fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 21 : พูดคุย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 ต.ค. 60


               "คุณอิเอนากะคิดยังไงกับท่านริคุโอะเจ้าค่ะ"

                ซึราระถามหลังจากอยู่ตามลำพังกับคานะ คนถูกถามทำหน้าเศร้าเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงแผ่วเบา

                "ฉันขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพวกเธอแบบนั้น... ฉัน... "

                "ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ข้ารู้เนื่องทั้งหมดจากท่านฮาคุซะหมดแล้ว"

                ซึราระมองคนที่ก้มหน้าลงอย่างสงสาร ถูกฮาคุซะขอร้องแกมบังคับใช้ช่วยทำเรื่องไม่ดีไม่พอ ยังมีเรื่องโชเอย์เข้ามาอีก คนตรงหน้าเธอผอมลงกว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันซะอีก แม้จะผ่านไปแค่ไม่กี่วัน แต่คานะดูจะเปราะบางและพร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ... 

                "ฉันนี่ควรจะไปให้พ้นๆจากคนอื่นสักทีนะ"

                "ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะเจ้าค่ะ"

                "ฉันทำให้ริคุโอะคุงกับคุณโออิคาว่าทะเลาะกันหลายครั้งเหลือเกิน แถมยังทำให้ทั้งสองคนเจ็บตัวอีกแบบนี้"

                "มันเป็นเพราะแผนของท่านฮาคุซะต่างหากล่ะ"

                "แต่ฉันก็ทำให้... "

                คานะนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่น้ำใสๆจะไหลออกมาจากดวงตากลมโตช้าๆ 

                "คุณอิเอนากะเป็นอะไรเจ้าค่ะ ร้องไห้ทำไมกัน"

                ซึราระมองคานะอย่างตกใจ จนทำตัวไม่ถูก เธอจึงดึงคนที่กำลังร้องไห้ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดโดยไม่รู้ตัว คนที่ได้รับสัมผัสอบอุ่นชะงักไปด้วยความตกใจ

                "คุณ... "

                "ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ร้องออกมาเถอะ ข้าจะรับฟังท่านเอง"

                เมื่อได้รับคำอนุญาต คานะก็ปล่อยใฝโฮออกมาแล้วก่อนอีกฝ่ายเอาไว้จนแน่นราวกับกลัวที่จะสูญเสียอ้อมกอดนี้ไป... 

                ซึราระนั่งนิ่งให้คานะกอดอยู่นาน กว่าอีกฝ่ายจะหยุดเร้องไห้ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีไปแล้ว เธอค่อยๆดันคนในอ้อมกอดออกช้าๆ  ก่อนจะรวบรวมความกล้า แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปาก ก็มีเสียงดังข้างหลังมาชัดจังหวะไว้ก่อน

                "เจ้าแกล้งอะไรนางใช่ไหมซึราระ"

                "ท่านนี่เห็นข้าเป็นคนยังไงกันแน่ท่านฮาคุซะ! "

                ซีราระทำหน้าง้อใส่คนผมแดง  แล้วได้ยินเสียงหัวเราะจากคนที่เดินตามหลังมา

                ฮาคุซะมองเลยผ่านซึราระไปที่คานะ ก่อนจะพบว่าร่างบางกำลังพยายามเช็ดคราบน้ำตาอยู่  เขาจึงเดินเข้าไปใกล้เธอก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเธอ แล้วยื่นชายเสื้อไปให้อีกฝ่าย 

                คานะทำหน้างงๆ จนชายหมุ่นิีกคนต้องเอ่ยปากแทน 

                "ใช้มันเช็ดน้ำตาเจ้าเถอะ"

                "ขอบคุณ"

                ฮาคุซะมองคนที่กำลังจับชายเสื้อเช็ดหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย  ก่อนจะหันไปมองคนที่กำลังกลั้นยิ้มล้อเลียนเขาอยู่ แล้วส่งสายตาจิกกัดไปให้ทั้งสอง

                "เข้าไปในบ้านเถอะ ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว"

