[Yaoi]ข้าเป็นสุนัขของท่านแม่ทัพ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 4 จินหลิงกับการช่วยเหลือท่านแม่ทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 828 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61


ตอนที่ 4

จินหลิงกับการช่วยเหลือท่านแม่ทัพ

 

                เมื่อได้มองจนพอใจแล้วจินหลิงก็ละสายตาออก เขายิ้มกว้างเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้ ทำราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ทิ้งให้ไป๋หยางยืนหน้าซีดเหมือนเพิ่งผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจมา


ปฏิกิริยาของทั้งคู่อยู่ในสายตาของเยี่ยอ้าวเทียน เขาเลือกที่จะเงียบและเรียกไป๋หยางที่ยืนนิ่งอยู่ให้ไปนั่ง


เมื่อโดนเรียกกุนซือหนุ่มก็หลุดออกจากภวังค์ เขาสะบัดศีรษะเรียกสติ สงสัยช่วงนี้เขาทำงานหนักไปหน่อยถึงได้หน้ามืดไปครู่หนึ่งตอนเด็กคนนั้นทักทายเขา ชื่อว่าอะไรนะ?


...จินหลิง...


ชื่อนี้มัน...เจ้าของโอสถที่พวกเขาอยากพบนี่


ไป๋หยางเบิกตากว้าง เขาตรงไปนั่งเก้าอี้ข้างเยี่ยอ้าวเทียนที่ว่างอยู่นั่งติดกับจินหลิง ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายยังเป็นเพียงเด็กจากรูปร่างอายุน่าจะไม่เกินสิบหกปี ดูร่าเริงสดใสผิดกับที่คิดไว้ และท่าทางเด็กคนนี้...


กำลังชอบสหายของเขาอยู่


ดวงตาสีทองเปล่งประกายยามเยี่ยอ้าวเทียนตั้งใจเลือกเมนูอาหารให้ การกระทำที่แตกต่างราวกับฟ้าและเหวทำเอาไป๋หยางแทบจะกระอักเลือด


เจ้าคนเลือกปฏิบัติ


กุนซือหนุ่มแอบค่อนขอดสหายของตัวเองในใจ เขาได้ลืมเลือนไปหมดสิ้นว่าก่อนหน้านี้จิตวิญญาณของตนได้เกิดความเกรงกลัวขึ้นยามเผชิญหน้ากับดวงตาสีทองคู่สวยของจินหลิง


เขาได้ลืมไปหมด...ราวกับถูกลบออกไป


“อ้าวเทียนสั่งแค่นี้พอหรือเปล่า ข้ากลัวกินไม่อิ่มจัง”


จินหลิงพูดอย่างกังวล แต่ชวนได้คนที่ได้ยินเหงื่อตก ตัวเล็กนิดเดียวแต่ทำไมถึงได้ทานมากขนาดนี้ กระเพาะหลุมดำหรือไงกัน


อ้าวเทียนไม่แปลกใจ เขาลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆราวกับเคยชินที่ทำแบบนี้แล้ว


“ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวค่อยสั่งมาเพิ่ม”


“อืม!


บรรยากาศบนโต๊ะอบอวนไปด้วยความประหลาด คนที่ดูสบายสุดก็คือจินหลิงผู้ที่กำลังตื่นเต้นระหว่างรออาหาร นี่คือหออาหารอันดับหนึ่งเชียวนะ แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว


ส่วนคนที่ทำตัวไม่สนใจรอบข้างคนต่อมาคือเยี่ยอ้าวเทียน ท่านแม่ทัพไร้พ่ายผู้แสนเย็นชาตลอดเวลายกเว้นตอนอยู่กับคนตัวเล็ก


ลี่ลี่สาวรับใช้ผู้ได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกำลังกระสับกระส่าย นางกังวลว่าจะทำตัวขายหน้าบนโต๊ะอาหารจนทำให้คุณหนูกับท่านจินหลิงเสียชื่อ ต่างกับชุนเหมยที่กำลังจิบชาอย่างสบายใจดูไม่ทุกข์ร้อนกับบรรยากาศรอบข้าง ใครใช้ให้นางมีจิตสัมผัสที่พิเศษ เวลานี้ท่านจินหลิงกำลังมีความสุขทางที่ดีไม่ควรไปขัดอารมณ์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ไป๋หยางนั้น ในเวลานี้ใบหน้าของกุนซืออัจฉริยะแห่งแคว้นเต็มไปด้วยความสงสัย เขาคันปากอยากจะลากคอเจ้าสหายหน้าน้ำแข็งของตนมาถามเหลือเกินว่าไปสนิทสนมกับเจ้าของโอสถที่พวกเขาอยากเจอตอนไหน


