睡莲 บุปผาในมือจอมมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,505 Views

  • 27 Comments

  • 183 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    53

    Overall
    7,505

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ม.ค. 62



เรื่องที่อันสุ่ยเซียนตั้งครรภ์หาใช่ความลับ ดังนั้นอันซุ่ยเหลียนจึงได้แต่ยิ้มรับ นางหาได้ให้ความกระจ่างถึงท่าทีที่บ่าวไพร่ในจวนนอบน้อมต่อนาง ราวกับว่านางก็เป็นหนึ่งในนายเหนือหัวตระกูลเกาผู้หนึ่ง

คราแรกนางมิได้ตั้งใจจะโอ้อวด หรือทำท่าอวดข่มผู้อื่น เพียงแต่นางเคยช่วยเกาฮูหยินรับหน้าแขกผู้มาเยือนก่อนหน้านี้หลายครั้ง

ดังนั้นการที่นางสั่งความบ่าวไพร่ให้ยกน้ำชาและของว่าง รวมไปถึงให้คนไปแจ้งนายหญิงของจวนแม่ทัพนั้น ท่าทีจึงดูเป็นธรรมชาติยิ่ง

“เหลียนเอ๋อร์มีแขกมาหรือ”

เสียงสองเสียงประสานกันดังเข้ามา อันเฟิ่งเซียนและเกาหยางซุ่นเดินเข้ามาในห้องโถง ทั้งสองยังคงสนิทสนมกันดี แม้ว่าจะเติบโตล่วงวัยขึ้นมาก

“พวกเจ้าเสียงดังอะไรกัน แขกมาเยือนไยจึงโหวกเหวกน่าขายหน้า” เกาฮูหยินก้าวออกมา อันซุ่ยเหลียนรีบเข้าไปประคองนางเดินเข้ามานั่งลง

“เหลียนเอ๋อร์เด็กดี ลำบากเจ้าแล้วกำลังจะกลับแล้วแท้ๆ”

“ไม่เลยเจ้าคะท่านป้า แม้นางฟางบอกว่านำของคารวะมามอบให้ท่านแทนมารดา ข้าเห็นว่าท่านป้าเพิ่งพักผ่อนจึงเชิญนางเข้ามาก่อน”

“เด็กดี” เกาฮูหยินลูบแก้มหญิงสาวด้วยท่าทีรักใคร่เอ็นดู นางมองไปยังแม่นางน้อยผู้มาเยือน จากนั้นจึงพยักหน้ารับในยามที่อีกฝ่ายย่อกายคารวะด้วยท่าทีอ่อนช้อย

“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับนะเจ้าคะ ท่านป้าจะได้สนทนากับแม่นางฟาง”

“ที่ไหนกันเล่า เจ้ากลับแล้วผู้ใดจะช่วยป้ารับแขก อยู่ก่อนสักเดี๋ยวค่อยกลับ เจ้าก็ด้วยนะเฟิ่งเอ๋อร์”

“แต่ท่านแม่ ข้ากับเฟิ่งเอ๋อร์กำลังจะ...” กล่าวยังไม่ทันจบเกาหยางซุ่นก็โดนหยิกจนต้องรีบเก็บคำ

“เจ้าค่ะ” อันเฟิ่งเซียนรีบรำคำ จากนั้นจึงลอบถลึงตาใส่เกาหยางซุ่น

นางจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า ตระกูลฟางส่งหญิงสาวมามอบของขวัญเช่นนี้ จุดประสงค์ยังไม่แน่ชัด

มองดูอันซุ่ยเหลียนที่ยังคงมีท่าทีสงบ นางเองก็เดาไม่ออกว่าน้องสางตระหนักถึงเรื่องนี้หรือไม่ ดังนั้นนางต้องอยู่เพื่อหยั่งเชิงฟางชิงเหลียนผู้นี้เสียก่อน!!!

ฟางชิงเหลียนนั่งหลับตานิ่งบนรถม้าที่แล่นออกมาจากจวนแม่ทัพ สาวใช้สองคนที่กำลังสบตากันอย่างลังเล ทำให้หญิงสาวถอนหายใจออกมา

“มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาเถิด อ้ำอึ้งอยู่เช่นนี้ข้าจะรู้หรือว่าพวกเจ้าจะพูดอะไร”

ฟางชิงเหลียนลืมตาขึ้นมองสาวใช้คนสนิททั้งสองคนด้วยดวงตาเรียบเฉย

“คุณหนูเจ้าคะ แม่นางอันผู้นี้...”

