fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 17 : ตลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

                อยู่ๆเธอก็รู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆพัดผ่านหลังเธอไป  คล้ายๆกำลังจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นเลย...

                “เป็นอะไรไปน่ะ   ซึราระ?  ไม่สบายหรอ  ทำไมตัวสั่นขนาดนั่นล่ะ”

                “ปะ...เปล่า   เจ้าคิดมากไปแล้วนะเคะโจโร”

                “เสียงเจ้าดูไม่มั่นใจเลยนะ”

                ซึราระมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย  โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ากำลังมีคนยืนซ้อนอยู่ด้สนหลัง  ในจังหวะที่เธอหันกลับมา  ใบหน้าของเธอจึงชนกับแผ่นอกกว้างอย่างแรงจนเธอเกือบล้มลง  ถ้าไม่มีมือมาโอบกอดเธอไว้ซะก่อน 

                กลิ่นหอมอ่อนๆ  ที่แสนคุ้นเคยทำให้หัวใจของซึราระเต้นแรงขึ้น

                “ท่านริคุโอะ!

                ร่างสูงยิ้มบางๆให้กับท่าทางแบบนั้นของเธอ   ก่อนที่เธอจะได้ทันระวังตัว  ริคุโอะก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

                “ท่านริคุโอะเจ้าค่ะ!

                “อะไร?”

                “นี่มันในห้องครัวนะเจ้าค่ะอีกย่างเคะโจโระก็อยู่ด้วย”

                “ถ้าเป็นที่อื่นซึราระจะยอมผมหรอ?”

                “...”

                “แล้วอีกอย่างผมก็ไม่เห็นใครเลยนะ  ...นอกจาก เราน่ะ”

                ซึราระหันกลับไปมองก็พบว่าไม่มีร่างของเพื่อนสาวจอมเจ้าเล่ห์อย่างเคะโจโระอยู่แล้ว  แถมตอนนี้ก็ยังมีแค่...เราเท่านั้น

                ...แค่เขากับเธอ

                “ปล่อยได้แล้วเจ้าค่ะ”

                “ไม่ปล่อยหรอก   ผมคิดถึงซึราระมากนะ  ไม่ได้กอดตั้งนาน...”

                เขากำลังอ้อนเธออยู่...แต่ถ้าเธอไม่หลงกลเข้าซะอย่าง  ยังไงๆเขาก็ไม่กล้าล่วงเกินเธอหรอกมั้ง...

                “ท่าน...”

                ริคุโอะจูบซึราระอย่างรวดเร็ว  จนเธอตั้งตัวไม่อยู่กับสัมผัสที่แสนอ่อนโยนของเขา   เนิ่นนานจนเธอแทบหมดลมหายใจ  เขาถึงยอมเปล่าให้เธอได้หายใจ

                ร่างบสงเกะไหล่ของริคุโอะไว้เพื่อหาที่ยึด  อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไร  เขาทำแค่เพียงกอดเธอให้แน่นขึ้นก็เท่านั้น 

                “ไม่นานนะเจ้าค่ะ...”

                “?”

                “...ท่านก็กอดข้าอยู่ทุกวันเลยนี่น่า   มาทำแบบนี้ข้า...อ๊ะ!

                ริคุโอะปิดปากร่างบางอีกครั้งอย่างจงใจ  แต่คราวนี้อีกฝ่ายไม่ยอมง่ายๆ  จึงพยายามผลักเขาออก  แต่แรงเธอก็สู้แรงของเขาไม่ได้อยู่แล้ว...  เมื่อถอนจูบออกอีกครั้ง เขาก็เลื่อนไปที่แก้มใสๆ  และหอมเธออยู่อย่างนั้น

                “พอแล้วเจ้าค่ะ  ทำแบบนี้ข้าเสียหายนะเจ้าค่ะ”

                “เสียหายยังไงล่ะ?”

                “...ก็ข้ากับท่านเราไม่ได้...”

                “อย่าพูดนะ!

                “...”

                ร่างบางนิ่งไปด้วยความตกใจ   เขาไม่เคยตะคอกเธอแบบนี้มาก่อน   และแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด...

                นั่นสินะ...  เขาพยายามที่จะชัดเจนกับเธอขนาดนี้แล้ว   ตอนนี้ก็มีแค่เธอฝ่ายเดียวที่ไม่ยอมทำให้อะไรๆมันชัดเจน

                เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นไปมองเขา  แล้วเห็นว่าเขามองไปทางอื่น  เหมือนไม่อยากจะทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องนั้น...   ซึราระยิ้มกับมุมนี้ของเขา  มุมที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้สัมผัสมัน

                เธอเลยเอาแขนโอบรอบคอเขา  จนทำให้อีกฝ่ายหันกลับมามองเธออย่างแปลกใจ 

                ก็ร่างบางไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย   หัวใจของริคุโอะเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมอย่างบ้าคลั่ง...เพียงแค่สัมผัสของเธอ  ก่อนที่ทุกอย่างจะร่องลอยไปกับสายลมเพราะการกระทำต่อมา

