Identity V (oc) ผู้ล่าหรือถูกล่า

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,162 Views

  • 37 Comments

  • 57 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    75

    Overall
    1,162

ตอนที่ 7 : Welcoming Party

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

บทที่ห้า งานเลี้ยงต้อนรับ



   เมื่อจบเกมเซไคและเซอร์ไวเวอร์คนอื่นก็ถูกย้ายกลับมาที่ห้องอาหารเก่าในคฤหาสน์อย่างปลอดภัย

   เซไคมองสถานที่รอบตัวที่เปลี่ยนไปและร่างกายตัวเองที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างครุ่นคิด

   ใครก็ตามที่สื่ออยู่จะต้องมีพลังมากแน่ ๆ เพราะขนาดเขายังไม่สามารถต่อต้านพลังพวกนี้ได้เลย

   ขณะที่เดินออกมานอกห้องอาหารเก่านั้นเอง

   ปัง! เสียงบางอย่างก็ดังขึ้น

   "ยินดีต้อนรับ!" อยู่ๆก็มีกระดาษสีร่วงลงมาพร้อมกับเสียงต้อนรับจากเซอร์ไวเวอร์ทุกคน

   เซไคยืนงงทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยกระดาษสีหลังจากเจอการต้อนรับของเหล่าเซอร์ไวเวอร์

   ....?

   "มัวยืนงงอะไรเล่า นี่มันงานเลี้ยงต้อนรับนายเชียวนะ" วิเลียมพูดแล้วทำท่าจะเดินไปกอดคออีกฝ่ายแต่เซไคดันถอยหลังออกมาก่อน

   "งานเลี้ยง?" เซไคพูดเป็นเชิงถามแล้วเอามือปัดกระดาษสีออก

   "ช่ายงานเลี้ยงต้อนรับนายยังไงล่ะ พวกฮันเตอร์ก็จะมาด้วยน้า" วิลเลียมพูดอย่างอารมณ์ดี

   "ว่าแต่ชนะรึเปล่าครับตาแรก?" ลักกี้เดินเข้ามาถาม

   ยังไม่ทันจะได้ตอบ(ที่จริงก็ไม่คิดจะตอบอยู่แล้ว)เอ็มม่าก็พูดขึ้นมา

   "ชนะค่ะ! เซไคคุงเก่งสุดๆไปเลยล่ะ! แถมความสามารถก็ดีมากๆเลยด้วย" เอ็มม่าพูดแทนเซไคอย่างออกรสแล้วเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเกม

   "แต่ว่านะ หมอนั่นน่ะปั่นไฟห่วยมากๆเลย" นาอิบเข้าไปร่วมคุยด้วย

   แต่ขณะที่ทุกคนพากันรุมชมเซไคอยู่ก็มีคนขัดขึ้นมา

   "เฮอะ...ก็แค่โชคช่วยน่ะแหละ รอดไปให้ได้ทุกตาเถอะ" ทุกคนหันไปมองผู้พูดซึ่งก็คือทนายเฟร็ดดี้

   เซไคมองทนายฟันเหยินนั่นนิ่งๆ

   เขารู้สึกไม่ชอบมนุษย์คนนี้เลย คาลอพสามารถจับอารมณ์ความรู้สึกสิ่งมีชีวิตได้ และความรู้สึกที่เขารับรู้ได้จากชายคนนี้...มันทำให้เขาขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูกและดูจากลักษณะนิสัยก็ไม่ได้มีดีอะไรมากด้วย

   "อะไรมองหน้าชั้นทำไม?" เฟร็ดดี้ถามออกไปเมื่อสังเกตุว่าเซไคจ้องตัวเองอยู่นาน

   เซไคไม่ตอบแล้วหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ

   "หน็อยทำเมินเรอะ!" เฟร็ดดี้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเมินตัวเองไปก็ทำท่าจะเข้าไปหาเรื่องแต่โดนครีเชอร์รั้งตัวไว้

   "นี่เซไคคุงชอบกินอะไรงั้นหรอจ๊ะชั้นจะได้ทำถูก"เอมมิลี่ที่เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีจึงรีบเข้าไปหาเซไค

   เซไคคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป

   "กินผักผลไม้ทุกชนิด กระดูก ไม่กินเนื้อ" เซไคตอบออกไปเรียกความสงสัยจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

   เขาพูดผิดตรงไหน?

