โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 3 : วันว่างๆของพวกเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

บ่ายโมง

เป็นเวลาที่ปกติแล้วตัวผมและเพื่อนควรจะอยู่ในชั่วโมงเรียนหรือกิจกรรมพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้

แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศ...เป็นวันเปิดภาคเรียน หรือสำหรับผมมันก็คือวันแรกที่เพิ่งขึ้นชั้น‘มธยมปลาย’...ก็เลยไม่มีการเรียนการสอน 

จบพิธีน่าเบื่อก็ดิ่งกลับบ้าน...หรือไม่ก็แวะเที่ยวนู้นนี่ไปเรื่อยตามปะสาวัยรุ่น ตัวอย่างเช่นตัวผมที่มาสารภาพบาปกับ‘พระเจ้า’

อืม...รู้สึกแก่ยังไงก็ไม่รู้

“เฮ้ย”

ถึงจะบรรลุเป้าหมายที่ผมวางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็เถอะ...แต่ยังไงเวลาของวันนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด 

ผมที่นัดกับเพื่อนไว้ว่าหลังจากนี้จะไปเดินเที่ยวในเมืองด้วยกันก็กำลังทำสิ่งที่สมควรจะทำอยู่

“เฮ้ย!”

นั่นก็คือการทำตาม‘สัญญา’

ทั้งอย่างนั้น’ไอ้เบื้อก’นี่กลับ...ดันไปจีบสาวโดยที่เมินตัวผมซึ่งยืนหัวโด่อยู่ตรงหน้าซะอย่างนั้น

“ฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เพื่อนของคุณ‘อัลฟอร์ซ’นี่ตลกจังนะคะ”

ชักจะหมั่นไส้ว่ะ...ขอสักทีละกัน

“อืมๆ หมอนั่นน่ะเป็นคน—อั่ก...โอ้ยยยย ทะ ทำอะไรของแกวะเรน! ฉันบอกหลายครั้งแล้วนะว่าให้เรียกกันดีๆน่ะ!”

เจ้าคน’หัวทอง’ที่โวยวายอยู่นี่มีชื่อว่า‘อัลฟอร์ซ ’...ถึงผมจะไม่ค่อยอยากยอมรับ แต่หมอนี่เป็นเพื่อนเพศเดียวกันที่ผมมั่นใจว่ารู้จักกับมันมานานที่สุดใน’ยุคนี้’

“ฉันเรียกแกสามหนก็ไม่ยอมตอบนี่?”

“ถึงอย่างนั้นก็ไม่เห็นจะต้องถีบกันเลยนี่หว่า แล้วแกเพิ่งจะเรียกหนที่สองไม่ใช่รึไง!?”

“อะไรกัน ก็ได้ยินนี่”

บอกเลยเรื่องนี้ผมไม่มีส่วนผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าจะโทษใครก็คงต้องโทษไอ้ความขี้หลีของเพื่อนผมน่ะแหละ

ส่วนสาวสวยจากโรงเรียนอื่นที่โดนจีบเมื่อกี้วิ่งหนีไปแล้วล่ะ แถมก่อนไปยังก้มหัวให้ผมเป็นการขอบคุณอีก...ถ้าทางจะลำบากใจจริงๆแหละ 

ก็นะ...เจ้าอัลฟอร์ซมันดันไม่มีวาทะศิลป์นี่ จะจีบคนอื่นก็อย่าคุยเรื่องเพื่อนตัวเองสิฟะ บ้าจริง

“อะ อ้าว...สาวหน้ารักคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วล่ะ?”

“ไม่รู้สิ บางทีคงได้รับการปลดปล่อยแล้วละมั้ง”

“ทำไมพูดงั้นล่ะ? โนเอลไม่ใช่ผีสักหน่อย”

จะใช่หรือไม่ใช่มันก็ไม่เกี่ยวหรอก ประเด็นคือทำไมหมอนี่ถึงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ต่างหากล่ะ เมื่อกี้ก็เห็นชัดๆว่าสาวเจ้าเค้าไม่เล่นด้วย

“เฮ้อ...ยัย‘มิลิเทียร์’ไปไหนซะแล้วล่ะ?”

ผมถามหาเพื่อนอีกคนซึ่งควรจะรออยู่หน้าโบสถ์เหมือนกัน แต่ก็ไม่ยักจะเห็นเงา

“ถ้าแม่นั่นเห็นว่าไปร้านสะดวกซื้อแถวๆนี้น่ะ”

“ไม่เห็นจะต้องรีบเลยนี่...ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไง? รอกันก่อนและค่อยไปพร้อมกันก็ได้แท้ๆ”

คือถ้าจะไปก็รอไปพร้อมกันมันน่าจะเร็วกว่า แถมก่อนผมเข้าไปในโบสถ์ก็บอกอยู่ว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อ

‘ถุงยาง’หมดพอดีด้วย...

