睡莲 บุปผาในมือจอมมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,509 Views

  • 27 Comments

  • 183 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    57

    Overall
    7,509

ตอนที่ 4 : ตอนที่4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

ทันทีที่แสงสว่างจากคบเพลิงส่องเข้าไปตามทางเดินทอดยาว ความมืดก็ถูกปัดเป่าหลงเหลือเพียงความเงียบงันวังเวง เสียงฝีเท้าก้าวเข้าไปทีละก้าวๆ ของเกาอู่เยี่ย ดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน หัวใจอันเต้นรัวและความเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีต ไม่อาจทำร้ายเข้าได้อีกแล้ว นับจากที่เขาตัดสินใจก้าวออกมาจากวังหลวง

กลางห้องลับอับชื้นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนนั้นมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ด้านบน หีบซึ่งเก็บความลับเกี่ยวกับตัวเขา

คบเพลิงถูกเสียบเข้ากับข้างผนัง ร่างสูงเดินไปหยุดยังหน้าหีบเหล็ก กระทั่งเกาอู่เยี่ยเปิดหีบใบนั้นออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มก็ยังคงเรียบเฉย

สิบเจ็ดปีแล้วหลังจากเกิดเรื่องที่ตำหนักซู่เฟิน คนตายก็ล้วนถูกลืมเลือน ผู้ที่รอดชีวิตหรือก็ไร้ซึ่งผู้จดจำ ความทุกข์ทรมานที่ได้รับ ความทรงจำเลือนรางที่ล้วนอยากลืมให้สิ้น

ราชโองการลับที่ถูกซุกซ่อนในหีบถูกเปิดออก เกาอู่เยี่ยกวาดสายตาอ่านด้วยใบหน้าเรียบเฉย นับตั้งแต่อายุสิบเอ็ดเขาก็ติดตามเกาจิ้น เกาป๋อหยางและเกาหย่งหานไปชายแดน

สงครามทำให้ตระกูลเกาซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพไม่อาจหลีกเลี่ยงการสูญเสีย เกาป๋อหยางสิ้นใจกลางสนามรบ ตัวเขาเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และนั่นทำให้เขาได้รู้ความลับเกี่ยวกับชาติตระกูลของตัวเอง

ราชโองการลับนี้ เขาได้มาไว้ในครอบครอบนับจากนั้น แต่...เขาพยายามแสร้งทำเป็นลืมเลือนเสมอมา ทั้งยังบอกตัวเองว่าเขาเป็นคนตระกูลเกา

 

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ชายหนุ่มชะงัก “ท่านพ่อ”

“นึกแล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่” เกาจิ้นถอนหายใจออกมาเสียงเบา

นับตั้งแต่บุตรชายของเขาอายุได้หกขวบ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ล้วนมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ กระนั้นหลังจากล่วงรู้ความลับของชาติกำเนิดตัวเอง เกาอู่เยี่ยกลับใช้ที่นี่เก็บของสำคัญ และไม่ก้าวเข้ามาในนี้อีกเลยจนถึงตอนนี้

เขาเดินมาหยุดข้างๆ บุตรชายที่เขาเลี้ยงดูมาตลอดระยะเวลาสิบเจ็บปีมานี้

เรื่องราวในอดีตหากเลือกได้เขาย่อมไม่อยากให้ลงเอยเช่นนี้ หากเลือกได้...เขาย่อมอยากให้เกาอู่เยี่ยเป็นบุตรชายที่แท้จริงของเขากับฮูหยิน

มือใหญ่ที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นหยิบผ้าผืนหนึ่งในหีบขึ้นมา

“สิบเจ็ดปีก่อน จำได้ว่าในวันนั้นฟ้าผ่าลงมาเหนือตำหนักซู่เฟิน ไฟลุกโหมรุนแรง ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองเพราะพระสนมทั้งสองต่างก็มีพระประสูติการพร้อมๆ กัน”

เกาอู่เยี่ยนิ่งเงียบและฟังบิดาซึ่งเลี้ยงดูสั่งสอนเขามาเป็นอย่างดี

“คืนนั้นฝนตกหนักฟ้าร้องคำราม หลินกุ้ยเฟยหลังมีพระประสูติการกลับเอาแต่กรีดร้องโวยวาย นางอาละวาดทำลายข้าวของทั้งยังพยายามทำร้ายโอรสของตัวเอง”

“ท่านแม่เคยบอกข้าแล้วขอรับ นางอยู่ในเหตุการณ์ด้วย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ “นางบอกว่ามารดาที่ให้กำเนิดข้าบอกว่าข้าเป็นปีศาจร้าย”

เกาจิ้นตบลงบนไหล่ของบุตรชาย “เจ้าเป็นบุตรชายของข้า”

“ข้ายินดีที่ท่านพ่อตัดสินใจพาข้าออกมา เพียงแต่...” เกาอู่เยี่ยมองดูผ้าในมือของเกาจิ้น ผ้าผืนดังกล่าวก็คือผ้าที่ใช้ห่อหุ้มเด็กทารกในวันที่เขาเกิด

“หากไม่ใช่เพราะอีกตำหนักวางแผนร้าย เรื่องคงไม่ง่ายถึงเพียงนี้” เกาจิ้นถอนหายใจออกมา

หลินกุ้ยเฟยมีพระประสูติการองค์ชาย แต่กลับคลุ้มคลั่งกระทั่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ ผู้คนต่างก็ลือกันไปต่างๆ นานาว่าเป็นเพราะฟ้าผ่า และแน่นอนองค์ชายน้อยย่อมได้รับผลกระทบ

