fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 4 : บาดเจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    27 มิ.ย. 59

              เสียงตะโกนข้างนอกทำให้เคะโจโรต้องรีบเดินออกไปดู  ก่อนจะพบว่าริคุโอะกำลังรีบสั่งกับปีศาจตนอื่นให้รีบออกตามหาซึราระ  สร้างความสงสัยให้กับเหล่าปีศาจในบ้านเป็นอย่างมาก  จนคุโรตะโบที่เพิ่งเดินมาถึงกำลังจะเปิดปากถาม  แต่เมื่อเธอยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้  เขาก็รีบไล่อ่านตัวอักษรบนนั้นแล้วพึมพำกับตัวเองด้วยความตกใจ

                “เล่นเขียนแบบนี้  แถมยังหายตัวไปอีก  คงไม่แปลกที่ท่านริคุโอะจะร้อนรนนาดนี้”

                เขาหันมามองเธอก่อนจะถามด้วยความสงสัย  เพราะคนคนนี้เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าใครทั้งหมด  แถมเธอยังเชียร์เพื่อนตัวเองสุดใจแม้ตัวเขาเองก็อยากจะสนับสนุนซึราระมากกว่าอีกคนก็เถอะ  แต่ถ้านั่นมันไม่ใช่ความต้องการของหัวหน้าเขาก็คงไม่มีสิทธิไปขัดขว้างหรือยุ่งย่ามอะไร

                “ว่าแต่เจ้าไม่รู้เลยหรอว่าซึราระหายไปไหนน่ะ”

                “นี่เจ้าเห็นข้าเป็นคนยังไงกันแน่  คุโร!!!

                เธอกดเสียงต่ำแสดงความไม่พอใจ  ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าริคุโอะเดินมาทางนี้ด้วยใบหน้าเย็นชาเหมือนพร้อมจะฆ่าคน

                “ถ้ามีใครรู้ว่าสองคนนั้นหายไปไหนแล้วปิดบังข้า  ....คงไม่ต้องบอกใช่มั๊ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

                “ข้าไม่ทราบจริงๆเจ้าค่ะ  ท่านริคุโอะ”

                ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ  จนเธอต้องรีบอธิบายไม่อย่างนั้นคอเธอคงหลุดลอยไปไกลโดยไม่ทันตั้งตัวแน่!

              “เมื่อวานตอนก่อนเข้านอน  ซึราระก็ไม่ได้พูดอะไรกับข้าเลย  แถมเรื่องคู่หมั้นของซึราระข้าก็เพิ่งรู้พร้อมกับทุกคน ก่อนที่เธอจะหายตัวไป”

                “เจ้าแน่ใจนะ?  นี่เจ้าไม่ได้หลอกอะไรข้าใช่ไหม  เคะโจโร”

                เอาแล้วไงท่านริคุโอะยังโกรธที่เธอไปแกล้งท่านเรื่องนั้นอยู่สินะ  อะไรจะซวยขนาดนี้รีบกลับมาเลยนะซึราระ!

              “ท่านรุ่นที่ 3 ขอรับ”

                “มีอะไรกัปปะ”

                 “เจอตัวทั้งสองคนแล้วขอรับ”

                “ที่ไหน”

                “แถวภูเขาเนจิเรเมะใกล้ๆกับปราสาทของท่านกิวคิขอรับ”

                ร่างสูงพุ่งตัวออกไปก่อนที่ใครจะส่งเสียงเรียก  ทำให้คนที่มาบอกข่าวถึงกับงุนงงกับความใจรอนของชายหนุ่มที่ไม่ค่อยได้เห็นมากนัก

                ส่วนอีกสองคนกลับแสดงอาการเป็นห่วง

                “ข้าจะตามท่านริคุโอะไป  เจ้าช่วยไปบอกอาโอกับคุบินาชิให้รีบตามข้าไปด้วยล่ะ”

                “อือ”

                เคะโจโรมองคุโรตะโบที่พุ่งตัวตามไปอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่เธอจะไปสั่งให้ปีศาจตนอื่นไปบอกสองคนนั้น

