โลกใบนี้ที่ผันแปร...และตัวผมที่เปลี่ยนไป? ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่นะ?

ตอนที่ 13 : อย่างกับละครน้ำเน่า...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    19 ธ.ค. 63

[ข้อความเข้าจ้าาา!]

ระหว่างที่เดินพลางคิดเรื่องไร้สาระไปเรื่อย

เสียงแจ้งเตือนสุดหนวกหูของกำไลก็ดังขึ้นแบบไม่สนว่าผมอยู่ในอารมณ์ไหน

ก็...ถึงจะหนวกหู แต่นั่นก็เป็นเพราะผมจงใจให้มันเป็นแบบนั้นเอง

ปกติแล้วผมชอบตั้งค่าเสียงแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ประมาณจะได้รู้ว่าใครเป็นคนส่งข้อความมา

ยิ่งเสียงเอฟเฟคที่ตั้งดังหนวกหูมากเท่าไหร่ เลเวลของความไม่น่ารัก(น่ารำคาญ)ก็มากตามไปด้วย

ยิ่งไม่น่ารักเท่าไหร่...ก็เท่ากับว่าใครคนนั้นใกล้ชิดกับเรามากเท่านั้น

แล้วใครคนนั้นที่ว่านั่น...

ลูน่า...ช่างเป็น‘น้องสาว’ที่ไม่รู้เวล่ำเวลาเอาเสียเลย”

ก็เป็นครอบครัวของผม...แถมเป็นน้องสาวตัวดีที่จิกหัวใช้ผมเก่งเสียด้วย

ไหนดูซิว่าส่งอะไรมา...ซึ่งผมพอจะเดาออก

[ขากลับแวะซื้อเซ็ตหินลับดาบมาให้ด้วย ไม่งั้นหนูจะฟ้องแม่เรื่องที่พี่เถลไหลไม่ยอมกลับบ้าน...]

[เรื่องง่ายๆแค่นี้คงทำได้ใช่ไหมล่ะ?...ถ้าไม่ได้ก็ขอโทษที่รบกวนนะ]

จ้า...ใช้งานกันให้เต็มที่เลยนะ 

น้องสาวผมน่ารักดีใช่มั้ยล่ะ? 

นอกจากจะใช้ขู่กรรโชกเก่งแล้ว...ยังพูดจาเหน็บแหนมชาวบ้านเก่งอีกด้วย

เห็นแบบนี้คนเป็นพี่ชายอย่างผมโคตรภูมิใจเลย

“ช่วยไม่ได้แฮะ...แวะไปหาแม่นั่นหน่อยแล้วกัน”

ไหนๆก็อยู่ย่านการค้าแล้วด้วย...แวะซื้อให้หน่อยคงไม่เป็นไร

“เงินไม่พอ...ช่วยไม่ได้แฮะ ให้แม่มาจ่ายที่หลังเอา”

ถ้าไม่ติดว่าเป็นของราคาแพงผมคงจ่ายเองไปแล้ว...จริงๆนะ

ปกติแล้วเซ็ตหินลับดาบจะหาซื้อได้ตามร้านเฉพาะทางของ‘อัศวิน’เท่านั้น

คุณคงคิดว่ามันก็แค่หินลับมีดสินะ?

โดยทั่วไปถ้านึกถึงหินลับยังไงมันก็ต้องเป็นแท่งหินแบบหยาบๆ...ซึ่งก็ถูก

แต่แค่ครึ่งเดียว

แม้จะเป็นหิน...แต่ก็เป็นหินที่ตกผลึกจาก‘ระอองภูติ’ซึ่งเป็นของราคาสูง

ผมขอไม่ลงรายละเอียดว่ามันคืออะไร...แต่คุณสมบัติของมันสามารถซ่อมวงจรเวทย์ที่เสียหายได้ทุกชนิด

รวมถึง‘ดาบเวทย์’ที่เสียหายเช่นกัน...