หากแต่อีกตำหนัก ฟางกุ้ยเฟยเองก็เตรียมแผนสลับตัวทารก หากไม่ใช่โอรส...คนตระกูลฟางก็เตรียมเด็กแรกเกิด ทั้งยังเป็นชายเอาไว้สับเปลี่ยน เรื่องนี้มีหรือโอรสสวรรค์จะไม่ระแคะระคาย

“ท่านพ่อ”

“ว่าอย่างไร”

“ทำไมวันนั้นท่านจึงพาข้าออกมาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ขอรับ”

เกาจิ้นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เรื่องนี้เกาอู่เยี่ยเคยถามเขาหลายครั้ง แต่เขากลับยังไม่เคยให้คำตอบ “เจ้าอายุสิบเจ็ดแล้ว อีกทั้งเดือนหน้าก็จะตามพ่อไปชายแดน”

เกาอู่เยี่ยหันไปสบตากับบิดา “ขอรับ”

“มีคนไม่มากที่รู้เรื่องนี้ เพราะในคืนที่เจ้าเกิดมีสิ่งหนึ่งติดตัวเจ้ามาด้วย”

เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้วมองบิดา “ท่านพ่อหมายถึงมีของบางอย่าง...”

“ใช่ ตอนที่เจ้าเกิดมา เจ้ากุมบางอย่างเอาไว้ในมือ หินก้อนหนึ่งมีสีดำ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเอามันออกไปจากมือของเจ้าได้ ตอนที่กำลังพยายามยื้อแย่ง เจ้ากลับกลืนมันเข้าไป หินสีดำก้อนนั้นใหญ่มาก แต่เจ้ากลับกลืนเข้าไปได้ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงเด็กทารก เพราะอย่างนี้มารดาของเจ้าจึงคลุ้มคลั่ง บอกว่าเจ้าเป็น...”

“ปีศาจร้าย” เกาอู่เยี่ยเอ่ยเสียงเรียบ

“ตอนนั้นเรื่องทารกที่ตระกูลฟางนำมาสับเปลี่ยนถูกเปิดโปง ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ไม่อาจอยู่ในการควบคุม ตระกูลหลินไร้อิทธิพลที่จะคุ้มครองเจ้า ตระกูลฟางแข็งแกร่งจนแม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงไม่แน่พระทัยว่าเจ้าจะปลอดภัยในวังหลวง”

เกาอู่เยี่ยนิ่งเงียบ เขามองราชโองการลับในมือนิ่ง ราชโองการลับที่เขียนรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้อย่างชัดเจน

รายละเอียดที่ว่าเกาอู่เยี่ยก็คือองค์ชายใหญ่แคว้นเทียนเฉา แต่เพราะอิทธิพลของตระกูลฟาง เด็กทารกที่ตระกูลฟางนำมาเพื่อสับเปลี่ยนกลับกลายเป็นตัวแทนของเขา เพราะในคืนนั้นฟางกุ้ยเฟยเองก็มีพระประสูติการองค์ชายเช่นกัน

“เขายังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ขอรับ เด็กคนนั้น องค์ชายใหญ่ตัวปลอม”

“ยังมีชีวิตอยู่”

ฟังน้ำเสียงของบิดา เกาอู่เยี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่อย่างไรในตำหนักเย็น องค์ชายผู้ซึ่งมีข่าวลือว่าเป็นปีศาจ ทั้งยังเป็นสาเหตุให้มารดาและตระกูลหลินต้องพังพินาศ

“ลูกเยี่ย”

“ขอรับท่านพ่อ”

“พ่อดีใจที่เจ้าไม่ได้เติบโตในวังหลวง ดีใจที่แม้เจ้าจะรู้เรื่องนี้ แต่เจ้าก็ยังเป็นบุตรชายคนเดิมของตระกูลเกา”

“ข้าไม่อาจทำให้ท่านแม่เสียใจ นางเลี้ยงดูข้า มอบความรักให้ข้าไม่น้อยไปกว่าพี่ใหญ่ ทุกคนในจวนตระกูลเกาล้วนรักและหวังดีต่อข้า”

เกาจิ้นยิ้มออกมาจางๆ แม้ใจในจะหนักอึ้ง ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะให้เขาพาบุตรชายคนนี้ไปเข้าเฝ้า แต่จนถึงตอนนี้เกาอู่เยี่ยก็ยังไม่ใจอ่อน

ที่สำคัญฮ่องเต้เองก็ดูเหมือนไม่ทรงมีพระประสงค์จะบีบบังคับ แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขากลับอยากให้เกาอู่เยี่ยไปเข้าเฝ้าสักครั้ง

“ลูกเยี่ย”

“ท่านพ่อ หากอยากให้เข้าเข้าเฝ้า ข้ามีเรื่องหนึ่งแลกเปลี่ยน”

“อะไรหรือ”

“ข้าอยากพบเขาสักครั้ง เด็กคนนั้น องค์ชายใหญ่ที่ถูกคุมขัง”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #5 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:52

    พี่เกาหรือว่าองค์ชายใหญ่ชีวิตพลิกผันตั้งแต่เกิดเชียว ตอนนี้พ่อแท้ ๆ อยากให้เข้าพบพี่เกาเรายอมไปแต่อยากเห็นหน้าคนท่ีมารับโทษแทนตนเอง ในอนาคตจะยอมเปิดเผยความจริงกันไหมนะ ขอบคุณค่ะ

    #5
    0
  2. #4 bad285285 (@bad285285) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:42

    รอค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา


    #4
    0