่ใช่ทานข้าวเช้าของเซอร์ นายต้องไปนะ" 

   "ไม่ ออกไป"

   "เถอะนะ น้า"

   "บอกว่าไม่" เซไคพูดอีกครั้งแล้วออกแรงดันประตูมากขึ้นขณะที่วิลเลี่ยมก็ออกแรงง้างประตูเต็มแรง

   "ได้โปรด~ไปเถอะนะ" วิลเลี่ยมโผล่หน้าออกมาตรงประตูที่ถูกแง้มนิดๆแล้วส่งสายตาลูกแมวให้

   "นะๆๆ" วิลเลี่ยมร้องเหมือนเด็กน้อยคุณหมอสาวได้แต่มองวิลเลี่ยมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

   เซไคมองอีกฝ่ายนิ่งๆก่อนจะพูด

   "ไม่" สั้นๆง่ายๆคำเดียวและกระแทกประตูปิดสองทีอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าจะมีใครโดนหนีบมั้ย

   "อร๊ากกกก!" เมื่อโดนกระแทกไปแค่ครั้งแรกวิลเลี่ยมก็ออกมาจากประตูแล้วหงายหลังก่อนประตูจะปิดลงแล้วล็อค

   "ปิดมาได้นะ!นี่ถ้าเท้ากับจมูกชั้นขาดไปนายจะทำไง!" วิลเลี่ยมร้องแล้วเอามือลูบๆคลำๆส่วนที่ถูกกระแทก

   "ก็ช่างมันสิ" เสียงเซไคดังมาจากอีกฝั่งของประตู

   "นายจะช่างมันไม่ได้นะ!" วิลเลี่ยมโวยวายเสียงดัง

   เซไคที่อยู่หลังประตูกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

   หนวกหู

   "เอ่อ...คือว่าเซไคจ๊ะลงไปทานข้าวด้วยกันเถอะนะเพราะวันนี้เอมม่าอุตส่าห์ทำเมนูเจมาให้เซไคโดยเฉพาะ เดี๋ยวเซไคไม่ลงไปเอ็มม่าจังจะเสียใจที่ไม่มีใครกินนะ" เอมมิลี่เกลี้ยกล่อมเซไค

   "..." เซไคฟังนิ่งๆก่อนถอนหายใจเบาๆ

   "เดี๋ยวลงไป" เขาตอบก่อนจะเดินไปเตรียมตัวที่ห้องน้ำ

   เอมมิลี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็แปลกใจนิดหน่อย แต่ถ้าเจ้าตัวมาได้ก็ดีแล้ว



   เซไคเมื่อทำธุระเสร็จก็ลงมาข้างล่างเพื่อไปทานข้าวเช้าตามที่เรียก

   เมื่อมาถึงที่ห้องทานอาหารก็พบกับเหล่าเซอร์ไวเวอร์ทั้งหลายนั่งเตรียมกินข้าวเช้าอยู่

   เหมือนจะหายไปสองสามคน เซไคคิดแล้วมองรอบๆ

   คนที่ไม่อยู่ตอนนี้ก็มีช่างแต่งศพ นักสำรวจและชาวช่างกล

   "คุณคาร์ลเค้าชอบกินข้าวที่ห้องน่ะ คุณเคิร์ตก็ชอบออกไปกินที่สวน เทรซี่จังวันนี้ก็สร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่เลยเอาข้าวไปไว้ที่ห้องแล้ว" ฟิโอน่าตอบเมื่อเห็นเซไคดูสงสัย

   เมื่อได้ยินดังนั้นเซไคก็รู้สึกแปลกใจนิดๆเพราะปกติไม่ค่อยมีใครคาดเดาเขาออกนอกจากคนใกล้ตัว

   เซไคเลิกสนใจนักบวชสาวแล้วนั่งตรงเก้าอี้ที่ว่างอยู่

   บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารประเภทผักซะเป็นส่วนใหญ่แต่ก็มีอาหารจำพวกเนื้อโผล่มาบ้าง

   "หงะ! เอ็มม่าครับทำไมถึงมีแต่ผักอ่ะ" เด็กหนุ่มพึ่งดวงลักกี้กายถามแล้วดังชามใส่สลัดผักออกห่างจากตัวอย่างหยะแหยง

   "ก็เมื่อวานเอ็มม่าเห็นเซไคคุงกินข้าวไปนิดเดียวเองคิดว่าคงหิวแน่เลยทำไว้ให้เยอะๆน่ะเพราะเซไคคุงบอกกินแต่ผัก ลักกี้เองก็ต้องกินเหมือนกัน" เอ็มม่าบอกแล้ววางจานต้มผักไว้หน้าลักกี้

   "แหวะ!ไม่เอา!" ลักกี้พูดแล้วเขี่ยผักออก

   "ไม่ได้นะลักกี้! นายต้องกินผักบ้างสิกินเยอะๆจะได้สูงๆ" เอ็มม่าดุลักกี้แล้วคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายกินผักเข้าไป

   "ไม่เอา!ก็มันขมนี่!" ลักกี้ปิดปากแน่นไม่ยอมให้เอ็มม่าเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าปาก

   "กินเข้าไปนะ!"

   "ไม่!"

   เกิดศึกระหว่างลักกี้และเอ็มม่าขึ้นเสียงดังไปทั่วห้องอาหาร

   วุ่นวายจริงๆ... เซไคมองภาพตรงหน้านิ่งๆแล้วกินข้าวต่อ

   ดิ๊งด่อง!

