โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 5 : ก็แค่เรื่องเล่าเก่าๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

นานมาแล้ว...

โลกได้ถูกปกครองโดยเหล่า‘เทพเจ้า’ทั้งสิบสององค์...เทพเจ้าเหล่านั้นได้ให้‘พร’คุ้มครองแก่เผ่าพันธ์ุทรงภูมิปัญญาหลากหลายเผ่าพันธุ์

เอลฟ์ ดวอร์ฟ มนุษย์สัตว์ รวมไปถึง มนุษย์ และอื่นๆอีกหลายเผ่าพันธุ์

เทพเจ้าได้มอบพรให้แก่เผ่าพันธุ์ทั้งหลายที่มีอารยะ...โดยพวกเขาหวังว่าเผ่าพันธ์ุจะนำพาโลกไปสู่‘มิติ’ที่เหนือกว่า

เวลาผ่านไป...วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า สิบปี ร้อยปี แล้วก็ พันปี เวลาล่วงเลยผ่านไป...หลายๆเผ่าพันธุ์ได้ก้อร่างสร้างตัว...จนเกิด‘อารยธรรม’ที่หลากหลาย

นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เทพเจ้ารู้ว่าพวกตนนั้นทำ‘พลาด’

อารยธรรมที่หลากหลาย...ความเชื่อที่แตกต่าง ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นต้นตอของ‘ความขัดแย้ง’

บ้างก็ยึดมั่นในการขยายถิ่นฐาน บ้างก็เชื่อว่าผืนป่าคือชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนเกิดจาก‘ปัจจัย’เดียวกัน...

ถึงจะแตกต่าง แต่เพราะส่วนใหญ่ล้วนเชื่อใน‘เทพเจ้า’เหมือนกัน...ความยัดแย้งต่างๆก็มักจะจบลงด้วยการ‘เจรจา’โดยไม่มีแม้แต่การหลั่งเลือด เป็นยุคสมัยที่มีแต่ความ‘สันติ’

ทว่ายุคสมัยนั้นก็มีอันต้องสิ้นสุด...แล้วไฟแห่งสงครามก็ปะทุ

หนึ่งในเทพเจ้าทั้งสิบสองนั้น...มีตนหนึ่งได้ปลูกฝังความเชื่ออันผิดเพี้ยนให้แก่‘ลูกๆ’ของตนเอง

—ว่าเผ่าพันธุ์ของตนนั้นทรงภูมิ‘ที่สุด’...ไม่มีเผ่าพันธ์ไหนจะสูงส่งและ‘ใกล้เคียง’เทพเจ้ามากไปกว่าตนอีกแล้ว

นามนั้นคือ‘เทวทูต’...ปีกสวรรค์ผู้โบยบินเหนือพื้นดิน

เริ่มจากการส่ง‘เอกอัครราชทูต’ไปเยือนยังประเทศที่ปกครองโดยเผ่าพันธ์ุอื่นๆ—แล้วก็ตัดคอของ‘กษัตริย์’ในประเทษต่อหน้า‘ข้าราชบริพาร’ทั้งหลาย...แล้วเผาทำลายประเทศทิ้ง

เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอำมหิต...

ข่าวการตายของ‘พระราชา’ในประเทศต่างๆเริ่มแพร่สะพัด โดยมีหนึ่งสิ่งที่ไม่ว่าจะที่ไหนๆก็รับรู้แบบเดียวกัน...นั่นก็คือเทวทูตกำลัง‘ก่อสงคราม’กับทุกเผ่าพันธุ์

เมื่อไฟเริ่มปะทุ...ลุกลามเข้าสู่‘สันติภาพ’ที่เริ่มก่อตัว ความขัดแย้งที่จบได้ด้วยการเจรจา ได้แปลเปลี่ยนเป็นการนองเลือด...

ทุกเผ่าพันธ์ุถูกดึงเข้าสู่สงคราม พันธมิตรไม่อาจไว้เนื้อเชื่อใจกันได้—เพราะไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหนก็ล้วนถูก‘แทรกแซง’โดยเทวทูต

ไม่จะเผ่าพันธุ์ไหนก็ไม่อาจ‘ไว้ใจ’ได้...ต่อให้มีเทพคุ้มครององค์เดียวกันก็ไม่มีคำว่ายกเว้น

ทว่าก็มีหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่เป็นข้อยกเว้นอยู่...ชื่อของเผ่าพันธุ์นั้นคือ‘ปีศาจ’

ผู้ไม่รับความรักจากเทพเจ้า...

ด้วยความ‘หยิ่งยโส’ในสายเลือด...ส่งผลให้เผ่าปีศาจรู้สึกรังเกียจเทพเจ้าที่มองพวกตน‘ต้อยต่ำ’

ซึ่งด้วยความ‘หยิ่งยโส’ที่จะรับความรักจากเทพเจ้า...ทำให้ปีศาจในยุคหลังถูกทุกเผ่าพันธุ์มองว่าเป็นพวก‘นอกคอก’

ใช่...เป็นแค่สัตว์เดรัจฉานฉานนอกคอก’—ที่เหมาะจะเอามาใช้เป็น‘เครื่องมือ’

เพราะต่อให้‘เครื่องมือ’ที่ว่านั่นจะแพ้มันก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองสักนิด...