                ร่างเล็กจรดริมฝีปากลงที่ริมฝีปากเขาเบาๆก่อนจะค่อยๆรุกเขาอย่างเชื่อช้า  เหมือนจะทำให้เขาขาดใจ  ความหอมหวานที่ได้ลิ้มลองยังคงติดตรึงอยู่ที่ริมฝีปาก  จนเขาแทบไม่อยากจะปล่อยเธอไป

                แต่เธอก็ลงโทษเขาด้วยการค่อยๆถอนจูบออกไปอย่าอ้อยอิ้ง  ใบหน้าหวานแดงขึ้นอย่างน่ารัก  จนริคุโอะอดใจไม่ไหวแล้วจูบเธออีกครั้ง

                “พ...พอแล้วเจ้าค่ะ”

                ซึราระโพล่งขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบออกไป  ไม่น่าเลย...  เธอไม่น่ารู้สึกเห็นใจเขาแล้วเป็นฝ่ายทำอะไรแบบนั้นเลย..

                แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของริคุโอะ  ทำให้ซึราระยิ้มตาม  เธอคิดถูกแล้วสินะ...แม้จะเสี่ยงหรือเปลืองตัวไปหน่อย  แต่ถ้าเพื่อรอยยิ้มแบบนี้  จะให้ทำอะไรแลกเธอก็ยอม...

                “ซึราระน่ารักมาก  ผมรักซึราระนะ”

                ริคุโอะมองซึราระที่ยิ้มพร้อมๆกับเขา  ใบหน้า  กลิ่นกาย  สัมผัส  แลละความหอมหวานพวกนั้น..ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต  เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมันให้หลุดมือไปอีกครั้ง  จะทำทุกอย่างเพื่อรักษามันเอาไว้...

                “...รัก”

                เสียงหวานเอ๋ยอย่างแผ่วเบาเหมือนกับต้องการให้มันลอยหายไปกับลายลม  แต่ว่าริคุโอะกลับได้ยินมันชัดเจนไปถึงหัวใจ...  แม้เธออาจจะยังไม่ยอมรับเขาอย่างมั่นใจ  แต่เขาจะต้องทำให้เธอมั่นใจและพูดมันออกมาอีกครั้งให้ได้

                “รักมากนะ..”

                ทั้งสองคนค่อยๆจูบกันอีกครั้งอย่างอ่อนโยน  ความหวานของมันค่อยๆเติมเต็มช่องว่างในใจทีละนิด  ทีละนิด...

 

          “อะแฮ่ม!

                เสียงที่ดังขึ้นทำให้ริคุโอะกับซึราระสะดุ้ง  ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินเข้ามาใกล้  แล้วเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะอย่างอารมณ์ดี

                ใบหน้ารู้ทันปนเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายทำให้ริคุโอะรีบกระชับอ้อมกอดจนแน่น  แล้วถามเขาด้วยเสียงหงุดหงิดแบบไม่ปิดบัง

                แต่นั้นกลับยิ่งทำให้อีกคนหัวเราะกลับอย่างอารมณ์ดี

                “มีอะไรสำคัญหรือไง?”

                “เปล่า~  คนกำลังมีความรักอย่าหงุดหงิดง่ายๆสิ”

                “...”

                เซ็นมองอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก ใจจริงอยากจะแกล้งอีกฝ่ายให้มากกว่านี้อีกนิด  แต่พอเห็นว่าอีกคนในอ้อมแขนของริคุโอะกำลังพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดแล้วก็อดสงสารไม่ได้

                “เซ็นคุง....  ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปเลย”

                “เจ้าถึงกับไล่ข้าเลยหรอ”

                “...”

                “แต่ใครบอกกันล่ะว่าไม่มีอะไร?”

                “ว่ามาสิ”

                “มันไม่เกี่ยวกับเจ้าริคุโอะ  คนที่เจ้ากอดอยู่ต่างหากที่ข้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะ”

                “ซึราระหรอ?”

                ร่างสูงก้มมองร่างบางที่ทำหน้าสงสัยไม่ต่างกัน  ก่อนจะกลับไปมองอีกคนที่ยืนจ้องเขาอยู่  แล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนที่ถูกแย่งของรักไป 

                ริคุโอะจึงปล่อยให้ซึราระเป็นอิสระ  ร่างบางจึงหันกลับไปหาเซ็นที่ยืนกอดอกพิงประตูมองอยู่

                “ท่านเซ็นมีเรื่องอะไรหรอเจ้าค่ะ?”

                ซึราระแทบไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำตอนที่เห็นเขามาหาเธอ  แต่เธอจะทำให้ริคุโอะที่มองอยู่สงสัยไม่ได้เด็ดขาด 

                เจ้าอยากให้ริคุโอะรู้เรื่องนี้ไหม?

