fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 14 : กังวล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    10 ธ.ค. 59

              บรรยากาศตอนนี้กระอักกระอ่วนสุดๆ  ทั้งสามคนกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น 

                ริคุโอะนั่งอยู่ข้างๆกันมีซึราระที่นั่งก้มหน้าก้มตา  เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มัน...

                ตรงข้ามกับชายหนุ่มเป็นคานะที่นั่งจ้องถ้วยน้ำชานิ่งๆ  โดยมีโต๊ะคั่งกลางระหว่างสองฝั่งอยู่

                “ข้าขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะเจ้าค่ะ”

                ซึราะเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบลง  เธอไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกแล้ว  แถมเธอแทบไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ  เพราะภาพล่อแหลมที่คานะเห็น  เธอก็อายเป็นเหมือนกันนะ!

                “ไม่ต้องหรอก  ผมอยากให้ซึราระรู้”

                “แต่ว่า...”

                “มีเรื่องอะไรหรอคานะจัง”

                คานะเงยหน้าขึ้นมามองทั้งสองคนก่อนจะยิ้มออกมา  แม้จะไม่ใช่รอยยิ้มที่สดใสเหมือนที่ผ่านมาแต่บางอย่างในนั้นบ่งบอกว่าเธอยินดีกับทั้งสองคนจากใจจริง  แม้ตอนนี้เธอจะเจ็บอยู่บ้าง  แต่ต่อจากนี้ทุกอย่างจะผ่านไปเอง  เธอจะสามารถยิ้มให้กับทั้งสองคนอย่างจริงใจได้  เธอเชื่อแบบนั้น

                “ฉันแค่จะมาบอกลาริคุโอะคุงกับคุณโออิคาว่าก็เท่านั้นเอง   ...ฉันจะไปเรียนต่อน่ะจ๊ะ”

                “เรียนต่อ?”

                “จ๊ะ  อีก 1 เดือนฉันจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก  ก็เลยอยากจะมาบอกไว้ก่อน  เผื่อว่าช่วงนั้นฉันจะยุ่งๆแล้วลืมบอก”

                “...”

                “หรือว่าริคุโอะคุงไม่อยาก...”

                “เปล่านะคานะจัง  ผมยินดีด้วยนะ  คานะจังนี่เก่งเสมอเลย”

                “ยินดีด้วยนะเจ้าค่ะ”

                ซึราระดึงสติของตัวเองกลับมาได้  หลังจากได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย  เธอมีแต่ความจริงใจที่อยากจะมาบอกข่าวคราว  ไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ไม่ดี ...

                “...อีกอย่าง  ฉันอยากจะมาขอโทษคุณโออิคาว่าด้วยน่ะ”

                “เอ๊ะ!  ข้าหรอเจ้าคะ?  เรื่องอะ...”

                “เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด  ฉันขอโทษด้วยนะ  สำหรับทุกๆเรื่องเลย”

                “แต่ว่าคุณอิเอนากะไม่เคย...”

                “ไม่หรอก  ฉันทำอะไรไม่ดีมาตั้งเยอะ  แม้ว่าจะไม่มีใครรู้เลยก็ตาม  แต่ตัวฉันเองรู้ว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง”

                “...”

                “ฉันก็แค่อยากจะไปอย่างสบายใจ  ไม่ต้องมานั่งห่วงอะไรอีก”

                “...ข้าไม่ถือหรอกค่ะ”

                “งั้นหรอ  ถ้ายังไงฉันก็ขอให้ทั้งสองคนแต่งงานกันเร็วๆนะ  แล้วอย่าลืมชวนฉันมาด้วยล่ะ”

                คานะแซวทั้งสองคนที่ตอนนี้กำลังหน้าแดงเหมือนมะเขือเทศ  แล้วยิ้มออกมา  เธอคิดถูกแล้วจริงๆที่ยอมถอยออกมา  เธอคงไม่สามารถทำให้เขามีความสุขได้มากเท่าที่ใครอีกคนเป็นคนทำได้  เธอรู้สึกโล่งใจจริงๆ

                “งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”

                “ให้ผมไปส่งไหมคานะจัง”

                “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ”

                “งั้นเดินทางปลอดภัยนะคานะจัง”

                คานะยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป  เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้สดใส  แตกต่างจากเมื่อเช้าที่เหมือนจะมีเมฆปกคลุม  เธอยิ้มออกมา  ตอนนี้เขามีความสุขกับคนที่รักแล้ว  เธอเองก็ดีใจ  ต่อจากนี้เธอจะไปตามหาความสุขของตัวเองแล้ว 

                ลาก่อนริคุโอะคุง....