   "เอ่อ...เซไคคุงเป็นมังสวิรัติงั้นหรอจ๊ะ?" เอมมิลี่ถามออกไป

   "อืม...ประมาณนั้น...แต่พอกินพวกที่ผสมไข่นิดหน่อยอย่างขนมปังได้" เซไคเลือกคำตอบที่คิดว่าดีที่สุด

   ทำไงได้ก็อาหารสำหรับคาลอพน่ะมี
     แร่ธาตุเช่นพวกกระดูก หิน ดิน อัญมณี อัญมณีเวทย์
     พืชผักผลไม้ต่างๆ
  และกฎต้องห้ามหลักของคาลอพคือ ห้ามกินเลือดเนื้อเด็ดขาด แต่ถ้าผสมนิดหน่อยอย่างขนมปังก็ยังพอทานได้บ้าง

   "อ๋อเป็นพวกกินเจสินะ แต่แย่ชะมัดทำอาหารประเภทเนื้อไว้ไม่น้อยด้วยสิ" มาร์ธ่าบ่นออกมา

   "ไม่เป็นอะไรหรอกมั้งมาร์ธา ยังไงก็ช่วยกันกินทุกคนนี่นา" ฟิโอน่าปลอบ

   "นั่นสิ ถ้างั้นเราไปเตรียมงานกันเถอะ!คุณเซไคมากับชั้นละกันเดี๋ยวจะพาไปที่ห้องกับอธิบายเรื่องแต้มและการซื้อของด้วย" วีร่าพูดพร้อมนำทางเซไคไปที่ห้องนอนโดยไม่สังเกตุเห็นสีหน้าพะอืดพะอมเล็กน้อยของเซไค

   เหม็นกลิ่นน้ำหอมชะมัด...



ฝั่งฮันเตอร์

   แจ็คเดินออกมาจากห้องเตรียมตัวด้วยอารมณ์ที่บ่จอย

   แจ็คเดินไปที่โซฟาอย่างไม่สบอารมณ์แล้วยกกรงเล็บขึ้นมาดู

   จะซ่อมได้มั้ยเนี่ย...

   โจ๊คเกอร์และฮันคนอื่นๆเมื่อเห็นเดอะรีปเปอร์เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เข้าไปช่วยปลอบ(เยาะเย้ย)ที่แพ้เซอร์ใหม่มา

   "ไง!ไอ้ปิ้งไก่เจอเซอร์ใหม่โดนถีบไปเป็นไงบ้าง" โจ๊คเจอร์ถามอย่างอารมณ์ดี

   "แกอยากโดนบ้างมั้ยล่ะไอ้โจ๊ก"แจ็คถามอย่างหงุดหงิด

   "ฝีมือตกไปเยอะเลยน้า~"โจ๊คเกอร์ยังคงแหย่แจ็คเล่นอย่างมีความสุข

   "อย่าทะเลาะกันสิเจ้าคะ" มิชิโกะรีบเข้าไปห้าม

   โจเซฟมองรุ่นพี่ตัวเองที่กำลังทะเลาะกับตัวตลกหน้าไม่ยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ ทะเลาะเป็นเด็กๆไปได้

   ช่างภาพหนุ่มอายุไม่น้อยกำลังเช็ดเลนส์กล้องแสนรักอย่างเบามือพร้อมคิดถึงเรื่องเซอร์ไวเวอร์ใหม่ไป

   เขาและฮันเตอร์ที่มานั่งดูเกมที่แล้วของแจ็คเห็นฝีมืออันร้ายกาจของเซอร์คนใหม่ ดูแล้วน่าจะรับมือยากมากแม้จะถอดรหัสช้าแต่ถ้าหากเขาคอยป่วนฮันเตอร์ล่ะก็ต่อให้ทั้งทีมเป็นพวกถอดรหัสช้าก็สามารถเอาชนะได้