เอ...เดี๋ยวนะ


ก่อนหน้านี้ลู่เฝิงบอกมาว่าเยี่ยอ้าวเทียนจะมาสายเพราะติดธุระกะทันหัน คราแรกก็นึกว่าที่ค่ายมีเรื่องด่วนอะไร แต่พอเห็นโผล่หน้ามาหออาหารพร้อมกันทั้งสองคนแล้ว ธุระที่ว่าคือเด็กคนนี้สินะ


“นี่ๆอ้าวเทียน สหายของเจ้าทำหน้าโง่งมจัง”จินหลิงกระซิบข้างหูอ้าวเทียน


“แต่เขาฉลาด”


“ดูไม่เห็นเหมือนเลย”


ท่าทางกระซิบกระซาบนั่นมันอะไรกัน พูดกลัวคนไม่ได้ยินรึไง ไป๋หยางอยากบอกเหลือเกินว่าเขาได้ยินทุกคำ ต้องโทษที่ตัวเองหูดีเกินไปสินะ สองคนนี้ก็เหลือเกินคนหนึ่งขานคนหนึ่งรับ


สาวใช้ตัวน้อยนี่ก็อีกคน สายตาเวทนานั่นมันอะไรกัน


“ดูสิเขาทำหน้าโง่งมอีกแล้ว”


“อะแฮ่ม!”ไป๋หยางขัดจังหวะการพูดคุยก่อนที่จะรู้สึกสมเพสตัวเองไปมากกว่านี้


“เจ้าเจ็บคอเหรอสหายของอ้าวเทียน”


“เปล่า”


กุนซือหนุ่มแทบจะถลึงตาใส่เจ้าของคำถามที่ถามด้วยใบหน้าใสซื่อ นินทากันระยะเผาขนขนาดนี้ เขาคงยิ้มระรื่นชื่นใจได้หรอก ไป๋หยางยกชาจิบเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัว


“จริงสิอ้าวเทียน เจ้าชอบสุนัขหรือเสือมากกว่ากัน”


มองสีหน้าคาดหวังของคนตัวเล็กแล้วได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายถามไปเพื่ออะไร แต่หน้าตาน่ารักนั่นบอกว่ากำลังเฝ้ารอคำตอบอย่างจริงจัง


“สุนัข”เขาไม่ได้ตอบเอาใจแต่อย่างใดเพราะมันคือความจริง


สุนัขย่อมน่ารักกว่าเสืออยู่แล้ว


“เย้ คิดไว้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องเลือกสุนัข”


จินหลิงกอดหมับเข้าที่แขนคนข้างตัวอย่างดีใหญ่ ทำให้คนโดนกอดแขนตัวแข็งทื่อ ไม่เห็นคนรอบข้างที่อ้าปากค้างทำท่าทางสนิทสนมถูกเนื้อถูกเนื้อกันของทั้งคู่


“ถามทำไมเหรอ”


นั่นสิ ถามทำไม คนอื่นก็สงสัยเช่นกัน


“ข้าไม่ชอบเสือ”พอนึกถึงเขาก็ขมวดคิ้ว “เลยอยากรู้ว่าเจ้าชอบอะไรมากกว่ากัน”


“ทำไมถึงไม่ชอบเสือ”


“มีคนๆหนึ่ง ชอบล้อข้าเสมอว่าเป็นสุนัขแสร้งห่มหนังเสือ”


“????”


เจ้าคนปากพร่อยคนนั้น แถมยังชอบแกล้งเขาเสมอจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจื่อเฟิน ศิษย์คนที่สามของปฐมวิญญาณ เจ้าจิ้งจอกงี่เง่าที่ชอบแต่งกายด้วยอาภรณ์สีสันฉูดฉาดเหมือนนกยูง


เมื่อก่อนเขาโดนอีกฝ่ายอีกล้ออยู่เสมอว่าเป็นแค่สุนัขเฝ้าบ้าน ริอาจทำตัวเยี่ยงพยัคฆ์ พอโดนเอาไปเปรียบกับเสือบ่อยๆเข้า วันหนึ่งโกรธจนทนไม่ไหว เขาบุกไปยังเผ่าไป๋หู่จับลูกเสือขาวทั้งหมดนับร้อยตัวมายังวังชิงเทียน ยามเบื่อหน่ายก็จับลูกเสือพวกนั้นเรียงต่อกันเป็นแถวโดยให้ลูกเสือตัวหลังกัดหางตัวข้างหน้าไว้ จากนั้นก็ให้เจ้าลูกเสือที่อยู่หัวแถวไล่กัดหางเจ้าลูกเสือที่อยู่ท้ายแถว หลังจากการเล่นจบลงก็มีเสียงร้องไห้เจ็บหางของพวกลูกเสือดังไปทั่ววังชิงเทียน ทำให้จินหลิงเบิกบานใจนัก