   เสียงกระดิ่งดังขึ้นประกาศถึงเกมในรอบต่อไป

   "อะไรกัน นี่พึ่งหกโมงครึ่งเองนะมีเวลาให้พักบ้างมั้ยเนี่ย" วีร่าบ่นแล้วลุกขึ้นพร้อมกับคนอื่นๆเพื่อไปดูประกาศ

   เซไคลุกขึ้นยืนรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาทานอาหารแต่ก็เดินไปดูเช่นกัน

   ถ้าเขาหิวระหว่างอยู่ในเกมล่ะก็จะแงะกำแพงมากินแน่คอยดู

   ทุกคนจ้องที่กระดานรายชื่อที่กำลังประกาศรายชื่อใหม่ขึ้นมา ฉายาของผู้เล่นสามคนค่อยๆเลือนหายไปก่อนจะมีตัวอักษรผุดขึ้นมา

รายชื่อผู้รอดชีวิต
ในรอบต่อไป

นักสำรวจ

นักรักบี้

ทนาย

แกะดำ


   เซไคมองที่กระดานฉายาตัวเองยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อวานนี้

   "ดูเหมือนนายจะต้องลงอีกรอบแฮะ" วิลเลี่ยมพูดแล้วเอามือไปตบไหล่เซไค

   เซไคปัดมืออีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ไยดี ไม่สนว่าคนอื่นจะมองยังไงเพราะตอนนี้เขาหงุดหงิดเต็มที่แล้ว

   คนอื่นๆที่พอจะมองออกก็ถอยห่างจากเจ้าของฉายาแกะดำที่ตอนนี้เริ่มส่งแรงกดดันออกมารอบตัว

   เซไคมองไปที่กระดานอย่างแค้นเคือง

   เอาอย่างนี้ใช่มั้ยได้...เขาจะเล่นเกมนี้ให้สาสมเอง


.

.

.

.

.


   โจ๊กเกอร์ที่จะได้เริ่มเล่นในรอบต่อไปรู้สึกสนุกที่จะได้เจอกับเซอร์คนใหม่แล้ว

   "ฮ่า! ไอ้ปิ้งไก่แกคอยดูเถอะว่าฝือมือที่แท้จริงมันเป็นยังไง" โจ๊กเกอร์เตรียมจรวดตัวเองแล้วหันไปที่เดอะรีปเปอร์

   ถ้าเป็นปกติแจ็คจะต้องโวยวายแล้วทะเลาะกับอีกฝ่ายแต่วันนี้แจ็คเอาแต่ดูกรงเล็บในมือแล้วไม่ตอบโต้อะไรเลยซักนิดจนคนอื่นๆยังแปลกใจ

   มันไปกินกาวมารึไง(เกี่ยวไร?) ช่างเหอะแค่ชนะเกมนี้ไปเยาะเย้ยได้ก็พอแล้ว

   ขณะที่โจ๊กเกอร์กำลังจะเดินออกไปที่ห้องเตรียมตัวแจ็คก็หันมามองแล้วเรียกไว้

   "นี่..." โจ๊กเกอร์หันกลับมามอง

   "มีไร?" แจ็คมองโจ๊กเกอร์ซักพักก่อนตอบออกมา

   "ระวังตัวด้วย"

   โจ๊กเกอร์มองแจ็คอย่างแปลกใจ น้ำเสียงที่ใช้นั้นไม่ได้หยอกล้อหรือล้อเลียนซักนิด

   อะไรของมัน?

   โจ๊กเกอร์ไม่สนใจแจ็คแล้วเดินเข้าห้องไป


.

.

.


   รอบนี้เป็นด่านโรงงานอาวุธ เซไคถูกส่งมาแถวๆซากประตู บรรยากาศรอบๆดูอึมครึม รอบๆตัวเซไคมีชิ้นส่วนอะไรบางอย่างหล่นอยู่ตามพื้น

   เริ่มละนะ

   เซไคเริ่มออกตัววิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ คิดไว้แล้วล่ะ...

   ว่าเขาจะล่าฮันเตอร์ตานี้เอง

   แม้ความสามารถจะถูกปิดผนึกไปหลายส่วนแต่ก็ยังใช้พลังได้บ้างแม้จะอยู่ในร่างตุ๊กตา

   ก่อนอื่นคงต้องระเบิดเครื่องถอดรหัสแถวนี้เรียกความสนใจสินะ เซไคคิดพร้อมสอดส่องสายตาหาเครื่องถอดรหัส

   แต่พอวิ่งไปได้ซักพักเซไคที่กำลังวิ่งอยู่ก็หยุดกระทันหันแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนไม้ที่อยู่ตรงซากประตูเก่า

   เขาหยิบหนังสือที่สั่นและส่องแสงออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างหงุดหงิด

   ถ้าเป็นมีอาที่ติดต่อมาล่ะก็เขาจะกระทืบฮันเตอร์ในรอบนี้ให้เละแน่

   เซไคเปิดหนังสือออกมาดูแต่กลับก็ยิ้มออกมาหลังจากที่ได้อ่าน

   อา..แคลร์นี่เอง ความหงุดหงิดที่มีมาตั้งแต่เช้าหายไปหมดเมื่อเห็นข้อความที่แสดงถึงความเป็นห่วงจากคนที่ห่างไกล

   เซไคเลิกสนใจเกมแล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนโต้ตอบกับแคลร์ในสมุด

   โดยลืมเรื่องเกมไปเลย

   เซไคนั่งอยู่ตรงนั้นจนอีกาแจ้งเตือนบินมาที่หัวอยู่นาน

   "กา! กา! กะ-!!!" อีการ้องแจ้งเตือนแต่ถูกเซไคมองด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรำคาญใจ

   พวกอีกาเงียบไปก่อนจะบินลงมาแล้วตัวสั่นด้วยความกลัว

   เซไคไม่ได้สนใจอะไรพวกอีกามากนักแค่ไม่มีอะไรมากวนใจก็พอเมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ทำอะไรเหล่าอีกาที่คอยแจ้งเตือนอยู่นานก็เหนื่อยออ่อน จึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆตัวเซไคแล้วขึ้นไปนอนพักบนตัวเซไคซึ่งเซไคก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักจึงปล่อยผ่านไป

เวลาผ่านไปไวไม่โกหก...

   ซู่ม! ว๊าก! วะฮะๆฮ่า!