   น่าสนใจจริงๆอยากลองถ่ายภาพเขาดูจัง โจเซฟคิดอย่างอารมณ์ดี

   แต่ขณะนั้นเองเสียงของใครบางคนก็เข้ามาขัดขวางความสุขซะก่อน

   "ไง เฒ่าทารกยิ้มอารมณ์ดีอะไรอยู่หรอได้ยาบำรุงแก้ผมหงอมารึไง" เจ้าของเสียงนั้นคือแบล็คหรือฟานอู๋จิ้วผู้เป็นแฝดน้องที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ชายและอสูรกายแห่งท้องทะเล

   "ผมจะยิ้มอะไรแล้วมันไปหนักหัวคุณรึไง" โจเซฟพูดอย่างมีน้ำโหที่โดนเรียกเฒ่าทารก

   "น่าๆเจ้าทั้งคู่อย่าทะเลาะกันเลยนะ เจ้าก็โทษโจเซฟซะด้วยปาเยี่ย" ไวท์หรือเชี่ยปี่อ้านแฝดคนพี่ห้ามการทะเลาะที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าพร้อมเอาร่มไปฟาดหัวแบล็คทีหนึ่ง

   "โอ๊ย! ท่านพี่ข้าแค่หยอกตาเฒ่าเล่นนิดหนึ่งเอง โอ๊ยๆ!มันเจ็บนะ ก็ได้ๆข้าขอโทษแล้ว!" แบล็คหันไปขอโทษโจเซฟเมื่อโดนไวท์ฟาดด้วยร่มแบบไม่ยั้ง

   ฮัสเตอร์ที่เห็นการทะเลาะกันอย่างไร้สาระตรงหน้าก็ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาพลางคิดว่าตกลงตนเองมาทำอะไรที่นี่กันแน่

   นี่ผู้ล่าหรือตลกคาเฟ่ฟะ

   "นี่ฮัสเตอร์" เสียงของฮันเตอร์ที่อาวุโสที่สุดเรียกให้ฮัสเตอร์หลุดจากความคิดตัวเอง

   "มีอะไร?" เขาถามลีโอออกไป

   ลีโอไม่พูดอะไรมากเพียงแต่ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้

   "?" ฮัสเตอร์มองที่กระดาษอย่างไม่เข้าใจว่ามันสำคัญอะไรนักหนา

   "นี่ไอ้ปลาหมึกแกอ่านออกมั้ย?" โจ๊คเกอร์ที่ไม่รู้ว่าเลิกทะเลาะกับแจ็คตอนไหนโผล่มาข้างหลังลีโอ

   รู้ตัวอีกทีอสูรกายแห่งท้องทะเลก็ถูกสายตาคาดหวังจากเหล่าฮันเตอร์จองมาเป็นตาเดียว

   อะไรวะ?

   ฮัสเตอร์รับกระดาษแผ่นนั้นมาดู พบว่าเป็นข้อมูลของเซอร์ใหม่

   "หมึกเลอะขนาดนี้อ่านออกก็มหัศจรรย์แล้ว" เขาพูดพร้อมดูใบข้อมูลของเซอร์ไวเวอร์คนใหม่อย่างถี่ถ้วน

   เลอะอย่างกับไปตากน้ำฝนมาอ่านได้นี่ขอนับถือเลยจริงๆ

   "คิดว่าปลาหมึกจะอ่านหมึกได้ซะอีก แล้วอ่านตรงประวัติออกมั้ย" โจ๊คเกอร์ถามอย่างมีความหวัง

   ปลาหมึกเรอะ!