 

                หญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังถูกใครบางคนมองอยู่  รอยยิ้มของเธอสร้างแสงสว่างในใจของเขา  แสงสว่างที่ส่องประกายเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์

                ....แสงที่จะนำพาหัวใจและร่างกายของเยาไปหาความสุขที่แท้จริง 

                ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นคนที่คอยเติมเต็มสิ่งที่หายไปของเธอ  เหมือนที่เธอเติมเต็มช่องว่างในใจของเขามานาน  โดยที่เขาเองไม่ได้รู้ตัวเลย ....  ว่ามีโชคดีอยู่กับตัว....

                มารู้ตัวเอาก็ตอนที่เกือบจะเสียสิ่งนั้นไป....

 

                หลังจากคานะออกจากห้องไป  ทิ้งให้ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ  จนกระทั่งซึราระเตรียมตัวลุกออกจากห้องไป 

แต่แรงกระตุกจากข้อมือที่ถูกริคุโอะจับไว้  ทำให้ร่างบางหล่นไปอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูง  ใบหน้าคมค่อยๆเลื่อนเข้าไปใกล้ใบหน้าหวานมากยิ่งขึ้น

“อย่านะเจ้าคะ!

“อะไรกันก็ซึราระอนุญาตแล้วนี่น่า”

อนุญาต?  เธอไปทำแบบนั้นตอนไหนกัน  จำไม่เห็นได้เลย

พอเห็นเธอทำหน้าคิดหนัก  ริคุโอะก็ยิ้มกับตัวเอง  จะซื่อไปไหนกันนะ!

เขาก้มลงไปหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  จนเธอตั้งตัวไม่ทัน

“พรุ่งนี้เช้าว่างไหม”

“อะไรนะเจ้าค่ะ?”

ซึราระแทบไม่เชื่อหูตัวเอง  ท่าริคุโอะเนียนะจะตื่นเช้า  เป็นไปไม่ได้แน่ๆ

“ทำเสียงแบบนั้นหมายความว่ายังไง”

“ก็นี่มันปิดเทอมนะเจ้าค่ะ  ท่านจะตื่น...”

“นั่นสินะ   ผมคงไม่ตื่นแน่ๆเลย  ซึราระก็มาปลุกผมสิ  ผมอยากไปตลาดกับซึราระ”

ตอนนี้ในหัวของริคุโอะ  มีแต่แผนการเต็มไปหมด  แผนล่อลวงลูกแกะตัวน้อยแสนใสซื่อตัวนี้

“แล้วท่านจะไปตลาดทำไมกันเจ้าค่ะ”

ริคุโอะไม่สนใจคำค้านของซึราระแต่บอกจุดประสงค์ของตัวเองอีกครั้ง  ได้ไปเดินตลาดกับร่างบางในอ้อมแขนนี้  จะเป็นยังไงกันนะ

“ผมอยากไปตลาด”

“แต่...”

“นะซึราระ”

“...”

“นะ”

ดวงตาเป็นประกายแบบนั่นมัน...!

น่ารักสุดๆไปเลย  แต่จะให้เธอไปปลุกท่านริคุโอะในร่างภูติตอนนอนน่ะหรอ?  แค่คิดก็เสียงสันหลังแบบแปลกๆแล้ว  เธอจะรอดหรอ?

ให้ตายเถอะแต่สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธเขาไม่ได้อีกตามเคย

“ตกลงเจ้าค่ะ”

“ดีใจจัง  จะได้ไปเดินตลาดกับซึราระแล้ว^^

ช่วยบอกเธอที่ ว่าไม่มีอะไรเคลือบแฝงในรอยยิ้มใสซื่อและแววตาแบบนั้นน่ะ!

ริคุโอะไม่รอให้อีกฝ่ายพุดอะไรแต่กอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น และกำลังจะก้นลงชิมความหวานจากริมฝีปากบางตรงหน้าอีกครั้ง...

“ท่านริคุโอะขอ...”

คุบินาชิที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอกับภาพตรงหน้าถึงกับหยุดชะงัก  ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อซ่อนรอยยิ้มแทบไม่ทัน

ส่วนริคุโอะนอกจากจะอายแล้วยังเสียดายที่เขาไม่ได้ชิมความหวานจากร่างบาง แต่พอได้เห็นคนตัวเล็กเขินจะแทบตัวแตกเขาก็ยิ้มให้กับอีกฝ่ายที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี 

ซึราระที่เห็นริคุโอะยิ้มให้เธอแบบนั้นก็หน้าแดงเข้าไปอีก ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นเพื่อหนีจากสถานการณ์ตรงหน้า  เธอเขินจนจะบ้าอยู่แล้ว  พนันได้เลยว่าคุบินาชิต้องงเอาเรื่องนี้ไปบอกเคะโจโร  แล้วอีกฝ่ายก็คงไม่พลาดแน่ที่จะล้อเธอ