แล้วทำไมน้องสาวผมต้องใช้ของราคาแพงพรรค์นั้นด้วย?

ก็อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ว่าครอบครัวของผมเป็นอัศวิน

พ่อเป็น‘อัศวินศักดิ์สิทธิ์’ ทางฝั่งแม่เองก็เป็นอาจารย์สอนอัศวิน พี่สาวก็เป็นนักเรียนเตรียมสาขานี้ ทางน้องถึงตอนนี้จะเป็นแค่เด็ก ม.ต้น ทั่วๆไป แต่อนาคตก็เห็นว่าจะเข้าโรงเรียนเตรียมเหมือนกัน

ไม่ว่าใครก็ล้วนมุ่งไปยังวิถีอัศวิน

ตัวผมเองก็โดนแม่ในชาตินี้พูดกรอกหูเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้ง...

แถมยังเกือบโดนลากเข้าโรงเรียนอัศวินนั่นด้วย

โชคดีที่พอผมบอกไปว่า“ไว้ชนะผมก่อนจะรับไว้พิจารณา”ก็ไม่มีใครกล้าขัดอีก

ดีจริงๆที่ยังคุยกันด้วยเหตุผลรู้เรื่อง...

แล้วด้วยเหตุนี้ครอบครัวของผมถึงไม่ซ้อมกันด้วยดาบไม้กัน...ประหลาดดีใช่มั้ยล่ะ?

“เฮ้อ...ชักจะน่าเบื่อว่ะ”

ฝ่ายนั้นก็ตามผมมาติดๆอย่างที่ผมเดาเอาไว้ 

ไม่รู้หรอกว่านิสัยใจคอเป็นยังไง...ถ้าให้เดาจากพวกก่อนหน้านี้ ก็คงเดาได้ว่าเป็นพวกขี้ระแวงจนเกินเหตุ

ศัตรูอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ดันทะลึ่งปล่อยรังสีแปลกๆมาไม่หยุด

เอาตรงๆนะ 

ต่อให้เป็นเจ้าโง่ที่พยายามจะล้วงกระเป๋าผมแต่โดน‘ล้วงกลับ’เมื่อครู่ก็คงรู้สึกบ้างแหละว่าตัวเองถูกมอง

แหม...เงินเยอะเหมือนกันนะเนี่ย คงจะวิ่งมาเหนื่อย...โชคร้ายหน่อยนะที่คนสุดท้ายดันเป็นทางนี้

แล้วกระเป๋าเงินของเจ้าโง่นั่นเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?

ไม่เกี่ยวหรอก...

ผมแค่อยากบอกไว้ว่าเจ้าโง่นั่นมันมือสมัครเล่นโดยแท้...มือสมัครเล่นน่ะ

ฝ่ายที่ตามมาเองก็อีหรอบเดียวกันเป๊ะๆ จะต่างแค่เจ้าตัวไม่ได้เผยตัวแบบเจ้าโจรเลเวลต่ำนั่นเท่านั้น

นอกนั้นก็เลเวลต่ำพอกัน...

ช่วยไม่ได้แฮะ...สร้างสถาณการณ์ทั้งแบบนี้เลยก็ได้

“แย่ล่ะ...เผลอทำถุงยางหล่นซะแล้ว”

จงใจต่างหาก...

เมื่อครู่ที่เจ้าโจรล้วงกระเป๋ากางเกงผม...ถุงยางที่อยู่ด้านในก็ร่นออกมาจนเกือบจะหล่นลงพื้น

ผมเลยจงใจไม่ดันมันกลับเข้าไป แต่ปล่อยมันร่วงไปทั้งแบบนั้น

“ขอโทษครับ ช่วยหลีกทางหน่อย”

ผมหันหลังเดินสวนผู้คนเพื่อกลับไปเก็บของที่ทำร่วงไว้

คนที่ตามผมมาเองก็ยืนหยุดอยู่กับที่...ระยะของพวกเราห่างกันไม่ถึงสองเมตร

ยิ่งใกล้เข้าไปเรื่อยๆ...เหมือนกับเจ้าตัวกำลังพิจารณาว่าควรทำอย่างไร?