ยามอารมณ์ไม่ดีก็ให้เทพรับใช้จับลูกเสือพวกนั้นมันขาห้อยหัวไว้กับต้นไม้ ดูราวกับต้นไม้ออกผลมาเป็นลูกเสือขาวอย่างไรอย่างนั้น


การระบายอารมณ์ของจินหลิงยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เขาใช้เวลาว่างกลั่นแกล้งพวกลูกเสือมากมายไม่ว่าจะเป็นให้เฝ้าประตูวังชิงเทียน ให้คาบกระดูกวิ่งรอบวัง หรือไม่ก็นำพวกนั้นมาเป็นเบาะรองเท้า ที่ดูหนักสุดคงจะเป็นให้เรียงแถวยาวหน้าวังชิงเทียนและหอนเหมือนสุนัขทุกๆเช้า ราวกับไก่ขันปลุกคน นอกจากนี้เขายังร่ายคาถาให้เสียงหอนของลูกเสือขาวดังไปถึงวังจูเซียนของจื่อเฟิน


ยามนั้นไม่เพียงเทพรับใช้วังชิงเทียนทุกตนต้องพกที่อุดหูไว้และหลีกเลี่ยงทุกครั้งยามเจอลูกเสือขาว เทพรับใช้วังจูเซียนก็เช่นกัน สาเหตุเกิดจากพวกเขาโดนเสียงหอนนั้นตามหลอกหลอนแม้ยามฝัน


ปฐมวิญญาณที่ดูจะทนเสียงร้องห่มร้องไห้ของผู้นำเผ่าไปหู่ไม่ไหวเพราะอีกฝ่ายมาร้องเรียนกอดขาพร่ำพูดไม่หยุดทุกๆวันว่าศิษย์คนเล็กของเขาลักพาตัวลูกเสือขาวเขานับร้อยตัวไปไว้วังชิงเทียน แล้วยังเล่าวีรกรรมกลั่นแกล้งต่างๆนานาของศิษย์คนเล็กที่ปฏิบัติต่อลูกเสือขาว พอได้ฟังเขาถึงกับกุมขมับ


ใช่ว่าจะไม่รู้นิสัยของศิษย์ตน จินหลิงถ้าไม่มีใครไปทำให้โกรธเขาก็จะเหมือนเด็กน้อยผู้น่ารักแสนเกียจคร้านที่วันๆนึกถึงเพียงเรื่องกินกับนอน แต่หากไปยั่วโมโหให้โกรธขึ้นมาเขาจะตามเอาคืนจนผู้คนปั่นป่วนไปหมด ครั้งล่าสุดที่จินหลิงโกรธก็มีเหล่าเทพไม่น้อยที่โดนหางเลขไปด้วยเพราะอยู่ผิดที่ คราวนี้ก็เป็นเผ่าเสือขาวที่โดนหางเลข ส่วนตัวการต้นเรื่องนั้น...


เดี๋ยวถ้าทนไม่ไหวก็คงโผล่มาเอง เพราะเหตุนี้ปฐมวิญญาณจึงไม่ได้ไปห้ามปรามศิษย์คนเล็กของตนตั้งแต่วันแรกที่ผู้นำเผ่าไป๋หู่มาบอกว่าศิษย์คนเล็กของเขาบุกไปที่เผ่าไป๋หู่และจับตัวลูกเสือขาวที่ยังไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้นับร้อยตัวไปไว้ที่วังชิงเทียน เขากำลังรอ...รอให้ตัวการต้นเรื่องที่ทำให้จินหลิงโกรธโผล่ออกมา


นับว่ามีความอดทนได้เพียงครึ่งปี ปฐมวิญญาณก็ได้พบกับศิษย์คนที่สามของเขา จื่อเฟินที่มาหาด้วยใบหน้าอิดโรยขอบตาดำคล้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถลดทอนความงามของเจ้าตัวลงได้


จื่อเฟินเล่าว่าตนเพียงล้อเลียนเปรียบเทียบจินหลิงกับเสือเท่านั้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธถึงขนาดให้พวกลูกเสือขาวหอนเลียนแบบสุนัขดังไปถึงวังจูเซียนร่ายคาถาปิดกั้นอย่างไรก็ไร้ผล เสียงหอนที่ฟังดูน่าขนลุกนั่นทำให้ตนทนไม่ไหวหนีไปอยู่ชิงชิว ใครจะไปคิดว่าจินหลิงโกรธฝังจิตขนาดนั้น หนีไปถึงชิงชิวแล้วก็ยังตามมา เสียงหอนน่าขนลุกนั่นดังไปทั่วชิงชิวทุกๆเช้า