            เสียงที่ดังขึ้นในหัวทำให้ซึราระมองหน้าอีกฝ่ายอย่างชั่งใจ  ก่อนที่สายตาอ้อนวอนของเธอจะทำให้เซ็นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

                “...ริคุโอะเจ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหม”

                “!!!

                มันไม่ใช่ประโยคคำถาม  แต่มันคือประโยคคำสั่งที่ส่งมาให้เขาพร้อมความเกรงขามของอีกฝ่าย

                “ทำไมล่ะ  ผมอยู่ด้วยไม่ได้หรอ”

                เซ็นมองริคุโอะนิ่งๆ  ใจจริงเขาก็ไม่อยากปิดบังเรื่องนี้กับอีกฝ่ายหรอก  ถ้าไม่ติดว่ากลัวใครบางคนจะเตลิดหนีไป  แล้วเรื่องราวจะยุ่งวุ่นวายกว่าเดิม

                “...มันเป็นเรื่องที่พูดยากนะ”

                “...”

                “เจ้าอยากให้ซึราระไม่สบายใจหรอ”

                เมื่อจบประโยคนั้น  ริคุโอะก็หันไปมองซึราระที่ก้มหน้าไม่ยอมสบตากับเขา

                แม้จะโกรธที่อีกฝ่ายทำแบบนั้นมากแค่ไหน  แต่เขายังไม่อยากทะเลาะกับเธออีก  จึงเป็นฝ่ายยอมลงให้เธอบ้าง

                “ซึราระไม่เป็นไรแน่นะ”

                “...เจ้าค่ะ”

                ริคุโอะมองหน้าซึราระต่อเล็กน้อย  ก่อนที่จะเดินเข้าไปลูบผมเธอเบาๆแล้วจูบที่หน้าผากของเธอ  แล้วเดินออกไปเงียบๆ

                ซึราระมองแผ่นหลังของเขาไปอย่างเศร้าสร้อย...  เธอไม่อยากปิดบังเขา  แต่ก็ไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้ด้วย  สิ่งที่เธอทำมันอาจจะไม่ผิด  แต่ความรู้สึกที่เหมือนโดนคนหักหลังแบบนั้น  เธอไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนั้นอีกแล้ว...

                ร่างบางปาดน้ำตาทิ้งแล้วมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า 

                สายตาเรียบเฉยแบบนั้น...  เหมือนกันจริงๆเลยนะ

                “...โชเอย์คุง  เป็นคนบอกท่านสินะ”

                “...”

                การที่เขาไม่ตอบก็อธิบายได้ชัดเจนแล้ว  แม้ตัวเองจะไม่มีเวลามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง  แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอเลยสินะ

                “เจ้าจะโกรธโชเอย์หรอ”

                “ไม่เจ้าค่ะ...”

                “...”

                “ข้าอยากจะขอบคุณเขามากกว่า”

                รีบๆทำให้เรื่องนี้จบลงจริงๆซะทีเถอะ...

 

         ริคุโอะเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ... 

                ซึราระมีเรื่องอะไรทำไมไม่ยอมบอกผมกันนะ....

                รังสีความไม่พอใจแผ่กระจายออกมาจากตัวของเขา  จนคนอื่นๆไม่กล้าเข้ามาทัก  ยกเว้น....

                “ริคุโอะคุง?”

                ริคุโอะเจอกับคานะและโชเอย์ที่หน้าบ้าน  ทั้งสองคนมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า  มันทำให้เขาอิจฉาจนอยากจะเข้าไปกระชากสองคนนั้นออกจากกัน

                “นายน้อยเป็นอะไรหรอครับ”

                มีเกาะป้องกันแห่งความรักหรอ?  ทำไมความเกรงขามของเขาถึงไม่สามารถทำอะไรสองคนนี้ได้เลย

                ทำไมยังอารมณ์ดีกันอยู่นะ

                “เปล่าหรอก... ว่าแต่ทั้งสองคนกำลังจะไปไหนกันหรอ”

                “คือว่า...”

                คานะกับโชเอย์หันมาสบตากันก่อนจะยิ้มกว้างแล้วพูดออกมาพร้อมกัน

                “พวกเรากำลังจะไปทำตามสัญญากัน”

                “สัญญา?”

                “ข้าว่าจะพาท่านคานะไปที่...”

                โชเอย์เดินเข้าไปใกล้กับริคุโอะแล้วกระซิบชื่อสถานที่กับอีกฝ่าย 

          เมื่อได้ฟังชื่อสถานที่แล้ว  ริคุโอะก็กระพริบตาปริมๆมองอีกคน  ก่อนจะระบายยิ้มออกมา  ก่อนจะเอื้อมมือไปตบบ่าอีกคนอย่างนึกสรุก 

                “โชเอย์คุงสุดยอดไปเลย”

                “นายน้อย...”

                “ผมอิจฉาจังเลยนะ  ได้ไปสถานที่สำคัญแบบนั้นด้วยกันแบบนี้๐

                “ก็มันเป็นคำสัญญาที่ต้องรักษานี่จ๊ะ”

                “นายน้อย  ท่านเองก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ไม่ใช่หรอ?”