   เสียงความวุ่นวายจากด้านล่างดึงให้เซไคหันไปสนใจมองรวมถึงกาที่อู้งานนอนอยู่บนหัวเซไค

   วิลเลี่ยมที่กำลังวิ่งหนีโจ๊กเกอร์ที่ใช้จรวดพุ่งมาด้วยความเร็วสูงอยู่โดยการใช้ลูกรักบี้เพิ่มความเร็ว

   อา...ใช่ ลืมเกมไปซะสนิท

   เซไคมองสถานการณ์ด้านล่างก่อนถอนหายใจออกมา

   ช่วยก็ได้

   เขาปัดไล่อีกาที่เกาะตามตัวออกไปก่อนจะกระโดดไปที่กำแพงที่อยู่ไกลออกไปเพื่อไปดักหน้าทั้งสองเมื่อวิลเลี่ยมวิ่งผ่านไปแล้วก็กระโดดลงมาดักหน้าโจ๊กเกอร์ไว้

   เจ้าของฉายาสไมล์ลี่เฟสเมื่อเห็นเป้าหมายของวันนี้ที่ตามหามาทั้งเกมก็แสยะยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์แล้วใช้จรวดพุ่งมาทางเซไค

   เซไคที่เห็นจรวดพุ่งมาทางตนเองแทนที่จะรีบหลบกลับยืนอยู่กับที่เปิดหนังสืออ่านข้อความใหม่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวในขณะที่จรวดพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ

   "เสร็จชั้นล่ะ!" โจ๊กเกอร์ตะโกนออกมาเมื่อกำลังจะถึงตัวเซไค

    แต่ในเสี้ยววินาทีที่จรวดกำลังจะถึงตัวเซไคก็หลบไปทางด้านขวาอย่างรวดเร็วแล้วเตะจรวดที่พุ่งมาอย่างเร็วให้เปลี่ยนเส้นทางไปทางอื่น

   และเส้นทางที่เซไคจงใจเบี่ยงจรวดไปเป็นแท่นเหล็กที่เหมือนคานกระโดดขนาดใหญ่ ต่อให้เชี่ยวชาญมากแค่ไหนการจะเปลี่ยนไปทางอื่นกระทันมันเป็นไปได้ยาก

   และโจ๊กเกอร์ก็อยู่ในผลลัพธ์ของคำว่า 'เป็นไปไม่ได้'

   "ว๊ากกก!" โจ๊กเกอร์ร้องเสียงหลงเมื่อเปลี่ยนทิศทางจรวดไม่ทันจนปลิวไปตกจุดไหนก็ไม่รู้

   ของที่พุ่งไปด้วยความเร็วสูงจะบังคับได้ยากถึงแม้จะควบคุมได้แต่ถ้าหากมีแรงมากพอไปกระทำย่อมทำให้เปลี่ยนทิศทางได้โดยง่ายและจะทำให้เสียสมดุลได้

   เซไคใช้ประโยชน์ของสิ่งนั้นและจงใจมาดักรอที่จุดนี้เพราะเป็นจุดเหมาะต่อการยื้อเวลาฮันเตอร์มากที่สุดที่จะทำให้วิลเลี่ยมหนีพ้นและจุดที่ส่งอีกฝ่ายไปก็ไม่รบกวนเพื่อนรวมทีมคนอื่นด้วย

   เซไคเดินไปตามทางที่วิลเลียมเดินไปเพื่อตามหาเครื่องถอดรหัสบ้าง


.


   เซไคเดินมาที่เครื่องถอดรหัสที่วิลเลี่ยมทำอยู่จึงเดินเข้าไปช่วยทำให้การถอดรหัสเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

   ตู้ม!

   และอาจมีระเบิดไปบ้างนิดหน่อย...

   ปิ๊ง!

   เสียงของเครื่องถอดรหัสดังขึ้นบ่งบอกถึงความสำเร็จในการถอดรหัส ทำให้ตอนนี้เหลือเครื่องถอดรหัสอีกสามเครื่อง

   "ชั้นไม่เห็นนายในเกมเลยนี่นายหายไปไหนมา" วิลเลี่ยมถามออกมาหลังจากที่ทั้งคู่เดินมาได้ซักพักแล้ว

   เซไคไม่ตอบอีกฝ่ายแล้วเดินต่อไป

   วิลเลี่ยมถอนหายใจออกมาแล้วพยายามชวนอีกฝ่ายคุย

   "เมื่อกี๊นี้นะ ชั้นกะจะไปช่วยเฟร็ดดี้ที่โดนไอ้ตัวตลกนั่นไล่เอา แต่ดันกลายเป็นว่าพอจะพุ่งชนหมอนั่นดันใช้จรวด ซวยสุดๆไปเลยล่ะก็นะเราคงไปไฝว้กับทางฮันเตอร์ไม่ได้ด้วย แถมพอเจ้านั่นเปลี่ยนเป้ามาเป็นชั้นเฟร็ดดี้ก็หายไปเลยล่ะ" วิลเลี่ยมบ่นออกมายาวๆจนทำให้เซไคอดคิดไม่ได้ว่า

   พูดมากชะมัด

   สักพักหัวใจก็เกิดเต้นรัวขึ้นมา

   เซไคได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ตรงที่พวกเขาอยู่เมื่อหันหลังกลับไปก็เจอนักสำรวจที่ถูกโจ๊กเกอร์ไล่มาทางนี้

   "เจอตัวแล้ว!" โจ๊กเกอร์ร้องออกมาเมื่อเห็นร่างชายผมเพลิง

   เซไคที่เห็นตัวตลกก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา

   "เฮ้อ..." เซไคถอนหายใจออกมาก่อนจะรีบวิ่งไปอีกทาง

   "เฮ้ย!เดี๋ยวนี่นายจะไปห-" วิลเลี่ยมพูดไม่ทันจบก็รู้สึกมีลมพัดผ่านหน้าไป

   "หยุดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!ไอ้เซอร์เวร!" โจ๊กเกอร์วิ่งไล่หลังเซไคไปไม่สนใจเซอร์ไวเวอร์อีกสองคนที่เหลือ

   เซไควิ่งเข้าไปในโรงงาน จนถึงกำแพงที่ไม่มีทางให้ไปต่อ

   โจ๊กเกอร์ที่เห็นทางตันก็ได้ใจใช้ความสามารถของตัวเองเร่งจรวดพุ่งเข้าไปหาด้วยความเร็วสูง

   "วะฮะๆฮ่า!เสร็จชั้นล่ะ" โจ๊กเกอร์พูดเมื่อจรงดใกล้ถึงตัวเซไค

   เซไคไม่สนใจในสิ่งที่โจ๊กเกอร์พูดแล้วยกเท้าขึ้นมาเหยียบหัวของจรวดเป็นที่กระโดดแล้วเอามือวางเป็นฐานตีลังกาข้ามหัวโจ๊กเกอร์ไป