ทุกๆวันจื่อเฟินจะได้รับจดหมายร้องเรียนหลายฉบับจากผีเสื้อสื่อสารเรื่องเสียงหอนนั้นจากเทพในวังจูเซียนและจิ้งจอกขาวในชิงชิว พอคิดว่าทนๆไปเดี๋ยวจินหลิงก็เบื่อและเลิกไปเอง ใครจะไปคิดว่าไม่ใช่ตนที่มีความอดทนแต่เป็นฝ่ายศิษย์น้องเล็กต่างหากที่มีความอดทนเหลือเชื่อ


เมื่อทนไม่ไหวจื่อเฟินก็แบกหน้ามาหาอาจารย์ให้ช่วยไปเกลี่ยกล่อมศิษย์น้องเล็ก


พอได้ฟังต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง ปฐมวิญญาณก็พาจื่อเฟินและผู้นำเผ่าไป๋หู่ไปเยือนวังชิงเทียน เขายังเรียกให้ศิษย์คนโตและศิษย์คนรองมาด้วยเพราะจินหลิงเชื่อฟังสองคนนี้ที่สุด พอได้เห็นสภาพในวังชิงเทียนแล้วปฐมวิญญาณก็เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้นำเผ่าไป๋หู่ถึงได้ไปร้องไห้บีบน้ำตาให้เห็นทุกวัน


เผ่าไป๋หู่ขึ้นชื่อเรื่องดุดัน อาจหาญ และน่าเกรงขาม ในสงครามเองก็เป็นทัพหน้าสู้ศึกกับศัตรูโดยไม่เกรงกลัว


แต่ลูกเสือขาวนับร้อยตัวยามนี้ไม่ต่างไปจากลูกสุนัขรับใช้ บนคอมีป้ายเขียนตัวเลขไม่ซ้ำกันห้อยไว้ แต่ไหนแต่ไรมาศิษย์คนเล็กของเขาก็เป็นพวกไม่ชอบจดจำหากไม่ใช่สิ่งที่ตนสนใจ ตัวเลขพวกนี้คงใช้เรียกแทนชื่อจริงของลูกเสือขาว


ในช่วงเวลานั้น จินหลิงจำได้เพียงว่าปฐมวิญญาณให้จื่อเฟินขอโทษตน ลูกเสือขาวพวกนั้นจินหลิงก็อนุญาตให้ผู้นำเผ่าไป๋หู่พากลับไปโดยดีจนอีกฝ่ายดีใจร้องไห้ถลาเข้ามากอดขาพูดขอบพระคุณไม่หยุด นอกจากนี้เจ้าจิ้งจอกยังต้องชดใช้ของปลอบขวัญแก่เผ่าไป๋หู่ด้วยเพราะเป็นต้นเหตุของเรื่อง ส่วนเขาก็โดนพี่ใหญ่กับพี่รองรองอบรมเล็กน้อย


หลังจากนั้นลูกหลานในเผ่าไป๋หู่ก็ถูกสั่งสอนว่า หากพบศิษย์คนเล็กของปฐมวิญญาณเมื่อใด ให้รีบหนีไปให้ไกลที่สุด อย่าได้อยู่รบกวนสายตาของท่านผู้นั้นเด็ดขาด หากไม่อยากถูกจับไปวังชิงเทียนที่แสนน่ากลัว


กลับมาปัจจุบัน เยี่ยอ้าวเทียนก็ยังงุนงงว่าคนตัวเล็กต้องการสื่ออะไร


“ข้าไม่ชอบเสือ ดังนั้นข้าจึงไม่ชอบเขา”


จินหลิงชี้ไปที่บุรุษชุดขาวที่นั่งจิบชาอยู่ ทำเอาคนโดนกล่าวถึงขณะกำลังดื่มชาอยู่สำลักพรวดออก ไป๋หยางมองไปยังจินหลิงอย่างตกตะลึงราวกับคาดเดาออกแล้วว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร เยี่ยอ้าวเทียนก็เช่นกัน


“เจ้ารู้ว่าข้าเป็นใคร”


“เป็นตัวอะไรต่างหาก”พูดจบก็หัวเราะคิกคักและหันไปมองไป๋หยาง “เห็นแก่ที่เจ้าเป็นสหายของอ้าวเทียนและดีต่อเขาไม่น้อย แม้เป็นลูกหลานของเผ่าไป๋หู่ ข้าก็จะละเว้นเจ้าไว้สักคนแล้วกันนะเจ้าเสือน้อย”


ยามนี้กุนซือหนุ่มได้แต่อ้าปากค้างเมื่อรู้ว่าความลับเรื่องตัวตนแตกแล้ว ไหนจะโดนเรียกว่าเสือน้อยนั่นอีก หันไปมองสหายข้างกายก็เจอสายตาสื่อเป็นนัยว่าให้หุบปาก ทำเอาไป๋หยางเจ็บช้ำในอก


เจ้าคนลำเอียง!