                “...”

                “คำสัญญาของพวกท่าน”

                “!!!

                ริคุโอะเบิกตากว้างอย่างตกใจ  เขาลืมเรื่องนั้นไปได้ยังไงกัน  ก่อนจะกล่าวขอบคุณทั้งสองคนแล้วเดินจากไปอีกทางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งต่างจากตอนแรกลิบลับ

                “พวกเราก็ไปกันเถอะขอรับ”

                “จ๊ะ”

                นายน้อย...ช่วยทำให้พี่สาวของข้ามีความสุขมากๆด้วยนะ  ข้าสัญญาว่าข้าจะดูแลเธอคนนี้แทนท่านเอง....

 

                หลังจากผ่านมื้อเย็นไปเรียบร้อย  ริคุโอะก็หยิบสาเกออกมานอกบ้านแล้วกระโดดขึ้นไปประจำที่ต้นซากุระเหมือนทุกทีที่มีเรื่องไม่สบายใจ

                สายตาคมกริบมองไปที่ดวงจันทร์อย่าเหม่อลอย  จนไม่ทันสังเกตใครอีกคนที่มายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 

                พอกินข้าวเสร็จซึราระก็คิดที่อยากจะไปคุยกับริคุโอะให้รู้เรื่อง  เธอไม่อยากให้น้อยใจเธอไปมากกว่านี้  แต่พอไปหาที่ห้องกลับไม่เจอ  จนเธอต้องไปถามกัปปะ  ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ เขามานั่งตากลมอยู่เป็นชั่วโมงๆ พร้อมกับสาเกแล้วยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่

                “ท่านริคุโอะ!

                สำเร็จ!

                คนเจ้าแผนการยิ้มอย่างพอใจกับตัวเอง  ก่อนจะปรับสีหน้าแล้วก้มลงไปมองร่างบางที่กำลังมองเขาตาเขียว

                “มีอะไรกัน”

                น้ำเสียงเย็นๆยิ่งทำให้คนตัวเล็กหงุดหงิดจนทนไม่ไหวแล้วค่อยปีนต้นไม้ขึ้นไปอย่างช้าๆ

                ริคุโอะมองดูการกระทำของอีกฝ่ายอย่างสบายๆ  แค่วางกับดักนิดเดียวเหยื่อก็มาติดกับง่ายๆแบบนี้...ยังตามเขาไม่ทันเหมือนเดิมเลยนะ 

                แต่ในตอนนั้นเองซึราระที่กำลังจะปีนขึ้นมาบนกิ่งไม้ได้สำเร็จ  แต่เท้ากลับวางพลาดจนเกือบตกลงไป  แต่ดีที่ริคุโอะดึงตัวเธอมาไว้ที่อ้อมกอดได้ทันท่วงที

                หัวใจของเขากระตุกวูบไหวเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ  ก่อนที่มันจะค่อยๆสงบลงเพราะสัมผัสนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย

                “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

                “ไม่ระวังเลยนะ  เจ้าจะปีนขึ้นมาทำไมกัน”

                ริคุโอะตำหนิอีกฝ่ายแบบไม่จริงจัง  จนร่างบางทำหน้าไม่พอใจและพยายามดันตัวเองออกจากเขา

                “เพราะใครกันล่ะ!

                ซึราระเริ่มหมดอารมณ์ที่จะง้อเขาแล้วนะ  คนอะไรน่าโมโหขนาดนี้!  คิดว่าเธอยอมเสี่ยงปีนขึ้นมาทั้งที่ยังใส่ยูคาตะแบบนี้มันเป็นเพราะใครกันล่ะถ้าไม่ใช่เพราะเขา

                “ต่อไปนี้อย่าทำแบบนี้อีกนะ..  ถ้าเกิดข้ารับไม่ทันแล้วเจ้าเป็นอะไรไปข้าคง...”

                “พอเถอะเจ้าค่ะ...  ข้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว  แต่ช่วยอย่าพูดแบบนั้นอีกเลยนะคะ”

                ซึราระขันอีกฝ่ายที่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นอย่างรวดเร็ว  เสียงแบบนั้นมันบีบหัวใจเธอมากจนทนแทบไม่ไหว

                “ต่อไปนี้ถ้าเจ้าอยากขึ้นมาบนนี้ก็บอกข้านะ  ข้าจะพาเจ้าขึ้นมาเอง  จะไม่มีวันปล่อยใจเจ้าต้องเป็นอันตรายแน่นอน ...ข้าสัญญา”

                “เจ้าค่ะ  ท่านเองก็อย่าพูดเรื่องแบบนั้นอีก  ข้าไม่ชอบเลยสักนิด”

                ริคุโอะไม่ได้ให้คำตอบซึราระ  แต่การกระทำของเขาต่างหากที่มันทำให้เธอมั่นใจ

                ร่างสูงกอดเธอแน่นขึ้นแล้วจูบเธออย่างแผ่วเบา  เขาค่อยๆหลอมละลายเธอด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น  จนเธอไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หายไป  อยากจะให้มันคงอยู่ตลอดกาล...  เหมือนกับที่เขาก็ไม่อยากจะถอนจูบนี้ จูบที่เธอเต็มใจตอบรับเขา  แต่เขาก็คงทนไม่ได้ถ้าต้องมาเห็นเธอขาดใจ  แม้จะเป็นในอ้อมอกของเขาก็ตาม....