   "เฮ้ย!เดี๋ยวเซ่!"โจ๊กเกอร์พยายามดึงจรวดที่ติดอยู่ระหว่างพื้นดินและกำแพงเหล็กออกมาเพราะพุ่งเข้าไปด้วยแรงที่มากแถมเซไคช่วยเหยียบเพิ่มแรงอีกทำให้จรวดติดแน่นมาก

   "ระวังด้านบนด้วยล่ะ" เซไคบอกอีกฝ่ายแล้วเดินไปใช้เครื่องถอดรหัสที่อยู่ใกล้ๆ

   โจ๊กเกอร์พยายามดึงจรวดออกมาแต่เนื่องจสกใช้แรงมากเกินไปทำให้แผ่นเหล็กที่ค้างอยู่ด้านบนตกลงมาเพราะแรงสั่นสะเทือนจนหล่นมาทับ

   "ว๊าก!!!" โจ๊กเกอร์ถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อแผ่นเหล็กขนาดไม่เล็กจำนวนมากหล่นลงมาทับตัวเอง

   ส่วนเซไคก็เพลิดเพลินไปกับเสียงโอดครวญของสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองเกลียดทำให้ถอดรหัสเสร็จไปอีกเครื่องอย่างง่ายดาย

   กว่าโจ๊กเกอร์จะออกมาจากกองเศษเหล็กได้เซไคก็เดินไปไกลมากแล้ว

   ตอนนี้โจ๊กเกอร์ตั้งมั่นไว้แล้วว่าต้องเด็ดหัวเจ้าของฉายาแกะดำให้ได้แม้จะต้องแพ้ตานี้ก็ตาม!

   ปิ๊ง! ออด!!!

   เสียงเครื่องถอดรหัสเครื่องสุดท้ายและเสียงประตูเปิดดังขึ้นพร้อมกัน

   เซไคเดินไปที่ประตูทางออกเมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครมาก็เลยลองกดรหัสให้ประตูเปิดดู

   หวังว่าจะไม่ระเบิดเอานะ...

   ขณะที่เซไคกำลังเปิดประตูอยู่เสียงหัวใจก็ดังขึ้นพร้อมแรงกดดันจากทางด้านหลัง

   "หึๆ ทำชั้นไว้แสบมากนะแก..." โจ๊กเกอร์หัวเราะร่าหวังแก้เผ็ดเซอร์ไวเวอร์ตรงหน้า

   "เป็นแค่แกะตัวน้อย อย่ามาทำอวดเก่งไปหน่อยเลย" โจ๊กเกอร์ยกจรวดขึ้นเหนือหัวแล้วตีไปทางเซไคอย่างเต็มแรงแต่กลับถูกหยุดไว้ได้ด้วยกรงเล็บที่ซ่อนอยู่

   "ดูท่านายอยากจะบินอีกรอบสินะ ไอ้แป๊ะยิ้ม" เซไคพูดอย่างเย็นชาแล้วผลักโจ๊กเกอร์ออกไปจนกระเด็นและติดสตั้น

   เซไคเอาโซ่แถวนั้นมารัดโจ๊กเกอร์ให้ติดกับจรวดก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากเสื้อ

   "เฮ้ๆ...นายคงไม่ทำใช่มั้ย เราคุยกันได้นะ!" โจ๊กเกอร์พูดเสียงสั่นเมื่อเห็นดินปืนในมือเซไค

   "ชั้นไม่คุยกับศัตรูหรอกนะ" เซไคพูดอย่างเย็นชาหลังจากดัดแปลงจรวดของโจ๊กเกอร์นิดหน่อย

   "ขอให้เที่ยวให้สนุก" เซไคอวยพรแล้วเอากรงเล็บขูดกับพื้นจนเกิดสะเก็ดไฟจุดชนวนระเบิ-ดอกไม้ไฟ

   "ม่ายยยยย!" จรวดถูกส่งขึ้นไปบนฟ้าพร้อมเสียงโหยหวนของโจ๊กเกอร์

   อืม...ไปไกลเลยแฮะหวังว่ามันจะระเบิดนะ เขาคิดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าไปในประตูที่ถูกเปิดออกหลังจากได้ยินเสียงพลุระเบิด

.

.

.

   "ว๊าย!โจ๊ก! ไปโดนอะไรมาเนี่ย" แมงมุมสาวอุทานออกมาเมื่อเห็นร่างไหม้เกรียมของโจ๊กเกอร์

   "อะ-ไอ้เจ้าเด็กนั่น..." โจ๊กเกอร์พูดออกมาก่อนจะล้มลงไปทั้งอย่างนั้น

   "เฮ้ย! นี่เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย" เหล่าฮันเตอร์รีบเข้าไปช่วยพยุงโจ๊กเกอร์ไปรักษา แจ็คมองโจ๊กเกอร์แล้วพอจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร


   เซไคเมื่อออกมาจากเกมได้แล้วก็ต้องอารมณ์เสียอีกรอบ

   เพราะรายชื่อของผู้รอดชีวิตในตาต่อไปนั้นมีชื่อเขาอีกแล้ว

รายชื่อผู้รอดชีวิต
ในรอบต่อไป

สาวช่างกล

นักเต้น

นักบวช

แกะดำ


   "โอ้ว! ดวงนายมันทำด้วยอะไรเนี่ยซวยชะมัด" วิลเลี่ยมพูดออกมาเมื่อเห็นรายชื่อผู้รอดชีวิตในรอบต่อไป

   เซไครู้สึกอารมณ์เสียยิ่งขึ้นไปอีก ตั้งมั่นไว้ว่าถ้าหากผนึกคลายออกเขาจะไปเผาเจ้าของคฤหาสน์ให้ได้

.

.

.

   รอบนี้เซไคถูกส่งมาในด่านโบสถ์ อีกแล้ว...

