ตอนที่ 3 : Mansion of secrets

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

บทที่สอง คฤหาสน์ลึกลับ



   "เดินผ่านป่าตรงนี้ไปซินะ..." เซไคพูดพลางก้มดูแผนที่ใบเล็กที่แนบมากับจดหมายเจ้าปัญหา

   หลังจาที่เซไคได้รับจดหมายเขาก็รีบออกเดินทางทันที นี่ก็ผ่านมาเป็นเวลาสองวันแล้วที่เขาออกเดินทางมา แม้การข้ามประเทศจะทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็สามารถผ่านเข้ามาได้อย่างปลอดภัย

   แต่ปัญหาคงอยู่ตรงสถานที่ปลายทาง เพราะทันทีที่เขาลองถามทางจากมนุษย์แถวนั้น พวกเขาก็บอกว่าอย่าไปที่นั่นจะดีกว่าเพราะว่ามีคนมากมายหายตัวไปและไม่เคยออกมาเลยที่คฤหาสน์นั้น

   บางครั้งก็มีคนได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้อง หรือ เสียงกระจกแตก บ้างก็ได้กลิ่นคาวเลือดก็มี

   เขาก็ไม่กลัวไอ้ที่ว่ามาทั้งหมดหรอกนะ เพราะขนาดภูติผี ปีศาจ เลือดออกท่วมตัว ฉากหมาในฉีกร่างคนเป็นชิ้นๆ เขาก็เจอมาก่อนแล้วแถมยังเคยเถียงกับยัยตัวอันตรายคล้ายๆแบบนี้มาก่อนด้วย (ฮัดชิ้ว!วันนี้ดูท่าอากาศจะไม่ดี-มีอา)

   ที่น่ากังวลคงจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครออกมาจากที่นั่นเลยนั่นแหละ แต่ถ้ามีอันตรายอะไรที่นั่นเขาก็พร้อมจะรับมือเต็มที่

   เขาเดินเข้าป่ามาได้ซักพักแต่กลับไม่ได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตอะไรเลยที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของป่าที่ปกติคาลอพอย่างเขาที่จะต้องได้ยินแท้ๆ

   ราวกับว่าป่าจะกลัวอะไรบางอย่างหรือมีใครบางคนเป็นผู้ดูแลป่าแถบนี้

   "อ๊ะ นั่นไง" ตอนนี้เขาเริ่มมองเห็นยอดคฤหาสน์สีดำออกมาพ้นยอดไม้นิดๆ

   "ถ้างั้น..." เขาเริ่มออกตัววิ่งด้วยความเร็วปกติของตัวเองแต่ก็ยังเร็วกว่าความเร็วปกติของมนุษย์ทั่วไปจึงทำให้วิ่งมาถึงหน้าคฤหาสน์ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที



   ตอนนี้เขามาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สีดำทมิฬ บรรยากาศโดยรอบนั้นดูน่ากลัวเพราะมีทั้งเมฆครึ้มและหมอกหนา

   แปลก เขาคิด

   เมื่อกี๊ตอนผ่านป่ามาท้องฟ้าก็ออกจะแจ่มใสแถมเขาก็ไม่ได้กลิ่นความชื้นหรือรู้สึกว่าจะมีเมฆหรือหมอกเลยสักนิดหรือว่านอกจากตาจะเสียแล้วความสามารถในการพยากรณ์อากาศของเขาจะเสียไปด้วย?

   แอ๊ดดดด

   เขาตั้งท่าเตรียมชักกรงเล็บใต้แขนเสื้อออกมาเพราะอยู่ดีๆประตูรั้วเหล็กนั่นก็เปิดออกราวกับกำลังเชื้อเชิญเขาเข้าไปด้านในทั้งๆที่ไม่มีใครเปิดประตูและลมก็คงจะไม่พัดแรงขนาดดันรั้วเหล็กได้ด้วย

   เขาชั่งใจคิดอยู่ซักครู่หนึ่งว่าควรเข้าไปในสิ่งที่เหมือนเป็นกับดักนี้ดีรึเปล่า ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วก้าวเข้าไปข้างในนั้น

   "อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด" เขาพูดกับตัวเองที่ได้เดินเข้ามาในคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อย

   ปัง!!!!