   ฮัสเตอร์ได้แต่เก็บความไม่พอใจเอาไว้แล้วเลื่อนลงมาดูส่วนของประวัติ

   "หืม...!นะ-นี่!!!" เขาร้องออกมาอย่างตกใจถึงสิ่งที่เจอ

   "นี่มันมีอะไรงั้นหรอประวัติของเซอร์คนใหม่น่ะ" แจ็คถามเมื่อเห็นท่าทางของฮัสเตอร์

   อสูรกายแห่งท้องทะเลเงียบไปพักใหญ่ก่อนถอนหายใจแล้วพูดออกมา

   "ข้าบอกไม่ได้" เขาบอกเห็นความผิดหวังจากฮันเตอร์หลายๆคน

   "อ้าวทำไมล่ะ?" ท่าทางของฮัสเตอร์เมื่อกี๊นี้โจเซฟมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องรู้อะไรบางอย่างแน่

   "ข้าบอกได้เพียงแต่ภาษานี้เป็นภาษาโบราณของเผ่าพันธ์หนึ่ง และที่ข้าไม่สามรถบอกได้เพราะหน้าที่อีกอย่างของผู้ส่งสารอย่างข้าคือการเก็บความลับของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์และสมดุล" ฮัสเตอร์ตอบออกมาแต่ก็ยังไม่ช่วยให้มีใครเข้าใจอะไรได้มากขึ้น

   ฮันเตอร์ทุกคนมองหน้ากันแล้วได้แต่คิดในใจ

   หมอนี่เป็นใครกันแน่

   ปัง! เสียงเปิดประตูอย่างดังจนไปกระแทกผนังห้อง

   "นี่ๆๆทุกคนไปเตรียมตัวได้แล้ว" แมงมุมสาวไวโอเล็ตต้าเดินเข้ามาในห้อง

   "เตรียมตัวอะไร?" เบนที่นั่งเงียบมานานถามไวโอเล็ตต้า

   "เอ้า!ก็งานปาร์ตี้ที่พวกเซอร์จัดต้อนรับน้องใหม่ไง" เธอตอบพร้อมมองไปรอบๆ

   แต่สายตาที่เหล่าผู้ล่ามองมาคือ ปาร์ตี้อะไรไม่เห็นจะรู้เรื่อง

   "อ้าว...มิชิโกะไม่ได้บอกหรอ" แมงมุมสาวหันไปมองเกอิชาที่ยกพัดขึ้นมาปิดหน้าอย่างเขินอาย

   "ดิฉันลืมบอกทุกคนไปน่ะเจ้าค่ะ" เธอพูดอย่างอายๆ

   โอเค อย่างน้อยตอนนี้ก็รู้แล้วว่าต้องไปเตรียมตัวตอนรับน้องใหม่แล้ว



กลับมาทางฝั่งเซอร์ไวเวอร์

   สาวน้ำหอมพาเซไคมาหยุดที่หน้าห้องๆหนึ่ง

   "นี่ห้องของคุณเซไคค่ะ" วีร่าพูดแล้วเอากุญแจที่ได้มาไขห้องให้

   ภายในห้องมีขนาดใหญ่พอสมควรผนังห้องและเพดานเป็นสีดพขณะที่พื้นห้องเป็นสีเทาอ่อนๆ มีหน้าต่างใหญ่บานหนึ่ง และมีส่วนที่เป็นห้องน้ำแยกออกมาต่างหาก

   ภายในห้องไม่มีอะไรนอกจากเตียงสีขาวที่อยู่ถัดจากหน้าต่างฝั่งซ้าย

   "สำหรับเรื่องของตกแต่ง คุณเซไคสามารถลงไปซื้อได้ที่ข้างล่างส่วนในที่เป็นร้านค้านะคะ เรื่องเงินนั้นแต้มที่เราได้จากการเล่นเกมในแต่ละครั้งจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินสำหรับใช้แลกของต่างๆค่ะ มีทั้งไอเทมสำหรับใช้เล่นเกมและของจากโลกภายนอกที่ต้องการทุกอย่างค่ะ นี่กุญแจห้องกับคู่มือแนะนำนะคะ" เธออธิบายให้เขาฟังอย่างถี่ถ้วนแล้วยื่นสมุดเล่มหนึ่งกับกุญแจหนึ่งดอกให้