   บรรยากาศโดยรอบก็ไม่ต่างจากเดิม เซไคเดินไปตรงจุดที่จำได้ว่าเคยมีเครื่องถอดรหัสอยู่แต่กลับไม่พบอะไร

   แสดงว่าถูกสุ่มสถานที่จริงๆสินะ เขาคิดก่อนจะลองเดินไปในจุดที่น่าจะมีเครื่องถอดรหัสอยู่แต่กลับเจอบางอย่างแทน

   "โอ้~นี่มันเซอร์ไวเวอร์ที่จัดการกับเจ้าสองคนนั้นซะราบคาบเลยนี่นา" ฮันเตอร์ของตานี้แบล็คพูดขึ้นมา

   'รีบๆจัดการเถอะน้องข้า' เสียงของไวท์ดังมาจากในร่ม

   "ได้อยู่แล้วท่าน-" ขณะที่แบล็คกำลังจะตอบกลับไปร่มก็ถูกเซไคดึงออกไปจากมือ

   เซไคที่อารมณ์ไม่ดีสุดๆไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปจับร่มนั้นหักต่อหน้าต่อตาแบล็คแล้วปาออกไปสุดแรง

   "ท่านพี่!!!!" แบล็คร้องออกมาเมื่อเห็นพี่ตน(ร่ม)ถูกขว้างไปไกล

   "หน็อย...แก..." แบล็คหันไปทางผู้รอดชีวิตที่ทำสิ่งนี้

   "ไม่รีบไปหาพี่นายหน่อยหรอไอ้ตะเกียบดำ เดี๋ยวก็เล่นเกมต่อไม่ได้หรอก" เซไคพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

   "ใครตะเกียบดำกัน!" แบล็คโวยวาย

   "ผอมสูงยังกับไม้ตะเกียบแถมยังมาเป็นคู่ขาวดำ ไม่ให้เรียกอย่างนี้แล้วจะให้เรียกอะไร เปรตขาดสารอาหาร หรือเสาไฟฟ้าสองสีดีล่ะ" เซไคพูดด้วยคำพูดที่คมกริบดั่งใบมีดกรีดใจคนฟังอย่างไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว

   "กะ-แก..." แบล็คมองเซไคอย่างโกรธแค้น

   "เอ้าไม่รีบไปหาพี่ของนายรึไงไอ้เด็กติดพี่"

   "หน็อยแน่! ฝากไว้ก่อนเถอะ!" แบล็ครีบวิ่งไปตามหาพี่ชายตนอย่างรีบร้อน ส่วนเซไคก็อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย

   และแล้วรอบนี้ก็จบไปด้วยชัยชนะของเหล่าเซอร์ไวเวอร์เนื่องจากแบล็คหาร่มไม่เจอ

.

.

.

   เซไคได้ลงเล่นอีกครั้งหนึ่ง เขาถูกวาร์ปมาอยู่จุดๆหนึ่งของโรงพยาบาลใกล้ๆกับกล้องถ่ายรูปอันหนึ่ง

   เซไคไม่สนใจกล้องนั้นแล้วเดินไปที่เครื่องถอดรหัส

   หลังจากทำเครื่องถอดรหัสระเบิดไปสามรอบเสียงหัวใจก็ดังขึ้น เซไคเมินสิ่งนั้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาถอดรหัสต่อไป แต่ก็คอยระวังตัวและฟังเสียงรอบตัว

   ขวับ!

   เสียงกรงเล็บที่ตัดผ่านอากาศดังขึ้นปลายกรงเล็บของเซไคจ่ออยู่ที่คอของฆาตกรช่างภาพ โจเซฟ

   "ดุจังเลยนะครับ อย่าทำหน้าเหมือนจะฆ่าผมอย่างนั้นสิครับ ผมแค่มีข้อเสนอมาให้คุณเอง" โจเซฟพูดออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกดดันแปลกๆ

   เซไคไม่พูดอะไรแต่เอาปลายกรงเล็บจ่อคอมากกว่าเดิม

   "ใจเย็นสิครับ ผมแค่จะเสนอให้ผมถ่ายรูปคุณแล้วผมจะปล่อยสี่ในตานี้ ไงน่าสนใจมั้ยครับ" โจเซฟส่งยิ้มเทพบุตรไปให้

   "แค่ซัดนายให้เละก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นแล้ว" เซไคปฏิเสธอย่างเลือดเย็น

   "คุณนี่ใจร้ายจังนะครับ ถือซะว่าเห็นแก่เหล่าสุภาพสตรีที่ขอให้ผมช่วยถ่ายรูปคุณหน่อยไม่ได้หรอครับ" โจเซฟพยายามเกลี้ยกล่อม

   "..." เซไคเงียบไปซักพักก่อนถอนหายใจออกมา

   "ก็ได้..." เซไคตอบตกลงไปเพราะความใจอ่อน

   "ดีมากครับ ถ้างั้นช่วยอยู่ท่านั้นซักพักนะครับ" โจเซฟพูดแล้วปรับกล้องสุดรักให้เป็นปกติแล้วถ่ายภาพของเซไคในท่าทางต่างๆอย่างเต็มที่

.

.

.

   เซไคเดินกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้องตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน ชุดของเขาขาดไปเพราะถูกตะปูแถวนั้นเกี่ยวตอนสู้กับผู้ส่งสารในรอบที่แล้ว

   ถึงแม้เอ็มม่าจะเสนอตัวช้วยเซไคแต่เขาก็บอกปฏิเสธไป

    เซไคได้เล่นเกมติดต่อกันถึงแปดตาโดยไม่หยุดพัก โดยรอบที่แล้วได้เจอกับผู้ส่งสารในชุดเหลืองจึงได้สู้กันภายในเกมต่อจากรอบที่แล้ว สาเหตุเพราะฮัสเตอร์ขอประลองฝีมือกับเซไคอีกรอบเพื่อดูใมือตนเอง

   ถึงทุกรอบจะชนะมาได้แต่การเล่นเกมติดต่อกันแปดครั้งในตอนที่ถูกผนึกพลังอยู่มันก็เหนื่อยไม่ใช่น้อยแถมทำให้หงุดหงิดมากกว่าเดิมด้วย

   เจอทั้งตัวตลก ตะเกียบคู่ ช่างภาพ แมงมุม กวาง เกอิชา มัมมี่(?) และปลาหมึกแบบนี้แถมรอบสุดท้ายต้องระวังทั้งการโจมตีจากฮัสเตอร์และระแวงว่าทหารอากาศที่ร่วมเล่นด้วยในตานั้นจะยิงปืนพลุตอนไหนแบบนั้นก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

   นี่ก็เล่นจนครบทุกคนแล้วเนี่ย

   เมื่อเข้าไปในห้องก็พบว่าหน้าต่างถูกอะไรบางอย่างกระแทกจนแตกเศษกระจกหล่นอยู่เต็มพื้นพร้อมหนังสือเล่มใหญ่เล่มหนึ่ง