เยี่ยอ้าวเทียนที่รู้เรื่องตัวตนของจินหลิงก็นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเก่งถึงขนาดรู้ว่าไป๋หยางเป็นคนของเผ่าไป๋หู่ ผิดกับสหายของเขาที่ไม่มีท่าทีจะรู้สึกถึงตัวตนของจินหลิงเลยสักนิด ความรู้สึกแปลกๆตอนสองคนนั้นเผชิญหน้ากันเป็นเขาที่คิดมากไปเอง หรือนี่ก็เป็นความสามารถส่วนหนึ่งของดวงตามองเห็นความจริง


แต่ที่เขารู้แน่ชัดยามนี้คือคนตัวเล็กที่ดูเหมือนไร้พิษสงคนนี้ท่าทางจะเก่งกาจกว่าไป๋หยางและรวมถึงตัวเขาด้วย


ในหัวจินหลิงเวลานี้มีเพียงเรื่องอาหารอร่อยๆเท่านั้น พรุ่งนี้เขาจะไปจากเมืองลั่วชางแล้วต้องกินให้อิ่มหลับให้สบาย จะว่าไปเหมือนลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?


(มองหน้าอ้าวเทียน)


พอเห็นดวงตากลมโตสีทองสดใสจ้องมาที่ตน เยี่ยอ้าวเทียนก็พยายามอย่าหนักไม่ให้ตนยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มๆนั้น ตรงนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยคงไม่เหมาะหากเขาจะหลุดพฤติกรรมที่อยากแสดงออกมา คิดเพียงว่าทำไมแม้แต่เวลาแสดงสีหน้าครุ่นคิด คนตัวเล็กก็ยังน่ารัก


อยากจับแก้มนุ่มๆนั่นเหลือเกิน~


“มีอะไรหรือเปล่า”


“ข้ากำลังคิดว่าถ้าไปพรุ่งนี้ไปจากลั่วชาง ข้าก็คงไม่ได้เจอเจ้าอีก ทำอย่างไรดี”


ได้ยินคำว่า ไปจากลั่วชางหลังของเยี่ยอ้าวเทียนก็เหยียดตรง ใบหน้าเคร่งเตรียด


“ทำไมถึงไปจากลั่วชาง”


“ก็เมืองนี้กำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ข้าไม่อยากโดนลากไปยุ่งด้วยหรอก”


“ท่านจินหลิงเจ้าคะ เรื่องไม่ดีที่ว่าคืออะไรกัน”


ชุนเหมยที่นิ่งเงียบมานานถามขึ้นอย่างสงสัย ความรู้สึกเป็นกังวลรบกวนใจของนางตั้งแต่ที่ได้ยินคำพูดของท่านจินหลิงในรถม้าเมื่อวาน แม้ตื่นขึ้นมาก็ยังไม่หายไป ยามนี้ได้ยินว่ากำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นจิตใจที่โดนรบกวนก็กระตุกวูบขึ้นมา


“จิตสัมผัส...จะว่าไปเจ้าคงรู้สึกได้สินะชุนเหมย ความรู้สึกแปลกๆรอบกายที่อธิบายไม่ได้”


นางพยักหน้ารับ ใช่...นอกจากความกังวลที่เกิดขึ้นแล้ว นางยังรู้สึกถึงบางอย่างรอบกายที่อธิบายไม่ได้ แต่สัมผัสได้ว่ามัน...น่ากลัว


คนอื่นเองก็รอให้จินหลิงอธิบายให้กระจ่าง แต่ก็โดนขัดจังหวะจากพวกเสี่ยวเอ้อที่ยกอาหารเข้ามา จินหลิงพอเห็นอาหารตาก็เปล่งประกายวาววับลืมเรื่องที่จะพูดเมื่อครู่ไปสนิท คีบอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย พอเห็นแบบนี้คนอื่นที่รอฟังเขาอธิบายก็รอให้จินหลิงทานอิ่มเสียก่อน


