fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 15 : เข้าใจผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    15 ม.ค. 60

                “พี่สาว  ท่านมานั่งตากลมอยู่ตรงนี้ทำไม  เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

                “เจ้าไม่ได้อยู่คุยกับพวกนั้นต่อหรอ  ข้าได้ยินว่าพวกเขาดื่มเหล้ากันสนุกสนานเลย”

                “ไม่ล่ะ...”

                วันนี้ข้ามีบางอย่างที่สำคัญกว่านั้นต้องทำ....

                โชเอย์ถอดเสื้อคลุมออกแล้วคลุมให้ร่างบางก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ   ในสวนเวลานี้มักจะเงียบสงบ  เขาและซึราระมักจะมานั่งเล่นกันแบบนี้บ่อยๆ  แต่ช่วงหลังๆมานี้  เธอมักจะเอาแต่นั่งนิ่งอยู่เสมอ

                “พี่สาว  ท่านมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

                “ไม่มีนี่   ทำไมเจ้าถามข้าแบบนี้ล่ะ?”

                “...”

                “ตอนนี้ข้ากับท่านริคุโอะก็เปิดใจคุยกันแล้ว  ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกแล้วล่ะ”

                “...เรื่องของท่านฮาคุซะ”

                “...อะ...อะไรกันโชเอย์คุง  มันมะ...”

                “ข้าได้ยินที่พวกท่านคุยกันเมื่อตอนเย็นหมดแล้ว...”

                ซึราระเงียบไป  แล้วหันหนีสายตาคมๆของโชเอย์  เขาคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด  เธอไม่อยากทำให้เขาต้องมาไม่สบายใจเพราะเธออีก  แค่นี้เธอก็รบกวนเขามามากเกินไปแล้ว

                “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก  เจ้าอย่าห่วงเลย”

                “ท่านจะบอกว่าการที่ท่านจะต้องไปจากที่นี้  ไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างงั้นหรอ!

                ร่างสูงขึ้นเสียงใส่เธอ

                “โชเอย์คุง...”

                “ท่านอย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวอีกเลย   ถ้าท่านไม่อยากบอกท่านริคุโอะ บอกข้าก็ได้  ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใคร”

                “...”

                ข้อเสนอของโชเอย์ฟังดูน่าสนใจสำหรับเธอมาก  แต่ว่าการดึงเขาเข้ามาในเรื่องนี้มันจะเป็นผลดีจริงๆหรอ?  ในเมื่อมันอาจทำให้ คนสำคัญของเขาต้องเดือดร้อน 

                “เจ้าตัดสินใจดีแล้วหรอ  มันอาจจะทำให้คนสำคัญของเจ้าต้องเดือดร้อนไปด้วยนะ”

                โชเอย์มองหน้าซึราระนิ่งๆ  ใจจริงเขาก็ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้  แต่การปล่อยให้พี่สาวของเขาแก้ปัญหานี้เพียงลำพังก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้เหมือนกัน

                “ข้าคิดดีแล้ว...”

 

            'ท่านฮาคุซะ

                   ‘อะไรกัน  เจ้าถึงกับมาหาข้าเองเลยหรอ  ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่อยากเจอข้าซะอีก

                   ‘ข้าไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย

                   ซึราระบอกกับร่างสูงแล้วก้มหน้ามองพื้น  ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่คำถามมากมาย

            ถึงเวลาแล้วหรอ?

            เธอไม่มีทางเลือกเลยใช่ไหม?

           ทำไมท่านแม่ถึงเพิ่งมาใจร้ายเอาตอนนี้กันนะ  ตอนที่เธอกำลังมีความสุข  หรือว่ามันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงกันนะ...

          เจ้าอย่าคิดว่าแม่ไม่รักเจ้าหรือว่าใจร้ายเลย

                ‘…’

                ‘ที่ท่านเซ็นซึระทำน่ะ  มีแหตุผลเสมอ  เดี๋ยวเจ้าก็จะรู้เหตุผลนั้นเอง

                ‘แล้วเรื่องที่ให้ข้าหมั้นกับท่าน  ทั้งๆที่ท่าน...

                ‘มันเป็นการตัดสินใจของข้าเอง  ถึงมันจะทำให้ข้าต้องเดือดร้อนก็เถอะ

                ‘...ท่านไม่ควรที่จะ

                ‘เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอก   ถ้าเจ้ารู้สึกผิดจริงๆ  ...เมื่อถึงเวลานั้น  เจ้าก็กลับไปกับข้าสิ

                ‘แต่ว่า...