   หนังสือที่ตกอยู่เป็นหนังสือปกหนาดูเก่าแก่สลักชื่อหนังสือไว้ที่สัน 'Identity V Profile Book'

   เซไคใช้เวทย์มนตร์ซ่อมหน้าต่างที่แตกกระจายอยู่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนหยิบฟนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดูแล้วลึกไปเปิดหน้าต่าง

   ก่อนจะปาหนังสือทิ้งออกไปข้างนอกเต็มแรงแล้วปิดหน้าต่างเสียงดัง

   ใครทำเขาไม่รู้ แต่เขาไม่สนว่าใครที่ว่านั้นทำต้องการให้สมุดกับเขา วันนี้เขาอารมณ์เสียมากพอแล้ว

   ในขณะที่หันหลังกลับก็มีบางอย่างพุ่งมาทางหน้าต่าง

   เพล้ง! ป๊อก!

   หนังสือเล่มเดียวกันกับที่เซไคขว้างทิ้งไปทะลุหน้าต่างที่พึ่งซ่อมเสร็จจนแตกแล้วกระแทกเข้าที่หัวเซไคอย่างจัง

   เซไคมองไปในทิศที่หนังสือพุ่งมาแต่กลับไม่พบใครซักคน จึงลองเปิดดูเนื้อหาข้างในแล้วก็ต้องตกตะลึง

   เนื้อหาด้านในมีการระบุแผนที่ของคฤหาสน์และสถานที่ในเกมอย่างละเอียด รวมถึงจุดสุ่มเกิดต่างๆของแต่ละแมพ กฎกติกา และความสามารถต่างๆ รูปภาพด้านในเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต
   เมื่อเปิดต่อไปก็พบกับข้อมูลของเซอร์ไวเวอร์ทุกคนอย่างละเอียด ทั้งความสามารถหรือแม้กระทั่งประวัติ ยกเว้นแค่ของลักกี้กายคนเดียว
   พออ่านไปถึงประวัติของทนายเฟร็ดดี้ เซไคก็รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายมากจนแทบอ้วก เฟร็ดดี้เป็นหนึ่งในคนในลักษณะที่เซไคเกลียดมากที่สุด
   ส่วนบันทึกด้านหลังเต็มไปด้วยข้อมูลของเหล่าฮันเตอร์รวมถึงความสามารถต่างๆ

   แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่เซไคกลับไม่พบสิ่งที่ควรจะมีอยู่

   ในบันทึกนี้ไม่มีชื่อและข้อมูลของเขาเลยแม้แต่น้อย

   ทั้งที่เขาก็กลายมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นแล้ว ทำไมถึงไม่มีข้อมูลของเขาเลยแม้แต่นิดเดียวก็แปลกอยู่ ถ้าหากบอกว่าทำข้อมูลส่วนของเขาไม่ทันละก็แล้วใบข้อมูลที่ถูกส่งมาในวันแรกคืออะไร แล้วทำไมคนที่ส่งมาถึงต้องเอามาให้เขาตอนนี้กันนะ

   ในหัวของเซไคเต็มไปด้วยคำถามและความเป็นไปได้ต่างๆมากมายแต่อีกสิ่งที่อยู่ในหัวคงจะเป็น...

   เขาควรบอกคนอื่นเรื่องหนังสือเล่มนี้มั้ย?

   ความเกลียดชังในตัวมนุษย์ของเซไคนั้นมีมากก็จริงแต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายและเห็นแก่ตัวเหมือนมนุษย์

   "ช่วยไม่ได้" ไหนๆก็ต้องร่วมงานกันอีกนานเขาจะเอาบันทึกนี่ไปให้พวกนั้นดูก็ได้

   "แต่ก่อนอื่น..." เซไคอื้มมือไปหยิบหนึ่งในลูกแก้วบนชั้นออกมา

   คงต้องไปขอโทษทางนั้นซักหน่อยแล้ว

.

   เซไคเดินลงมาด้านล่างเพื่อมาทำธุระแต่ทันทีที่เดินมาก็ถูกวิลเลี่ยมลากไปที่ห้องอาหารทันที

   ให้ตายเถอะ...อะไรกันนักหนา

   "อย่าทำหน้าเหมือนกับโลกจะแตกอย่างนั้นสิ มาๆ!เมื่อกลางวันนายไม่ได้กินอะไรเลย เอ้า!ไปกินข้าวกัน!" วิลเลี่ยมพูดเสียงดังจนเซไคแทบจะเอามือปิดหู

   แต่พอลงมาเอ็มม่ากลับกำลังทำท่ากลุ้มใจอยู่

   "เป็นอะไรไปน่ะเอ็มม่า?" วิลเลี่ยมถามออกไป

   "อ๊ะ! วิลเลี่ยม เซไคคุง คือ...วัตถุดิบที่จะใช้ทำมื้อเย็นมันเหลือนิดเดียวนะสิเลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีน่ะค่ะ" 

  "อืม...ลำบากเลยแฮะ นี่นายจะทำอะไรหน่ะ?!" วิลเลี่ยมพูดขึ้นมาเมื่อเซไคเดินไปตรวจสอบอะไรบางอย่างรอบๆครัว

   เซไคเดินมาตรวจดูวัตถุดิบต่างๆที่เหลืออยู่

   อืม... ผัก ไข่ ข้าว ปลาทูน่า และของอีกนิดหน่อย น่าจะพอทำได้หลายอย่างอยู่ เอาล่ะ...

   "เฮ้ นี่-" วิลเลี่ยมทักเมื่อเห็นเซไคเดินไปหยืบผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลแถวนั้นแต่ยังไม่ทันพูดจบก็โดนขัดก่อน

   "ชั้นจะทำอาหารมื้อนี้เอง" เซไคพูดพร้อมไปหยิบเครื่องครัวมาวางเตรียมไว้

   "เดี๋ยวก่อน!นายทำ-" พอจะทถามก็ถูกเซไคพูดดักอีก

   "ชั้นทำอาหารเป็น ชาวสวนน้อยมาช่วยชั้นหน่อยได้มั้ย?" เซไคตอบแล้วจึงขอความช่วยเหลือจากเอ็มม่า

   "อ๊ะ! ค่ะ" เอ็มม่าที่รู้ว่าถูกเรียกรีบวิ่งเข้าไปช่วยเซไคทำอาหารทันที

.