อาหารเหล่านี้อร่อยสมกับที่เรียกว่าเป็นหออาหารอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเว่ย จินหลิงเพลิดเพลินกับการทานอย่างมาก อันไหนที่ตนเองชอบก็จะคีบแบ่งไปให้อ้าวเทียนด้วย


เยี่ยอ้าวเทียนเองก็ดูแลเอาใจใส่คนตัวเล็กประหนึ่งเด็กน้อย พอเห็นว่าทานเลอะก็หยิบผ้ามาเช็ดปากให้ จานไหนที่จินหลิงอยากทานแต่หยิบไม่ถึงเขาก็เป็นคนหยิบมาให้ อาหารอันไหนที่ทานอยากอย่างพวกปลาเขาก็จะแกะก้างออกให้ก่อนค่อยคีบให้คนตัวเล็ก จนจินหลิงหยิบแก้มปริพูดไม่หยุดขณะทานว่า


“อ้าวเทียนเจ้าใจดีจริงๆ”


บรรยากาศราวกับโลกนี้มีเพียงเราสองคนของเยี่ยอ้าวเทียนกับจินหลิง ทำให้คนอื่นๆที่เหลือเหมือนเป็นส่วนเกินพวกเขานั่งทานเงียบๆ พยามยามทำตัวให้ไม่รบกวน


พอได้ทานจนอิ่มหมดจินหลิงก็ลูบท้องอย่างอิ่มเอม เขามองไปยังด้านนอกหน้าต่าง ดวงตาสีทองหรี่ลงราวกับพบบางอย่างที่ไม่ชอบใจ จนเยี่ยอ้าวเทียนสังเกตเห็น


“มองมองอะไรอยู่”


“พวกเจ้ามองเห็นอะไรข้างนอกนั่น”


จินหลิงไม่ตอบคำถามอ้าวเทียน แต่เขาถามทุกคนกลับและชี้ไปยังทิวทัศน์ด้านนอกที่มองเห็นผ่านหน้าต่าง


"ท้องฟ้า บ้านเรือน ผู้คน เมืองลั่วชาง" พวกเขาตอบคล้ายๆกันหมด


"แต่ข้าเห็นต่างจากพวกเจ้านะ เริ่มปรากฏออกมาให้เห็นตอนกลางวัน คงใกล้ได้เวลาแล้ว"


คำพูดแฝงนัยแปลกๆของจินหลิง ทำให้คนได้ยินรู้สึกกังวล


“เจ้าเห็นอะไร”ไป๋หยางถาม


"ข้าเห็นสีแดงน่ะ สีแดงที่กำลังกลืนกินเมืองลั่วชาง"


ไม่มีใครเข้าใจคำพูดของจินหลิง เช่นเดียวกันกับที่ไม่มีใครมองเห็นอย่างที่จินหลิงเห็น


“ละลองสีแดงกำลังร่ายรำอยู่บนอากาศ อย่าประมาทแม้เพียงบาดแผลเดียว”


พูดจบไม่รอให้ใครตั้งตัว จินหลิงดีดหน้าผากพวกเขาทีละคนเพื่อแสดงภาพที่ตนมองเห็น เป็นทัศนะวิสัยที่ต่างจากคนอื่น เพราะตัวเขาเป็นผู้ครอบครองดวงตามองเห็นความจริง


จึงมองเห็นเพียงแต่ความจริงเท่านั้น


เมื่อได้เห็นความทรงจำในมุมมองของจินหลิงทุกคนหน้าซีดเผือดโดยเฉพาะชุนเหมย ครั้งหนึ่งนางเคยฝันว่าอยากมองเห็นโลกภายนอกที่สว่างไสวแม้เพียงนิดก็ยังดี แต่ถ้าหากภาพที่นางมองอยู่นี้เป็นสิ่งที่นางอาจได้รับรู้ในสักวันหากมองเห็น ถ้าเป็นเช่นนั้นนางยินดีที่จะตาบอดอย่างเดิม


ที่จินหลิงแสดงให้พวกเขาเห็นคือ เมืองลั่วชางที่ถูกหมอกสีแดงปกคลุม หมอกนั้นราวกับมีชีวิตมันล่องลอยไปทั่วเมืองและเกาะติดอยู่กับมนุษย์เป็นกลุ่มก้อนสีแดงน่าขยะแขยงแต่ไม่ใช่กับทุกคนที่โดน อย่างน้อยพวกเขาทุกคนในนี้ก็ไม่มีใครโดนหมอกสีแดงนั่นเกาะติด


สมองของกุนซืออัจฉริยะครุ่นคิดคำนวณผลได้เสียอย่างรวดเร็ว เขากำลังวางแผน...