   ทันทีที่ก้าวพ้นประตูรั้วเข้ามาประตูเหล็กนั่นก็ปิดเองเสียงดังไปทั่วพื้นที่โดยรอบ

   ทำไมเหตุการทำนองนี้มันดูคุ้นๆคล้ายกับในนิยายหรือนิทานสยองขวัญของยัยมีอาที่เอามาเล่าให้เขาฟังเลยแฮะ

   เขาลองเดินไปที่หน้าประตูของคฤหาสน์เพื่อจะได้ลองเข้าไปหาเจ้าของจดหมายดู

   แต่ทันทีที่เดินเข้าไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงประตูเขาก็ได้ยินเสียงคนจำนวนมากกำลังวิ่งมาทางประตู

   เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นขณะที่เสียงฝีเท้าจำนวนมากดังเข้ามาเรื่อยๆและ...

   โครม!

   กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ล้มโครมออกมาจากประตูยังดีที่เซไคอยู่ห่างจากประตูพอสมควรทำให้เขาไม่โดนคนกลุ่มนั้นทับ

   "โอ๊ย!ชั้นบอกพวกเธอแล้วไงว่าอย่าวิ่ง!อย่าวิ่ง!ดูซิเกือบทับเซอร์ไวเวอร์คนใหม่ไปด้วยเลย" หญิงสาวผมสีน้ำตาลในชุดที่เหมือนกับพยาบาลเดินลัดเลาะออกมาจากประตูที่คนกลุ่มนั้นขวางทางไว้

   "ขอโทษค่ะคุณเอมมิลี่พอดีพวกเราตื่นเต้นมากไปหน่อยที่จะได้เจอเพื่อนใหม่นะค่ะ" เด็กสาวผมสีน้ำตาลที่สวมหมวกฟางบนหัวและใส่ชุดเหมือนคนทำสวนตอบพยาบาลสาวเอมิลี่

   "ชั้นรู้จ๊ะเอมม่าจังว่าเธออยากได้เพื่อนใหม่แต่ว่าการที่มีคนมาร่วมเกมกับพวกเราเพิ่มขึ้นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนะแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะต้องรีบวิ่งมาจนล้มแบบนี้ด้วย" เอมมิลี่เดินเข้าไปช่วยพยุงเอมม่าขึ้นมาจากพื้น

   "เฮ้!ไม่ใช่ความผิดของพวกเรานะที่ล้มลงมาแบบนี้น่ะ นู่นต้องโทษเจ้าชาเขียวตะหากที่สะดุดจนล้มกันทั้งขโยงน่ะ"ชายหนุ่มที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่มที่แต่งตัวเหมือนนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลโบ้ยความผิดไปให้เพื่อนตัวเองที่กำลังถูกทับอยู่ด้านล่างทันที

   "ชั้นชื่อนาอิบ ซูบิดาร์ ต่างหาก! วิลเลี่ยมนายจะเลิกเรียกชั้นแบบนั้นซักทีจะได้มั้ยแล้วที่ชั้นสะดุดนี่มันเพราะหนังสือของเคิร์ตที่มาเกะกะขวางทางชั้นตะหาก"ชายหนุ่มฮู้ดเขียวโยนความผิดไปให้เพื่อนอีกคนทันทีพร้อมพยามดันตัวเองให้ลุกขึ้น

   "ไหงถึงพูดแบบนี้ล่ะ!ชั้นหาหนังสือชั้นไม่เจอตั้งแต่เช้าแล้วต้องเป็นเจ้าครีเชอร์ที่ขโมยของชั้นไปแน่ๆ"เคิร์ตชายหนุ่มที่ใส่ชุดนักสำรวจเถียงกลับทันที

   "นี่ถึงชั้นเป็นขโมยแต่ชั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปขโมยหนังสือเก่าๆนั่นเลยนะ อาจจะเป็นเควินก็ได้ชั้นเห็นหมอนั่นทำตัวลับๆล่อๆมาตั้งแต่เช้าแล้ว" ชายตาสองสีรีบท้วงและโยนความผิดไปให้อีกคนทันที