   "นี่~เมื่อไหร่จะเสร็จอ่ะ เอ็มม่า" ลักกี้ร้องออกมาตัวแทบคลานไปกับโต๊ะ

   "เดี๋ยวเถอะครับลักกี้แบบนี้มันไม่ดีนะ" อิไลเตือนอีกฝ่าย

   "ก็มันหิวนี่" ลักกี้บ่นอุบอิบ

   ซักพักเอ็มม่าก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมถาดอาหาร

   "ขอโทษที่ให้รอค่า~ มาแล้วล่ะ" เอ็มม่านำอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะส่งกลิ่นหอมน่ากิน

   "นี่อะไรน่ะ?" ครีเชอร์ถามแล้วมองอาหารบนโต๊ะ

   "ก็มีข้าวปรุงรส ปลาทูน่าบดก่อนเอาไปปั้นทอดในกระทะแล้วราดด้วยน้ำสลัด ผัดผัก กับซุปมันฝรั่งอุ่นๆ ส่วนของหวานเป็นพุดดิ้งมะม่วงจ้า~"

   "น่ากินจังเลยเอ็มม่า" เทรซี่เอ่ยปากชม

   "ชั้นอยากดื่มเบียร์อ่ะ" เควินพูด

   "อ่อ...คือว่า" เอ็มม่ากำลังจะพูดบางอย่างออกมาแต่ถูกขัดเสียก่อน

   "ถ้านายอยากตับแข็งตายก็เชิญเลย แต่ชั้นว่าควรดื่มน้ำเปล่ามากกว่านะ"

   "ห๊า? แล้วนายเกี่ยวไรด้วย" เควินพูดกับเซไคที่ขัดขึ้นมา

   เซไคเมินท่าทีของเควินแล้วพูดต่อ "การดื่มน้ำเปล่าระหว่างมื้ออาหารจะดีต่อร่างกายมากกว่า นายเด็กพึ่งดวงก็กินผัดผักซะถ้าไม่ชั้นจะจับกรอกปากนายซะ"

   "คะ-ครับ!" ลักกี้ถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูด

   "อื้อ~อร่อยจัง ทำยังไงครับเนี่ย" ลักกี้กินเข้าไปไม่หยุดแม้จะเป็นของที่ตัวเองไม่ชอบแต่ก็อร่อยมาก

   "ก็หั่นเต้าหู้ แตงกวา กับไส้กรอกให้เป็นเต๋า แล้วเอาไปผัดกับน้ำมันกับเห็ดที่หั่นแล้วและไส้กรอกที่ขูดเป็นฝอย หวานทานง่ายเข้ากับข้าวดีเต้าหู้ก็นุ่มแล้วก็กรอบเห็ด มันฝรั่งในซุปก็ดีต่อร่างกายและชั้นก็เพิ่มสมุนไพรให้หอมขึ้นด้วย... กินตอนที่มันยังอุ่นซะ" เซไคพูดอย่างเคยชินก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ทำให้แคลร์กิน

   "โห สุดยอด" ครีเชอร์ถึงกับอุทานออกมา

   "ใช่มั้ยล่า~ เอ็มม่ายังอึ้งเลย อ๊ะเซไคคุงจะไปไหนหรอ" เอ็มม่าทักเมื่อสังเกตุเห็นว่าเซไคกำลังจะเดินออกไปจากห้องอาหาร

   "ไปทำธุระ เดี๋ยวกลับมา" เขาตอบก่อนจะหยิบบางอย่างมาแล้วเดินไปทางฝั่งฮันเตอร์

.

.

.

   "แง๊!! โฮ!!! เซคุงใจร้ายทำอย่างนี้กับชั้นได้ยังไงอ่ะ" ไวโอเลตต้าร้องไห้ฟูมฟายอยู่ที่โซฟาโดยมีเบนคอยปลอบ

   ตอนที่เล่นกับเซไคครั้งแรกเธอได้วางใยแมงมุมไว้ทั่วแมพแต่กลับไม่มีเซอร์คนไหนติดเลย นั่นก็เพราะเซไคเล่นใช่กรงเล็บฉีกใยแมงมุมทิ้งแล้วเผา

   ใจร้ายเกินไปแล้วนะ ฮือ~

   "ทำไมกันคะ ดิชั้นน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรอ..." มิชิโกะก็ไปยืนหลบอยู่ที่มุมมืด ตาที่ได้เล่นกับเซไคเธออยากเห็นตัวจริงมากกว่าภาพที่ได้มาจากโจเซฟ กะปล่อยสี่แต่เดินหาตั้งนานก็ไม่เจอเจอแต่เซอร์คนอื่น มีอยู่จังหวะหนึ่งที่เธอไปเจอเข้าแต่กลับวิ่งหนีเธอราวกับเจอผี

   ฮือ...ดิชั้นไม่ได้น่ากลัวนะคะ

   "ปีศาจ...นั่นมันปีศาจชัดๆ" ไวท์ที่พึ่งผ่านเหตุการณ์น่าสะเทือนใจมานั่งตัวสั่นถัดจากไวโอเล็ตต้าโดยมีแบล็คคอยปลอบ

   "แล้วนายไม่เจออะไรบ้างเรอะ ลีโอ เบน ฮัสเตอร์" แจ็คถามสามหน่อที่ไม่บ่นอะไรซักอย่างหลังเล่นเกม

   "ชั้นกะปล่อยอยู่แล้วเพราะเจอเอ็มม่า หมอนั่นเลยปล่อยผ่านไปน่ะ ถึงแม้ตอนแรกเกือบโดนฟันไปทีหนึ่งก็เถอะ"ลีโอบอกขณะประคบน้ำแข็งให้โจ๊กเกอร์

   "ไม่รู้สิ โดนจู๊กตลอดทั้งเกมแต่ไม่โดนอะไรมากนะ" เบนตอบ

   "อา...ข้าสู้กับเขามาน่ะ" ฮัสเตอร์ตอบแล้วดูแผลที่มือตัวเอง

   "ห๊ะ!" ประสานเสียง x8

   "นี่...ไปทะเลาะอะไรกันมาน่ะ" ไวโอเลตต้าที่พึ่งได้สติถาม

   "เปล่าหรอก ข้าก็แค่อยากดูว่าฝีมือตกไปมากแค่ไหนก็เลยขอเขาสู้มาน่ะ นี่ขนาดถูกผนึกไปข้ายังโดนโจมตีได้ ข้าคงฝีมือตกไปจริงๆแหละ" ฮัสเตอร์พูดราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา

   "เดี๋ยว ผนึกอะไร" โจ๊กเกอร์ถามอย่างสงสัย

   ก๊อกๆ

   เสียงเคาะประตูดังขึ้น

   "เดี๋ยวข้าไปเปิดเองคงเป็นพวกเซอร์มั้ง" แบล็คพูดแล้วเดินไปดปิดประตูก่อนจะเห็นคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้

   "นี่เจ้ามาทำอะไรที่นี่!"