                ‘เอาเถอะเจ้ายังพอมีเวลาเหลืออยู่

                ‘…’

                ‘เพราะฉะนั้น  เจ้าอยากทำอะไรก็รีบทำซะเถอะ  ก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาส

                ‘…’

                ‘ถ้าเวลานั้นมาถึง  ต่อให้ต้องพาร่างเจ้าที่ใกล้หมดลมหายใจกลับไปหาท่านเซ็นซึระ  ข้าก็จะทำ

                ‘ท่านฮาคุซะ...

                ฮาคุซะดึงซึราระเข้ามากอดไว้แน่น  ร่างบางกอดตอบเขาแบบที่ชอบทำ  แม้จะไม่มีน้ำตาแต่เขาก็รู้ว่าเธอต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนกับทางเลือกที่มี  มือหนาลูบหัวเธออย่างเคยชิน  ไม่มีทางไหนที่เขาจะช่วยเธอได้มากกว่านี้แล้ว

          ...อย่าให้ข้าต้องทำร้ายเจ้ามากไปกว่านี้เลยนะ

 

                เช้าวันนี้อากาศสดใส  แต่จิตใจของเธอกลับหม่นหมอง  แม้จะรู้ดีว่ายังไงโชเอย์ก็ต้องหาทางช่วยเธออย่างสุดความสามารถก็ตาม  แต่ยิ่งเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากเท่าไหร่  เธอก็ยิ่งไม่อยากให้เขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากเท่านั้น  เธอถึงโกหกไป...

 

          แล้วท่านเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กันพี่สาว

                ซึราระชั่งใจว่าควรจะลากเขาเข้ามายุ่งด้วยจริงๆหรอ  แต่ถ้าเธอปฏิเสธไป   โชเอย์ต้องหาทางทำอะไรแน่ๆ  เพราะฉะนั้นเธอควรจะทำเป็นยอมรับความช่วยเหลือจากเขาไป

                ‘อีกสองเดือน...แต่ข้าว่า

                ‘ถ้าท่านไม่บอกท่านริคุโอะ  ท่านก็ต้องรับความช่วยเหลือจากข้า

                ‘เจ้าควรจะไปห่วงคนคนนั้นมากกว่าข้านะ

                ‘...ข้ายังไม่มั่นใจ

                ‘…’

                ‘ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำ  ว่าความรู้สึกแบบนั้นมันคือความจริงหรือข้าแค่หวั่นไหวกันแน่...

                ‘...

                ‘แต่ความรู้สึกของเขาคงไม่เหมือนข้าแน่นอน

                ‘โชเอย์คุง

                ซึราระมองคนข้างๆ  แล้วถอนหายใจออกมา

          ความรู้สึกของเจ้าน่ะคือความจริง...

          เธออยากจะพูดแบบนั้นออกไป  แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง  ทำให้เธอไม่สามารถทำให้ทุกอย่างวุ่นวายมากไปกว่านี้ได้  ถ้าเธอพูดมันออกไป...ทุกอย่างจะยุ่งยากมากกว่าเดิม  และจะมีคนต้องเจ็บปวดมากเกินไป

          เรามาหาทางแก้กันดีกว่า  เวลาสองเดือน  เราก็น่าจะพอหาทางกันได้บาง

                ‘…’

                ‘แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว  ยังหาทางไม่ได้  ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ท่านทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกัน

                ‘…ขอบคุณนะ  โชเอย์คุง

                ‘...เรื่องเล็กน้อยน่าพี่สาว  ท่านทำตอนนี้ให้มีความสุขที่สุดดีกว่านะ’             

                ซึราระมองโชเอย์แล้วคิดกับตัวเองในใจ  คนที่ครบครองหัวใจของโชเอย์จะโชคดีขนาดไหนกันนะ  แต่น่าเสียดายที่คนคนนั้นไม่เคยมองกลับมาที่เขาเลย

...และกว่าที่จะรู้ตัวก็อาจจะสายเกินไป

 

                ริคุโอะรู้สึกตัวตื่นตอนเที่ยงกว่า  เลยเวลาอาหารทั้งสองมื้อมาแล้ว  แต่ก็ไม่มีใครมาปลุกเขาเลยสักคน  รวมทั้งยัยตัวดีที่เมื่อวานสัญญากันไว้ด้วย...