“งดงามมากจริง นางนับเป็นโฉมสะคราญแห่งเทียนเฉาผู้หนึ่ง กิริยาหรือก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ทว่าท่าทีกลับไม่ได้นอบน้อมจนเกินไป มีแข็งมีอ่อน ลุ่มลึกแต่ไม่แข็งกร้าว”

“คุณหนู นี่มิใช่เวลามาชื่นชมศัตรูนะเจ้าคะ”

“ศัตรูหรือ” ฟางชิงเหลียนเลิกคิ้ว “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าศัตรูที่แท้จริงก็คือนาง”

หญิงสาวยิ้มบาง “เกาอู่เยี่ยผู้นี้นับเป็นปีศาจแห่งความมืดในสนามรบ ในราชสำนักเขาคือหิมะเย็นเยือกจากเขาไท่ซาน เขาจึงจะเป็นศัตรูที่ยากจะรับมือที่สุด”

“แต่...ใต้เท้าฟางและใต้เท้าเฉินอยากให้ท่านแต่งให้เขาเช่นนี้แล้วท่านจะทำเช่นไรเจ้าคะ”

“ตระกูลเกาแม้มีอิทธิพลที่สุด แต่กลับวางตัวเป็นกลาง หลายปีมานี้ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าร่วมแก่งแย่ง ตระกูลฟางจับมือกับตระกูลเฉิน ส่วนตระกูลจูมีตระกูลหลินหนุนหลัง ผลแพ้ชนะยากจะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงประชวรมาหลายปี สามองค์ชายแคว้นเทียนเฉา หนึ่งถูกจองจำกระทั่งผู้คนลืมเลือน หนึ่งโดดเด่นสง่างาม อีกหนึ่งเยาว์วัยเกินไป”

“เช่นนี้ก็มิใช่กระจ่างแล้วหรือเจ้าคะว่าองค์ชายรองทรงเป็นฝ่ายกำชัย”

“ไม่รู้สิ ข้ากลับรู้สึกสังหรณ์ใจยิ่งนัก หลายปีมานี้ฮ่องเต้มิทรงมีท่าทีว่าจะทรงแต่งตั้งรัชทายาท แม้หลายฝ่ายคาดเดาเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นองค์ชายรอง แต่ข้ากลับยังรู้สึกไม่สบายใจ หากฟางกุ้ยเฟยทรงมั่นพระทัยว่ากำชัยเหนือจูกุ้ยเฟยจริง เหตุใดยังส่งข้ามาจวนแม่ทัพเล่า”

สองสาวใช้ได้แต่มองหน้ากันไปมา เรื่องนี้พวกนางเองก็ไม่ได้ใคร่ครวญให้ดี ผู้เป็นนายต่างหากที่ละเอียดรอบคอบ ทั้งยังเยือกเย็นกว่ามาก

ตระกูลเกายิ่งใหญ่เกรียงไกร ด้วยตำแหน่งขุนนางใหญ่ถึงสองคนอย่างเกาเทียนจิน และเกาจิ้น กระนั้นสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งตระกูลเกา กลับไร้ท่าทีใดๆ ต่อการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์อันใกล้นี้

เมื่อรถม้าแล่นมาจอดยังจวนตระกูลฟาง พ่อบ้านก็รีบเข้ามารายงานนางว่าผู้เป็นอาจารย์มารออยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นฟางชิงเหลียนจึงได้แต่เร่งเดินเข้าไป

อาจารย์ของนางผู้นี้มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน นานแล้วที่นางไม่ได้อีกฝ่าย คราแรกนางสงสัยว่าเพราะเหตุใดบิดาและท่านลุงจึงยอมรับคนเช่นนี้มาเป็นอาจารย์ให้นาง

แต่เมื่อนานวันเข้า ทุกอย่างที่อาจารย์ของนางบอก กลับกลายมาเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ดังนั้นจนถึงวันนี้นางเองก็เลื่อมใสอีกฝ่ายจนหมดใจ

หลายปีก่อนอาจารย์บอกว่าตระกูลฟางจะผงาดขึ้นมาแทนตระกูลหลิน และมันก็เกิดขึ้น กระทั่งเรื่องที่ตระกูลฟางต้องระวังตระกูลจูก็ยังคงเป็นความจริงอีก

“อาจารย์”

“เจ้ามาแล้วหรือ”

สตรีวัยไม่เกินสามสิบสองแย้มยิ้มออกมาจางๆ ท่วงท่าสง่างาม และรัศมีแห่งอำนาจในตัวของอาจารย์ ทำให้นางรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ได้พบ

เป็นความกดดันที่นางเองก็ไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ เป็นความรู้สึกที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ ราวกับว่าทุกครั้งที่ได้พบและสนทนา อีกฝ่ายก็ปิดบังบางอย่างเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็มั่นใจว่านางไม่มีทางปฏิเสธ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #27 Hezelnutt (@brownie-9127) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 18:18
    ใครหว่าาา
    #27
    0