                “ดื่มสาเกเป็นเพื่อนข้าหน่อยนะ”

                “ข้าไม่ดื่มเจ้าค่ะ”

                “นะ...แค่แก้วเดียวก็ได้”

                “...”

                “นะ...นะคนดี...”

                “ก็ได้เจ้าค่ะ”

                ซึราระรับสาเกในมือของเขามาก่อนจะดื่มมันเข้าไปรวดเรียว  แต่อีกฝ่ายกลับประทับริมฝีปากลงมาอีกครั้ง  ริคโอะดูดดื่มความหอมหวานจากเธอและความขมฝาดของสาเกไปจนหมด  จนเธอรู้สึกมึนเมากับสัมผัสของเขามากกว่าสาเกที่ดื่มเข้าไปซะอีก...

                “มาดื่มกับข้าแบบนี้บ่อยๆนะ  ข้าชอบ”

                ร่างบางแทบอยากจะซุกหน้าไปกับอกแกร่งเพราะประโยคของเขาอีกแล้ว  ใบหน้าแดงๆของเธอสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเขาได้เสมอ

                “พรุ่งนี้เราไปตลาดกันไหม”

                “อะไรนะเจ้าค่ะ?”

                “ไปตลาดกันไง  คราวที่แล้วเจ้าก็เบี้ยวนัดข้าไปแล้วนะ  คราวนี้ห้ามเด็ดขาด”

                “ท่านริคุโอะตื่นไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ”

                ซึราระพยายามที่จะไม่หัวเราะออกมากับความมุ่งมั่นของเขา  เธอรู้ด้วยดีว่าเขาขี้เซาขนาดไหนแถมวันนี้ยังดื่มอีก  พรุ่งนี้เขาไม่มีทางตื่นแน่นอน

         “ก็คงใช่  งั้นซึราระก็มานอนกับ ผมสิ”

                เธอตกตะลึงกับสรรพนามของเขาอยู่นานพอสมควร  ปกติเขามักจะแทนตัวเองว่า ข้าอยู่เสมอ ส่วนคำว่า ผมจะต้องเป็นตัวเองอีกคนสิ  คนที่เป็นตัวแทนของแสงสว่างและความอ่อนโยนคนนั้น...  แต่ยังไงเขาทั้งสองคนก็ยังเป็นคนๆเดียวกันอยู่...  คนที่เธอรัก  แม้ว่าจะอยู่ในบุคลิกที่แตกต่างกันแค่ไหนก็ตาม

                “ซึราระตกลงใช่ไหม?”

                “มะ...ไม่เจ้าค่ะ!  ไม่เด็ดขาด!!!

                ถ้านอนกับเขาเธอก็ไม่ได้นอนน่ะสิเสี่ยงขนาดนั้นเธอไม่เอาด้วยหรอก

                “ก็ได้..  งั้นเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าก่อนได้ไหม?”

                ทำไมคราวนี้เขายอมเธอง่ายจัง

                “เจ้าค่ะ”

                ร่างบางไม่ได้พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเขา  และมันทำให้เขายิ้มพร้อมกับกระชิบกอดเธอแน่นขึ้น

                จนเวลาผ่านไปสัมผัสที่อกแกร่งและลมหายใจที่สม่ำเสมอของอีกฝ่าย  ทำให้เขายิ้มออกมากับความขี้เซาของเธอที่สามารถหลับได้แม้กระทั่งบนต้นไม้แบบนี้

                มือที่เคยโอบกอดเปลี่ยนเป็นอุ้มเธอขึ้นมาแทน  ก่อนจะกระโดดลงจากต้นซากุระแล้วเดินไปที่ห้องของตัวเองอย่างไม่เร่งรีบ

                เมื่อเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่ามีฟูกปูไว้แล้วก็ก้มลงหอมแก้มอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะพาร่างบางไปนอนลงบนนั้นแล้วสอดตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ  ใช้แขนของตัวเองแทนหมอนให้ร่างเล็กที่ซุกตัวลงบนอกเขาอย่างเอ็นดู

                ริคุโอะมองซึราระต่ออีกนิดก่อนจะจูบที่หน้าผากอย่างแผ่วเบา  กระชับอ้อมกอดแน่นแล้วหลับตาลงช้าๆเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับเธอ

                “ฝันดีนะ  ยัยตัวดี...”