                “อย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยนะ”

               

              “พี่สาว  กินอะไรบ้างเถอะถ้าท่านเป็นลมไปข้าจะทำยังไง”

                โชเอย์กำลังพยายามบังคับ ขู่ ขอร้อง จนแทบจะเป็นลงไปอ้อนวอนอยู่แล้ว  แต่ดูเหมือนว่าซึราระจะยังคงไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ

                “ไม่มีใครว่าเจ้าหรอก  ข้าสัญญาได้เลย”

                แน่ใจหรอ?  ว่าท่านจะช่วยข้าได้จริงๆ  โชเอย์คิดกับตัวเองแต่ไม่ได้พูดมันออกไป

                ซึราระเริ่มบื่อแล้ว ในจังหวะนั้นเองที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเนื่องจากไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันบวกกับนั่งนานเกินไป  ทำในเกิดพลาดแล้วตกลงจากต้นไม้  แต่โชเอย์ที่อยู่ใกล้ๆรีบกระโดดไปรับตัวเธอแต่ด้วยความเร็วทำให้ทั้งสองคนกลิ้งตัวไปตามเนิน

                “พวกเจ้าทำอะไรกัน!

                เสียงที่ดังขึ้น  ทำให้ทั้งสองคนสะดุ้ง  คนพูดมองภาพตรงหน้าด้วยความโกรธ โชเอย์ที่กำลังคร่อมซึราระที่นอนอยู่ข้างล่าง  กระตุ้มให้อารมณ์ที่เหมือนจะเย็นลงแล้วเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

                “มันเป็นอุบัติเหตุขอรับ”

                โชเอย์รีบลุกขึ้นก่อนจะพยายามอธิบาย  แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่มีสติรับฟัง  ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความเย็นชา

                “ข้าอุตส่าห์ตามหาตัวพวกเจ้าแทบตาย  แต่พวกเจ้ากลับมาพลอดรักกันอยู่แบบนี้นี่น่ะหรอ!!!

                คุบินาชิกับอาโอตะโบที่เพิ่งมาถึงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสงสัย  แต่ไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือคนที่กำลังโดนจ้อง

                ร่างบางสะดุ้งเพราะน้ำเสียงและท่าทางของเขา 

                คำพูดของริคุโอะทำให้ซึราระเกิดอาการน้อยใจ  จนโพล่งออกไปแบบไม่ทันคิดถึงผลเสียที่จะตามมา

                “ข้าก็ไม่ได้บอกให้ท่านตามหาพวกข้านี่เจ้าค่ะ”

                “ว่าไงนะ!!!

                รังสีความดกรธแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ  จนคนอื่นต้องรีบเข้ามาเพื่อปรามทั้งคู่  แต่ดูเหมือนซึราระจะโมโหมากจนไม่ยอมลงง่ายๆเหมือนทุกครั้ง

                “ข้าจะไปไหนกับใคร  หรือว่าทำอะไรกับใครก็ไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะต้องสนใจนี่เจ้าค่ะ”

                ยิ่งเธอพูดเขาก็ยิ่งอยากจะจัดการกับเธอมากขึ้นทุกที  แต่เมื่อหันไปเห็นคนที่พาเธอมายืนทำหน้าไม่เข้าใจ  เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งตัวเข้าไปหาโชเอย์แทน (มีความแค้นส่วนตัวสินะ?)  จนคนอื่นแปลกใจและตั้งตัวไม่ทัน  ดาบในมือของเขาพาดอยู่บนคอของชายหนุ่มก่อนที่เจ้าตัวจะทันได้ตั้งตัว

                “นี่ท่านจะทำอะไรปล่อยโชเอย์คุงนะ!

                ยิ่งเห็นเธอเป็นห่วงมากเท่าไหร่  เขาก็ยิ่งอยากที่จะทำให้เธอได้รับรู้บ้างว่าการที่ทำให้เขาโกรธจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

                “ทำไมข้าต้องฟังเจ้าด้วย?”