   เซไคพยักหน้าเข้าใจแล้วรับสมุดและกุญแจมามา

   "ถ้างั้นฉันออกไปก่อนนะคะ"วีร่าพูดพร้อมกับเดินออกไป

   ไปซักที

   เซไควางกระเป๋าไว้บนเตียงแล้วเดินลงไปที่ร้านค้า

   ที่ร้านค้าเซไคได้เลือกซื้อผ้าม่าน หมอนและผ้าปูเตียงสีน้ำตาลแดง ชั้นวางหนังสือสองที่ ตู้เสื้อผ้าสีขาวขนาดปานกลาง โต๊ะเขียนหนังสือไม้ เก้าอี้และแต้มส่วนใหญ่ก็ถูกเซไคผลาญไปกับกระถางต้นไม้ต่างๆ ต้นไม้และดอกไม้ในลูกแก้ว/ขวดโหล

    ของทุกอย่างถูกส่งมาไว้ที่ห้องนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเซไคจึงไม่ต้องเสียเวลามากในการจัดของ

   หลังจากจัดห้องเป็นที่เรียบร้อยเขาก็หยิบของในกระเป๋าออกมาวางให้เป็นที่

   ที่เขาเลือกต้นไม้มาไว้ในห้องเป็นเพราะว่าคาลอพจะฟื้นพลังได้ดีหากอยู่ใกล้กับต้นไม้

  เขาเสกอัญมณีไฟสีต่างๆออกมาจากมือแล้วเอาไปประดับตามห้องให้เป็นสื่อนำพลัง

   เซไคเดินไปหยิบกล่องไม้สีขาวลวดลายวิจิตรออกมาจากกระเป๋าแล้วลูบอย่างเบามือ

   เขายิ้มน้อยๆอย่างเศร้าสร้อยเมื่อเปิดกล่องออกมา จากนั้นจึงนำไปไว้ที่ชั้นวาง

   เซไคหยิบของอีกอย่างออกมาจากกระเป๋า

   มันเป็นหนังสือสีดำเล่มเล็กประดับลายสีทองที่หน้าปกมีชื่อเขาเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดง

   เขานั่งลงที่โต๊ะกางหนังสือที่ด้านในว่างเปล่าแล้วหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมตัวเขียนลงไป

   "ขออนุญาตเข้าไปข้างในนะคะ เซไคคุงเสร็จรึยัง? ว้าว!" เอ็มม่าที่จะเข้ามาเรียกเซไคอุทานออกมา

   โต๊ะไม้ถูกวางไว้ถัดจากหน้าต่างฝั่งขวา ข้างๆมีชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ที่ด้านในมีหนังสืออยู่บ้างนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ในลูกแก้วและขวดโหล กระถางต้นไม้ถูกเอาไปไว้ที่โต๊ะ หน้าต่างและหลังตู้เสื้อผ้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับชั้นวางมีชุดแบบเดียวกันถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบด้านใน ตามผนังและผ้าม่านรวมถึงเพดานมีอัญมณีสีต่างๆประดับอย่างสวยงาม

   "โห...ซื้อไปเยอะขนาดนี้มีแต้มเหลือมั้ยคะเนี่ย?" เอ็มม่าถาม

   "เหลืออยู่บ้าง" เซไคตอบออกไป

   อันที่จริงก็เหลืออีกเยอะ ดูท่าจะมาจากการกระทืบไอ้เสาไฟฟ้าหน้ายาว(แจ็ค)

   "คราวหน้าเก็บเอาไว้บ้างนะคะ แล้วก็แต้มเนี่ยยังต้องใช้อัพความสามารถอื่นอีกนะค้า" เอ็มม่ากล่าวกับเซไค

   "อืม..." เขารับคำสั้นๆ

   "จริงสิ! เซไคคุงคะรีบลงไปได้แลัวล่ะค่ะทุกคนรออยู่นะคะ" เอ็มม่ารีบพูดถึงสาเหตุที่มาทันทีที่นึกออกแล้วจัดการจูงมือเซไคลงไปที่สวน

   เซไคหันกลับไปที่โต๊ะที่ยังเปิดหนังสือค้างไว้อยู่

   ไว้กลับมาเขียนใหม่ก็ได้ เขาคิดอย่างเสียดาย


   เมื่อลงมาถึงที่สวนที่ถูกประดับด้วยไฟอย่างสวยงามเซไคก็พบเหล่าเซอร์ไวเวอร์ที่รู้จักกันไปแล้ว