 

                เคะโจโรเดินวนไปทั่วทั้งบ้านแล้ว  แต่ก็ยังไม่พบซึราระ  ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน  เพราะเมื่อคืนเธอไม่ได้กลับมานอนที่ห้องด้วยซ้ำ

                “หายไปไหนนะ”

                “เจ้าหาอะไรอยู่ คิโนะ

                เสียงทุ้มที่กระซิบข้างหุทำให้ปีศาจสาวสะดุ้งจนแทบสะดุด  แต่ก็ได้มือของเขามาช่วยไว้ก่อน

                “ซุ่มซ่ามจังเลย”

                หนอยเพราะใครกันล่ะที่ทำให้เธอตกใจ

                แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป  ทำแค่เพียงสะบัดตะวออกจาการเกาะกุมแล้วเดินจากไป  ทำเอาอีกคนพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ  แล้วเดินตามร่างบางไปที่มุมตึกก่อนจะกระชากอีกคนเข้ามากอดแล้วหอมแก้มอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

         “คุบินาชิ!

“อะไรกันล่ะ  เจ้ากล้าเมินข้าแบบนี้ได้ไง  ...ควรจะเป็นข้ามากกว่านะที่ต้องโกรธเจ้า”

                “เรื่องอะไรล่ะ?”

                “เจ้าเล่นหนีข้ามาแบบนี้แถมยังปล่อยให้ข้านอนคนเดียวแบบนั้นได้ยังไง”

                “เจ้าก็ไปนอนกับคนอื่นเอาสิมานอนกับข้าทำไม”

         “เจ้าไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่!

                คุบินาชิกระชากเสียงอย่างหงุดหงิด  เมื่อคืนนี้ตอนคุยกันยังดีๆอยู่เลย  แล้วทำไมตอนเช้าถึงได้ทำท่าทางอย่างนี้ใส่กันนะ

                “ปล่อยนะเจ้าก็ไปกอดคนของเขาสิมากอดข้าทำไม!!!

                ...เรื่องนี้เองสินะ  แบบนี้คงต้องไปคุยกันให้รู้เรื่องซะหน่อยแล้วล่ะ 

                “นี่เจ้าจะลากข้าไปไหนน่ะ!  ปล่อยนะ!

                “ข้าว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะ”

                “ไม่!!!

                “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมไปดีๆ  อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ”

                “จะ...จะทำอะไร”

                คุบินาชิจับเคะโจโรพาดบ่าแล้วเดินไปที่ห้องของตัวเองโดยไม่ฟังเสียงของอีกคนที่กำลังตะโกนด่าบรรพบุรุษเขาจนแทบไม่ได้ผุดได้เกิดแบบนี้  เห็นที่ต้องจัดการให้พูดไม่ออกซะแล้ว

                “ผีหัวขาด!!!

               

                เสียงโวยวานข้างนอกทำให้ร่างสองร่างตื่นขึ้นมาพร้อมกัน  ใบหน้าหวานมองไปรอบๆห้องก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ 

                นี่มันห้องของท่านริคุโอะนี่น่า

                สัมผัสอุ่นๆที่ข้างหูทำให้ซึราระรีบหันไปมอง  แต่มันเป้นความคิดที่ผิด  เมื่อริคุโอะประทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็วก่อนจะขยับร่างกายมาคร่อมร่างของเธอเอาไว้

                อื้อ~~

                มือเรียวฟาดลงไปที่ไหล่กว้างอย่างรวดเร็ว  แม้เธอจะตัวเล็กกว่าเข้ามาก  แต่ถ้าเรื่องมือไวเธอก็ไม่เคยแพ้ใครเหมือนกัน  โดยเฉพาะตอนที่ตีอีกฝ่ายแบบนี้

                “ผมเจ็บนะ”

                “เพราะว่ามันเจ็บไงค่ะ  ข้าถึงได้ตีท่าน”

                ซึรารพตอบกลับอีกฝ่ายเหมือนไร้ความกลัว ทั้งๆที่ความจริงเธอสั่นจนแทบจะร้องไห้อยู้แล้ว

                ริคุโอะยิ้มกับท่าทางน่ารักของเธอ  ก่อนจะฉวยโอกาสหอมแก้มเธออีกครั้ง  แล้วรีบลุกขึ้นยืนขึ้น  ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีเวลาพอที่จะจัดการกับเขาอีกรอบ

                “ไปอาบน้ำเถอะ  แล้วจะได้ไปกัน”

                “ไปไหนเจ้าค่ะ?”

                แหม่~~  เอียงคอซะน่ารักเลยนะ  อยากจะอยู่ต่อทำอะไรหลายๆอย่างแทนซะจริงๆ

                “ไปตลาดกัน”

 

                สถานที่นี้ไม่เคยสร้างความตื่นเต้นให้เธอได้มาขนาดนี้มาก่อนเลย

                แต่ในเวลานี้ที่มีมือแสนอบอุ่นของเขาจับอยู่  หัวใจของเธอเองก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง  โดยเฉพาะตอนที่เขาโอบเธอเพื่อกั้นไม่ให้คนอื่นมาชนแบบนี้....