“เจอแล้วๆ”

คนที่ตามมายืนอยู่ตรงหน้า..แต่ไม่อาจระบุได้ว่ารูปลักษภายนอกเป็นเช่นไร

กล่องถุงยางอยู่ตรงหน้าเช่นกัน โชดดีที่ยังไม่โดนเหยียบไปเสียก่อน

ผมค่อยๆก้มตัวลงไปเพื่อหวังจะหยิบมันกับขึ้นมา...พลางคิดในใจว่าตัวเองทำพลาดเหรอ?

พริบตาต่อมาความคิดนั้นก็หายไป...

“อั่ก...”

“ว้าย!”

ศรีษะของผมกระแทกกับศรีษะของใครบางคน

สคริปแบบนี้น่ะ...ถ้าไม่บอกผมคงมโนว่าตัวเองเป็นดาราที่กำลังรับบทพระเอกละครน้ำเน่าไปแล้ว (หลงตัวเองจัดๆ)

“เอ่อคือ...ฉันเห็นคุณทำหล่นไว้เลยจะเก็บไปคืนน่ะค่ะ”

แขกของเราเป็นผู้หญิง...ซึ่งผมก็รู้อยู่ก่อนแล้ว

ไหนๆ...ขอดูหน่อยซิว่าหน้าตาเป็นยังไง

“งั้นผมคงต้องขอบคุณคุณสินะ...ถ้าคุณไม่รังเกียจให้ผมตอบ...!”

ชั่วพริบตา...

เป็นชั่วพริบตาที่ผมไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้

โลกทั้งใบหยุดนิ่ง...

ราวกลับว่าเทพเจ้าแห่ง‘โชคชะตา’และ‘กาลเวลา’กำลังเล่นตลกกับตัวผม

พริบตาต่อมาทำให้ได้ผมตระหนัก...ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

อา...นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมสับสนได้ขนาดนี้

“ไม่เป็นไรครับ...ขอบคุณที่เป็นห่วง”

“แต่สีหน้าคุณ...”

“ก็แค่คุณสวยซะจนผมตะลึงเท่านั้นเอง”

“งะ งั้นเหรอ...”

ใช่ นั่นเองก็อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกอย่างที่ผมรู้สึก

ทันทีที่เธอปรากฏตัวออกมาคน(ผู้ชาย)รอบข้างก็เอาแต่เพ่งมาทางนี้กันหมด...

พวกแกเก็บอารมณ์กันไม่เป็นรึไง? หือ...จะบอกว่าผมก็ไม่ต่าง?

คือแย่หน่อยที่เหตุผลของผมนั้นต่างออกไปเล็กน้อย...ผมไม่ได้ตะลึงในความสวยของเธอหรอก

ซึ่งหากมาเทียบกับยุค‘ปกรณัม’แล้วเธอก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรขนาดนั้น...

ก็แค่สวยระดับซุปเปอร์สตาร์...จะมาเทียบชั้นอะไรกับระดับเพ้อฝัน

แล้วผมตะลึงกับอะไร?

จะอะไรก็อย่าไปสนเลย...ตะโกนว่าช่างแม่งแล้วลืมไปซะว่าผมเคยพูดเรื่องนี้

แน่ะ...บอกให้ลืมไง

“หึบ...”

ผมลุกขึ้นยืน...แล้วยื่นมือไปด้านหน้าแบบที่พวกสุภาพบุรุษในหนังเขาทำกัน

“ขอบคุณค่ะ”

เธอเองก็เหมือนจะเข้าใจเลยจับมือนั่นเอาไว้ ถ้าเป็นยัยมิลิเทียร์ป่านนี้คงอายจนแก้ตัวน้ำขุ่นๆไปแล้ว

“อือ...”