      มันน่าลงโทษนัก  ไม่ยอมปลุกเขาไม่ว่า  แต่นี่เล่นหายตัวไปแบบที่ตามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจออีก....   อย่าให้เจอนะ  จะไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันเลย  คอยดูเถอะ!

                “คุบินาชิ  เห็นซึราระบ้างไหม?”

                “...ไม่เห็นขอรับ  น่าจะอยู่กับโชเอย์  เพราะข้าเห็นพวกนั้นคุยกันตั้งแต่เช้าแล้วขอรับ”

                “ขอบคุณนะ”

                ริคุโอะเดินไปที่ห้องครัว  เพื่อหาเคะโจโรที่น่าจะอยู่ในนี้  แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา  หายไปไหนกันหมดฮะ!!!

                สองขาของเขาเดินไปตามทางเพื่อหาซึราระอีกครั้ง  แต่ไม่ว่าจะหาๆปทั่วบ้านขนาดไหนก็หาไม่เจอสักที

                ยิ่งพอนึกถึงสิ่งที่เคะโจโรบอกมา  ก็ยิ่งทำให้เขาร้อนรมมากยิ่งขึ้น  หวังว่าเธอจะไม่หายไปไหนเมือนครั้งที่แล้วอีกนะ...

                “เจ้าอยากฝากอะไรไปให้ท่านเซ็นซึระไหม?”

                “ท่านเอาหัวใจข้ากลับไปให้ท่านแม่ได้ไหมล่ะ”

                “ได้สิ...เจ้าก็กลับไปกับข้าไง”

                “...”

                เสียงใสๆดังขึ้นพร้อมกับบทสนทนาที่ทำให้ริคุโอะต้องหยุดฟัง    ซึราระกับฮาคุซะมีท่าทางสนิทสนมกันมาจนถ้าบอกว่าเป็นคนรักกันเขาก็เชื่อ!  มันน่าหงุดหงิดเกินไปแล้วนะ 

                เมื่อวานนี้ที่เขาตั้งใจจะไปมอมเหล้าหมอนั่นเพื่อหาความจริง  กลับกลายเป็นเขาซะเองที่ถูกหลอกให้ดื่มจนเมาหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้!

                         “ข้าจะบอกแม่เจ้าให้ก็แล้วกันว่าเจ้าคิดถึง”

                “...”

                ร่างสูงคว้าตัวเล็กๆของซึราระเข้าไปกอดจนแน่  แล้วยังจูบที่หน้าผากของเธออีก!      

                จนริคุโอะแทบอยากจะเข้าไปกระชากตัวเธอออกมาทำโทษซะตอนนี้  ถ้าไม่เพราะประโยคต่อมาของทั้งคู่

                “ข้ารักเจ้ามากนะซึราระ”

                “ข้าก็รักท่านฮาคุซะเหมือนกันเจ้าคะ”

                คำว่า รักจากปากเธอที่มีให้คนอื่น  ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์  ไม่ให้ตัวเองเข้าไปต่อยฮาคุซะ

                “ผมคงไม่สำคัญกับซึราระอีกแล้วซินะ...”

                ริคุโอะมองภาพตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินไป  โดยไม่ทันได้ฟังประโยคต่อมาของทั้งคู่...

 

                “เจ้าพูดแบบนี้  เพราะยังไม่อยากให้ข้ารีบลากตัวเจ้ากลับไปใช่ไหม  ซึราระ”

                “เปล่านะเจ้าค่ะ  ข้าก็บอกท่านแบบนี้บ่อยๆนี่น่า”

                ซึราระบอกเสียงเบา  เพราะความจริงแล้ว  เธออยากขอให้เขาไปพูดกับท่านแม่ของเธอไห้ต่างหาก  และเขาก็รู้ทันเธออีกแล้ว

                “เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าคนที่สามารถเปลี่ยนใจท่านเซ็นซึระได้ก็คือตัวเจ้าเอง”

                “...”