   และเหล่าฮันเตอร์ที่มายืนต้อนรับด้วย

   "ว้าย!เนี่ยหรอเซอร์ใหม่ ผมนุ่มลื่นดีจังนะ" ไวโอเลตต้าเดินเข้ามาหาเป็นคนแรกพร้อมเอามือลูบหัวเซไคอย่างชอบใจ

   "อ้าว...คุณฮัสเตอร์กับคุณเบนหายไปไหนครับ?" คาร์ลที่เห็นฮันเตอร์สองคนหายไปถามออกมา

   "เขาทั้งสองชอบความสงบน่ะ ป่านนี้คงไปหาที่เงียบๆอยู่แล้วล่ะ" ไวท์ตอบออกมา

   เซไคที่มองการสนทนาตรงหน้าได้แต่คิด

   ทำไมดูเป็นมิตรกันจัง?

   "ยินดีที่ได้รู้จักนะชั้นชื่อไวโอเลตต้าจ้า" แมงมุมสาวบอกเซไค

   หลังจากนั้นเหล่าฮันเตอร์ก็เข้ามาทักทายเขาอย่างไม่ขาดสาย เซไคได้เพียงแต่พยักหน้ากลับไป ส่วนแจ็คก็ได้ทำความรู้จักแล้วจับมือเซไค(พยายามบีบมืออีกฝ่ายแต่เซไคแข็งแรงกว่า)

   จนกระทั่ง

   "ดิฉันชื่อมิชิโกะ เป็นเกอิชาเจ้าค่ะ ของฝากตัวด้วยนะคะท่านเซไค" เธอกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร

   เซไคมองมิชิโกะอย่างตกตะลึงตาไม่กระพริบ

   ความรู้สึกที่สัมผัสได้นี่มันเหมือนกับ...

   ท่านแม่...

   'เซไค...'

   "!"

   เมื่อนึกถึงผู้ให้กำเนิดของตัวเองก็ทำให้เขานึกถึงความทรงจำที่เลวร้ายในตอนเด็ก

   "ชะ-เช่นกัน..."เขาตอบอย่างแผ่วเบาก่อนจะขอตัวแล้วออกจากงานไป

   เซไคมาเดินเล่นที่ข้างๆคฤหาสน์เพื่อสงบจิตใจตัวเอง

   อย่า...ไปนึกถึงมัน เขาบอกกับตัวเอง

   แผละ

   หืม?

   เซไคได้ยินเสียงอะไรบางอย่างและรู้สึกเหมือนตัวเองเหยียบอะไรเข้าจึงยกเท้าออกเห็นหนวดปลาหมึกอยู่ใต้เท้า

   "อ๊าก! เจ้าบังอาจมาเหยียบหวดข้า!" เซไคหันไปมองทางต้นเสียงพบร่างอสูรกายผ้าเหลืองกำลังชี้หน้ามาที่ตัวเอง

   ทำไมผู้ส่งสารถึงมาอยู่นี่... เขาคิดอย่างสงสัยก่อนจะรีบกระโดดหลบหนวดที่พุ่งมาทางตน

   "เจ้า!คาลอพที่เป็นผู้รอดชีวิตใหม่!" ฮัสเตอร์ร้องออกมาเมื่อเห็นร่างเซไคที่ต้องแสงจันทร์ก่อนจะร้องออกมาอีกทีเมื่อถูกเซไคเอากรงเล็บสีแดงที่ชักออกมาแทงไปที่หนวดที่ใช้โจมตีก่อนหน้า

   แถมกรงเล็บดันเคลือบด้วยพลังไฟส่งผลให้หนวดฮัสเตอร์โดนย่างทันที

   "ทำอะไรของเจ้า!" ผู้ส่งสารหันไปถามแกะดำ

   "แกหาเรื่องก่อนเอง" เซไคตอบเสียงเย็น อีกฝ่ายโจมตีเขาก่อนเพราะฉะนั้นเขาจะโจมตีกลับก็ไม่แปลก