“วันนี้ซึราระจะทำอะไรล่ะ”

“ท่านริคุโอะอยากทานอะไรล่ะเจ้าค่ะ”

“อยากรู้จริงๆหรอ...”

อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างจริงจัง   จนอีกคนยิ้มอย่างดีใจก่อนที่ใบหน้าจะกลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง  เมื่อรับรู้ว่าคนตัวเล็กลูกลอบมองจากชายหนุ่มคนอื่นมากแค่ไหน

ความหึงหวงยังทำงานได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนเดิม  โดยปลดปล่อยความเกรงขามออกมา  แล้วดึงร่างบางให้เข้ามาใกล้โดยใช้มือเกี่ยวเอวคอดนั่นให้ขยับเข้ามาแนบชิดตัว  แล้วกระชับกอดอีกฝ่ายแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย

ใบหน้าโน้มลงไปใกล้แล้วกระซิบด้วยเสียงอ่อนโยน

“ซึราระไง...”

                “-////-

                “ให้ผมกินได้ไหมล่ะ?”

                “ท่านริคุโอะที่นี่ตลาดนะคะ”

                “ผมหึงนะ”

                “?”

                “ซึราระเล่นไม่ยอมบอกผมเลยว่ามาตลาดแล้วเจอผู้ชายเยอะขนาดนี้”

                ซึราระยืนนิ่งไม่ไหวติงเพราะคำพูดของเขา  ร่างน้อยหน้าแดงจนจะเป็นมะเขือเทศอยู่แล้ว 

                ก็ใครใช้ให้เขามาพูดอะไรแบบนี้ออกมากัน

                “รีบเดินกันเถอะ  ก่อนที่ผมจะเผลอฆ่าใครซะก่อน”

                “ท่านริคุโอะ!

                ไม่รอช้าให้เธอตอบอะไรกลับมา  ร่างสูงก็แทบจะอุ้มเธอตัวปลิวแล้วเดินต่ออย่างไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่มองมา

                ท่านริคุโอะที่เป็นอย่างนี้ก็น่ารักเหมือนกันนะ...  มีความสุขจังเลย

 

                ริคุโอะหงุดหงิดจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว  ขนาดเขายืนอยู่ด้วยนะสายตาที่คนขายมองมาที่ซึราระนี่สิเหมือนจะกลืนอีกฝ่ายเข้าไปได้อยู่แล้ว...

                อีกคนก็ไม่ได้รู้ตัวอะไรเลยสักนิด  เอาแต่ยืนเลือกซื้อของโดยไม่สนใจอะไร  รอยยิ้มน่ารักที่ดูจะมีความสุขซะเหลือเกินเรียกสายตาจากคนรอบข้างโดยเฉพาะผู้ชายได้เป็นอย่างดี!

                “ท่านริคุโอะดูนี่สิเจ้าค่ะน่ารักมากเลย”

                คนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้เขาแล้วยื่นสิ่งขิงในมือให้ดูก่อนจะหันกลับไปคุยกับพ่อค้าที่คงจะรอเวลานี้อยู่อย่างสนุกสานา

                หมั่นไส้!

         ซึราระหันไปมองคนตัวสูงที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่แล้วมองเลยเขาไปก็เห็นว่ามีผู้หญิงยืนมองเขาอยู่เต็มไปหมด  แถมยังมีบางส่วนเริ่มเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  เธอทนไม่ไหวจึงเดินไปจับมือเขาแล้วพาเดินไปที่แผงขายของด้วยกัน

                ริคุโอะมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ  ก่อนจะเปลี่ยนจากจับมือเป็นเกี่ยวเอวร่างบางให้เข้ามาใกล้แทน   แผ่นหลังเล็กๆนั่นโดนกับตัวเขาอย่างแนบชิด 

                “ท่านริคุโอะทำอะไรเจ้าค่ะ!

                “ผมชอบแบบนี้มากกว่านี่น่า”

                ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบกับอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก  แต่พอลอบมองอีกคนแล้วเห็นว่าอีกคนยังยืนจ้องร่างบางอยู่ไม่ว่างตา  ทั้งๆที่เขาเองก็แสดงออกชัดเจนว่าเป็นอะไรกับเธอแล้วนะ

                ซึราระอยากจะร้องไห้ออกมาตอนที่อีกฝ่ายรวบเอวเธอเข้าไปแนบชิด  แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะต้องการแสดงให้ผู้หญิงพวกนั้นรู้ว่าเขาเป็นของเธอ  พอเหลือบมองไปข้างๆก็เห็นว่าพวกนั่นได้แต่มองมาที่เธออย่างอิจฉา

                ขอโทษนะ...แต่คนนี้ข้ายกให้ใครไม่ได้จริงๆ

                “เลือกได้หรือยังซึราระจัง”

                “เอาอันนี้ ....อันนี้ด้วยค่ะ”

                ร่างสูงของเจ้าของร้านที่สนิทกันดีถามขึ้นพร้อมกับยกยิ้มอย่างล้อเลียนมาให้คนตัวเล็ก  เขาพอจะมองออกว่าชายหนุ่มที่มากับเธอคงเป็นคนสำคัญ  เพราะปกติเห็นชอบมากับโชเอย์ตลอด 

                “ซึราระเลือกเสร็จรึยัง  เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอกนะ!