                “ถ้าพร้อมจะกลับไปคุยกับแม่เจ้า  ข้าก็พร้อมที่จะช่วยเจ้าเสมอนะ”

                “ขอเวลาข้าอีกนิดนะเจ้าค่ะ”

                “เจ้าอย่าลืมล่ะ  ว่าเวลาไม่ได้ช่วยรักษาอะไรไว้เลย  นอกจากความเจ็บปวด”

 

                เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์   ริคุโอะกับซึราระไม่คุยกันเลย  บรรยากาศในบ้านน่าอึดอัดมาก   จนนูราริเฮียงต้องจัดงานสันสรรค์ขึ้นแทบทุกวัน  เพื่อหวังว่าทั้งสองคนจะเปิดใจคุยกันซะที  แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ยอมคุยกันซักที  จนคนในบ้านได้แต่สงสัยว่าทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร  แต่ก็ไม่มีใครรู้

                “เจ้ากับซึราระทะเลาะกันเรื่องอะไรรึเปล่า?”

                “เปล่านี่”

                เซ็นผู้ได้รับคำสั่งให้มาถามหาคำตอบจากริคุโอะถามขึ้น  พร้อมกับมองเด็กหนุ่มที่นุ่งทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ในห้องรับแขก 

                ก็ยัยตัวดีนั่น   นอกจากจะไม่มาง้อเขาแล้วยังมาทำท่าทีมึนตึงใส่เขาอีก  ไม่รู้เป็นเพราะอะไรกันแน่  จนเขาที่ยังโกรธเธออยู่ไม่ยอมพูดกับเธอก่อน  เธอจึงทำแบบเดียวกันกับเขา  ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมพูดกันแล้วจะไปเข้าใจกันได้อย่างไง

                “หรอ   ถ้าอย่างงั้นเจ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

                “เรื่องอะไรกันล่ะ”

                “ถ้าโชเอย์จะพาซึราระไปไหว้หลุมศพท่านฮีฮี”

                “!!!

                พาไปไหว้หลุมศพแบบนี้....  หมายความว่า!

                          “ว่าไงล่ะ  คำตอบของเจ้า”

                ริคุโอะสยบความว้าวุ่นในใจแล้วตีสีหน้านิ่งๆบอกกับอีกฝ่ายที่กำลังคาดคั้นรอคำตอบอยู่

                “มันใช่เรื่องที่จะต้องมาถามผมหรอ?   เซ็นคุงก็ไปถามเจ้าตัวเองเลยสิ”

                “...”

                เซ็นมองหน้าริคุโอะแล้วลอบถอนหายใจออกมากับตัวเอง  ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายต้องคิดหนักกว่าเดิม

                “บางทีสำหรับความรัก  การเชื่อใจกับการลดทิฐิระหว่างกันมันอาจจะดีที่สุดก็ได้นะ”

                “...”

                “เจ้าอย่าลืมล่ะ  ว่าความรักกับใจของคนมันไม่เคยแน่นอนหรอกนะ”

                เซ็นเดินจากไปโดยทิ้งให้ริคุโอะจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง   ก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างขึ้นในหัวตัวเองอีกครั้งราวกับมีคนมาเป่าเมฆที่บังมันออกไป

 

         ถ้าเจ้ามีคนรัก  เจ้าอยากจะพาเขาไปที่ไหนหรอโชเอย์

               ริคุโอะในร่างภูติกำลังคิดอยู่ว่าจะพาซึราระไปที่ไหนดีหลังจากที่เธอตอบรับคำขอของเขาแล้ว  และผู้ช่วยของเขานอกจากเซ็นก็คงจะเป็นโชเอย์ที่สนิทกับซึราระมากที่สุด

         ข้าจะพาเขาไปไหว้หลุมศพของท่านพ่อขอรับ

              ‘...ทำไมล่ะ

              ‘ข้าคิดว่า  ข้าจะทำให้เธอมั่นใจในความมั่นคงของข้า...