                น้ำเสียงยียวนทำให้ซึราระแสดงความไม่พอใจออกมา  แต่สิ่งที่เธอทำต่อมาเรียกความประหลาดใจและตื่นตระหนกให้กับคนรอบข้าง

                “ปล่อยโชเอย์คุงเดี๋ยวนี้นะเจ้าค่ะ!

                น้ำเสียงเย็นชาและใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ของซึราระ  ทำให้ริคุโอะนิ่งไปด้วยความตกใจ  เพราะเธอไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับเขามาก่อนเลยซักครั้ง  แม้ว่าเขาจะแกล้งเธอมากแค่ไหนก็ตาม

                ร่างบางยืนถือทวนน้ำแข็งปลายแหลมจ่ออยู่ที่คอของริคุโอะ  โดยไม่เกรงกลัวว่าดาบในมือของเขาจะตัดคอชายหนุ่มอีกคนหรือไม่ก็ตาม

                “เจ้าคิดจะทำอะไร...”

                ริคุโอะที่อยู่ในอาการตกใจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม  เพราะไม่คิดว่าร่างบางจะโกรธเขาขนาดนี้  ความใจร้อนและความโกรธที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว  เมื่อตั้งตัวไม่ทันกับการกระทำของเธอ ดาบในมือจึงตกลงพื้น  สายตาสั่นไหวเหมือนเปลวเทียนต้องลมที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ

                ร่างบางไม่พูดอะไรก่อนจะรีบวิ่งหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว  ริคุโอะที่ยังตกใจร้องห้ามไว้ไม่ทัน

                “ซึราระ!!!

                เมื่อตั้งสติได้เขาก็หันไปบอกคนที่เหลือที่ยังยืนทำตัวแข็งทื่อให้กลับไปที่บ้านใหญ่ก่อน  ก่อนจะรีบวิ่งตามเธอไปอย่างรวดเร็ว

                คนที่เหลือก็ยังไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้  ทำได้แค่มองตามแผ่นหลังของริคุโอะที่หายเข้าไปในป่าพร้อมกับซึราระ  คุบินาชิจึงถามหาสาเหตุที่ซึราระทำตัวแปลกไปกับโชเอย์

                “ซึราระเป็นอะไรไป  เจ้ารู้หรือเปล่า”
                “ข้าไม่รู้  พี่สาวไม่ได้บกอะไรข้าเลย  มาถึงที่นี่ก็เอาแต่นั่งนิ่งอย่างเดียวเลย”

                “แล้วเจ้าไปทำอะไรกัน  ท่านริคุโอะถึงได้โมโหเลือดขึ้นหน้าแบบนั้น”

                อาโอตะโบถามข้อสงสัย  เพราะไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่นายน้อยของพวกเขาจะดูอารมณ์เสียขนาดนี้  โชเอย์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทั้งสามฟังก่อนจะคิกไปถึงอีกสองคนที่อยู่ในป่า  พร้อมกับภาวนาให้ทั้งคู่คุยกันให้รู้เรื่องไม่ใช่ทะเลาะกันเหมือนที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้

 

                นี่เราทำอะไรลงไป!

              กล้าเอาทวนน้ำแข็งจ่อคอท่านริคุโอะได้ยังไงกัน  เป็นบ้าไปแล้วหรอ?

                ซึราระที่วิ่งอยู่เกิดคำถามขึ้นในหัวมากมายแต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุดวิ่ง  จนริคุโอะที่ตามมาต้องรีบวิ่งขึ้นอีกเพื่อที่จะได้ไม่คลาดกับเธอ

                “ซึราระหยุดก่อน!