                เจ้าของบ้านเอ่ยปากชวน ฮาคุซะจึงลุกขึ้นยืนเมื่อพบว่าอีกคนเช็ดคราบน้ำตาออกไปหมดแล้ว แล้วช่วยพยุงร่างบางขึ้นช้าๆ แต่ยับไม่ทั้งที่จถยืนได้ดีคานะก็เกือบหล่นลงน้ำ จากอาการหน้ามืดถ้าไม่ติดว่ามีมือหนาเกี่ยวเอวเอาไว้ได่ทัน 

                "คุณอิเอนากะ! "

                ซึราระที่ยืนมองอยู่รีบวิ่งเจ้าไปหาคนที่กำลังจะล้มลงไปอีกครั้ง ใบหน้าซีดเซียวของอีกคนทำให้เธอเป็นกังวล 

                เธอจึงพยายามจะเดินเข้าไปช่วย  แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายยังไม่พร้อมรับความช่วยเหลือจากเธอ

                คานะค่อยๆดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของฮาคุซะ  ก่อนจะฝืนยิ้มให้กับคนที่มองมาที่เธอด้วยความเป็นห่วง 

                "ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ"

                คานะบอก  เธอก้าวไปได้แค่ก้างเดียวก็เกือบล้มไปอีกครั้ง 

                "ระวังหน่อยสิ"

 

 

                ร่างสูงที่แอบดูอยู่มองการกระทำนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

                ร่างบางอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอีกครั้ง ความกล้ชิดไม่ได้ทำให้ทั้งสองหวั่นไหวเพราะต่างก็มีคนในใจด้วยกันทั้งคู่  

                แต่ถ้ามองจากมุมของคนนอกการกระทำนั้นก็สามารถทำให้คนที่ใจเย็นร้อนจนเหมือนภูเขาไฟที่ใกล้จะประทุ  จนคนที่มาด้วยกันต้องยื่นมือมาจับแขนเขาเอาไว้ 

                "มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ"

                ".... "

                "เชื่อใจคานะจังไหม"

                สองหูของเขาไม่ได้ฟังคนพูด แม้ใจจะอยากเชื่อฟังในสิ่งที่หัวหน้าหนุ่มบอก  แต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาสะบัดแขนออกอย่างรวดเร็ว  แล้วพุ่งตัวออกไปหาคนที่ยังคงยืนกอดกันอยู่

                ก่อนจะกระชากร่างบางออกจากการเกาะหุมของชายหนุ่มอีกคนอย่างรวดเร็ว 

                เจ้าของใบหน้าซีดมองคนมาใหม่ที่จับแขนเธอไว้ด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ได้ทำหรือพูดอะไร เขาก็อุ้มเธอพาดบ่าแล้วพาออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของคนที่เหลือ 

                หญิงสาวอีกคนกำลังตกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม เธอกำลังจะเดินตามไปแต่มีมือปริศนายื่นมาจับที่แขน จนเธอต้องหันไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ 

                "ท่านริคุโอะ"

 

 

                ริคุโอะไม่ได้พูดอะไรแต่ดึงซึราระเข้ามากอดแทน  สองแขนโอบกอดเธอเอาไว้จนแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป แล้วซบใบหน้าลงไปที่ไหล่บางอย่างอ่อนแรง

                "เจอตัวซะที... ข้าคิดถึงเจ้ามาก..."

                คำพูดของเขาทำให้ร่างบางหยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนโดนสาป  ก่อนกระซิบตอบแบบอ๋อมแอ้ม

                "ข้าก็คิดถึงท่านเจ้าค่ะ"

                พอได้ฟังคำคิดถึงจากคนที่โหยหา  ริคุโอะก็เหมือนกลับจะได้พลังทั้งหมดกลับคืนมา เขาจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น 

                แน่น... จนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจที่ค่อยๆกลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอีกครั้ง

                "เราไปกอนข้าวกันเถอะ  ข้าหิวจนตาลายหมดแล้ว"

                เสียงที่เอ่ยขึ้นทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างเขินอาย  ร่างบางก้มหน้าลงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา  ทำให้ริคุโอะหันไปส่งสายตาคาดโทษให้คนขัดจังหวะ  

                แต่คนถูกมองกลับส่งสายตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวมาให้แทน แล้วหันหลังหนีเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่เร่งรีบ 

