โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 2 : พระองค์ทรงให้อภัยเสมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

เดือนพฤษภาคม—ถ้าเรียกตามปฏิทินของโลกใบนี้ก็คือเดือน‘พฤกษาคาร์เรีย’ 

ชื่อเดือนของโลกใบนี้ถูกตั้งโดยชื่อของ‘สี่จอมภูต’ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของสภาพแวดล้อมในแต่ละฤดูกาล

ก็เท่ากับว่าโลกใบนี้มีเพียงแค่สี่เดือนนั่นเอง 

อาจจะฟังดูแปลกสักหน่อยสำหรับคนที่ชินกับช่วงเวลาสิบสองเดือนตามปฎิทิน แต่ผมว่าแบบนี้เข้าใจง่ายกว่ากันเยอะ...

อย่างน้อยๆก็ไม่หลงเดือนแหละหนึ่งเหตุผล

‘คาร์เรีย’คือภูติซึ่งถือเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้และพืชผล...เท่ากับตอนนี้คือช่วงฤดู‘ใบไม้’ผลินั่นเอง

เอ๋?...เกริ่นนำซะยาวขนาดนี้มีเหตุผลอะไรเหรอ? มีสิๆ...อย่างน้อยที่สุดก็สำหรับผมล่ะคนนึง

ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูซึ่งไม่ว่าจะที่ไหนๆเขาก็เห็นตรงกันว่าเป็นฤดูแห่งการ‘เริ่มต้น’ 

เป็นช่วงเวลาที่คนเราจะทิ้งบางสิ่งที่ไม่ดีไว้ข้างหลัง...และเริ่มมองหาสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่า

แน่นอนตัวผมเองก็พยายามจะทิ้งสิ่งที่ไม่ดีนั่นเอาไว้ข้างหลังเหมือนกัน...

แล้วผู้ที่มีความเมตตาพอจะรับเอาสิ่งไม่ดีของมนุษย์ก็มีแต่‘พระเจ้า’เท่านั้น

ใช่แล้ว...ผมกำลังจะ‘สารภาพบาป’

“งั้นมาเริ่มกันเลยดีไหมคะ? คุณอาชเรน”

“ครับ”

คนที่อยู่อีกฝั่งของตู้สารภาพบาปเอ่ยถามออกมา

เธอคนนี้มีชื่อว่า‘ฟรานซิสก้า’ ซิสเตอร์ผู้ซึ่งรับทำหน้าที่แทนบาทหลวง

อาจจะแปลกสักหน่อยที่ซิสเตอร์เป็นคนทำหน้าที่แทนบาทหลวง แต่ตามศาสนาของโลกนี้แล้วดูจะไม่แปลกอะไร เห็นว่าขอแค่เป็นมนุษย์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้า(โบสถ์)...ต่อให้เป็นเด็กท็ทำหน้าที่แทนได้เหมือน

“พระองค์จะให้อภัยในบาปของผมมั้ยครับ?”

“พระองค์ทรงให้อภัยเสมอค่ะ ต่อให้คุณไม่พูดออกมาพระองค์ก็ทรงทราบถึงความทุกข์ของคุณได้ค่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”

เรื่องนี้เองก็ใกล้เคียงกับศาสนาที่ผมเคยรู้จักเมื่อครั้งยังอยู่‘โลกเก่า’ อาจจะแตกต่างกันบ้างในเรื่องของความเคร่งคัด...แต่หลักคำสอนถือว่าคล้ายกัน

“งั้นผมขอเริ่มเลยนะครับ”

“ค่ะ”

ผมสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้งเพื่อเรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเป็นคำพูด

มันเป็นเรื่องที่ถ้าผมพูดออกไป...ก็คงมีแต่คนชื่น—เอ้ย! ไม่มีใครยอมรับหรอก แต่ผมก็จะพูด

“ผมน่ะ...”

