fic Nurarihyon no Mago

ตอนที่ 10 : ถอยห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

นี่เป็นเช้าแรกที่ซึราระมาทำหน้าที่ของเธอด้วยความรู้สึกสงบใจจริงๆ  หลังจากผ่านเรื่องที่ปราสาทของกิวคิ  ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว  แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้คุยกันเหมือนกำลังอยู่ในช่วงที่คิดไม่ตกอยู่นั้น  ทำให้ก่อนหน้านี้เธอเลี่ยงที่จะมาทำหน้าที่ของตัวเองมาตลอด

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสำหรับตัวเธอเองนั่นจะได้คำตอบที่ต้องการแล้ว  ว่าควรจะทำอะไรต่อจากนี้ไป

“ท่านริคุโอะเจ้าคะ  เช้าแล้วนะคะ  เดี๋ยวไปเรียนสายนะ”

เธอเดินเข้าไปเปิดประตูเพื่อให้แสงแดดยามเช้าทำให้คนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมา  ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เพื่อหยิบชุดออกมาวางเตรียมให้ชายหนุ่ม

ริคุโอะที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะมองภาพตรงหน้าแล้วลอบยิ้มออกมา  จนซึราระหันกลับมามอง   เขาจึงอ้อนเพื่อขอเธอนอนต่อด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้  ถ้าเธอได้เห็นจะไม่มีทางใจแข็งแน่...

แต่ตอนนี้ที่เธอได้ตัดสินใจไปแล้ว  เธอจะไม่ยอมหันหลังกลับไปแน่

“ลุกได้แล้วเจ้าคะ  ข้าเตรียมชุดไว้ให้ท่านริคุโอะแล้ว  ....อีกอย่างคุณอิเอนากะก็มารอแล้วนะเจ้าคะ”

ซึราระพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่พยายามเก็บอารมณ์และความรู้สึก  เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ความจริงว่าเธอรู้สึกอย่างไร  ก่อนจะขอตัวแล้วเดินออกจากห้องอย่างเงียบๆ

ปฏิกิริยาของเธอทำให้ริคุโอะขมวดคิ้ว  ก่อนจะลุกขึ้นไปกระชากแขนของคนตัวเล็กที่กำลังจะก้าวขาออกจากห้องให้หันมาเผชิญหน้ากัน  ส่วนอีกมือก็เลื่อนประตูให้ปิดลง 

ดวงตาสีน้ำตาลมองไปที่เธอด้วยความเย็นชา  น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดชัดเจน

“ซึรารเป็นอะไร  ทำไมทำท่าทางเย็นชาแบบนี้”

ซึราระมองหน้าริคุโอะด้วยความไม่เข้าใจ  ก่อนหน้านี้เอไม่ได้ทำแบบนี้อยู่แล้วหรอ  เขาไม่พอใจอะไรเธอกันแน่

“ข้าไม่ได้...”

“ซึราระกำลังเมินผมนะ  คิดว่าผมดูไม่ออกหรอ”

“ข้าดีใจที่ท่านดูออกคะ”

ยิ่งเมื่อเธอพูดประโยคนี้ออกมา  ความอดทนของเขาก็ถึงจุดสิ้นสุด  จนเผลอผลักเธอกระแทกผนังห้องแล้วเบียดตัวเองเข้าใกล้กับตัวเธอแล้วใช้สองแจขนกั้นไว้ไม่ไห้เธอเหลือทางหนี

ทั้งสองคนใกล้กันมากกว่าที่เคย....  ใบหน้าคมโน้มลงไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ  สองแขนของเธอพยายามดันเขาออกแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีผลเมื่อเขาใช้มือเกลี่ยผมที่ข้างแก้มของอีกฝ่ายออกอย่างแผ่วเบา  ใบหน้าคมอยู่ไม่ห่างจากซอกคอของเธอ  เขากำลังจะทาบริมฝีปากลงบนริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอ  เพื่อชิมความหอมหวานที่เคยสงสัยมานาน  ทั้งสองใกล้กันจนแทบจะสัมผัสกัน

“ริคุโอะคุง  ฉันเข้าไปได้ไหม?”

เสียงเรียกที่หน้าห้อง ดึงสติของซึราระกลับมา  เธอพยายามผลักเขาออกห่างอีกครั้งโดยไม่ส่งเสียงแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมปล่อยแล้วยังรวบมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้แน่น

“ไม่ต้อง  ผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่”

“จ๊ะ  งั้นฉันไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ”

รอฟังจนเสียงเดินหายไป  แล้วริคุโอะก็กำลังจะประทับริมฝีปากลงอีกครั้งแต่อีกฝ่ายกลับเลื่อนใบหน้าหนีแล้วจงใจพูดกระแทกเขาแบบไม่ไว้หน้า

“ข้าว่าท่านน่าจะเห็นใจคนรอบ้างนะเจ้าคะ”

“หมายความว่าถ้าไม่มีคนรอ  ซึราระจะยอมผมหรอ?”