   "วุ่นวายชะมัด..."ชายหนุ่มฟันกระต่ายที่แต่งตัวเรียบร้อยเหมือนผู้ดีบ่นออกมา

   หลังจากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันครั้งใหญ่จนดูวุ่นวายมากในสายตาเซไค

   "เอ่อ...ดูท่าผมจะมาผิดที่ขอตัวก่อนล่ะ..." ไหนคนแถวนี้บอกว่าบ้านร้างไงเขารู้สึกถึงความติ๊งต๊องมากกว่าความสยองซะอีก หรือว่าเขาหลงทางมาผิดที่กันนะ...

   พอเซไคจะเดินออกไปก็ถูกพยาบาล(?)สาวเรียกไว้เสียก่อน

   "เอ่อ...ถ้าเธอได้จดหมายล่ะก็...เธอไม่ได้มาผิดที่หรอกนะ" คำพูดของพยาบาล(?)สาวเรียกความสนใจจากเซไคได้เป็นอย่างดี

   "หมายถึง...จดหมายแบบนี้ใช่มั้ย" เซไคล้วงมือไปหยิบจดหมายจากกระเป๋าตัวเองออกมาให้อีกฝ่ายดู

   "ใช่!แบบนี้เลย...เธอมาที่นี่เพราะอะไรหรอ" เอมมิลี่พูดพร้อมกับมองมาด้วยสายตาแปลกๆ

   "...ยา" เซไคพูดออกมาสั้นๆ

   "หา?" ตอนนี้ไม่ได้มีแค่เอมมิลี่ที่มองเขาแต่เป็นทุกคนในที่นั้น

   "ชั้นมาหายาตามจดหมายที่จะรักษาตาชั้นได้" เขารีบอธิบายทันทีที่เห็นแววตาสงสัยจากคนมากมาย

   "ถ้างั้นชั้นไปละ" ถ้าให้มาอยู่กับมนุษย์แบบนี้เขายอมตาบอดตลอดชีวิตดีกว่า

   ขณะที่เซไคกำลังจะเดินออกไปที่ประตูก็ถูกเอมมิลี่เรียกไว้อีกครั้ง

   "อะไร..." เสียงของเซไคเริ่มขุ่นมัวแสดงความรำคาญและความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน

   เขามักจะอารมณ์เสียทุกครั้งที่เจอมนุษย์... มันกลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายไปแล้ว
   
   "คะ...คือว่า...ถ้าเข้ามาในคฤหาสน์นี้แล้วจะออกไปไม่ได้หน่ะ..." เอมมิลี่ตอบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

   แต่เซไคได้ยินชัดเจนเต็มสองหู

   ว่าไงนะ!?

   เซไครีบวิ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็วแล้วพยายามเปิดประตูเหล็กออก

   กึง!กึง!

   แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ประตูก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออก

   "ดูท่าว่านายจะต้องอยู่กับพวกเราแล้วล่ะ" ชายใส่ฮู้ดที่ชื่อนาอิบพูด

  ไม่...

   เขาไม่ยอมหรอก

   เซไคยกมือขึ้นทำท่าเหมือนกับจะชกประตู

   "นี่ถึงนายชกไปประตูมันก็ไม่พังหรอกนะมีแต่จะเจ็บตัวซะเปล่าๆ-" ยังไม่ทันที่วิลเลี่ยมจะได้พูดจบอีกฝ่ายก็เอามือไปฟาดที่ประตูแล้ว...

   เคร้ง!!!

   อยู่ๆก็มีกรงเล็บที่เหมือนอัญมณีสีแดงเพลิงออกมาจากแขนเสื้อข้างซ้ายของเซไคแล้วฟาดไปที่ประตูเหล็ก

   แต่ประตูเหล็กก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

   "หน็อย..." เซไคเริ่มไม่พอใจหนักมาขึ้นเรื่อยๆและ

   เคร้ง!เคร้ง!เคร้ง!โครม!!!

   ไม่ว่าจะฟาดไปกี่ทีหรือแม้แต่ถีบไปเต็มแรงประตูก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดออก

   ทนไม่ไหวแล้ว!!!