   "เอาของมาให้คุณไวโอเล็ตต้า" เซไคตอบในมือถือของบางอย่างไว้

   "เอ๋? มาหาชั้นหรอ?" ไวโอเล็ตต้าโผล่ออกมาหาเซไคบ้าง

   เซไคยื่นช่อดอกไฮเดรนเยียและดอกไวโอเลตช่อใหญ่ให้เซไค

   "แทนคำขอโทษเรื่องในเกม" เซไครู้สึกชอบไวโอเล็ตต้าเหมือนพี่สาวเขาไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน เลยรู้สึกผิดเมื่อไปอารมณ์เสียใส่ในเกม

   "หวังว่าจะชอบ" หลังจากแมงมุมสาวรับช่อดอกไม้ไปแล้วเขาก็ยื่นแก้วๆหนึ่งให้

   "มัลเบอร์รี่ชีสพาย" เขาพูดสั้นๆ

   "ทะ-ทะ-ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้นร้า~" ไวโอเล็ตต้าพูดอย่างถูกใจก่อนจะโยนของทั้งหมดไปให้เบนแล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงเซไคอย่างเต็มที่

   "หืม?" ไวท์ที่ค่อยๆเดินตามหลังมาสังเกตุเห็นบางอย่างที่วางไว้บนพื้นจึงหยิบขึ้นมา

   ถาดอาหารที่เต็มไปด้วยขนมต่างๆเช่นทาร์ตเค้ก ชีสเค้กประมาณนั้น ขนาดแต่ละอย่างมีชื่อของแต่ละคนแปะไว้(ยกเว้นแจ็ค โจ๊กเกอร์ ฮัสเตอร์ โจเซฟ)

   อย่างน้อยก็เอามาขอโทษ

   "อ๊ะ! เซไคคุงหรอคะ" มิชิโกะได้ยินที่ทุกคนพูดกันเลยรีบมาที่ประตูบ้าง

   "เอ๊ะ?" ไวโอเล็ตต้ารู้สึกว่กอดอยู่มันโหวงๆ พอมองดูก็พบว่าเซไคหายไปแล้ว

   "ทำไมกันคะ...นี่ชั้นน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ..." มิชิโกพูดอย่างเศร้าๆ

   "ไม่หรอกมั้งเขาเอานี่มาให้เจ้าด้วยล่ะ" ไวท์พูดปลอบแล้วยื่นบางสิ่งให้

   "เอ๊ะ!" มิชิโกะอุทานออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในแก้ว

   ของในมือไวท์เป็นขนมซากุระชีสเค้กในแก้ว ประดับด้วยดอกไม้จากสตรอเบอร์รี่ และผีเสื้อน้ำตาลสีแดง ส่วนอีกอย่างเป็นดอกไฮเดรนเยียช่อเล็ก

   มิชิโกะรับของเหล่านั้นมาก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย

   "เป็นเด็กที่น่ารักดีนะคะ"

.

.

.

   เซไคที่รีบวิ่งออกมานั่งหอบอยู่ตรงสวน

   ใบหน้านั้น...ความรู้สึกนี้...

   ฉับพลันความทรงจำต่างๆไหลเข้ามา

   ภาพของหญิงสาวผมสีขาวแดงในร่างมนุษย์ที่คอยส่งยิ้มให้เขา

   'เซไคเนี่ยผมนุ่มจังเลยนะ'

   'ทำไมถึงไม่ร้องเพลงล่ะ เสียงลูกดีจะตายแม่อยากฟังนะ'

   'อ๊ะ! อะไรกันแม่เรียนอยู่ตั้งนานทำไมลูกถึงเก่งกว่าได้เนี่ย...'

   แม้ในวาระสุดท้าย

   'ไม่เป็นไร...แค่...ลูกยังอยู่...ก็พอ...ไป...หนีไปซะ'

   "!" เซไคกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมา

   ไม่...

   ไม่...

   ไม่...

•••

กลับมาแร้ว!!!

ขอโทษด้วยค่า~ที่โครวหายไปนาน
ช่วงนี้ติดทั้งเกมและนิยาย แถมต้องอ่านหนังสือติวล่วงหน้า
แต่งนิยายเรื่องอื่น
หรือโดนแม่งดเวลาเล่นมือถือ(สายตาสั้นไปราวห้าร้อยแย้ว -.-)
ยังไงก็เม้นกันเยอะๆน้าไม่รู้จะยาวพอรึป่าว บางช่วงก็อาจจะเบลอๆไปบ้าง

   ยังไงก็ไว้เจอกันคราวหน้าเด้อ


ปล.อาจจะมีการค้างอีกรอบจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #34 Yukino_M (@Yukino_M) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:49

    น่ารักกกก~

    #34
    0
  2. #27 Fangzachara (@Fangzachara) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 07:44

    เราจะรอท่านต่อไปปปปป​ ต่อน่่าาาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-02.png

    #27
    0
  3. #26 TarikoZaza (@TarikoZaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 00:33
    สนุกเหมือนเดิม~~❤️
    #26
    0
  4. #25 jaruwandeenan (@jaruwandeenan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:03

    มาต่อไวๆน้าาาาา~♡♡♡♡♡♡

    #25
    0
  5. #24 Mime206 (@Mime206) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:49
    ลงดึกจังเลยค่ะ สนุกค่ะ มานต่อนะรอติดตามชีวิตเซไคอยู่ห่างๆค่ะ
    #24
    0