   ห้ามใช้ความรุนแรงเกินเหตุแต่ถ้าใช้ป้องกันตัวก็ไม่มีใครว่านี่

   "หนอย...ข้าก็ไม่อยากทำอย่างนี้กับผู้ที่มีคุณสมบัติหรอก แต่เจ้าทำข้าหงุดหงิดเองนะ" ฮัสเตอร์พูดพร้อมเสกหนวดมาโจมตีเซไค

   เซไคที่เห็นหนวดเส้นต่างๆโผล่ขึ้นมาก็กระโดดออกไปแล้วแทงกรงเล็บไปที่พื้น

   อัญมณีสีแดงสดโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินแล้วพุ่งเข้าไปทำลายหนวดปลาหมึกของฮัสเตอร์

   "แกก็ทำให้ชั้นหงุดหงิดเหมือนกัน..." เซไคจ้องไปที่ฮัสเตอร์อย่างเยือกเย็น

   เซไคพุ่งตัวไปทางฮัสเตอร์แล้วยกกรงเล็บขึ้นเตรียมฟาด

   ฮัสเตอร์ที่เห็นดังนั้นจึงเสกหนวดเส้นหนึ่งขึ้นมาป้องกัน

   การต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่ง...

   ฟุ่บ! เซไคเอากรงเล็บรับการโจมตีแล้วกระเด็นออกมา

   เซไคถอยหลังออกมาจากป่าเข้ามาในสวนโดยไม่รู้ตัว

   "อ๊ะ! คุณเซอร์หน้าใหม่นี่ เฮ้ย!ฮัสเตอร์!" โจเซฟร้องออกมาเมื่อเห็นร่างของเซไคกับฮัสเตอร์พุ่งเข้ามาในสวนพร้อมกับหนวดหมึก

   ทั้งสองเมื่อหลุดเข้ามาในสวนจึงเลิกสู้กันแล้วก็ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย

   "นี่ทำอะไรกันเจ้าคะ!" มิชิโกะเดินเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง

   เมื่อกี๊นี้เธอเห็นชัดๆว่ากำลังสู้กันอยู่!

   ทั้งสองมองมาทางเธอแล้วตอบนิ่งๆ

   "ไม่มีอะไร แค่ทักทายเฉยๆx2"

   ใครเค้าใช้กรงเล็บกับหนวดหมึกฟาดทักทายกัน

   มิชิโกะกุมขมับเครียด

   ทำไมท่านฮัสเตอร์กับท่านเซไคถึงเข้ากันได้ดีขนาดนี้นะ

   "เอ่อ...ทั้งสองคนรู้จักกันหรอ?" เทรซี่ถามออกไป

   ทั้งสองคน(?)มองหน้ากันแล้วตอบพร้อมกัน

   "แค่เคยได้ยินชื่อx2" 

   "อ่า...งั้นหรอคะ" เทรซี่มองเซอร์และฮันเตอร์ที่ตอบราวกับนัดกันมา

   "ยังไงก็ตาม ห้ามสู้กันเด็ดขาดนะ" มิชิโกะย้ำ

   เซไคและฮัสเตอร์พยักหน้ารับแล้วเดินไปหาอะไรกิน

   "เป็นกวางรึไงกินแต่ผัก ไม่สิ...กินกระดูกด้วยคงเป็นหมา" แจ็คพูดกับเซไคที่กำลังเคี้ยวกระดูกอยู่ในปาก

   ก็คงงั้น... เขาตอบในใจ

   "นายต้องชดใช้ค่าเสียหายมาเลยนะ" แจ็คพูด

   "เรื่องอะไร?" เซไคที่กินเสร็จแล้วถามออกไป

   แจ็คชูกรงเล็บที่ถูกหักโดยเซไคให้ดู

   "จ่ายมาซะชั้นต้องเอาไปซ่อมเพราะมันทำให้ชั้นล่าลำบาก" แจ็คบอกคน(?)ตรงหน้า

   เซไคหันหน้าไปทางอื่นไม่สนใจแจ็ค

   "ไม่" เขาตอบออกไป

   "งั้นชั้นจะฟ้องเจ้าของคฤหาสน์" แจ็คบอกเซไคท่าทางเอาจริง

   เซไคหันหน้ามาจ้องแจ็คอย่างเบื่อหน่ายแล้วถอนหายใจ

   "แค่นี้ชั้นซ่อมได้" เซไคพูดแล้วถอดกรงเล็บออกมาจากมืออีกฝ่าย

   "ว่าง่ายแบบนี้ค่อย...เดี๋ยวนะ" ยังไม่ทันจะแย้งเซไคก็เดินไปตรงน้ำพุที่เขาผ่านมาตอนสู้กับฮัสเตอร์