“มีอะไรหรอคุบินาชิ”

“ท่านหัวหน้าใหญ่ให้มาเรียกท่านริคุโอะไปพบขอรับ”

“ปู่หรอ?  มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

ริคุโอะลุกขึ้นก่อนจะเดินตามคุบินาชิไปเงียบๆ  ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด 

...คงจะเป็นเรื่องใหญ่สินะ  ถึงกับรอให้ถึงตอนเย็นไม่ได้แบบนี้

“ท่านริคุโอะมาแล้วขอรับ”

“เข้ามาก่อนสิริคุโอะ”

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง  ใบหน้าคมก็ปรากฏร่องรอยของเย็นชาขึ้นมาทันที  จนบรรยากาศในห้องเริ่มเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด  เมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่ในห้องด้วย

“คุณ...”

“ข้าฮาคุซะ  เป็นคู่หมั้นของซึราระ  ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ  หัวหน้ากลุ่มนูระรุ่นที่3”

 

“มื้อเย็นเจ้าจะทำอะไรล่ะ  ซึราระ”

“คาราเกะ!

ซึราระที่หนีมาอยู่ในห้องครัว  ตอบเพื่อนสนิทเสียงใสก่อนจะอมยิ้มกับตัวเองระหว่างนึกเมนูอาหารของเย็นวันนี้  ตอนนี้ในห้องครัวมีแต่ความวุ่นวาย  เนื่องจากมีแขกคนสำคัญเดินทางมาเยี่ยมและท่านหัวหน้าใหญ่ก็มีคำสั่งให้จัดงานเลี้ยงตอนรับ  (ท่านหัวหน้าใหญ่ชอบหาข้ออ้างแบบนี้ตลอด)

เคะโจโรมองหน้าเพื่อนสนิทก่อนจะเอ่ยปากแซว 

“ตั้งแต่มีความรัก  รอบตัวเจ้าก็ดูจะสดใสเหลือเกินนะ ซึราระ”

                “ความรงความรักอะไรกัน  แล้วเจ้ากับคุบินาชิล่ะ  แต่งงานกันได้แล้วนะ”

                “ปากเสีย!

                ทั้งสองคนหัวเราะก่อนที่ร่างของซึราระจะหยุดนิ่งไป เมื่อมีคนเดินผ่านไป  ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนที่สองขานั้นจะเดินออกไปนอกห้อง  แล้วเห็นแผ่นหลังนั้นชัดอีกครั้ง 

เลือดในตัวของเธอเย็นเยียบ  จนเผลอทำตะเกียบในมือหล่นลงกับพื้น  จนเคะโจโรต้องเดินเข้าไปหาอย่างเป็นห่วง

“เป็นอะไรไปซึราระ  เจ้าหน้าซืดๆนะ  ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”

ซึราระส่ายหน้าจนผมปลิว จนเคะโจโรต้องยื่นมือไปจับไหล่ของอีกฝ่ายไว้  เพราะกลัวว่าเพื่อนของเธอจะคอหักซะก่อน 

                “ให้ข้าไปตามท่านริคุโอะให้ไหม?”

                “...”

                “ซึราระ?”

                “ข้าควรไปจากที่นี่จริงๆสินะ”

                “เจ้าพูดเรื่องอะไรน่ะ  ทำไมเจ้าถึง...”

                “มีเรื่องอะไรกันหรอพี่สาว”

                โชเอย์เดินเข้ามาหาทั้งสองคน  ทำให้เคะโจโรพลาดโอกาสที่จะถามอีกฝ่ายไป  โดยไม่รู้เลยว่าเวลาที่เหลือในการถามคำถามนั้นจะน้อยจนแทบใจหาย

                ซึราระก้มลงไปหยิบตะเกือบบนพื้น  แล้วหันหน้ากลับไปหาทั้งสองคน  ก่อนจะยิ้มให้แล้วตอบคำถามโดยไม่สนใจใบหน้างุนงงของทั้งสองคน

                “ไม่มีอะไรหรอกโชเอย์คุง  เคะโจโร  รับเถอะเดี๋ยวก็หมดเวลาซะก่อนนะ”

                ว่าจบร่างบางก็เดินเข้าห้องครัวไป  โดยไม่สนใจว่าคำตอบกำกวมของเธอทำให้อีกสองคนมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ  และกว่าจะเข้าใจความหมายของมันก็เกือบจะสายเกินไปซะแล้ว...