                ท่านริคุโอะ! แย่แล้ว

                เราเผลอทำอะไรลงไปตอนที่กำลังกลุ้มเนี่ย  ยิ่งเมื่อเห็นเขาแสดงอาการเป็นห่วงยิ่งกังวล  จนในที่สุดก็สติขาดทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิด  จนต้องวิ่งหนีเพราะทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เผลอทำลงไป

                ถ้าคนที่โดนท่านริคุโอะเอาดาบจ่อคออยู่ไม่ใช่โชเอย์ที่ดูแลเราดีตาตลอด....   ตอนนี้เราคงไม่ต้องมาวิ่งหนีขนาดนี้

                หลังจากวิ่งมาซักพักเธอก็รู้สึกเหนื่อยจนต้องหยุดพักเมื่อลองฟังดูแล้วไม่มีสียงคนตามมา  เธอจึงหยุดวิ่งแล้วยืนนิ่งๆเกือบนาทีก่อนจะมีแขนของใครคนนึงรัดเข้าที่เอว

                “เอ๊ะ!

                “ยอมหยุดวิ่งซะทีนะ....”

                เสียงหอบของริคุโอะดังขึ้นที่ข้างหู  ลมหายใจร้อนๆของเขาทำให้ซึราระยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ  วงแขนกว้างรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม   ....เหมือนกับจะกลัวเธอหนีหายไปไหน

                “เป็นอะไรไปหรอ  ซึราระ...”

                ริคุโอะพูดด้วยเสียงอ่อนล้าและเจ็บปวด  การที่ถูกเธอเมินทำให้เขาแทบคลั่ง  ยิ่งเมื่อเธอเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าเขาเลยทำให้สติของเขาแตกเอาได้ง่ายๆ

                “ปล่อยเถอะเจ้าค่ะ”

                “ไม่เจ้าวิ่งหนีข้าทำไมกัน?”

                เธอพยายามจะแกะมือของเขาออกแต่คนตรงข้ามกลับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม  แผ่นหลังของเธออยู่ชิดติดกับแผ่นอกกว้าง   จนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของเขาที่ดังออกมาเป็นจังหวะ

                “ข้าขอร้อง  ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะนะเจ้าค่ะ”

                น้ำเสียงเศร้าๆนั่นพุ่งโจมตีความคิดของริคุโอะ  จนเขาเผลอปล่อยแขนที่กอดร่างบางอยู่ออก  เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอผลักเขาออกและวิ่งหนีไปอีกครั้ง

                แต่อยู่ดีๆกลับมีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ร่างบางนั่น

                ริคุโอะที่ยืนนิ่งอยู่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ  เมื่อเป็นว่าร่างของเธอล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น โดยมีลูกธนูปักอยู่บริเวณท้อง  เลือดสีแดงไหลออกมาจากแผลนั่น

                “ซึราระ!!!

 

                “เกิดอะไรขึ้นครับ  ท่านริคุโอะ!”  เสียงของคุโรตะโบดังขึ้นมาก่อนที่ร่างของเขาจะมาถึงด้วยซ้ำ

                “ซึราระ!   เกิดอะไรขึ้นกับนางขอรับ”

                “มีคนยยิงลูกธนูลงมา  พวกเจ้ารีบไปตามหาตัวเจ้านั่นมา”

                “ขอรับ  คุบินาชิ  เจ้าคุ้มกันพาท่านริคุโอะกับซึราระกลับบ้านใหญ่ด้วยนะ”

                “อือ”

                “ไม่ต้อง...”   ริคุโอะกำลังจะปฏิเสธแต่คุโรตะโบกลับพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเข้ม

                “ไม่ได้ขอรับ  เพราะถ้ามันย้อนกลับมาอีกครั้ง  ท่านคงสู้กับมันทั้งที่ยังห่วงซึราระไม่ได้หรอกขอรับ”

                “ไม่ต้องห่วง  พวกเจ้ารีบตามไปเถอะ  ข้าจะดูแลทางนี้ให้เอง”

                “ถ้าได้เรื่องแล้วจะรีบแจ้งไปนะ  ขอตัวนะขอรับ”

                คุโรตะโบรีบวิ่งตามโชเอย์กับอาโอตะโบที่เข้าไปในป่าเพื่อตามหาคนที่ยิงธนู   ส่วนริคุโอะกำลังอุ้มร่างของซึราระเอามาในอ้อมแขน  ก่อนจะหันไปบอกคุบินาชิที่ยืนมองด้วยความเป็นห่วง

                “พวกเราเองก็รีบไปกันเถอะ  เดี๋ยวจะไม่...”