                ริคุโอะเลยเลื่อนมือไปจับมือเล็กขึ้นมาเกาะไว้  แล้วออกแรงดึงให้คนตัวเล็กเดินตามไป  แต่ก้าวได้ยังไม่ถึงสามก้าว ร่างเล็กก็หยุดเดินแล้วหันไปมองคนตัวสูงยืรนิ่งไม่ขยับตัวไปไหน  

                "ท่านฮาคุซะ"

                "เจ้าเข้าไปก่อนเถอะ"

"แต่... "

"ไม่ต้องเป็นห่วงคานะจังหรอกนะ  โชเอย์ไม่ทำร้ายดวงใจแน่นอน"

                ริคุโอะพูดแล้วออกแรงลากซึราระให้เดินอีกครั้ง  แต่สายตากละบมีคำถามมากมายจนคนข้างๆรู้สึกได้  

                "ท่านริคุโอ  มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกข้าได้นะเจ้าค่ะ

                "ซึราระ...   ฮาคุซะคิดยังไงกับคานะจังหรอ"

                "ฮะ!? "

                ซึราระอุทานออกมาก่อนจะลอบมองคนตัวสูงอย่างสงสัย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจ แต่แค่แปลกใจก็เท่านั้นเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของอีกฝ่าย

                "ฮาคุซะชอบคานะจังใช่ไหม"

                "ทำไมท่านถึงคิดแบบนั้นล่ะเจ้าค่ะ"

                "ก็สายตาของเขามันเหมือนกับสายตาของข้าเวลาที่มองซึราระเลยนี่น่า"

                ริคุโอะพูดพร้อมกับมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้า จนคนถูกมองหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย 

                "ข้าว่ามันเหมือนสายตาของท่านเวลามองคุณอิเอนากะมากกว่านะเจ้าค่ะ"

                คนฟังชะงักไปก่อนจะมองคนพูดด้วยสายตาเป็นกังวล แต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา 

                ซึราระตั้งใจจะพูดล้อเลียนชายหนุ่มเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องนี้  

                แต่คนที่ยังมีชะงักติดหลังอยู่อย่างเขากลับเข้าใจผิดคิดว่าเธอยังโกรธอยู่ จึงหยุดเดินแล้วหันกลับมามองเธออย่างจริงจัง ด้วยแววตาขอโทษ

                "ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคานะจังแบบนั้นแล้ว...  ที่ผมจูบกับคานะจังครั้งนั้นมันเป็นอุบัติเหตุไม่มีอะไนเกินเลยเลยนะ"

                น้ำเสียงอ่อนโยนและแววตาจริงใจของริคุโอะกระตุ้นให้หัวใจดวงน้อยๆเต้นแรงยิ่งขึ้น    แถมยังรู้สึกผิดกับอีกฝ่ายแทนซะงั้น 

                "ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดี ให้อภัยข้าเถอะนะ"

                ซึราระสบตาคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกอบอุ่น แม้จะรู้ความจริงทั้งหมดแล้วแต่การที่เขายังคงเห็นความรู้สึกของเธอเป็นเรื่องสำคัญ  มันทำให้เธอดีใจจนแทบบ้า

                "ผมรักซึราระมากนะ  ยกโทษให้ผมเถอะ"

                ถ้อยคำอ่อนหวานทำให้ซึราระล่องลอยไปกับอากาศ แต่เทียบไม่ได้เลยเมื่อริมฝีปากที่เอ่ยคำหวานนั้นทาบทับลงมาแย่างแผ่วเบาก่อนจะแปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของคนตัวสูง

                ความอบอุ่นของร่างกายเขา อ้อมกอดแข็งแรงที่พร้อมปกปเองเธอ และความหอมหวานแสนอ่อนโยนที่เขามอบให้                ทำให้ซึราระเหมือนตกอยู่ในความฝันที่มีผีเสื้อนับพันตัวบินอยู่

                สัมผัสอ่อนหวานค่อยๆลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นเมื่อเธอเป็นฝ่ายตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ ลิ้นหนาลอดเข้ามาฝ่ายในปากของเธอก่อนจะหยอกเย้ากับลิ้นของเธอ  มือบางโอบรอบคอของเขาไว้เพื่หาที่พยุง  ช่องว่างระหว่างทั้งสองคนค่อยๆหายไปจนแทบไม่เหลือ  เหมือนกับหัวใจที่ค่อยๆได้รับการเติมเต็มทีละนิด

