โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 17 : ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยเงินตรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 เม.ย. 64

พอออกมาข้างนอก...พวกเราก็มานั่งตรงม้านั่งแถวๆสวนสาธรณะ 

ความจริงผมอยากรีบๆทำธุระให้จบๆแล้วมาสะสางกับยัยสตอล์คเกอร์นี่สักที

แต่ดูทรงแล้วไม่น่าจะไหว...แน่นอนว่าไม่ใช่ผมหรอก

“ขะ ขอโทษนะที่ฉันให้เรนออกเงินคนเดียวเลย...”

“อย่าใส่ใจไป แค่นั้นน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก”

“ขอบคุณนะ...ทั้งๆที่ใจดีขนาดนี้แท้ๆแล้วทำไมกลับ...

“...”

พอพูดจบอัลเฟร์เรียก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

เข้าใจอยู่ว่าบางครั้งคนเรามันก็อยากตัดพ้อบ้างอะไรบ้าง แต่เล่นพูดออกแบบนั้นทางนี้ก็รู้พอดีสิเฮ้ยว่ามีเจตนาแอบแฝงน่ะ

ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ...

ส่วนเรื่องที่คุยกันเมื่อสักครู่...อธิบายเกรงว่าจะยาว สรุปสั้นๆคืออัลเฟร์เรียมีเงินไม่พอจ่ายค่าพาเฟ่ของตัวเองผมเลยต้องออกให้

ข้องใจสินะ?

ว่านักเรียนจากแหล่งรวมลูกคุณหนูแบบนั้นทำไมถึงไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารของตัวเอง? 

ต่อให้จะยาจกยังไงแค่ค่าพาเฟ่ธรรมดาๆมันก็ต้องมีเงินจ่ายกันบ้าง ซึ่งก็ถูก แต่อย่างที่ผมบอกว่าถ้าให้อธิบายเรื่องมันจะยาว

 แต่จะไม่อธิบายเลยคงจะไม่ได้...งั้นขอสรุปสั้นๆไปก่อนละกัน ว่าสาเหตุเกิด‘ความเหลื่อมล้ำ’

“ไม่คิดเลย...ว่าแค่ค่าพาเฟ่จะแพงถึงขนาดนั้น”

“งั้นรึ? 320รูเชียสำหรับคนข้างนอกแล้วคงเป็นมูลค่าที่สูงมากๆเลยสินะ”

“ก็ใช่น่ะสิ! เงินขนาดนั้นน่ะถ้าเป็นทรานซาเนียร์ใช้กินได้เกือบสองวันเลยนะ!”

“ก็นะ...สำหรับประเทศที่ต้องนำเข้าเครื่องอุปโภคบริโภคจากที่อื่นแล้วถือว่าปกติ”

ตามนั้นเลย...เลนาร์เรียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ต้องนำเข้าของกินจากข้างนอกด้วยหลายๆปัจจัย

“อืม...ฉันก็รู้อยู่หรอกว่ามันเป็นแบบนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้...อ๊ะ ขอบใจจ้ะ”

ผมยื่นขวดน้ำที่เพิ่งกดออกมาจากตู้เมื่อกี้ให้อัลเฟร์เรีย

  เห็นเธอเป็นแบบนั้นแล้ว...ผมเลยอยากจะทดลองอะไรหน่อย

“ไอ้นี่...ราคาเท่าไหร่?”

“50รูเชีย”

“เฮือก!”

รีแอ็คชั่นน่าสนใจดีแฮะ เพิ่งเคยเห็นนี้แหละ คนที่ทำท่าเหมือนคนเป็นโรคหัวใจแบบนี้น่ะ...แถมใบหน้าเหยเกนั่นก็โดนใจสุดๆ 

แย่ล่ะ ชักจะติดใจแล้วแฮะ...

“เอาน่า อยู่ไปสักพักเดี๋ยวก็ชิน”

“ถ้าไม่หัวใจวายตายก่อนละก็นะ...”

ขืนตายด้วยเรื่องพรรค์นั้นก็แย่สิ...นางฟ้ามาตายอาการหัวใจวายเนี่ยไม่ตลกร้ายไปหน่อยรึ?

เออ ช่างมันเถอะ

ผมรู้อยู่แล้วว่าค่าครองชีพของประเทศนี้มันสูงกว่าประเทศอื่นๆในโลก เรียกว่าสูงที่สุดในโลกก็ยังได้เลย

ไม่แปลกใจที่คนภายนอกอย่างเธอคนนี้จะช็อคขึ้นมาจริงๆ...แบบช็อคจริงๆนะ 

คุณอาจจะไม่เห็นภาพเพราะไม่รู้ถึงมูลค่าของมัน งั้นเอาแบบนีั ลองเอาค่าเงิน50ลูเชียมาตัดเลข0ทิ้ง หารด้วย2 แล้วคิดซะว่านั่นคือค่าเงินดอลล่าสากล

เป็นไง? สูงเอาเรื่องเลยว่ามั้ย?