 

                มื้อเย็นวันนี้สร้างความหงุดหงิดให้กับริคุโอะไม่น้อย  ไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อตอนกลางวันอย่างเดียว  แต่เป็นเรื่องที่ซึราระต้องคอยดูแลอีกฝ่ายว่าน่าโมโหแล้ว  (ที่ไม่อาละวาดก็เพราะเธอเองก็ยังคอยดูแลเขาอยู่เหมือนกันหรอกนะ) ก็เทียบไม่ได้กับการที่ร่างบางทำสีหน้าเศร้าๆแบบนั้น  โดยที่เขาไม่รู้สาเหตุ  มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างมาบีบหัวใจเขา

                “ขอสาเกเพิ่มหน่ยได้ไหม”

                ริคุโอะกระซิบที่ข้างหูของซึราระตอนที่เธอเข้ามาเพิ่มเติมอาหารให้เขา  แต่เธอกลับสะดุ้งจนของในมือหล่นพื้น

                เพล้ง!

                “ขะ...ข้าขอโทษเจ้าค่ะ  เดี๋ยวข้าจะ....”

                “ไปพักเถอะซึราระ  เดี๋ยวข้าให้เคะโจโรมาทำเอง”

                “แต่ว่า...”

                “เจ้าไม่สบายใช่ไหม  ไปพักเถอะ  ข้าเป็นห่วง”

                ริคุโอะไม่เพียงแค่พูดเท่านั้นแต่ยังทาบมือลงมาที่แก้มขอซึราระอีกต่างหาก   คำว่าเป็นห่วงจากร่างสูงทำให้สติที่เหม่อลอยของเธอกลับเข้าที่  เธอจะทำให้เขากังวลไม่ได้เด็ดขาด 

              “ข้าขอโทษนะเจ้าค่ะ”

                เธอบอกกับร่างสูง   ก่อนจะเดินออกจากห้องไป 

                ส่วนริคุโอะก็ทำได้แค่มองตามอย่างเป็นห่วงเท่านั้น  อยากจะออกไปด้วยก็กลัวจะเป็นการเสียมารยาทกับผู้ใหญ่มากเกินไป แถมปู่กับกิวคิก็จ้องซะจนเขาขยับตัวแทบไม่ได้  เขาไม่อยากขัดใจทั้งสองคน  ถ้าไม่ใช่ว่ากลัวว่าเรื่องที่เขาได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริง  และเขายังต้องขอความช่วยเหลือจากทั้งสองคนอยู่  ป่านนี้เขาคงอาละวาดไปแล้ว

                ตอนนี้เขาเลยทำได้แค่นั่งเป็นกังวลกับท่าทางของอีกฝ่ายแทน

                “เคะโจโร  เจ้าพอจะรู้ไหมว่าซึราระเป็นอะไร”

                “ไม่ทราบเจ้าค่ะ  ข้าเห็นซึราระเป็นตั้งแต่ตอนเย็นแล้วเจ้าค่ะ”

                พูดจบมือเรียวก็ก้มลงเก็บของต่อ  แต่ก็เอียงใบหน้าเข้าไปกระซิบ บางอย่าง’  กับริคุโอะแทน 

                เมื่อเขาได้ยินก็ต้องมองหน้าเธออย่างสงสัย  แต่พอเคะโจโรพยักหน้าอีกครั้งเป็นเชิงยืนยันแล้ว  เขาก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา  เพราะว่าเรื่องที่ได้ยินกับเรื่องที่ได้รู้มา....มันตรงกันจนน่าใจหาย

                “ข้ากับโชเอย์ได้ยินมาแบบนั้นจริงๆเจ้าค่ะ”

                “เจ้าไปเอาเหล้ามาเพิ่มให้ข้าหน่อยได้ไหม”

                “แต่ว่าท่านดื่ม...”

                “พอดีว่าข้าแค่อยากใช้มันหา อะไรบางอย่างน่ะ”

 

                                                                                                                                                                                      

          มาต่อแล้วค่ะ  ตรงกับช่วงวันหยุดพอดีเลย 

          ใกล้จะปีใหม่แล้วนะค่ะ  ช่วงนี้มีเวลาว่างพอสมควร  เพราะใกล้สอบแล้ว (อย่าลืมอ่านหนังสือสอบกันนะค่ะ)

          ใครที่กำลังจะสอบเหมือนคนเขียน  เราก็ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ  

          ใครที่มีข้อเสนอแนะอะไรเก่ยวกับนิยายเรื่องนี้  ก็เสนอมาได้เลยค่ะ  เรารอฟังอยู่นะค่ะ

          แล้วเจอกันใหม่นะค่ะ   ขอให้โชคดีกับการสอบ ^^V 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #14 S#k@y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 01:58
    อัพอีกนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ ชอบมากเลยน่ารักดีค่ะ❤❤❤
    #14
    0