                จนกระทั่งอีกคนพอใจเขาจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า  คล้ายกับกำลังเสียดายความหอมหวานราวดอกไม้จากเธอ   ใบหน้าคมลากริมฝึปากอุ่นๆไปกระซิบที่ใบหูของซึราระด้วยความรักใคร่

                "ดีกันเถอะนะคนดี"

                ร่างบางสั่นสะท้านไปหมดจนคนตัวสูงยกยิัมอย่างพอใจ  แล้วซุกใบหน้าลงไปที่ซอกคอขวาของอีกฝ่าย พร้อมกับกดริมฝีปากทิ้งร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของลงไปช้าๆ  ราวกับต้องการทรมานเธอด้วยความหวาบหวามภายในใจ มือที่ว่างอยู่ก็เลื่อนไปสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกายเธออย่างจงใจ 

                "ขะ... ข้าไม่ได้โกรธท่านแล้ว  หยุดเถอะเจ้าค่ะ! "

                "จริงหรอ? "

                ชายหนุ่มแกล้งถาม  ยิ่งเมื่อเห็นแก้มแดงๆกับการออกแรงพยายามผลักเขาแล้วยิ่งดูน่าเอ็นดู 

                "จริงเจ้าค่ะ!   ข้ารู้แล้วว่ามันเป็นแผนของท่านฮาคุซะ"

                ริคุโอะนิ่งไปก่อนจะยิัมเจ้าเล่ห์   นี่รู้อยู่แล้วแต่ยังมาทำนิ่งไม่บอกแล้วปล่อยให้เขากระวนกระวายใจแบบนี้... ต้องสั่งสอนให้เข็ดสักหน่อยแล้ว

                "ไม่โกรธแล้วจริงๆใช่ไหม"

                "เจ้าค่ะ!   ข้าหิวแล้วนะ  เรารีบเข้าไปท่นข้าวกันเถอะค่ะ  ท่านเซ็นกับท่านฮาคุซะคงจะรอนานแล้ว"

                "ช่างสองคนนั้นสิ ข้าเองก็รอเจ้ามานานแล้วเหมือนกันนะ"

                "รออะไรเจ้าค่ะ? "

                ซึราระถามอย่างสงสัยและพยายามผลักเขาออกห่างอย่างไม่ลดละ   แต่แรงของเธอจะไปสู้อะไรเขาได้  

                "เราไม่ได้เจอกันมากี่วันแล้วซึราระ"

                "ทะ... ทำไมเจ้าคะ? "

                "เจ้าลืมแล้วหรอว่าตกลงอะไรไว้กับข้าน่ะ? "

                ร่างบองมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยก่อนจะคิดย้อนไปถึงเรื่องที่เคยคุยกันไว้  ก่อนจะตาโตด้วยความตกใจ

                ตายแล้ว.... 

                เมื่อคิดได้ซึราระก็ดิ้นแรงขึ้นกว่าเดิมเพื่อหนีจากหมาป่าอันตรายตรงหน้า  แต่อีกฝ่ายกลับกระซับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแทน  ก่อนจะกระซิบถ้อยคำอันตรายด้วยน้ำเสัยงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความนัย  รวมทั้งสายตาแสนเจ้าเล่ห์นั้นด้วย 

                "งั้นผมของกิน 'ขอหวาน' ก่อนนะ"

                ว่าจบริมฝีปากอุ่นของเขาก็ทำการกินของหวานตรงหน้าโดยไม่รอคำตอบด้วยจุมพิตแสนร้อนแรงที่แทบจะจุดไฟในตัวเธอให้ลุกโชนได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน... 

