โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 14 : สิ่งที่มอบให้ได้...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.พ. 64

พอตกลงกันเสร็จสรรพว่าจะทำอะไรต่อพวกเราก็ออกเดินทันที

ผมพาเที่ยว...ส่วนเธอเป็นนักท่องเที่ยวผู้จ้องจะเสียบผม

ฟังดูประหลาดก็จริง...แต่ผมกลับมองว่าดีกว่าทำเป็นเก๊กหล่อแล้วหาเรื่องฝ่ายตรงข้ามอีกนะ

นั่นไงล่ะ....พวกที่แอ็คท่าแล้วพูดราวๆ“แกต้องการอะไร?”น่ะ

คือถามแบบนั้นใครเขาจะไปตอบครับถามจริง...

นอกจากจะพาให้เรื่องมันวุ่นวายแล้วยังส่งผลให้เนื้อเรื่องยืดเยื้อจนน่ารำคาญอีก

ถ้าจะทำอะไรน่ารำคาญแบบนั้น...

สู้ใช้ไม้แข็งจับตัวหล่อนข่มขืนแล้วให้คลายข้อมูลออกมายังดูง่ายเสียกว่า

แรงไปเหรอ? ผมก็ว่างั้น...เพราะงั้นผมถึงได้ใช้ไม้อ่อนนี่ไง

“คุณบอกว่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนสินะ”

“ค่ะ ฉันเดินทางมาจาก‘ทรานซาเนียร์’เพื่อศึกษาต่อที่นี้...อย่างที่คุณเห็น ฉันไม่ค่อยมีความรู้เรื่องโลกภายนอกเท่าไหร่...”

“ไม่หรอกครับ เอาเข้าจริงผมว่าประเทศเลนาร์เรียมากกว่าที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเขา”

“หึหึ ก็ว่างั้นค่ะ”

ประเทศนี้มีชื่อว่าเลนาร์เรีย เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะขนาดย่อมระหว่างทวีปมหาอำนาจทั้งหก

ส่วนทรานซาเนียร์เป็นประเทศของมนุษย์ ครั้งหนึ่งในอดีตเป็นสถาณที่ซึ่งตัวผมและราชาของเหล่าเทวทูตเจรจาแลกเปลี่ยนกัน

ทว่าในปัจจุบันมันได้กลายสูญกลางของเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ไปเสียแล้ว...ซึ่งจะเพราะเหตุใดก็ไม่สลักสำคัญหรอก

“มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษหรือเปล่า?บอกตามตรงเลยนะ ถึงผมจะเป็นคนประเทศนี้แต่ก็ไม่ค่อยชอบออกมาเที่ยวนักหรอก...”

“อืมมม~~~~งั้นเอาเป็นอะไรที่คนสองคนสามารถใช้เวลาร่วมกันได้แล้วกันค่ะ”

“แบบร้านอย่างว่าน่ะเหรอ?”

“ร้านอย่างว่า?”

“ไม่มีอะไร ลืมไปเถอะ”

อะไรกัน...ไม่รู้จักร้านอย่างว่าหรอกเรอะ? เสียชาติเกิดนะเนี่ยแบบนี้

“ยังไงซะคุณก็อุตส่ายอมรับความเอาแต่ใจของฉัน ถ้าฉันสนุกอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ไม่ยุติธรรมถูกมั้ยคะ?”

จะรอยยิ้มหรือคำพูดก็ล้วนแล้วไร้ซึ่งการเสแสร้ง...หากเธอเป็นนักแสดง—ก็คงเป็นนักแสดงที่ตีบทแตกจนหน้าหวาดหวั่น

“เห...เอาใจใส่คนอื่นจังเลยนะ อย่างกับผู้กล้าอัลเฟรดกลับมาเกิดใหม่’แน่ะ”

“ฮะฮ่าฮ่า ถึงจะไม่ใช่ผู้กล้าแต่ก็โดนว่าแบบนั้นอยู่บ่อยๆค่ะ แน่นอนว่าในความหมายที่ไม่ดีล่ะนะคะ”

“จะดีหรือไม่ดีมันอยู่ผลรับต่างหากล่ะ”

“นั่นสินะคะ ถ้าโอเคกันทั้งสองฝ่ายฉันว่าดีที่สุดแล้ว”

ก็นะ...บางครั้งการที่เราให้ความสำคัญกับคนอื่นมากเกินไปมันก็ไม่ดี

 ก็เหมือนกับยาบางชนิด หากใช้ในปริมาณเกินกว่ามาตรฐานผลรับที่ได้นั้นไม่ได้ต่างอะไรจากยาพิษเลยแม้แต่น้อย

อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้...ว่าคนเราทำดีเพื่อหวังผลตอบแทนเสมอ การเอาใจใส่เองก็ถือเป็นสิ่งเหล่านั้น...

ฟังดูแล้วก็เป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากจะได้รับคุณว่างั้นไหมล่ะ? ก็แหงล่ะเนอะ มีเหรอมนุษย์ที่ไม่อยากได้รับการเอาใจใส่จากสาวสวยน่ะ

แน่นอน...ผมเชื่อว่าคุณจะรับมันไว้แล้วมอบความรู้สึกดีๆให้กับเธอตอบแทนเป็นแน่

มาถึงตรงนี้คงสงสัยสินะว่าผมอยากจะบอกอะไรกันแน่?

ก่อนจะเฉลยผมมีคำถาม...อะไรกัน แค่คำถามง่ายๆน่ะ แค่ตอบ yes/no ก็พอแล้ว

งั้นก็...

คำถาม—คุณเชื่อว่ามนุษย์อย่างเราควรให้ความสำคัญกับผู้อื่นเสมอหรือไม่?

คำถาม—คุณเชื่อว่ามนุษย์อย่างเราจะมอบสิ่งดีๆให้กับอีกฝ่ายซึ่งหวังดีกับเราทุกครั้งหรือไม่?

คุณคงมีคำตอบอยู่ในใจกันแล้ว...งั้นมาฟังคำตอบของผม

คำตอบของผมคือโนทั้งคู่...

ถึงตรงนี้คุณคงมีคำถามเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นแน่ ว่าที่พล่ามมาทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกันยังไง? แค่การให้คำสำคัญกับคนอื่นมันเลวร้ายขนาดเลยหรือ?

ถ้าโดยทั่วไปล่ะก็ใช่...แต่โชคร้ายหน่อยนะที่คราวนี้ผลรับคือไม่

แล้วนั่นก็คือสิ่งที่ผมอยากจะบอก...ว่าเธอคนนี้นั้น‘โชคร้าย’หาใครเปรียบ

เพราะสิ่งที่ผมมอบให้เธอได้หาใช่ความรู้สึกดีๆที่พบเห็นได้ทั่วไปตามฉากรักในนิยาย

แต่เป็นความตายจากการเข่นฆ่า...ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะต้องตาย

“ถ้ายืนกรานว่าต้องโอเคกันทั้งสองฝ่าย โอ๊ะ งั้นเอาเป็นสะพานยูคเมลเดรย์ละกัน”

“อ๊ะ! สะพานแห่งคำมั่นสัญญาสินะคะ!?”

“อ่า...จากตรงนี้อยู่ไม่ไกลด้วย งั้นไปกันเลยมั้ย?”

“รบกวนด้วยนะคะ!”

แล้วเธอก็เข้ามาคว้าแขนผมจนคนรอบๆต่างจับจ้องกันเป็นสายตาเดียว

เอาเถอะ...ไว้ถึงเวลาค่อยสะสางคงไม่สายหรอก

หวังว่านะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น