“จินหลิงเจ้าพอจะมีทางช่วยหรือเปล่า”


“ทำไมข้าต้องทำอย่างนั้นเจ้าเสือน้อย แล้วอีกอย่างข้าจะได้อะไรหากช่วยเจ้า”


ไป๋หยางไม่ติดใจที่โดนเรียกว่าเจ้าเสือน้อย เขาพูดต่อไป“อะไรกันเจ้าไม่เป็นห่วงอ้าวเทียนหรือ”


“อ้าวเทียนจะเป็นอันตรายเหรอ?”


“ยังไม่ใช่ตอนนี้ อ้าวเทียนกับข้ายังต้องอยู่เมืองลั่วชางต่อเพราะมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากต้องพักรักษาตัวให้หายดีก่อนเดินทางกลับเมืองหลวง หากเรื่องที่เจ้าบอกว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเมืองลั่วชางเป็นความจริง อ้าวเทียนที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ย่อมไม่ไปจากเมืองนี้ก่อนที่ช่วยเหลือประชาชนก่อน เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ”


แม้ในหัวเจ้าเสือน้อยจะเต็มไปด้วยแผนการ แต่สิ่งที่เจ้านั่นพูดมาก็ถูก จินหลิงชอบอ้าวเทียนมากๆเพราะอีกฝ่ายใจดีกับเขาแบบบริสุทธิ์ใจ ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนตอนอยู่กับพวกพี่ๆ อีกอย่างเขาเองก็รู้สึกเหงาและเศร้าใจตอนคิดว่าจะไม่ได้พบอ้าวเทียนอีก


“ไป๋หยาง”


น้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาทำให้กุนซือจอมวางแผนสะดุ้งเฮือก ดูเหมือนเขาจะไปแตะเกล็ดย้อนมังกรของใครบางคนเข้าให้แล้ว แต่ว่าเขาไม่อาจให้คนที่คิดว่าสามารถช่วยเมืองลั่วชางได้จากไปแบบนี้ เด็กคนนี้แข็งแกร่งกว่าที่เห็นภายนอกจะต้องช่วยได้ไม่มากก็น้อย


ไป๋หยางตัดสินใจใช้ไพ่ตาย “แล้วก็นะจินหลิง หากเจ้าช่วยพวกเราก็เหมือนอ้าวเทียนติดหนี้ชีวิตเจ้า บุญคุณช่วยชีวิตทดแทนด้วยชีวิต ชีวิตของอ้าวเทียนอยู่ในมือเจ้าหรือก็หมายความว่าอ้าวเทียนเป็นของเจ้า...แต่...เพียง..ผู้...เดียว”


เขาเน้นย้ำช้าๆ


พอได้ฟังจากที่เคยลังเล ดวงตาสีทองก็เปล่งประกายวิบวับ


“อ้าวเทียนจะเป็นของข้า”


“ใช่”กุนซือหน้าเลือดผู้ขายสหายตัวเองได้อย่างหน้าตาเฉย พูดต่อด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “เจ้าลองคิดตามนะ ได้อยู่กับอ้าวเทียนทุกวัน โดนอ้าวเทียนพาไปทานของอร่อยๆทุกวัน เล่นกับอ้าวเทียน แล้วก็ได้นอนกอดอ้าวเทียนทุกวัน อะไรจะมีความสุขไปมากกว่านี้”


จินหลิงพยักหน้าหงึกหงักคล้อยตาม


เห็นคนตัวเล็กโดนสหายของตนชักจูงก็ทนไม่ไหว เขาไม่อยากให้จินหลิงต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายหากเจ้าตัวคิดจะจากไปแต่แรก เขาไม่โกรธเคืองที่คนตัวเล็กเมินเฉยและคิดจะไปยามเมืองลั่วชางกำลังมีภัย เพราะคงไม่มีผู้ใดอยากข้องเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยาก


หากบนบ่าไม่แบกรับภาระที่เรียกว่า ปกป้องบ้านเมือง เขาก็คงทำแบบเดียวกัน


“จินหลิงเจ้าไม่ต้องฟังที่.../ข้าจะช่วย!


ใช่...จินหลิงตัดสินใจแล้ว อ้าวเทียนจะต้องเป็นของเขาคนเดียว!