 

 

                "อาหารเย็นหมดแล้ว  พวกเจ้ามัวไปทำอะไรมา"

                ทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องอาหาร  คำถามแรกจากเจ้าของบ้านที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดทำให้คนที่เจ้ามาใหม่ลอบมองหน้ากันด้วยความงุนงง

                "โมโหอะไรมาน่ะเซ็น"

                ริคุโอะถามด้วยความข้องใจ   แต่คนถูกถามกลับเมินเฉยแล้วหันไปสนใจอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแทน

                "ว่าแต่พวกเจ้าไปไหนกันมา  ทำไมเพิ่งมาถึง? "

                ฮาคุซะที่นั่งอยู่ถามอย่างเหม่อลอย 

                "เรื่องส่วนตัว"

                ริคุโอะตอบก่อนจะดึงคนตัวเล็กให้นั่งลงข้างกาย สักพักสำรับอาหารก็มาถึง  เขาลงมือทานอาหารด้วยท่าทางเรียบเฉย แต่สายตาก็ลอบสังเกตคนในห้องอีกครั้ง   ท่าทางที่ทำเหมือนคนปกติของทั้งสองทำให้ริคุโอะที่แอบมองอยู่ลอบถอนหายใจด้วยความหนักอกหนักใจ

                จัดการเรื่องของตัวเองเสร็จแล้วยังต้องมาช่วยคนอื่นอีกหรอ

                เรื่องเซ็นไม่เท่าไหร่  เพราะว่าเป็นคนสนิท... 

                แต่ทำไมเขาต้องมาช่วยคนเจ้าแผนการที่ทำให้เขาทะเลาะกับซึราระด้วยนะ!  

                ไม่เข้าใจจริงๆ  แต่เอาเถอะเพื่อความสบายใจของคนข้างกาย  เขายอมทำให้ได้ทุกอย่างเพื่อชดเชยเวลาที่ทำร้ายร่างบางไป

                "ทะเลาะกันมาหรอ? "

                คำพูดลอยๆของชายหนุ่มทำให้คนนึงหันมามองเขาอย่างแปลกใจ ส่วนอีกคนกลับสะดุ้งจนเกือบทำชามในมือหล่น 

                "มีเรื่องอะไรก็ค่อยๆคุยกันสิ  เจ้าเองก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมไม่ใช่หรอ? "

                ริคุโอะเลิกสนใจแล้วหันไปคีบปลาไปใส่ในถ้วยของซึราระด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จนเธอต้องก้มหน้าลงเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังแดงจัดด้วยความเขินอาย

                "กินเยอะๆสิ  เจ้าตัวผอมเกินไปแล้วนะ"

                ริคุโอะบ่นด้วยความเป็นห่วง      ส่วนคนถูกบ่นก็ยกชามข้าวขึ้นมาบังใบหน้าที่กำลังลอบยิ้มอย่างรวดเร็ว 

ก็เธอยังไม่หายโกรธเขานี่น่า... 

                "ข้าอิ่มแล้ว  ขอตัวก่อนนะ"

                ซึราระเงยหน้าขึ้นไปมอง  ก่อนจะพบเจ้าของบ้านลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางอ่อนแรง เธอเลยลากสายตาไปมองที่ฮาคุซะแทน  ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองตามหลังเซ็นด้วยใบหน้ายุ่งยากใจเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่  ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาแล้วยกสาเกขึ้นดื่นพร้อมกลับหันไปสนใจสิ่งอื่นแทน

                นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้รึเปล่านะ

                ซึราระตั้งคำถามกับตัวเองในใจ ก่อนจะเลิกสนใจฮาคุซะแล้วหันหน้ากลับมา้จอกับคนข้างกายที่กำลังส่งยิ้มมาให้เธอใจเต้นแรง  แต่เธอเลือกที่จะเมินเฉยต่อท่าทางของอีกคนแล้วหันกลับไปจัดการอาหารตรงหน้าแทน 

                "ข้าขอตัวก่อนนะ"

                ฮาคุซะพูดแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้ใครตอบรับ    ทิังให้ซึราระอยู่กับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ตามลำพัง  คนตัวสองจึงขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นจนเธอต้องหันไปมองค้อนใส่ 

                "ขยับมาทำไมเจ้าค่ะ?   ห้องก็ออกจะกว้าง"

                “ก็ข้าอยากอยู่ใกล้ๆกับหัวใจของข้านี่น่า  มันผิดด้วยหรอ? "

                ยัง... ยังจะมาทำหน้าใสซื่อแบบเด็กน้อยอีกนะ!   แล้วไอ้คนที่ชอบแกล้งในเธออายต่อหน้าคนทั้งบ้านเมื่อตอนเย็นหายไปไหนแล้วล่ะ?! 