ผมเว้นจังหวะการพูดเพื่อไม่ให้ลิ้นพันกัน จากนั้นก็พูดสิ่งสำคัญออกมา

“มอง‘ก้น’คุณฟรานซิสก้าอยู่ทุกวันเลยครับ”

“คะ....?”

“มันแปลกใช่มั้ยล่ะ! การที่ผมจะมองก้นคนๆนึงทุกวันๆโดยไม่เบื่อน่ะ...มันจะเป็นไปได้ยังไง”

“ประเด็นอยู่ตรงนั้นเหรอคะ! แล้วนี่มองก้นฉันทุกวันเลยเหรอคะ!?”

ใช่แล้ว...ผมมองก้นงามๆของเธออยู่ทุกวัน แรกๆก็แค่ความบันเทิงรูปแบบหนึ่ง เป็นอะไรที่ผลัดเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะ ‘หน้าอก’ หรือ ‘ก้น’ ผมคิดว่าสักก็คงเบื่อ—แต่ไม่

เวลาผ่านไปๆผมก็ยังคงมองก้นของเธออยู่ นานวันเข้าจากก้นก็ชะเง้อไปดูนม มองของเธอคนเดียวโดยไม่มีแม้แต่คำว่าเบื่อ

มันแปลกใช่มั้ยล่ะ? ไอ้การที่จะมองของคนๆเดียวได้ตลอดน่ะ

แรกๆก็ขำขัน...พอนานวันเข้าชักรู้สึกมีบาปติดตัว การที่ผมมองเรือนร่างนั่นของเธอและสนุกอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่เธอไม่รู้อะไรเลยแบบนี้

มันทำให้ผมรู้สึกบาป

ผมเล่าทุกสิ่งที่คิดอยู่นี่ให้ซิสเตอร์ฟรานซิสก้าฟัง...แต่ก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมไม่ได้ยินเธอตบมุกกลับมา 

เอาแต่ส่งเสียง‘อึกอัก’แปลกอยู่ฝั่งตรงข้าม

“แถมผม...ยังแอบจินตนาการว่าตัวเองฉีกกระชากเสื้อคลุมสีขาวนั้นด้วยมือของตัวเอง”

“อึ๊ย...”

“แถมยังทำให้เส้นผมสีเงินนั่นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำรักของตัวเอง”

“ฮี๊ร!”

“นอกจากนี้ยังมีความสุขที่ได้เห็นนัยตาสีมรกตนั่นเลอะคราบน้ำตาอีก...อึก! ผมมันเลว”

อา...ผมนี่มันโคตรจะเลวเลย เก็บความใคร่ของตัวเองเอาไว้ไม่เผื่อแผ่คนอื่น แล้วแบบนี้...

“พระองค์จะยังทรงให้อภัยผมอยู่มั้ยครับ...”

ผมเอ่ยถามออกไปด้วยความบริสุทธิ์ใจไร้ซึ่งการเสแสร้ง

ผมหวังว่าพระองค์จะทรงเข้าใจแล้วให้อภัยในความต่ำช้าของผม

ทว่า...

“ไม่ให้อภัยค่ะ!”

{ปั้ง!}

ซิสเตอร์ฟรานซิสก้าก็เปิดประตูตู้สารภาพบาปออกแล้ววิ่งหนีไปไหนก็ไม่รู้...เหมือนจะแว่วๆว่ามีเสียง‘แงๆ’ด้วย

“เราเองก็ไปดีกว่า...”

ในเมื่อผู้ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระเจ้าเตลิดหนีไปแล้ว...ผมเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อ

แต่จะว่าไป...

“เป็นพระเจ้าที่จิตใจคับแคบซะจริง...”

ผมตัดพ้อออกมาเช่นนั้น พลางเดินกลับไปหา‘เพื่อน’ที่กำลังยืนคอยอยู่ที่หน้าโบสถ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 09:00
    ยอมใจพระเอกมันเลย ปล.รอตอนต่อไปครับ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 ตุลาคม 2563 / 09:11
    #1
    0