จบตอน [105%]


คุยกับเจ้ากระต่ายจันทรา

มาอัพต่อแล้วค่ะหลังจากที่เมื่อวานไม่ได้อัพ มารวดเดียวจบตอนที่สี่ซึ้งเป็นตอนที่เขียนยากมากโดยเฉพาะช่วงที่มีบทสนทนา เราจะใช้เวลาเขียนนานมาก ต่างจากตอนที่ไม่มีบทพูดอย่างตอนย้อนอดีตที่จินหลิงจับลูกเสือขาวมาไว้ที่วังชิงเทียน เป็นตอนที่เขียนไปขำไปแต่แต่งเร็วมากและเป็นพาร์ทที่เราชอบมากที่สุดในตอนนี้ ยังไงก็ขอฝากน้องจินหลิงของเราไว้ด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 828 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

458 ความคิดเห็น

  1. #428 cjkk (@cjkk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 13:43
    พี่เสือคะ อย่าล่อลองเด็กกก555
    #428
    1
    • #428-1 cjkk (@cjkk) (จากตอนที่ 6)
      23 มีนาคม 2563 / 13:44
      *ลวงมั้ยล่ะเทอ
      #428-1
  2. #410 callmedidi (@jelly90sw) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 23:26
    ตลกนางแกล้งเสือ ไม่รู้ซะแล้วเล่นกับใคร!!!5555565
    #410
    0
  3. #390 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 08:29
    ทำดีมากค่ะคุณเสือ! โคตรล่อลวงเด็กเลย5555
    #390
    0
  4. #374 ใบไม้ไร้ค่า (@fernnylovey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 08:18
    เจ้าเสือ แกขายเพื่อน!!!!
    #374
    0
  5. #348 Kebhom (@Kebhom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    เสือน้อย ถ้ารู้ว่าจินหลิงเป็นใคร ยังจะกล้าทำแบบนี้อยู่ไหม๊
    #348
    0
  6. #288 FONJAE💖 (@discouraged) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:08
    น้องงงง เด็กแสบมากกลูก เอ็นดูไม่ไหวแน้วววววว น่ารักมาก
    #288
    0
  7. #271 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 20:42
    น้องงงงงงงงง
    #271
    0
  8. #253 mashiro_iro (@zukiyo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 21:42
    น้องน่ารักกก
    #253
    0
  9. #247 P'est (@25161523) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:25
    ล่อลวงเก่งจริงๆท่านกุนซือ5555
    #247
    0
  10. วันที่ 4 มกราคม 2562 / 19:32
    ไป๋หยางนิสัยไม่ดี บ่อลวงน้อง
    #228
    1
  11. #222 Sunflower.W (@renesqueenxs) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 10:28
    ไป๋หยางเจ้านี่มันช่าง....สมกับที่เป็นกุนซือประจำทัพจริงๆ
    #222
    0
  12. #217 AwkorMZ (@AwkorMZ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:08
    สงสารเผ่าไป๋หู่จริงๆ =_=;
    #217
    0
  13. #214 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:30
    น้องน่าเอ็นดูแท้เหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะโดนล่อลวง
    #214
    0
  14. #203 มิลุนซัง (@otaku73220) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:58
    เสือเจ้าเล่ห์ -=-
    #203
    0
  15. #168 Lucky-Puppy (@poopo555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 15:02
    ลูกหมาน้อยเสร็จเสือน้อยจนได้ 55555
    #168
    0
  16. #147 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 21:36
    พี่สาวขอร้องไห้ทั้งน้ำตา โดนโรคจิตหลอกล่อด้วยลูกอมหรือหนู;D
    #147
    1
  17. #140 Halan Luciano Raphael (@Twilight43) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 18:37

    พึ่งเข้ามาอ่าน ชอบมากกกกก น้องน่ารักเหลือเกิน
    #140
    1
  18. #139 รรร (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 17:45

    ต่ออออออ

    #139
    1
  19. #138 Pada123 (@Pada123) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 17:38
    น้องน่ารักมากเลยยยย 5555
    #138
    1
  20. #136 linlucky415 (@linlucky415) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 17:08
    ชอบบบบบบบบ มาต่อๆ
    #136
    1
  21. #132 jluerkhun (@jluerkhun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:26

    น่ารัก มาต่อเร็วๆนะค่ะ
    #132
    1
  22. #130 tip123654 (@tip123654) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:00
    น่ารักกกก
    #130
    3
  23. วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 09:46
    น้องงงงงงง ล่อโด้ยของกินไม่พอ ยังล่อด้วยอ้าวเทียนด้วย โอ้ยยย //กุมขมับ
    #129
    1
  24. #125 มาเวล (@sasipa88) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 07:24
    น้องจะมาตกม้าตายเพราะโดนล่อด้วยอ้าวเทียนไม่ด้ายยย
    #125
    1
  25. #124 Dream_in_A_Dream (@reednier) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 01:01
    นว้องงงงง
    #124
    1
  26. #87 Mod_Killer (@Mod_Killer) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 11:06

    รอต่อไป​
    #87
    2