                "ผิดที่ตรงนี้ไม่มีหัวใจของท่านไงล่ะเจ้าค่ะ"

                ซึราระพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่คนฟังกลับตีความหมายของประโยคดังกล่าวไปตามแรงอารมณ์แบบกู่ไม่กลับเพราะท่าทางของเธอ 

                น้ำเสียงเย็นชาและท่าทางที่เปลี่ยนจากอ่อนโยนป็นแข็งกร้าวอย่างรวดเร็ว  จึงทำให้ซึราระสะดุ้งและถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว

                "นี่เรายังคุยกันไม่รู่เนื่องอีกหรอ ภูติหิมะ? "

                 "ท่านริคุโอะจะทำอะไรเจ้าค่ะ"

                ซึราระถามเสียงหลงและพยายามขยับตัวหนีแต่กลับถูกมือหนาจับเอาไว้ทำให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้  

                ร่างบางถูกยกขึ้นให้ไปนั้งบนตักของคนที่กำลังโกรธด้วยแรงมหาศาล  มือทั้งสองข้างถูกรอบเอาไว้ที่ด้านหลังด้วยมือข้างเดียวจนไม่สามารถขยับตัวได้ 

                "ข้าเจ็บนะเจ้าค่ะ! "

                "เจ็บสิดี!   เจ้าจะได้รับรู้บ้างว่าการถูกทำร้านโดยคนที่รักมันทรมานขนาดไหน!!! "

                ซึราระมองคนที่กำลังสติแตกด้วยความตกใจ สายตาของเขาที่จ้องมองมาทำให้ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจ  ก่อนที่ริมฝีปากจะถูกบดขยี้อย่างรุนแรงจากคนตรงหน้า

                "อื้อ!   อื้อ! "

                ร่างบางพยายามประท้องเขาด้วยการปิดปากให้แน่นที่สุด  แต่กลับถูกคนเอาแต่ใจขบริมฝีปากจนทนไม่ไหวต้องเปิดปากออก ก่อนที่อีกฝ่ายจะสอดลิ้นเข้ามาเธอก็กัดมันอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวของเลือด คนตัวสูงถึงได้ผละออกไปอย่างหัวเสีย

                "ข้าเกลียดท่าน! "

                น้ำเสียงสั่นๆและสายตาที่ต็มไปด้วยความหวาดกลัวของร่างบางในอ้อมกอดช่วยกระชากสติที่หลุดลอยของริคุโอะกลับมาอย่างรวดเร็ว

                "ท่านไม่เคยฟังอะไรเลย!  ไม่เคยเชื่อใจข้า!  ท่านเอาแต่ทำร้ายข้ามาตลอด! "

                "แต่ข้ารักเจ้า! "

                "จะให้ข้าเชื่อคำพูดของท่านหรอ?!   คำพูดของคนที่ทำร้ายข้ามาตลอด! "

                "... "

                "และการกระทำของท่านมันก็ไม่ใช่!!! "

                ซึราระตะโกนใส่ริคุโอะทั้งน้ำตา ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตาที่กำลังไหลรินลงมาไม่ขาดสาย  รวมทั้งร่างกายที่กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัว

                ... เป็นอีกครั้งที่เขาทำร้ายเธอด้วยความตั้งใจ 

"ข้าขอโทษ... "

                มือหนาค่อยๆเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าสวยช้าๆ   สายตารู้สึกผิดและน้ำเสียงแผ่วเบาของเขาทำให้คนที่กำลังร้องไห้อยู่ไม่สามารถหยุดน้ำตาได้ มือบางที่ถูกปล่อยทุบเขาเพื่อระบายความอัดอั้นและหนีออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย  แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเขาซุกใบหน้าลงที่ไหล่บางและกอดเธอแน่นขึ้น

                แน่นจะนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน... 

