โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 7 : ก่อนโศกนาฏกรรม ครึ่งหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ต.ค. 63

จอมมาร

เพราะการมาถึงของตัวตนอันยิ่งใหญ่ทำให้ประวัติศาสตร์ผลิกกลับ...เหล่าเทวทูตผู้ซึ่งเคยเป็นที่น่าหวั่นเกรงของทุกๆเผ่าพันธ์ุ

ณ ตอนนี้ความรู้สึกน่าหวั่นเกรงนั้น...ก็ได้ย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาอย่างไร้ความปราณี

มัน‘รุนแรง’กว่าที่พวกเขาเคยทำเอาไว้มากนัก

เลวร้ายชนิดที่ว่าต่อให้ต้องทิ้ง‘ศักดิ์ศรี’เพื่อแลกกับความอยู่รอดของเผ่าพันธ์ุก็ไม่มีเทวทูตตนไหนกล้าค้านขึ้นมา

มติเป็นเอกฉันท์

ราชาแห่งเทวทูตเลือกยอมลดตัวเพื่อเจรจาต่อเผ่าพันธุ์ต้อยต่ำ ไม่ใช่สิ ต่อจอมมารเดโมสท์ต่างหาก...

การเจรจาเริ่มขึ้น ณ ‘นครกลาง’...

ถ้าเรียกตามแบบยุคสมัยของ‘อาชเรน ลิเวล์เลีย’ก็คือ‘รัฐเอกราช ทรานซาเนียร์’

เมื่อทั้งสองฝ่ายมาถึง‘นครกลาง’ก็เริ่มได้การเจรจาทันที ไม่มีการทักทาย ไม่มีการจัดแจงสถาณที่—เพราะไม่ว่าฝ่ายไหนก็ล้วนแล้วไม่อยากจะเสวนากับสิ่งที่ตนเกลียด...

สิ่งที่ราชาแห่งเหล่าเทวทูตต้องมีเพียงหนึ่ง 

“ราชาแห่งเผ่าปีศาจเอ๋ย จงร่วมกับผองเรา แล้วมาสร้างโลกในอุดมคติกันเถิด”

เมื่อจอมมารเดโมสท์ได้ฟังสิ่งที่ราชาแห่งเทวทูตเอ่ยออกมา สิ่งที่เขารับรู้ได้มีแค่เพียงหนึ่ง...

“เขลานัก เหตุใดข้าจะต้องก้มหัวให้กับเผ่าพันธุ์ต้อยต่ำเยี่ยงเดรัจฉานเช่นพวกเจ้าด้วย”

เดโมสท์แผดเสียงหัวเราะออกมา...เขารู้สึกสังเวชใจ....อุดมการณ์ไร้สาระ หาได้ต่างอะไรจากการ‘ถมทรายให้ล้นมหาสมุทร’

อะไรกันที่เรียกว่าอุดมคติ? อะไรกันที่เรียกว่ามิติที่เหนือกว่า? ไม่ว่าจะสิ่งไหน...สำหรับเดโมสท์มันก็เหมือนๆกัน

นั่นก็คือไร้ค่า

ตัวจอมมารผู้เชื่อว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้‘ไร้ค่าเกินจะอยู่’แล้วนั้น...

คำตอบของราชาแห่งเทวทูตเป็นอะไรที่โง่เขลาและยากเกินกว่าตัวเขาจะเข้าใจ

“ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

ทางด้านราชาแห่งเทวทูตเองก็คงจะคิดแบบเดียวกัน แต่หาได้เอ่ยออกมาไม่ เพราะเขารู้ว่าถ้าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าทำให้อีกฝ่าย‘ให้ค่า’ตนต่ำลง...

“เรานั้นสูงศักดิ์ เราเจิดจรัสเกินกว่าผู้เดินดินทั้งหลายจะเข้าใจ”

จอมมารเลิกโต้เถียงอย่างไร้ค่า

“งั้นจงพิสูจน์เสียสิ...”

จอมมารถาม...

“พิสูจน์อะไรงั้นรึ?”

ราชาแห่งเทวทูตตอบ...

“หากสิ่งที่เจ้ากล่าวมามิใช่คำโป้ปดหลอกลวง งั้นก็จงส่งนางสวรรค์ที่งดงามที่สุดของพวกเจ้ามาเสีย...หากความงดงามของนางผู้นั้นเป็นของจริง ข้าจะยอมรับข้อเสนอของพวกเจ้า”

ราชาของเหล่าเทวทูตตอบตกลงอย่างไม่รีรอ...เพราะเขาเชื่อสุดใจว่าไม่มีอะไรจะงดงามไปกว่าสตรีเผ่าของตนอีกแล้ว

ราชาส่งองค์หญิงซึ่งเป็นลูกแท้ๆของตนไป โดยเขาเชื่อว่าผลรับจะต้องเป็นไปตามที่ตัวเขาคาดหวังเอาไว้

