睡莲 บุปผาในมือจอมมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,502 Views

  • 27 Comments

  • 183 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    50

    Overall
    7,502

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

จินหลง เมืองหลวงแคว้นเทียนเฉา

เสียงฟ้าร้องคำรามพร้อมกับแสงฟ้าแลบ ทำให้ยามค่ำคืนน่าหวาดกลัว เสียงร้องไห้จ้าของทารกน้อย ยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบงันดูวังเวงและน่าหวาดหวั่น

กลิ่นอายของความตายครอบคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง ส่งผลให้ตำหนักซู่เฟินซึ่งบัดนี้นางกำนัล ขันที รวมไปถึงหมอหลวงกำลังวิ่งวุ่นวายจ้าละหวั่น เนื่องจากเจ้าของตำหนักกำลังมีพระประสูติการ แลดูเต็มไปด้วยความชั่วร้าย

ลำแสงสีแดงฟาดลงมายังเหนือตำหนักซ้ำๆ เพลิงไหม้เผาผลาญ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งเสียงร้องโหยหวนทรมาน ทำให้ขันทีและเหล่านางกำนัลได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ตำหนักซู่เฟินถูกฟ้าผ่า ส่งผลให้หลายชีวิตถูกสังเวย รวมไปถึงเจ้าของตำหนักอย่างหลินกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเพิ่งจะมีประสูติการ ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ปิดตำหนัก และห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องราวในคืนนั้น

ไม่นานเหตุการณ์อันน่าหวาดหวั่นก็ถูกลืมเลือน ทว่าที่ถูกลืมเลือนกลับไม่ได้มีเพียงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะองค์ชายน้อยซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตเองก็ถูกลืมเลือนไปด้วยเช่นกัน

สามปีต่อมาท่ามกลางคิมหันตฤดูอันอบอุ่น คฤหาสน์หลังงามของตระกูลอันก็มีข่าวดี อันฮูหยินได้ให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อยๆ ที่มีผิวกายเนียนละเอียดราวกลีบบุปผา ทั้งยังมีปานเล็กๆ เป็นรูปดอกซุ่ยเหลียนหกแฉกกลางอก

บิดาและมารดาของเด็กน้อยให้ชื่อนางว่า อันซุ่ยเหลียน

กาลเวลาหมุนผ่านไปอีกสิบสี่ปี จากทารกน้อยตัวอวบอ้วน บัดนี้อันซุ่ยเหลียนกลับกลายมาเป็นเด็กสาวซึ่งกำลังจะผ่านเข้าสู่วัยปักปิ่น กระนั้นเรื่องยินดีของนางยังคงต้องรอปีหน้า เนื่องจากในวันนี้เป็นวันมงคลของญาติผู้พี่ของนาง

หน้าคฤหาสน์ตระกูลอันในยามนี้ เสียงประทัดที่เพิ่งถูกจุดดังสนั่น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมงคล ทำให้ผู้คนรายรอบยิ้มแย้มด้วยความเบิกบาน

บุตรสาวตระกูลอันแต่งเข้าจวนแม่ทัพเกา ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม นอกจากเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้ว นับจากนี้ทั้งสองยังเกี่ยวดองสนิทสนมมากขึ้นอีกด้วย

“นี่เสี่ยวซุ่นจื่อเจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ถูกจับได้”

“แน่สิ ข้าดูลาดเลามาแล้วถึงสามรอบ”

“แต่หากข้าถูกท่านแม่จับได้ว่าแอบพาเหลียนเอ๋อร์มาหาพี่ใหญ่ ข้าต้องถูกเฆี่ยนแน่ๆ”

“หากเจ้ากลัวก็อย่าตามมาสิ อีกอย่างเหลียนเอ๋อร์ยังไม่กลัว เจ้าก็อย่าขี้ขลาดให้มากนัก”

“เจ้าก็พูดได้ เหลียนเอ๋อร์เคยถูกดุด้วยหรือ ท่านน้าทั้งสองรักนางประหนึ่งจะประคองเอาไว้ด้วยสองมือตลอดเวลา แต่ท่านแม่ของข้าไม่เหมือนกัน”

“เสี่ยวเถาหากเจ้ากลัวจะไม่ไปก็ได้ ข้าไปแทนเจ้าเอง ประเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