หญิงสาวปริศนามองกล่องถุงยางอย่างพินิจพิเคราะห์...ว่าของในมือนั้นคืออะไร

ถ้าไม่ใสซื่อปานลูกคุณหนู...ก็คงถูกเลี้ยงดูมาราวกับไข่ในหิน 

เพราะหากไม่ได้เป็นเช่นนั้น...ผมเองก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายพฤติกรรมแปลกๆของหญิงสาวได้

ถุงยางน่ะ...เด็กสิบขวบยังรู้จักเลย

ขืนปล่อยเอาไว้นี้แย่แน่ๆ...เวรล่ะ นี่ตูถึงขั้นสงสารศัตรูแล้วเรอะ

ช่วยไม่ได้แฮะ...ช่วยแถลงไขให้เจ้าตัวคงไม่เสียหายอะไร

“ลูกโป่งวิทยาศาตร์น่ะ เป็นของเอาไว้ใช้ในคาบสุขศึกษาพรุ่งนี้...ไม่รู้จักรึ?”

“...เอ๊ะ?”

ทันทีที่ผมพูดออกไป หญิงสาวก็เกิดอาการสะดุ้งจนเสียงหลง

อะไรจะสนใจขนาดนั้นนะ...มันก็แค่ลูกโป่งวิทยาศาตร์

“อะ อ๋อ! คะ คือฉันเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนน่ะค่ะ! พะ พอดีไม่ค่อยคุ้นกับวิทยาการล้ำสมัยแบบนี้ก็เลย...”

“เห...ท่าทางจะจากบ้านมาไกลสินะครับ”

ไม่เนียนเลยสักนิด...ถุงยางน่ะคนป่ายังรู้จักเลยนะเว้ย

เฮ้อ...แค่ยื่นมาให้แต่แรกก็เนียนไปแล้วแท้ๆเชียว...น่าเสียดายๆ

“นี่ของคุณค่ะ!”

หญิงสาวยื่นกล่องถุงยางมาข้างหน้าผมด้วยอาการลุกลี้ลุกลน...

เฮ้ยพวกเอ็งรอบๆอ่ะ อย่างมองกันด้วยสายตาแปลกๆสิวะ สาวเจ้าแค่คืนของเฉยๆเองนะเว้ย...

ไม่ไหวๆ นานแล้วมั้งเนี่ยที่ไม่ได้เจอกับคนที่รับมือยากแบบนี้...ผมคงเผลอยิ้มออกมาแน่ๆ

“ถ้าไม่รังเกียจให้ผมพาทัวน์ดีมั้ยครับ? ยังไงหลังจากนี้ก็ว่างอยู่แล้ว

“เอ๊ะ?”

บอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้กำลังจีบเธอ ผมแค่ใช้ข้ออ้างของเธอเมื่อสักครู่นี้มาอ้างเพื่อจับตาดูเธอต่างหาก

ตัวหญิงสาวทำท่าทางครุ่นคิด...ทว่าเพียงไม่นานก็เหมือนจะตัดสินใจได้

“ได้...เหรอคะ?”

เร็วซะจริง...อยากฆ่ากันขนาดนั้นเชียว?

“ผมบอกสินะว่าจะตอบแทน”

ถึงจะจงใจให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วก็เถอะ...แต่ได้เดินเที่ยวกับครู่ปรับเก่าก็ไม่เลวนักหรอก

“งั้นขอรบกวนด้วยนะคะ”

“ด้วยความยินดีครับ”

แล้วผมก็กลายเป็นไกค์นำเที่ยวไปในที่สุด

เอาล่ะ...ล่อให้อีกฝ่ายออกมาได้สำเร็จแล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเธอจะมาไม้ไหน

แต่อย่างไหนน่าสนุกซะจริงเชียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Ggggib (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 22:22

    ส่งกำลังใจให้ค่าา อ่านเพลินมาก รอติดตามนะคะ
    #4
    1
    • #4-1 Rain007(จากตอนที่ 13)
      19 ธันวาคม 2563 / 23:18
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
      #4-1