              ‘แล้วเจ้าเจอคนคนนั้นแล้วหรือยัง

              ‘เจอแล้วขอรับ

              ‘...ใครกันล่ะ  หญิงสาวที่โชคดีคนนั้นของเจ้า

              ‘คนใกล้ตัวท่านนั่นแหละ

 

                          “โชเอย์คุงคิดยังไงถึงพาข้ามาที่นี่กันล่ะ”

                “ข้าก็แค่อยากพาพี่สาวมาเปิดหูเปิดตาบ้าง   ช่วงนี้ท่านทะเลาะกับท่านริคุโอะอีกแล้วหรอ”

                โชเอย์เองก็ได้รับคำสั่งจากท่านหัวหน้าใหญ่ให้มาถามหาความจริงจากซึราระอีกคน  ทั้งๆที่ท่านหัวหน้าใหญ่ก็น่าจะรู้ว่าทั้งสองคนนี้  ปากแข็งขนาดไหน  ถ้าไม่อยากพูดมันออกมาจริงๆก็ไม่มีทางที่จะหลุดปากออกมาแน่นอน

                “เปล่าซักหน่อย  ว่าแต่ทำไมต้องมาที่นี่วันนี้ด้วยล่ะโชเอย์คุง”

                เปลี่ยนคำถามแบบนี้  แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆเลย 

                โชเอย์มองร่างบางที่ทำท่าทีตื่นเต้นแต่ในแววตามีแต่ความเศร้าแล้วก็รู้สึกปวดใจ   เขาจะช่วยพี่สาวของเขาไม่ได้เลยหรอ  ในขณะที่เธอพยายามทำให้เขาสบายใจทุกครั้งที่มีปัญหา

                “วันนี้เป็นวันครบรอบน่ะ”

                “วันครบรอบ?   จริงสิข้าขอโทษนะ  ข้าลืมไปเลย”

                “ไม่เป็นไรหรอก  ท่านเจอแต่ปัญหา...”

                “แต่มันก็ไม่สมควรอยู่ดี  เจ้าน่าจะบอกข้าซะก่อน  ข้าจะได้เตรียมของมาไหว้ท่านฮีฮี”

                “555”

                “เจ้าหัวเราะอะไรน่ะ?”

                ซึราระมองร่างสูงที่กำลังหัวเราะแล้วรู้สึกสงสัย  เธอเผลอทำอะไรตลกๆไปหรอ?  หรือเขาจะเศร้าที่ไม่มีใครให้ความสำคัญกับเรื่องของท่านฮีฮีจนเครียดกันนะ?

                “โชเอย์คุงอย่าเศร้าไปเลย”

                “?”

                “ถึงแม้ว่าท่านฮีฮีจะไม่อยู่แล้ว  แต่เจ้าก็ยังมีข้า  มีท่านริคุโอะ  ท่านเซ็น  แล้วก็คนในบ้านใหญ่ที่เป็นห่วงเจ้าอยู่นะ”

                เธอพยายามจะปลอบไม่ให้เขาคิดมาก  แต่ผลที่ได้กลับมาทำเอาเธองงกว่าเดิมอีกครั้ง

                “555  ท่านนี่ตลกจังเลยนะ”

                “โชเอย์คุง”

                “แต่ข้าก็ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งนะ  ที่ทำให้ข้ามีความสุขแบบนี้อีกครั้ง”

                โชเอย์ดึงซึราระเข้ามากอดไว้แน่น  ก่อนจะพูดกับอีกฝ่ายให้หายกังวล

                “ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว”

                “ข้าดีใจนะที่ได้ยินแบบนั้น”

                “ท่านเองก็อย่าลืมที่ตัวเองพูดนะ  ท่านยังมีคนคอยเป็นห่วงอยู่  อย่าทำอะไรผลีผลามล่ะ”

                “...”

                “เพราะข้าเหลือคนที่เป็นคนสำคัญในชีวิตแค่ไม่กี่คนเท่านั้น”

                “ไม่ต้องห่วง   ข้าจะไม่ยอมเป็นอะไรหรือไปไหน  จนกว่าจะได้เห็นว่าเจ้ามีความสุขหรอกนะ”

                “ข้าจะมีความสุขให้ท่านเห็นนะ  ข้าสัญญา!

                “ข้าเองก็จะรอวันที่ได้เห็นมันนะ  ข้าสัญญา”

                และเมื่อวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่  ก็คงได้เวลาที่เธอจะจากไป...

                ข้าอยากให้เจ้ามีความสุขมากกว่าที่ผ่านมานะโชเอย์คุง...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #66 mll3 (@mll3) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:33
    2เดือนยังไงนะ ซึราระจะตายหรืออะไรยังไง ทำไมมาตึงกันอีกแล้วอะ TT
    #66
    0
  2. #18 kaoru (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 21:09
    บอกได้คำเดียวว่า งง ค่ะ
    #18
    0