ซึราระหน้าแดง แต่ปากก็ยังคงปฏิเสธอยู่

“ไม่เจ้าคะ  ข้าจะไม่ยอมให้ท่านทำอะไรล่วงเกินข้า”

“ล่วงเกิน?  แบบนี้ผมไม่เรียกว่าล่วงเกินหรอกนะ  ซึราระอยากรู้ไหมว่าล่วงเกินของผมเป็นแบบไหน?”

น้ำเสียงเจ้าเล่ห์แบบนี้  เธอไม่เคยได้ยินมันจากปากเขาในร่างมนุษย์มาก่อนเลย  จะว่าดีใจก็ดีใจแต่เธอกลับรู้สึกเสียใจมากกว่า  เหมือนกับว่าที่ผ่านมาเขาเห็นเธอเป็นแค่ของตายที่อยู่ข้างๆมาตลอด....  แต่พอเธอเริ่มถอยห่างเขากลับมาเห็นความสำคัญของเธอ....

อีกฝ่ายนิ่งไปแต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอจากการเกาะกุม  ยิ่งเธอพยายามดิ้นเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเบียดร่างกายมามากขึ้นกว่าเดิม  จนเธอแทบจะกลืนหายไปกับกำแพงอยู่แล้ว!

“เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผมหน่อยสิ”

“ท่านริคุโอะ!

ริคุโอะอมยิ้มเมื่อเห็นคนตัวเล็กแก้มแดงเพราะความเขินอาย  ก่อนจะยอมปล่อยเธออออกจากการเกาะกุม เพราะถ้าเกิดเขาทำอะไรมากกว่านี้แล้วเธอโกรธขึ้นมา  เขาจะต้องเป็นบ้าแน่ๆ

ทันทีที่เขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ  ซึราระก็รีบเด้งตัวออกจากตรงนั่นอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป โดยไม่ทันรู้เลยว่ากำลังมีคนที่มองมาทางนี้อยู่....

 

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จริคุโอะก็เดินมาที่ห้องนั่งเล่นที่มีคนนั่งรออยู่  คานะที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมามองริคุโอะก่อนจะส่งยิ้มมาให้เหมือนทุกที  แต่ครั้งนี้มีบางอย่างที่แตกต่างออกไป  บางอย่างที่กำลังจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสำพันที่กำลังจะก่อตัวขึ้น

“คานะจัง  มาแต่เช้าเลยนะมีเรื่องอะไรกับผมรึเปล่า”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันมาหาริคุโอะคุงไม่ได้หรอ?”

“....ก็เปล่า   แล้วทานอะไรมารึยัง   ถ้ายังไม่ได้ทานมาก็ไปที่ห้องอาหารกันก่อนเถอะ”

“จ๊ะ”

ริคุโอะเดินพาคานะไปที่ห้องอาหารที่ตอนนี้มีปีศาจจำนวนมากนั่งรอการมาถึงของเขาอยู่  และทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปเสียงที่เคยดังอยู่กลับเงียบลงอย่างน่าตกใจ

คงเพราะที่ที่นายน้อยของกลุ่มพาหญิงสาวมาถึงห้องอาหารเพื่อทานข้าว  คงจะเป็นครั้งแรกที่มีคนได้รับสิทธินี้แถมยังเป็นมนุษย์อีกต่างหาก

ซึราระมองภาพตรงหน้าก่อนจะหันไปสนใจกับการเสิร์ฟอาหารต่อ  เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำอะไร  เพราะฉะนั้นเธอจะไม่เอาตัวเองไปทำให้คนอื่นต้องทุกข์ใจอีก 

เพราะถ้าการที่เธอยังเข้าใกล้ริคุโอะแล้วทำให้คานะรู้สึกไม่พอใจ  เธอก็จะไม่เข้าไปยุ่ง  ถ้าเธอเข้าไปยุ่งย่ามมากๆ อาจทำให้ทั้งสองคนอึดอัดก็ได้  ดังนั้นเธอถึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายถอยห่างออกมา  เพื่อให้ทั้งสองคนมีความสุขกันโดยไม่มีเธอเป็นตัวถ่วงสักที

“เคะโจโรช่วยเตรียมสำรับให้คานะจังด้วยนะ”

ริคุโอะพูดกับเคะโจโรที่กำลังนั่งอยู่  อีกฝ่ายกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปเตรียมอาหารแต่ใครบางคนกลับลุกขึ้นตัดหน้าเธอไปก่อน

ซึราระกับโชเอย์ลุกขึ้นพร้อมกันก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไปพร้อมกัน

“เดี๋ยวข้าไปเตรียมให้เองเจ้าค่ะ”