เผ่าปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถูกประเทศต่างๆเกณฑ์ไปเข้าร่วมสงคราม...ประเทศที่ถูกปกครองโดยเผ่าปีศาจเองก็ต้องลงนาม‘สัมพันธมิตร’กับนาๆประเทศ—อย่างไม่ค่อยเต็มใจ

สงครามยังไม่จบ...วันคืนที่ปีศาจถูกกดขี่ได้เริ่มขึ้นเช่นกัน

ทุกสิ่งที่เคยมีบิดเบี้ยวจนผิดเพี้ยน...

กลางวันแปลเปลี่ยนเป็นกลางคืน ในขณะที่กลางคืนฉายแสงราวกับอยู่ใต้ดวงตะวัน...ร้อนเป็นหนาว หนาวเป็นร้อน...กาลเวลา ฤดูกาล ทุกอย่างผิดเพี้ยนไปจนหมด...

แม้แต่ดวงดาวเองก็มิอาจบอกใบ้ฤดูกาลได้ เป็นยุคสมัยที่เวลาหยุดลง...หรือเรียกสั้นๆว่า‘ยุคมืด’

ช่วงเวลาของ‘ยุคมืด’ยังคงดำเนินต่อไป...ปีแล้วปีเล่า โดยที่ไม่มีทีท่าว่ามันจะจบ...เวลาได้ล่วงเลยไปอีกห้าร้อยปี—ที่’แสงแห่งความหวัง’ได้ก่อตัว

เป็นช่วงเวลาที่ตัวผมซึ่งในภายหลังถูกเรียกว่า‘ดวงดาวแห่งความโกลาหลได้‘ถือกำเนิด’ขึ้นมาในเผ่าปีศาจเช่นกัน...

ตัวผมไม่เกิดมาในฐานะ‘รัชทายาท’แต่อย่างใด...แน่นอนว่าไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากพวกวรรณะสูงด้วย...เป็นแค่ปีศาจระดับล่าง

อ้าว?...เผลอเล่าเกินแฮะ อืม ช่างมันละกัน

เอาเป็นว่าเรื่องของผมน่ะพับเก็บไว้โอกาสหน้า—ให้ถูกคือตั้งแต่วรรค‘ที่แสงแห่งความหวังได้ก่อตัว’ก็จบ‘บทนำ’ช่วงสองนาทีใน‘ภาพยนตร’แล้ว

ก็คือผมอินกับเสียงดนตรีจนเผลอเล่าเรื่องของตัวเองออกไปน่ะ...คงไม่ว่ากันนะ?

อะไรนะ?ผมอมเรื่องของตัวเองไว้เพราะขี้เกียจเล่าเหรอ?

ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ก็แค่ภาพยนตร์เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องราวของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่

“จะเริ่มแล้วเฮ้ยเรน! ฮูยยย~ตื่นเต้น!”

“หนวกหูว่ะอัล...อย่ามากวนตอนกำลังอิน”

“ช่วยหุบปากไปตลอดชีวิตด้วยนะยะ เสียสมาธิหมด”

“ทั้งสองคนใจร้ายไปแล้ว!...แบบนี้‘ผู้กล้า’ในจอก็เหี่ยวเฉากันพอดี”

“ผู้กล้าเป็นหมันรึไง?”

“ไม่ใช่โว้ยยยย! ฉันไม่ได้พูดถึงกระเจี้ยว!”

อัลฟอร์ซโหวกเหวกซะจนคนข้างๆผมเขาส่งเสียง’ชู่’ขึ้นมา...แถมสายตารอบๆเองก็มองมาที่พวกเช่นกัน

แหมๆ...สัมผัสไม่เป็นมิตรแบบนี้ผมก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะ กลับกันคือผมรู้สึกชอบด้วยซ้ำ

“รู้สึกอึดอัดยังไงก็ไม่รู้อ่ะ เรนรู้สึกบ้างมั้ย?”

“คิดไปเอง ไม่ใช่เพราะว่าไซส์ชุดสูทมันไม่พอดีตัวหรอกหรือ?”

“มะ ไม่ใช่สักหน่อย”

บรรยากาศรอบๆตัวผมเองก็ค่อยๆสงบลงแล้ว...นั่นเพราะทุกคนกำลังตั้งอกตั้งใจกับหน้าจอขนาดยักษ์ตรงหน้า

ถึงทุกคนน่าจะรับรู้เพราะความปากสว่างของอัลฟอร์ซไปแล้วก็เถอะ...แต่ผมก็จะขอพูดอีกครั้ง—ว่านี่ไม่ใช่เรื่องราวของผม

แต่คือเรื่องราวของผู้กล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น