   "ห้ามทำพังนะ!" แจ็คที่เดินตามมาตะโกนใส่เซไค

   เซไคกลอกตาอย่างรำคาญเมื่อแน่ใจแล้วว่าอยู่กันแค่สองคนจึงเริ่มลงมือ

   เขายกกรงเล็บแจ็คออกไปด้านหน้า กรงเล็บค่อยๆลอยออกมาจากมือทั้งสองข้างแล้วลอยอยู่กลางอากาศ หินสีดำออกมาจากตามพื้นลอยอยู่รอบๆกรงเล็บ

   ลูกไฟสีส้มปรากฏออกมาจากมือทั้งสองของเซไคแล้วค่อยๆล้อมรอบกรงเล็บจนเป็นวงกลมขนาดไม่ใหญ่มาก

   โผล๊ะ! วงกลมสีส้มแตกออก กรงเล็บของแจ็คที่สวยงามและสมบูรณ์กว่าเดิมร่วงลงมาสู่มือของเซไค

   เซไคจัดการยัดกรงเล็บเข้ามือแจ็คแล้วเดินกลับเข้าคฤหาสน์ไป

   เดอะรีปเปอร์ที่ยังอึ้งไม่หายกัยเหตุการณ์เมื่อกี๊เมื่อได้สติเซไคก็เดินเข้าคฤหาสน์ไปเรียบร้อยแล้ว

   เซไคเดินเข้ามาในห้องแล้วจัดการเขียนหนังสือต่อ

'ถึง แคลร์

      ฉันมาถึงที่คฤหาสน์แล้วแต่มีปัญญานิดหน่อยคงอีกนานกว่าจะกลับไปแต่ไว้ฉันจะเล่าทีหลังว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะกลับไปแน่นอน
รีบๆติดต่อกลับมาล่ะ

จาก เซไค'


   เซไคเลื่อนมาอีกจุดแล้วเขียนต่อ

'ถึง กริมมัวล์

ชั้นมั่นใจว่าเธอต้องรู้จักกับเจ้าของที่นี่แน่เพราะพลังที่ชั้นรู้สึกมันคล้ายกับพลังมืดของเผ่าเธอ
นึกให้ดี พันธมิตรของกริมม์มีใครบ้างได้เรื่องอะไรก็บอกด้วย
อย่าช้าขี้เกียจรอ

จาก เซไค'

   เขาพอรู้มาบ้างว่าที่นี่ไม่สามรถติดต่อกับภายนอกได้ แต่หนังสือเล่มนี้เป็นของวิเศษที่กริมม์ทำขึ้น ทำให้ทุกสิ่งที่เขาเขียนจะส่งไปถึงหนังสือพี่น้องของมันอีกสองเล่ม

  เซไคปิดหนังสือลงแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ

   เมื่ออาบน้ำเสร็จเซไคก็จัดการคืนร่างเดิมกระโดดไปบนเตียงแล้วขดตัวหลับตานอนในผ้าห่มบนเตียง

   ในตอนที่เซไคหลับไปแล้วก็มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองอีกฝ่ายผ่านผ้าม่านที่เปิดไว้


.........

เสร็จแล้ว!!! เม้นกันเยอะๆน้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #21 tfcygv2550 (@tfcygv2550) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:52

    อัพนานจางงงงงงแส๊นน๊านนนนนนนนนนนนนน
    #21
    0
  2. #19 Fangzachara (@Fangzachara) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:10

    ในที่สุด​ก็​มาแล้วววว//รออ่านน่าค่าาาา

    #19
    0
  3. #18 KanoShuuya1012 (@KanoShuuya1012) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 14:22

    เย้ๆไรท์มาแล้ววววรออยู่เบยยยย
    #18
    0