   "ชั้นว่านายควรพอ-เฮ้ย"นาอิบที่พยายามเข้าไปห้ามถึงกับชะงักเมื่ออีกฝ่ายชักกรงเล็บออกมาแล้วปรากฏลูกไฟสีแดงสดที่มือข้างขวา

   ดูซิว่าถ้าเผาด้วยเพลิงกัมปนาถแล้วมันจะยังทนได้อยู่อีกมั้ย

   ขณะที่เซไคกำลังจะลงมือหลอมประตูลูกไฟที่มือขวาเขาก็ดับไป

   "โอ๊ย!!!" อยู่ๆเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือขวาเขารีบพลิกแขนเสื้อขึ้นแล้วก็เห็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง



   อยู่ๆความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อความรู้สึกเจ็บปวดหายไปเขาก็พบว่า...

   ร่างกายของตนได้กลายเป็นตุ๊กตาไปซะแล้ว

   เขารีบหยิบจดหมายเจ้าปัญหาขึ้นมาดูก็เห็นข้อความแปลกๆที่เขามั่นใจว่ามันเป็นที่ว่างกลับมีข้อความปรากฎออกมา

   ' เนื่องจากดิฉันไม่ชอบความรุนแรงซักเท่าไหร่ จึงขอปิดผนึกพลังของคุณไว้ตอนที่คุณอยู่ในร่างตุ๊กตา ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกนะคะที่ดิฉันสามารถทำอย่างนี้ได้เพราะคุณได้ลงสัญญาเวทย์จับวิญญาณไปแล้ว เซไค เอเดรียส คุณต้องเล่นเกมนี้ตามที่ดิฉันบอก หากคุณไม่สามารถทำให้เอาชนะในเกมตามที่ดิฉันต้องการได้หรือคิดฉีกจดหมายทิ้งละก็สัญญาก็จะไม่มีวันหายไปตลอดกาล

   ขอให้โชคดีกับเกมในฐานะ มนุษย์ นะคะ'

   สัญญาเวทย์จับวิญญาณคือสัญญาที่ต้องรู้นามจริงทั้งหมดของอีกฝ่ายและอีกฝ่ายต้องเซ็นชื่อลงนามในสัญญานั้นด้วยตัวเอง

   เซไคแทบอยากจะฉีกจดหมายทิ้งซะตรงนั้น แล้วเขาจะไปรู้มั้ยว่าให้ชนะเกมตามที่อีกฝ่ายต้องการเป็นแบบไหนน่ะ!?ทำไม่เขาถึงไม่เอะใจตอนเซ็นเลย!!

   นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!!







_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ 





ดูเหมือนเซไคจะติดกับแล้วล่ะน้า~
ตอนหน้าให้ทายเอาว่าผู้ล่าจะเป็นใคร
อันนี้คุณลุงแขนกลกับแม่มดจะยังไม่มาแต่อิไลมาแล้วนะ

ทางผู้รอดชีวิตจะเป็นตุ๊กตาแค่ตอนก่อนเริ่มเกมและตอนอยู่ในเกมเท่านั้นตอนที่ไม่ได้เล่นจะเป็นคนปกติแต่ที่ดวงตาเป็นรูปxนะ(เห็นแฟนอาร์ตวาดงี้บ่อยๆเลยมโนบางส่วนเอาเอง)


เจอกันตอนหน้าบาย^w^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #6 Mime206 (@Mime206) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40

    เนื้อเรื่องสนุกและน่าสนใจมากคะ มาต่อน้า สู้ๆ!

    #6
    1
    • #6-1 RainbowJP-Blue (@RainbowJP-Blue) (จากตอนที่ 3)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:10
      ขอบคุณมาค่าดีใจจุง
      #6-1
  2. #4 rov062 (@rov062) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:30

    มาต่อนะะะะะ

    #4
    0
  3. #3 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:10
    ไม่น่าเลย =v=)
    #3
    1
    • #3-1 RainbowJP-Blue (@RainbowJP-Blue) (จากตอนที่ 3)
      11 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:01
      เซไคบอก จบงานนี้จะไม่รับจดหมายอีกแล้วดูซิซวยเลย
      #3-1