แต่ทว่าความจริงนั้นช่างโหดร้าย

ผลรับที่ตัวเขาได้รับคือการสูญเสียบุตรสาวของตัวเองไปตลอดกาล

เพียงไม่นานหลังจากส่งตัวองค์หญิงให้จอมมารเดโมสท์...ร่างที่ไร้ซึ่งวิญญานของลูกสาวตนก็ปรากฏตัวต่อหน้าบัลลังก์ของตน

ตัวเธออยู่ในท่านั่งคุกเข่าและยื่นมือทั้งสองข้างไปด้านหน้าเหนือศรีษะ...คล้ายๆกับท่าของข้าราชบริพารเวลาจะถวายเครื่องบรรณาการให้แก่กษัตริย์

แล้วสิ่งที่ร่างไร้วิญญานนั่นนำมาถวายก็มิใช่วัตถุหรือเงินตรา

หากแต่เป็น‘ส่วนศรีษะ’ขององค์หญิงที่ถูกตัดออกมาอย่างไร้ความปราณี

“ข้าบอกให้เจ้าส่งสาวงามมา แล้วใยเจ้าจึงส่งตัวกาลกิณีมาเสียเล่า?”

ร่างของจอมมารปรากฏตัว ณ หน้าบัลลังก์

“สิ่งที่ข้าต้องการคือผู้ที่มีจิตใจงดงามดุจอัญมณีที่สะท้อนผืนฟ้าอันยิ่งใหญ่...หาใช่ผู้ที่งามแต่เปลือกไม่”

“อา...อาาา!”

ราชาของเหล่าเทวทูตเริ่มรับรู้...ว่าความโศกเศร้านั้นเป็นเช่นไร—หวาดกลัว เสียใจ สับสน ความรู้สึกมากมายหลอมรวมกันจนไม่สามารถประครองสะติเอาไว้ได้

“จงเสียใจที่บังอาจมาทำให้ข้าผู้นี้ต้องเสียเวลา...จงดูนครลอยฟ้าล้มสลายด้วยตานั่นเสีย”

จอมมารเดโมสท์เริ่มทำลายแดนสวรรค์ของเหล่าเทวทูต—โดยไม่สนใจว่าตัวราชาที่เสียสติจะหันมาทำร้ายตนหรือไม่

เพียงข้ามคืน นครลอยฟ้าที่อยู่มานับพันปีก็ถูกหลอมละลายด้วยเปลวเพลิง

เพียงข้ามคืน โชคชะตาที่ทำให้ทุกเผ่าพันธุ์ต้องอมทุกข์ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

คำสรรเสริญมาจากทุกสารทิศ คำยินดีดังกึกก้องมาจากทุกหนแห่ง

ยุคสมัยที่ดำมืดสิ้นสุดลง..กาลเวลาที่เคยหยุดนิ่งเริ่มกลับมาเดินอีกครั้ง

ทว่ามันก็เพียงแค่ช่วงสั้นๆ...เพราะทันทีที่เหล่าเทวทูตหายไปจากโลก 

จอมมารก็‘ประกาศสงคราม’กับทุกเผ่าพันธุ์

เหตุผลไม่แน่ชัด ที่มาที่ไปไม่แน่ชัด เขาทำไปเพื่ออะไร? มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนั้น? ไม่ว่าจะถกกันสักเท่าไหร่ก็มิอาจเข้าใจได้

ยุคสมัยแห่งการถูกกดขี่จบลง แล้วยุคสมัยแห่งสงครามก็ปะทุขึ้น

แต่ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีผู้ใดที่มีพลังมากพอจะโค่น‘เทพสงคราม’ลงได้

เมื่อไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งความอหังการของจอมมารเดโมสท์ลงได้ ก็มีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่พอจะหยุดเดโมสท์ได้...

ซึ่งผลรับนั้นช่างน่า‘สิ้นหวัง’

เดโมสท์สังหารเทพเจ้าลง...เริ่มต้นด้วยเทพแห่ง’สายธาร’วีร่า...แล้วจบลงด้วยเทพแห่ง’อัคคี’อัลแตร์

เบ็ดเสร็จแล้วมีเทพเจ้าถูกสังหารทั้งหมดหกองค์...ซึ่งถือเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนเทพเจ้าทั้งหมด

ความหวังพังทลาย โลกกลับสู่ยุคสมัยแห่งการเข่นฆ่า...ล่วงเลยไปอีกหนึ่งร้อยปี

ผู้กล้าคนแรกก็ถือกำเนิด

มาหากาพย์แห่งโศกนาฏกรรมสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้

ซึ่งผมจะมาสรุปให้แบบ‘โคตรสั้น’ในช่วงต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 10:04
    เขียนได้ งานดีมากครับ
    #2
    0