                "ข้าขอโทษ... ข้าทำเจ้าเจ็บตัวอีกแล้ว... แต่เจ้าเองก็ทำข้าเจ็บใจเหมือนกันนะ"

                คนตัวสูงเอ่ยด้วยเสียงอู้อี้คล้ายคนกำลงัร้องไห้จนร่างบางที่ซุกใบหน้าอยู่ที่อกกว้างค่อยๆผละออกมา  

                ซึราระเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อเห็นน้ำตาจากดวงตาคมคู่นั้น หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกผิด ประโยคต่อมาของเขายิ่งเหมือนจะตอกย้ำในสิ่งที่เธอทำ

                "ทุกครั้งเจ้าเอาแต่บอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...มันทำให้ข้าเจ็บ"

                "... "

                " ทุกครั้งที่เจ้าทำท่าทีที่ห่างเหิน... มันทำให้ข้าปวดใจ"

                "... "

                "ทั้งๆที่ข้าบอกรักเจ้าทุกวัน...  แตาเจ้ากลับไม่เคยแม้แต่จะพูดอะไรออกมา... แม้แต่คำนั้น"

                ซึราระทำสีหน้าเจ็บปวดก่อนจะยกมือบางเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ แล้วยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

                ข้าควรจะต้องเป็นฝ่ายย้อยใจไม่ใช่หรอ?  

                แล้วทำไมเราถึงได้สลับบทกันแบบนี้ล่ะ

                "ข้าไม่เคยคืดแบบนั้น  แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ท่านรู้สึกแบบนั้นด้วย"

                ซึราระบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง  ก่อนจะสบตาริคุโอะอย่างสื่อความหมาย 

                "เจ้ารู้สึกยังไงกับข้ากันแน่"

                ร่างบางเม้นปากแน่นอย่างสับสน

                "... ช่วยบอกข้าทีเถอะ  ข้าทนอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว... "

                ซึราระยังคงเงียบ ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย พร้อมทั้งทบทวนกับตัวเองว่าที่ผ่านมาการกระทำของเขามันมากพอที่จะทำให้เธอเชื่อใจและลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำได้ไหม

                คนเข้มแข็งตรงหน้าอ่อนแอลงก็เพราะเธอ.... เพคาะความไม่มั่นใจของตัวเธอ  

                ตัวเขาที่อ่อนแอไม่เคยมีใครได้สัมผัส... นอกจากเธอ

                หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเมื่อสบตากับริตุโอะอีกครั้ง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกทำให้เธอตัดสินใจได้

                เธอเลือกที่จะเชื่อเขาอีกครั้ง... ครั้งสุดท้ายสำหรับคนตรงหน้า... 

                "... ข้ารักท่านเจ้าค่ะ"

                เสียงเอ่ยที่แสนแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศแต่กลับสั่นหัวใจของคนฟังได้ราวกับแผ่นดินไหว 

                "เจ้าว่ายังไงนะ...? "

                "... ซึราระรักท่านริคุโอะเจ้าค่ะ"

                "ข้าเองก็รักเจ้า  รักมาก... "

                วันนี้หัวใจทั้งสองดวงกำลังเต้นพร้อมกันอีกครั้ง  

                ด้วยความสัมผัสที่มั่นคงและหัวใจที่เต้นแรงด้วยความยินดี... 

                ... ไม่มีความสับสนอีกแล้ว

                ... ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเรา

                ต่อจากนี้เราทุกวันเขาจะทำให้เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับคนตรงหน้า  

                "อยู่ด้วยกันไปตลอดเลยนะ"

                มั่นคง... และไม่มีวันสั่นคลอน...

                                                                                                                                                                                                                              

กลับมาแล้วค่าาา  ขอโทษที่หายไปนานเลย
งานเยอะมาค่ะ   เลยไม่มีเวลามาแต่งฟิคเลย  
ขอบคุณทุกยอดวิว คอมเม้น  และfav.  นะค่ะ  เราดีใจมากๆเลย  
ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านคู่นี้อยู่   ต่อจากนี้เราจะไม่หาปแบบนี้อีกแล้วค่ะ  ^^ 
ตอนหน้าจะเป็นคู่ของโชเอย์กับคานะนะค่ะ  มารอลุ้นกันดีกว่าว่าโชเอย์โหมดโหดของเราจะเป็นยังไง  ^∆^
ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ   เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ  ^^/
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #52 chatameena (@fahjinjutha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:30
    ฟินค่าาาาา
    #52
    0
  2. วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 16:42
    ตอนหน้าขอตัวใหญ่ๆได้ไหมครับมันมองยาก
    #51
    0