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะประเทศนี้ ไม่มีกำลังพอจะผลิตอาหาร ให้มากพอต่อความต้องการของคนทั้งประเทศได้ เนื่องจากปัจหลายๆอย่างมันไม่เอื้ออำนวย

เพราะปลูกไม่ดี? สภาพดินและอากาศไม่เหมาะสม? ไม่ใช่อ่ะ

ต้องขอบอกก่อนว่าภูมิประเทศกว่า70%บนเกาะนี้ยังไม่ได้รับการปรับสภาพ หรือลุกล้ำมาตั้งแต่ครั้งอดีตทำ ให้ธรรมชาติยังอุดมสมบรูณ์มาตลอดช่วงหลายร้อยปี

ใช่ อุดมสมบรูณ์มากๆ มีตั้งแต่‘สัตวอสูร’หายากที่สูญพันธ์ไปแล้ว รวมไปถึง‘หินเวทย์’ ‘พืชพื้นเมือง’ และ ‘แร่หายาก’ อีกนานาชนิด 

แล้วหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักนอกจากการท่องเที่ยวของประเทศนี้ ก็คือการส่งออกรายการสินค้า จำพวกที่ผมเพิ่งจะเอ่ยออกมาทั้งหมด

มองเผลินๆแล้วเหมือนจะไม่เกี่ยวกัน คุณคงคิดว่าผมกำลังพาออกนอกประเด็นอยู่ ขอบอกเลยว่าไม่ใช่

แต่ก่อนจะบอกว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ผมคงต้องขอวนกลับไปเรื่องที่ว่าทำไมภูมิประเทศเกินกว่าครึ่งถึงยังไม่ถูกปรับสภาพมาตลอดหลายร้อยปี

เหตุที่ต้องปล่อยเอาไว้เช่นนั้น...เป็นเพราะต้องการคงความอุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติเอาไว้ให้มากที่สุด

คงได้คำตอบแล้วสินะ?

อ่า....หากธรรมชาติไม่ถูกทำลาย พวกมันจะออกผลผลิตได้อย่างไม่มีสิ้นสุด อะไรที่เคยโดนล่าจนสูญสิ้นในประเทศอื่น ยังคงหาได้ในประเทศแห่งนี้

แล้วนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีการลุกล้ำมาตลอดหลายศรรตวัต

การปรับสภาพผืนป่าเพื่อสร้างโรงปศุสัตว์หรือทำไร่ปลูกพืชหวังผล...มันไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียเลยแม้แต่น้อย

ถ้าหากทำเช่นนั้น จริงอยู่ที่ปัญหาเกี่ยวกับอาหารการกินจะหายไป ทว่ามันก็ต้องแลกมากับเศรฐกิจของประเทศต้องดิ่งเหว

 ตามมาด้วยปัญหาอีกเป็นจำนวนมาก...ซึ่งผมไม่ขอลงรายละเอียด

ประเทศเลนาร์เรีย ถูกขับเคลื่อนไปด้วยเงินตรา หากสมดุลที่เรียกว่าเงินตราพังทลายลง คงไม่จบแค่ประเทศพินาศเป็นแน่แท้

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมประเทศนี้จึงเลือกนำเข้าเครื่องอุปโภคบริโภคจากประเทศอื่น แทนการผลิตเองในประเทศ...คร่าวๆเลยมันคุ้มกว่าล่ะนะ

ก็...ถึงจะบอกผลิตออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถ้าล่าอย่างไม่ลืมหูลืมตาแป๊บๆก็โดนถางจนเรียบแล้ว เลยมีกฎว่าให้ล่าเหยื่อได้แค่ตามฤดูกาลเท่านั้น

ซึ่งกฎการล่า สมาพันธ์...หรือ‘กิลด์’ จะเป็นคนกำหนดเองในแต่ล่ะปี

ก่อนนี้ผมเคยหลุดอะไรอย่างอาชีพ‘นักล่าค่าหัว’ด้วยสินะ? 

พวกเขาแต่ก่อนจะถูกเรียกว่า‘นักผจญภัย’ แต่เพราะช่วงหลังการล่าและการเข้าถึงงานได้ถูกจำกัดไว้ จากแต่ก่อนที่สามารถรับงานล่าสัตว์และนำของมาขายได้ทุกวันๆ ได้เปลี่ยนมาล่าแค่ตามฤดูแทน

ภายหลังก็เลยมีการเปลี่ยนชื่อเรียกอาชีพเพราะมันขัดกับบริบทที่ควรจะเป็น...

แต่จะว่าไป...

ทำไมเราต้องเล่าเรื่องพวกนี้ด้วยหว่า? พอรู้แบบนั้นแล้วมันก็...

“เฮ้อ...”

“ขะ ขอโทษนะ เพราะฉันเลยเธอถึงต้อง...”

“หยุดเลย ฉันไม่ได้ถอนหายใจเรื่องเงินสักหน่อย เอ้า รีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวก็มืดกันพอดี”

“คะ ค่าา”

ทั้งๆที่อะไรๆก็สงบดีแท้ๆ แต่ทำไมผมดันรู้สึกแย่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น