睡莲 บุปผาในมือจอมมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,518 Views

  • 27 Comments

  • 184 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    66

    Overall
    7,518

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    27 ธ.ค. 61

“นี่คืออะไร...” เขาพึมพำออกมาเสียงเบา

กลิ่นอายบางอย่างทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่าน ความร้อนขุมจากผิวกายใต้แพรพรรณนุ่มมือ วิ่งผ่านเข้าไปในกายเขา ทำให้เขากระวนกระวายแปลกๆ

“คุณชายรอง” 

เสียงแผ่วๆ ของนางทำให้เขารู้สึกตัว กระทั่งรีบวางนางลงบนพื้น พร้อมกับพูดกลบเกลื่อน “เจ้ามิใช่อายุสิบสี่แล้วหรอกหรือ”

เจ้าร่างน้อยในมือให้ความรู้สึกราวกับไร้น้ำหนัก กระทั่งเขาไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถยกนางตัวลอยขึ้น เขามองนางขึ้นๆ ลงๆ รอบหนึ่ง กระทั่งสายตาไปหยุดที่ซาลาเปาสองข้างอีกครั้ง

“เหตุใดตัวไม่สูงขึ้นเลย” ก้มลงมองคนที่สูงแค่หน้าอกเขาถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง

“ข้าจะปักปิ่นปีหน้าเจ้าค่ะ ยังมีเวลาสูงขึ้นอีกตั้งปีหนึ่ง”

เขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ปลายนิ้วที่ยังคงให้สัมผัสนุ่มนิ่ม ทำให้เขามองสบตานางด้วยดวงตาพิจารณา 

มือใหญ่ยื่นออกไปช่วยนางปัดๆ เส้นผมที่ยุ่งเหยิง ภาพเดิมๆ ยังคงปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาแตะต้องนาง

“เจ้าชื่ออะไร”

“ซุ่ยเหลียนเจ้าค่ะ อันซุ่ยเหลียน”

“ข้าจะช่วยเจ้าเก็บลูกพลับ แล้วก็...เจ้าคงต้องทำอะไรบางอย่างกับผมเจ้าแล้ว”

อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบมวยผมที่หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง ใบหน้าน้อยๆ เกิดเค้าของความยุ่งยาก นางมองไปยังทิศทางที่สหายตัวน้อยทั้งสองคนเดินจากไป

“ข้าช่วยเจ้าก็แล้วกัน”

นางหันขวับกลับมามองเขา ด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน 

“ท่านหรือเจ้าคะ”

“ข้าดูไม่น่าเชื่อถือถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ 

ในใจรู้สึกชอบดวงตางดงามส่องประกายแห่งความบริสุทธิ์ที่ยากจะได้เห็น

ได้ยินมาว่าตระกูลอันหวงแหนบุตรสาวคนเล็กยิ่งกว่าสิ่งใด เห็นทีเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เป็นเพียงข่าวลือ เพราะจนป่านนี้เขาเองก็เพิ่งเคยได้พบนาง ทั้งที่บ้านของทั้งสองก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

หากไม่ใช่เพราะเพิ่งเกี่ยวดองกัน และอันซุ่ยเหลียนแอบตามสหายตัวน้อยเข้ามา เห็นทีเขาเองที่ไม่ใคร่จะสนใจคนรอบข้าง คงไม่มีโอกาสได้เข้าถึงตัวนางเป็นแน่ ยิ่งเป็นหลังปักปิ่นก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

“นั่งตรงนั้นก็แล้วกัน” 

เกาอู่เยี่ยชี้มือไปยังหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากต้นพลับ เขายิ้มกว้างเมื่อมองเห็นนางพยักหน้าโดยดี

เมื่อนั่งลงชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตบลงยังที่นั่งข้างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางปีนขึ้นมานั่ง อันซุ่ยเหลียนกลับทำให้เขาสะดุ้ง นางถึงกับปีนขึ้นมานั่งบนตักของเขาเสียอย่างนั้น!!!

เกาอู่เยี่ยอ้าปากค้างมองการกระทำของอีกฝ่าย กลิ่นหอมเย้ายวนจากเจ้าร่างนิ่ม ส่งผลให้ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาพบว่ากลิ่นอายของนาง ทำให้ความชั่วร้ายบางอย่างในร่างของตนตื่นตัว 

“เจ้าทำอะไร”

ไม่วายมองไปโดยรอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบ่าวไพร่ผ่านมาเห็น

“ก็ท่านบอกจะม้วนมวยผมให้ข้าใหม่”

“ก็...ใช่ แต่ไม่ต้องถึงกับนั่งบนตักเช่นนี้กระมัง”

“ท่านแม่กับแม่นมก็ให้ข้านั่งเช่นนี้ทุกครั้ง”

นางกะพริบตามองเขาราวกำลังไม่เข้าใจ รู้สึกว่าตัวนางเองสามารถไว้ใจเขาได้ นับจากที่เขาใจดีช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ

“เจ้าตัวนุ่มนิ่มแสนอันตราย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ

“เจ้าคะ” อันซุ่ยเหลียนเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นเชิงถาม

“ไม่มีอะไรนั่งนิ่งๆ”

นางขยับเพื่อหาท่าทีสบายตัว แต่กลับได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ของชายหนุ่ม 

“ดูเหมือนจวนสกุลอันจะไม่มีบุตรชายสินะ”

เขาพยายามดึงความสนใจของตัวเองไปที่เรือนผมนุ่มสวย บอกตัวเองให้มองข้ามสะโพกนิ่มซึ่งกำลังถูไถไปมากับหน้าขา ในยามที่เด็กสาวแกว่งเท้าทั้งสองข้างไปมาบนตัก