                วืดดดดด~~~

              มีลมเย็นพัดไปทำให้ทั้งสองคนนิ่งและตั้งท่าเตรียมระวัง

                มีคนอยู่แถวนี้!

                ลูกดอกพุ่งออกมาที่ร่างบางอีกครั้ง  แต่ริคุโอะมองเห็นก่อนจึงขยับร่างเพื่อที่จะหลบแต่กลับไม่พ้นโดนลูกดอกปักเข้าที่แขน  คุบินาชิใช้เชือกจับตัวตนที่ยิงได้ทันท่วงทีก่อนที่คนคนนั้นจะหายตัวไปอีกครั้ง

                “เจ้าเป็นใคร!!!

                คนที่อยู่ตรงหน้าสร้างความตกใจให้ทั้งสองคนเป็นอย่างมาก  เพราะเป็นเพียงเด็กชายอายุไม่น่าจะเกิน 9 ขวบด้วยซ้ำ

                “ผมไม่ได้ทำนะ!!!  พี่ชายคนที่ยืนอยู่บนต้นไม้เป็นคนทำ”

                เด็กน้อยรีบบอก  ก่อนคุบินาชิจะรีบขึ้นไปดู  แต่กลับไม่มีคนยืนอยู่แต่กลับมีกลิ่นไอบางอย่างที่คุ้นเคยหลงเหลืออยู่...

                “มีคนเคยอยู่ตรงนั้นจริงๆขอรับ  แต่ตอนนี้หนีไปแล้ว”

                ริคุโอะพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองเด็กชายที่ยืนมองเขาอยู่

                “แล้วเจ้ามาทำอะไรตรงนี้?”

                “ผมตามพีสาวคนนั้นมา...”

                เสียงเล็กๆพูดด้วยความเขินอาย  จนคุบินาชิยกยิ้มให้เด็กตัวเล็กแล้วเอามือลูบหัวเล็กๆนั่นอย่างเอ็นดู

                “ชอบพี่สาวหรอ”

                “ครับ”  เด็กหนุ่มตอบรับอย่างใสซื่อ ก่อนที่แก้มจะแดงขึ้นอย่างน่ารักจนคนมองอย่างริคุโอะโกรธไม่ลง

                “แต่ตอนนี้พี่สาวเขาไม่ว่างเล่นกับเจ้าหรอกนะ  กลับบ้านไปก่อนเถอะ  เดี๋ยวถ้าพี่สาวเขาพร้อมแล้วข้าจะพาพี่สาวไปหาเจ้าเองเลย  ข้าสัญญา”

                ริคุโอะพูดด้วยเสียงที่อ่อนโยน  เมื่อลองคิดว่าถ้าซึราระได้เจอเด็กคนนี้...เจ้าตัวจะต้องดีใจมากแน่ๆ  เพราะเธอชอบเล่นกับเด็กแถมเด็กคนนี้ยังน่ารักมากอีกด้วย เหมือนน้องชาย...

                “คุบินาชิพาเด็กคนนี้ไม่ส่งที่บ้านเถอะ”

                “ขอรับ”

                เด็กน้อยมองมาที่ซึราระด้วยสายตาเศร้าๆจนคุบินาชิต้องก้มลงไปกระซิบที่ข้างหู  ก่อนที่เด็กคนนั้นจะยิ้มกว้างเหมือนดอกไม้ผลิบานแล้วโบกมือให้เขาแล้วหันหลังเดินไปกับคุบินาชิ

                ริคุโอะมองดูแผ่นหลังของทั้งสองคนจนกระทั่งลับสายตา  ก่อนจะก้มมองร่างบางในอ้อมแขนและรีบเร่งเดินทางไปบ้านใหญ่

                อย่างเพิ่งเป็นอะไรนะซึราระ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #39 DeedeeWeedee (@DeedeeWeedee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 16:25
    คุบินาชิกระซิบว่าอะไรอะ (?? /// ??)?
    #39
    0