ริคุโอะมองแล้วก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจ  ความเกรงขามจึงถูกปลดปล่อยออกมาจนไม่มีใครกล้าส่งเสียง  แล้วรอให้คนสนิทของเขากลับมา

โชเอย์เป็นคนยกสำรับมาส่งใกล้เคะโจโรก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยมีซึราระนั่งอยู่ด้านข้าง

เคะโจโรเอาสำรับไปวางไว้หน้าคานะที่นั่งอยู่ข้างๆริคุโอะก่อนจะเดินกลับไปรินเหล้าให้ท่านหัวหน้าใหญ่  ที่กำลังนั่งมองหลานชายตัวเองด้วยความเพลิดเพลิน

“ถ้ามากันครบแล้วก็ลงมือกินกันเถอะ  เดี๋ยวอาหารจะไม่อร่อยซะก่อน  วันนี้เจ้าตั้งใจทำเลยนี่น่า  ใช่ไหมซึราระ?”

“เจ้าคะ  ข้าอยากจะขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”

“ไม่เป็นไรหรอก  เจ้าก็เหมือนลูกเหมือนหลานข้า  อีกอย่างเซ็นซึระเองก็เป็นคนสำคัญของพวกเราเหมือนกับเจ้า”

ปีศาจที่เหลือต่างพากันพยักหน้าแล้วลงมือกินอาหารเช้าแสนอร่อยฝีมือแม่ครัวประจำบ้าน  ส่วนคานะที่ยังนั่งอยู่รู้สึกอึดอัด  เพราะเธอยังเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอีกด้วย  ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่กลัวปีศาจเหมือนที่ผ่านมาแล้ว  แต่ก็ต้องมีบางที่ที่จะรู้สึกไม่ดี  เหมือนพวกเขาไม่เปิดใจรับเธอ

ตลอดมื้ออาหารนั้นจึงเต็มไปด้วยความอึดอัดสำหรับเธอ

 

หลังจากทานอาหารเสร็จริคุโอะก็เดินโรงเรียนเหมือนที่ผ่านมา  วันนี้แตกต่างจากทุกวันเพราะมีคานะมาด้วยแต่กลับไม่มีซึราระ...

“ริคุโอะคุง  เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะเห็นเงียบมาตลอดเลย”

“เปล่าหรอกคานะจัง  ว่าแต่คานะจังล่ะสนุกไหมไปบ้านผมวันนี้”

คานะเงียบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองริคุโอะ  ริมฝีปากบางเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจ

“ฉันน่ะ  ชอบริคุโอะคุงนะ  แต่ว่าคนในบ้านริคุโอะคุงดูเหมือนจะไม่มีใครยอมรับฉันเลย”

“...”

“พวกเขาเอาแต่ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน  แล้วก็เอาแต่พูดเรื่องเกี่ยวกับคุณโออิคาว่าตลอดเลย  ฉันควรทำยังไงหรอทุกคนถึงจะยอมรับฉันที่เป็นมนุษย์”

เขาอยากจะปลอบเธอแต่กลับไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้เลย  ทุกอย่างที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงที่เขารู้อยู่แล้ว  แต่ว่าตัวเธอเองก็ยังไม่ได้เปิดใจให้กับพวกปีศาจเท่าที่เธอคิด  ถึงเธอจะบอกว่าอยู่กับปีศาจได้แต่ว่าเธอยังคงหวาดกลัวเกินไป  ทำให้พวกนั้นไม่กล้าเข้ามาชวนเธอคุยเพราะกลัวว่าเธอจะไม่ชอบ....

นี่คือสิ่งที่คานะไม่รู้ตัว  ว่าตัวเองได้สร้างกำแพงมาขว้างกั้นพวกนั่นเอาไว้มากมายแค่ไหน

“ฉันอยากจะปล่อยมือจากริคุโอะคุงนะ...  อยากจะรู้ว่าตัวเองควรจะเดินไปทางไหนแล้วควรทำอะไรต่อไป”

“คานะจัง”

“ฉันยังรออยู่นะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #73 มิบุนินเกียว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 13:31

    ...คนที่สอนให้คานะกลัวภูตผีก็คนริคุโอะเองไม่ใช่รึไง?

    #73
    0
  2. #65 mll3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:16
    บ้านใหญ่ไม่ยอมรับเธอก็ควรถอดใจนะผักคะน้า
    #65
    0
  3. #44 DeedeeWeedee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 18:02
    โอ้ยๆๆหมั่นไส้ยัยคานะอะ เขาปฏิเสธเเล้วนิหว่า โอ้ยยยพระเอกกรูขาช่วยเลือกได้มั้ย[เอาจริงๆจังๆนะ] อย่างเห็นซึราระกรูเป็นของตาย อิน!!!
    #44
    0