                ริคุโอะพูดขึ้นอย่างหมดความอดทน  ใบหน้าหล่อมีแววความไม่พอใจฉายชัด    ขนาดยืนกอดกันขนาดนี้แล้วยังจะหว่านเสน่ห์ใส่อีกนะ!

                มันน่าระเบิดร้านให้พังเลยดีไหม!?

                “ครบแล้วเจ้าค่ะ  เท่าไหร่ค่ะ?”

                “เท่าเดิมนั่นแหละ   อันนี้ของแถมนะ”

                “อีกแล้วนะคะให้ข้าทุกวันแบบนี้ไม่กลัวขาดทุนหรือไงกัน”

                “ถ้ากลัวขาดทุนแล้วเจ้ามาที่นี่ทุกวัน  ข้าก็ยอมนะ”

                “จะจีบกันอีกนานไหม!  ขอบคุณสำหรับของ!

                ริคุโอะพูดขัดขึ้นมาก่อนจะรวบของทั้งหมดมาถือแล้วลากหญิงสาวออกไป   โดยไม่ฟังเสียงค้านของอีกฝ่าย

                “ท่านริคุโอะเป็นอะไรไปเจ้าค่ะ  ทำไมทำตัวเสียมารยาทแบบนั้น”

                “ยังจะมาถามอีกนะผมยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนยังจะไปยิ้มหวานให้มันอีก  ลืมผมไปแล้วหรอ!

                “ข้าเปล่านะ!

                “ที่เจ้าชอบมาตลาดเพราะแบบนี้สินะชอบมันใช่ไหม!

                “ท่านเองก็เหมือนกันอยากมาตลาดก็เพราะจะได้มามองผุ้หญิงคนอื่นใช่ไหมล่ะ?”

                ซึราระโพล่งออกมาจนริคุโอะชะงักก่อนจะเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนรู้ทัน  แล้วกอดร่างบางจากด้านหลัง

                “หึงผมหรอ”

                “....”

                “แต่ผมหึงซึราระแทบบ้าเลยนะ”

                “ท่านริคุโอะ”

                “ได้ยินไหม?”

                “อะไรเจ้าค่ะ?”

                “เสียงของหัวใจผมไง....  หัวใจที่เต้นแรงเพราะคนคนเดียว”

                เพราะแผ่นหลังของซึราระแนบชิดกับอกกว้างอย่างแนบสนิททำให้รู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นแรงได้อย่างชัดเจน  เต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเหมือนกับหัวใจของเธอ

                “ผมเป็นของซึราระนะ”

                “....”

                “แล้วซึราระล่ะเป็นของผมหรือยัง”

                “เจ้าค่ะ...ข้าเป็นของท่านมานานแสนนานแล้ว”

                ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเธอกลับมา   แล้วมอบจุมพิตแสนหวานอีกครั้ง...

                “กลับกันเถอะ....ผมหิวแล้ว”

                “...”

                ร่างบางก้มหน้าลงอย่างเขินอายแล้วเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย  มือของเขาโอบที่เอวของเธอก่อนที่อีกฝ่ายจะโน้มตัวลงมาอีกครั้ง  กระซิบถ้อยคำแสนหวาน

                “ผมอดใจรอ กิน ซึราระแทบไม่ไหวแล้ว”


                                                                                                                                                                                                                       

               ขอโทษที่หายไปนานค่ะ   ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆแทบจะไม่มีเวลาทำอะไรเลย  

               ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะค่ะ

             มีเรื่องอยากจะถามค่ะ  ระหว่างลงทีเดียว 1 ตอนเลยกับลงทีละนิด  ชอบแบบไหนมากกว่ากันค่ะ  

          

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #68 mll3 (@mll3) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:44
    ช่วยด้วย มดกัด5555
    #68
    0
  2. #48 DeedeeWeedee (@DeedeeWeedee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 20:48
    ตอนนี้ฟินจิ้นกระจาย
    แอบงงนิดว่าริคุโอะอยู่ไหน 555 แต่ชอบมากๆ เป็นกำลังใจให้ำรท์ต่อไปจ้า
    #48
    0
  3. #34 0848118079 (@0848118079) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 16:07
    ตอนนี้ฟินสุดๆๆๆ
    #34
    0
  4. #24 SkY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 01:19
    ลงทีเดียว1ตอนสิไรด์ ฟินกันยาวๆเลยค่ะ

    ปล.เย้ๆนึกว่าไรด์จะดองซะอีกนะเนี่ย ดีใจไรด์มาอัพเพิ่มอีกตอนแล้ว😂😂😂
    #24
    0
  5. #23 Manao (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:19
    ทีเดียว1ตอนฮะ จะได้ฟินยาวๆไปเลย =w=
    #23
    0