“เธอว่าใครประจำเดือนมาไม่ปกติยะ เรน”

อ้าว...พูดถึงก็มาเลยแฮะ

“ฟังฉันนะเทียร์! เจ้าเรนมันเป็นอะไรของมันก็ไม่รู้...ออกจากโบสถ์มาก็กระโดดถีบใส่ฉันเลยอ่ะ”

“เฮ้อ...ให้ฉันเดานะ นายคงจะจีบผู้หญิงแถวนี้แล้วไม่สนใจเรนเลยล่ะสิท่า?”

“อึก...เรื่องนั้นมัน”

เธอคนนี้มีชื่อว่า‘มิลิเทียร์’...เป็นผู้หญิงที่ให้ความรู้สึกฉลาดตั้งแต่นิสัยใจคอยันเสื้อผ้าหน้าผม ผม’สีน้ำตาลอ่อน’มัดรวบไว้อย่างมีระเบียบ ใส่แว่นไร้กรอบที่ดูขึงขังแบบพวกเลขาตามออฟฟิศ

มองยังไงก็ให้ความรู้สึกว่ายัยนี่ต้องสอบได้ร้อยคะแนนเต็มแน่ๆ...

อีกอย่างคือเธอเป็น‘เพื่อนสมัยเด็ก’ข้างบ้านของผมด้วย

“แล้วไปซื้ออะไรมาบ้างล่ะ?”

การที่เธอไปโดยไม่รอผมซึ่งเข้าโบสถ์ไปไม่ถึงสิบนาทีแบบนี้...เท่ากับว่าเธอมีเหตุผลที่ต้อง‘รีบ’

“ส่วนใหญ่ก็พวกขนมและน้ำดื่ม...มีพวกอาหารสำเร็จรูปที่เธอขออยู่บ้าง รวมๆแล้วก็มีแต่ของกินเล่นน่ะ”

“ไม่มีถุงยางเหรอ?”

“ไม่มีย่ะ...”

“แล้วก็ไม่เห็นมี‘ผ้าอนามัย’เลย”

“ฉันไม่เป็นประจำเดือนสักหน่อยนะ!”

อะไรกัน...แอบผิดหวังเล็กๆนะเนี่ย ไอ้ผมก็นึกว่าเธอจะตอบสนองแรงกว่านี้สักหน่อย

“ไม่โกรธหน่อยรึ?”

“ฉันชินกับวิธีพูดแทะโลมนั่นของเธอแล้วล่ะ”

“งั้นรึ...”

ผมคงเผลอยิ้มออกไปแน่ๆ

ถึงจะผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร แต่การที่มีคนมาเข้าใจแล้วยอมรับตัวเองแบบนี้...บอกตามตรงว่าไม่ได้รู้สึกแย่

อีกอย่างที่มิลิเทียร์ออกไปซื้อของโดยไม่รอผมแบบนี้...ผมเดาว่าบางทีเธอคงไม่อยากให้‘เวลา’ที่อุตส่าได้รับมาต้องเสียเปล่า—แต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา 

อืม...แสดงออกไม่ค่อยเก่ง แถมยังปากไม่ค่อยตรงกับใจ ไอ้แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ? ซะ ซึนโดร่า?

“ซึนเดเระต่างหาก”

“อย่าเข้ามาอ่านความคิดฉันสิ”

“อ่านเอิ่นอะไร มันฟ้องออกมาทางสีหน้าย่ะ”

“เฮ้ๆ...ไอ้แบบนี้มันเข้าข่ายละเมิดความเป็นส่วนตัวไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวก็ต้องคดีหรอก”

“ถ้าแบบนั้นคนที่ต้องเข้าไปนอนตบยุงคงเป็นเธอคนแรกสินะ?”

“อะไร...ฉันมีอัลฟอร์ซอยู่ด้วยหรอก”

“เฮ้ย! เรื่องนี้ตูไม่เกี่ยว!”

เถียงกันอยู่แบบนั้นสักพัก แล้วพวกเราก็หัวเราะออกมา

ถึงยุคนี้ที่ผม‘สร้าง’ขึ้นมาจะไม่ค่อยมีอะไรมีอะไรให้ตื่นเต้นเท่าไหร่นัก

แต่สำหรับตัวผมมองว่ามันก็ไม่เลวร้ายนักหรอก...อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องคอยระแวงว่า‘ผู้กล้า’จะเอาดาบมาเสียบหัวใจ

แต่จะว่าไปก่อนหน้านี้...

“ทำไมเทวทูตถึง...”

“มีอะไรเหรอเรน?”

แย่ล่ะ...เผลอพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกไปจนได้ 

“ไมมีอะไรหรอกเทียร์...แต่ดีแล้วเหรอที่ไม่รีบ? เดี๋ยวหนังก็ฉายก่อนหรอก”

“อ๊ะ! ใกล้ได้เวลาแล้วนี่!?”

“เฮ้ยเรน! รู้อยู่แล้วก็บอกกันก่อนสิเฟ้ย!”

บ่ายเบี่ยงสำเร็จ...อย่างน้อยผมก็ไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองคนต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ‘ความลับ’ที่ผมปิดเอาไว้

ตัวผมปล่อยให้สายลมที่ไหลลู่ตามร่างกายนี่...พัดพาคำพูดของผมไปจากความทรงจำของทั้งสอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น