แม้อันซุ่ยเหลียนนับว่ายังไม่ปักปิ่น แต่เรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้า ทุกอย่างกลับอวบอิ่มและเริ่มมีน้ำมีนวล

เกาอู่เยี่ยสบถกับตัวเองในใจ เขาเร่งมือม้วนมวยซาลาเปาก้อนแรกขึ้นอย่างทุลักทุเล กระทั่งสายตาเผลอมองไปยังสาบเสื้อ ซึ่งกะเพื่อมขึ้นลงไปตามจังหวะหายใจ

ภายใต้เสื้อตัวหลวมนั้นเขาให้สงสัยว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า 

เด็กสาวซึ่งมีกลิ่นกายละมุนจะงดงามขึ้นเพียงใด และหากวันหนึ่งเขาได้ไล้มือเข้าไปยังใต้สาบเสื้อนั้นสักครา...

“สองหรือสามได้หรือไม่เจ้าคะ”

“อะไรนะ!” เขาเสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว

“ลูกพลับ ท่านเก็บให้ข้าสักสองหรือสามลูกได้หรือไม่เจ้าคะ”

เกาอู่เยี่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก่นด่าตัวเอง ก่อนจะรีบจัดการกับซาลาเปาก้อนที่สอง จากนั้นก็ใช้สองมือยกเอวเล็กขึ้น ความรู้สึกเช่นเดิมยังคงวูบวาบยังปลายนิ้ว ราวกับเขาสามารถสัมผัสผิวเนื้อของนางโดยตรง

“ซุ่ยเหลียน ต่อไปหากมีบุรุษอื่นเข้าใกล้เจ้า เจ้าอย่าได้ปล่อยให้เขาถูกเนื้อต้องตัวเจ้า”

นางขมวดคิ้วเงยหน้ามองเขาราวยังไม่เข้าใจ 

“แต่...ท่านไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” นางมีท่าทีลังเล

“ท่านแม่บอกว่าพี่เซียนเอ๋อร์แต่งให้พี่ใหญ่หย่งหาน เขาลูบศีรษะข้าทั้งยังบอกว่านับจากนี้ไม่ใช่คนอื่นไกล พวกเราล้วนเป็นคนกันเอง ท่านเป็นน้องชายของพี่ใหญ่หย่งหาน ก็ไม่นับว่าเป็นคนอื่น”

เกาอู่เยี่ยยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว 

“ข้าหมายถึงผู้อื่นที่ไม่ใช่เราสองตระกูล”

“อ๋อ เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจ” นางพยักหน้าพร้อมกับแบมือออกไป “ลูกพลับ”

มองรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันนั้น เกาอู่เยี่ยก็ยิ่งใจเต้นรัว กลิ่นกายของนางทำให้เขาไม่อาจสงบ ดวงตาของนางทำให้ความชั่วร้ายในใจของเขาปะทุ มือใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยในยามที่ความคิดทั้งดีและเลวกำลังขัดแย้งกัน

เอื้อมมือขึ้นไปไม่กี่ครั้ง ลูกพลับลูกใหญ่หวานฉ่ำสามลูกก็ถูกส่งให้มือน้อย รอยยิ้มหล่อเหลาเผยออกมา ในยามที่บอกให้นางรีบไป กระนั้นดวงตาเคร่งเครียดกลับทำให้เด็กสาวสงสัย

“ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”

“เจ้ารีบไปเถิด ข้าเพียง...เหนื่อย”

เขากำมือแน่นเมื่อความคิดชั่วร้ายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ทันทีที่มองไปยังน้ำตกจำลอง ตรงนั้นมีสถานที่ลับซึ่งเขาเป็นคนสร้างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อซุกซ่อนความลับเกี่ยวกับตัวเขาเอาไว้

เขาถึงกับกำลังคิดจะลากนางเข้าไปในนั้น!!!

“พี่อู่เยี่ย” เด็กสาวหันกลับมามองเขาทั้งยังยิ้มกว้าง “ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ท่านใจดีมากเลย”

เสียงปีศาจชั่วร้ายในตัวเขาคำรามลั่น เกาอู่เยี่ยนั่งหน้าซีดขาว เหงื่อซึมออกมาจากไรผมและฝ่ามือใหญ่ที่กำแน่น เขายิ้มฝืนให้นาง มองดูนางค่อยๆ เดินลับไปจากสวนของจวนแม่ทัพ กระทั่งเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอดังขึ้น ร่างเกร็งจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย

“ข้านะหรือใจดี...” 

เขาพึมพำอย่างเหม่อลอย

สายตาคมมองไปยังน้ำตกจำลอง สายลมที่พัดแผ่วเข้ามาเอื่อยๆ แมกไม้ในสวนปลิวไสว

ร่างสูงที่นั่งนิ่งลุกขึ้น จากนั้นจึงเดินตรงไปยังน้ำตกจำลอง กดมือเข้าไปยังรอยบุ๋มของแนวหินเหนือน้ำตก 

ไม่นานประตูลับบานหนึ่งก็เลื่อนเปิด พร้อมกับความลับมากมายที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่าน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #3 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 10:51

    ซุ่ยเหลียนกล้านั่งตักพี่อู่เยี่ยเลยรึ นี่จะทำให้พี่เขาเตลิดไปไกลได้นะ ต้องแอบเข้าไปแถวน้ำตกจำลอง มีความลับอะไรซ่อนอยู่นะ รออ่านต่อค่ะ ขอบคุณค่ะ ^_^

    #3
    0