“ได้ที่ไหนกัน เป็นข้าเองที่อยากเข้าไปอวยพรให้พี่ใหญ่ ข้าจะปล่อยเจ้าไปคนเดียวได้อย่างไรกัน”

เสียงซุบซิบของเด็กสามคน ทำให้เกาอู่เยี่ยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนหลังคาทางเดินชะงัก เขาหรือสู้อุตส่าห์หลบหลีกความวุ่นวายมานอนเงียบๆ แต่กลับยังคงหนีไม่พ้น

มองดูในสวนของจวนแม่ทัพมีเงาร่างของเด็กน้อยผลุบๆ โผล่ๆ เขาก็ให้รู้สึกสงสัย เด็กชายวัยสิบสามซึ่งกำลังทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างๆ กอดอกตู้เจวียนเขารู้จักดี เนื่องจากเป็นน้อยชายตัวน้อยจอมป่วนของจวนแม่ทัพ เกาหยางซุ่น

ทว่าเด็กหญิงอีกสองคนนั้นเขาไม่คุ้นหน้า แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคลของพี่ใหญ่ เกาหย่งหาน เขาก็คลับคล้ายคลับคลาว่าตระกูลอันจะมีเด็กหญิงอีกสองคน ทั้งยังเป็นเด็กหญิงที่ยังไม่ผ่านเข้าพิธีปักปิ่น

หากให้ฟังจากบทสนทนาเขาก็ยิ่งมั่นใจ เพราะมาบัดนี้อันสุ่ยเซียนนั้นถูกส่งตัวไปรอในห้องหอแล้ว เด็กทั้งสามคนคงจะหาทางเข้าไปหาเจ้าสาวโดยไม่ให้ใครรู้เป็นแน่

ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปขวาง เพราะเกรงว่าทั้งสามจะก่อความวุ่นวาย เด็กสาวที่รั้งอยู่ด้านหลังสุดพลันชะงัก นางเงยหน้าขึ้นมองต้นพลับซึ่งกำลังออกผลสีเหลืองอร่ามน่ากิน จากนั้นจึงมองเด็กอีกสองคนที่เอาแต่ส่งเสียงทะเลาะกัน

มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กน้อย ซึ่งเพิ่งจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา เกาอู่เยี่ยก็หยุดเดิน เขาเห็นนางมองสหายทั้งสองคนเดินจากไป จากนั้นนางพลันตัดสินใจเดินไปยังใต้ต้นพลับที่ไม่สูงนัก

...กระทั่งลงมือปีน!!

ร่างเล็กปีนต้นพลับอย่างทุลักทุเล กระทั่งสามารถขึ้นไปนั่งได้อย่างมั่นคงบนกิ่งที่อยู่ต่ำสุดของลำต้น เสียงพึมพำเบาๆ ดังออกมา ทำให้เกาอู่เยี่ยอดที่จะลอบยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

“ได้ยินท่านป้าบอกว่ามีลูกพลับในงานแต่งงานชีวิตคู่จะราบรื่น บ่าวสาวจะรักกันจนไม่ว่าผู้ใดก็ต้องอิจฉา เปรียบได้กับการมีความรักที่หอมหวานเหมือนกับลูกพลับที่มีกลิ่นหอมหวาน ทั้งยังมีความหมายถึงความหนักแน่นมั่นคง หากมีอุปสรรคก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น ข้าจะเก็บไปฝากพี่เซียนเอ๋อร์สักลูก จริงๆ นะ ไม่ได้จะกินเอง”

แม้ปากบอกจะเก็บไปฝากอันสุ่ยเซียนที่เป็นเจ้าสาวในห้องหอ แต่มือน้อยกลับเก็บมาลูกหนึ่ง ก่อนจะบิออกส่งเข้าปากตัวเอง

“หวาน กรอบ อร่อยมากเลย”

ท่าทางสุดแสนอร่อยนั้น ทำเอาเกาอู่เยี่ยหลุดหัวเราะออกมา ร่างน้อยตกใจจนแทบหล่นลงมาจากต้นไม้ ยังดีที่นางคว้ากิ่งหนึ่งเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ลูกพลับครึ่งลูกที่นางกินเหลือ หล่นลงมาบนพื้นเพราะหัวขโมยกำลังเกาะต้นพลับแน่น

“หากข้าบอกบ่าวไพร่ว่ามีขโมยแอบมาปีนต้นพลับอยู่ที่นี่ และพบว่า...”

