โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 16 : ปราณีปรานอม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มี.ค. 64

“เห~ เธออยู่โรงเรียนอัศวินหรอกรึ? ผิดคาดนะเนี่ย คือฉันนึกว่าพวกคนที่อยู่ในนั้นจะเนี้ยบทุกระเบียบนิ้วซะอีก”

“ไม่หรอกๆ ถึงส่วนใหญ่พวกขุนนางจะเยอะ แต่กว่าครึ่งก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ ช่วงเวลาปกติเลยมีปล่อยตัวกันบ้างน่ะ”

พอเดินเที่ยวกันจนรู้สึกหนำใจ ผมกับอัลเฟร์เรียก็แวะคาเฟ่เพื่อนั่งพักและหาอะไรมากินเล่น

ความจริงแล้วผมควรจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจจะสูญเงินได้แม้แต่ลูเชียเดียว 

แต่ด้วยเงินจากโจรล้วงกระเป๋าก่อนหน้านี้มีมากพอให้ผมใช้ทิ้งใช้ขว้างได้อย่างสบายๆ

ผมทำตัวสถุล? เห็นแก่ตัวเป็นที่สุด?

ก็ช่างปะไร เงินโจรก็เหมือนเงินผม มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องเอาไปคืนด้วย? ถึงต่อให้ประสานเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้รับประกันสักหน่อยว่ามันจะถึงเจ้าของ

เงินในกระเป๋าที่ผมล้วงมาได้ไม่ได้บอกเลยว่าเป็นของผู้เสียหายคนไหน กระเป๋านี่เองน่าจะเป็นของโจรที่มีเงินสุมกันเยอะพอสมควร

เพราะงั้นแทนที่จะทำเรื่องไร้ค่าอย่างเอาไปฝากเจ้าหน้าที่...สู้เอามาใช้เองจะดีต่อผู้เสียหายซะกว่า

“ถึงจะว่าแบบนั้น...แต่ก็ค่อนข้างเข้มพอตัวเลยแหละ”

“เช่นนั้นรึ?แต่ฉันว่าจะที่ไหนก็เข้มทั้งนั้นล่ะ”

“หุหุหุ ก็จริงของคุณนะ”

เอาเถอะ ความจริงผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าไอ้โรงเรียนเส็งเคร็งนี่มันน่ารำคาญขนาดไหน

พี่สาวผมเองก็เป็นนักเรียนของที่นั่น ถึงจะทำเรื่องอนุญาติไม่ต้องอยู่หอได้ แต่เจ้าตัวก็มักจะกลับ้านช้าแล้วชอบบ่นอิดอ่อดอยู่เป็นประจำ

โหดขนาดนั้นเชียว? อา...เปรียบให้เห็นภาพหน่อยก็คงเป็นเครื่องแบบ สถาณศึกษาทั่วไปต่อให้ทำผิดกฎเต็มที่ก็แค่ตักเตือนทางวินัย

แต่โรงเรียนอัศวิน...แค่เนคไทเบี้ยวนิดเดียวก็มีสิทธิ์โดนซ่อมทางวินัยแล้ว ส่วนบทลงโทษจะเป็นยังไงผมไม่รู้หรอกเพราะฟังมาอีกที

แล้วการที่หล่อนกล้าแต่งตัวลุ่มล่ามแบบนั้น บอกตรงๆว่าใจกล้ามาก

“คือความจริงฉันเองก็เกือบได้เข้าเรียนที่นั่นเหมือนกัน แต่เพราะไม่ชอบบรรยากาศเลยเลือกที่จะไม่ลงเรียนแทน

“อะไรกัน! น่าเสียดายออก ถ้าคุณเข้าเรียนเราคงได้เป็นเพื่อนกันแล้วแท้ๆ”

จะยังไงก็ช่างเถอะว่ะ ความจริงคือยากซิ่วเรียนแล้วไปทำงาน‘นักล่าค่าหัว’ด้วยซ้ำไป 

แต่แม่ดันคะยั้นคะยอให้ผมเรียนต่อก็เลยสมัครโรงเรียน‘สาขา’ที่บรรยากาศสบายกว่าแทน

“ไม่ไหวๆ เครื่องแบบแสบตาแบบนั้นใส่แล้วคั่นเนื้อคั่นตัว”

“เท่ดีออก ฉันว่าน่าจะเหมาะกับคุณด้วยซ้ำ กลับไปสมัครเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

น่าจะนี่หมายความว่ายังไง? จะบอกว่าทางนี้หน้าโหลอย่างงั้นสินะ

ช่างเถอะ ผมยอมรับนะว่ามันดูเท่สมเป็นคุณชนชั้นลูกท่านหลานเธอดี

ดีไซน์เรียบๆแต่กระชากใจ 

เสื้อเชิ้ตขาว คลุมด้วยชุดสูทสีขาวชายยาว ไทขาวติดเข็มกลัดอัญมณีสีตามระดับชั้น กระโปรงเอวสูงและกางเกงขายาวสีกรมท่า 

ถึงมันจะดูจืดสำหรับลูกท่านหลานเธอ แต่สำหรับผมขนาดนี้ดูยังไงก็ลิเกชัดๆ

มันก็เท่แหละ แต่รู้สึกว่ามันดูแฟนตาซียังไงชอบกล เออ เอาเข้าจริงนี่มันก็โลกแฟนตาซีนี่หว่า?

“เรื่องตลกพอแค่นี้ก่อน นี่ก็เริ่มเย็นแล้วด้วย เอายังไง?จะกลับเลยมั้ย ฉันเองจากนี้ก็มีธุระเหมือนกันคงเที่ยวต่อไม่ได้แล้ว”

แทนที่จะเรียกธุระ น่าจะเรียกว่าแค่แวะไปหาเพื่อนให้เป็นธุระให้ตัวเองจะถูกต้องกว่า

ส่วนที่ผมถามว่าจะเอายังไงน่ะเหรอ...ก็นั่นแหละ ลองเชิงหล่อนไงว่าจะลงมือเลยมั้ย?

เห็นแบบนี้ผมก็ไม่ฆ่าคนที่เขาไม่คิดจะลงมือก่อนหรอก ถึงยังไงอายุจริงผมก็มากแล้ว จะให้มาวาดระแวงทุกๆเรื่องในชีวิตคงไม่ไหว

แค่มองข้ามและปราณีปรานอมน่ะผมทำได้อยู่แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย

“ยังพอมีเวลาเหลืออยู่...อีกอย่างก็สนใจด้วยว่าธุระแบบไหนที่ทำให้ผู้ชายกลับบ้านมืดค่ำได้น่ะ ฮี่ฮี่”

“.....งั้นรึ เอาตามนั้นละกัน 

เล่นส่ายหน้าปฎิเสธแบบนั้นทางนี้ก็ลำบากใจเหมือนกัน 

แต่....ในเมื่อมันลงเอยแบบนี้ก็คงต้องแล้วแต่ตัวเองตอนนั้นแล้วล่ะ

หวังว่าตัวผมในตอนนั้น...จะเลือกคำตอบได้ดีกว่าตัวเองตอนนี้จัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น