เกาอู่เยี่ยเดินเข้ามาหยุดยังโคนต้น กระทั่งเงยหน้าขึ้นมองเจ้าร่างน้อยที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนกิ่งไม้ ความสูงของเขาทำให้นางที่อยู่บนต้นไม้อยู่ในระนาบเดียวกับไหล่กว้าง และนั่นทำให้อันซุ่ยเหลียนรับรู้ว่าเขาสูงถึงเพียงนี้

“ขะ...ข้าไม่ใช่ขโมย” นางเกาะกิ่งไม้นิ่ง

ความกลัวและหวั่นวิตก เผยออกมาทางสีหน้าจนสิ้น มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยประกายความเย็นชา แต่ดวงตากลับพราวระยับไปด้วยความขบขัน เด็กสาวพลันรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นดังเช่นคำร่ำลือ

ใช่ นางรู้จักเขา

เขาก็คือเกาอู่เยี่ย คุณชายรองจวนแม่ทัพวัยสิบเจ็ดปี บุรุษผู้ดุดันและเย็นชาที่อันเฟิ่งเซียนเคยพูดถึง ทั้งยังพานางไปแอบดูอยู่หลายครั้ง เนื่องจากเขาไม่เคยไปเยือนจวนตระกูลอันเลยสักครั้ง

ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองกรอบหน้าแตกตื่น ซาลาเปาสองก้อนของเด็กหญิงพันกันยุ่งเหยิง เนื่องจากถูกกิ่งไม้เกี่ยว ดวงตาสุกใสที่จ้องเขม็งราวกำลังพิจารณา ทำให้เขาอดทึ่งไม่ได้

...ไม่บ่อยนักที่จะมีคนกล้าสบตาเขาตรงๆ ยิ่งเป็นเด็กสาวคนหนึ่งก็ยิ่งไม่เคย

คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา

“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก” กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นาง

อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้มือหนึ่งยื่นออกไปรับ เขาเลื่อนมือหนีราวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามืออีกข้างของนางต้องเกาะกิ่งไม้เพื่อช่วยทรงตัว

เมื่อบิลูกพลับออกเป็นสองส่วน จึงส่งคืนให้นางส่วนหนึ่ง เขาถือเอาไว้ส่วนหนึ่ง

“อร่อยหรือไม่” เขาถามเมื่อเห็นนางกัดแล้วเคี้ยวดูน่าอร่อย

“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับ

“จะเก็บไปฝากพี่สาวเจ้าในห้องหอหรือ”

“เจ้าค่ะ” นางยังคงพยักหน้ารับเช่นเคย

“เช่นนั้นลงมาเถิด ข้าจะเก็บให้”

เขายื่นสองมือไปข้างหน้า เป็นการบอกว่าจะช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ ซึ่งแน่นอนว่าอันซุ่ยเหลียนยื่นสองมือไปหาเขาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ

ทันทีที่สองมือของเขาสอดเข้าไปใต้ท่อนแขนเล็ก ความร้อนขุมหนึ่งแล่นผ่านปลายนิ้ว วูบไหวไปทั่วทั้งร่างทำให้เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้ว เขายังไม่วางนางลงทันทีแต่กลับยกค้างเอาไว้ครู่หนึ่ง

ภาพความทรงจำเลือนรางปรากฏขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายวับไป เป็นภาพการต่อสู้ฉากหนึ่ง ทั้งยังเป็นการต่อสู่ที่ไม่ใคร่จะยุติธรรมนัก เนื่องจากบุรุษชุดสีดำผู้นั้นถูกเหล่าบุรุษชุดสีขาวรุมทำร้าย

เมื่อเพ่งมองใบหน้านั้น เขากลับพบว่านั่นคือใบหน้าของเขาเอง!!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 08:40

    ซุ่ยเหลียนกับเกาอู่เยี่ยเจอกันแล้ว ท่าทางพระเอกใจดีกับนางเอกแต่เมื่อจำความหลังได้ยังจะใจดีไหมหนอ ลุ้นกันค่ะ

    #2
    0