睡莲 บุปผาในมือจอมมาร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,505 Views

  • 27 Comments

  • 183 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    53

    Overall
    7,505

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    20 ม.ค. 62

​วันนี้โปรโมรชั่นวันสุดท้ายแล้วนะคะ^^

ใครยังไม่ได้โหลด พี่เมบตัดเวลาเที่ยงคืนเน้อ^^


ภายในห้องลับที่มีแสงวับแวมเริ่มสว่างขึ้น ทันทีที่กลไกของแผ่นหินบนเพดานห้องเลื่อนเปิด ใบหน้างดงามของอันซุ่ยเหลียนค่อยๆ แจ่มชัด

ดวงตาสดใส คิ้วเรียวยาวจดหางตา จมูกรับกับใบหน้า ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อรูปกระจับน่ามอง

นางในยามนี้ไหนเลยยังหลงเหลือเค้าของเด็กน้อยที่ยังคอยวิ่งตามเกาอู่เยี่ยไปทั่ว

ใบหน้างดงามเริ่มเปล่งปลั่ง สองแก้มเนียนที่ผิวกายเนียนละเอียดน่าสัมผัส รวมไปถึงรูปร่างที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตามวัย ส่งผลให้นางนับวันก็ยิ่งน่ามอง

เรือนกายอรชร ผิวกายที่ผ่านการขัดสีฉวีวรรณ เรือนผมยาวนุ่มสลวยที่ผ่านการสระและชโลมน้ำมันจากบุปผานานาชนิด ทำให้นางในวันนี้ดูเปลี่ยนไปจากอันซุ่ยเหลียนเมื่อปีที่แล้ว

กุกกักอยู่นานในที่สุดก็สามารถจุดเตียงเตาขึ้นมาได้ อันซุ่ยเหลียนปีนขึ้นไปนั่งบนเตียง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ห้องลับ

ที่นี่ถูกปรับปรุงเพื่อนางโดยเฉพาะ เกาอู่เยี่ยบอกนางเช่นนั้น

เพดานฝั่งตรงกันข้ามถูกเจาะด้านบน เพื่อเพิ่มการระบายอากาศ จากนั้นเขาก็สร้างกลไกเปิดปิดและสอนให้นางใช้มัน

เตียงหลังเล็กถูกยกเข้ามาเพิ่ม แต่เบาะนวมและผ้าห่มผืนหนา นางเพิ่งแอบนำเข้ามาเปลี่ยน โต๊ะเครื่องเขียนถูกยกเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่พู่กันและกระดาษเป็นนางที่แอบนำเข้ามา

ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งนางใช้เขียนจดหมายหาเกาอู่เยี่ย เป็นสถานที่แห่งความลับที่นางและเขามีร่วมกัน

อันซุ่ยเหลียนหดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ครุ่นคิดถึงบุรุษที่ครอบครองความคำนึงของนาง นับจากวันที่นางได้เข้ามาในห้องลับแห่งนี้ครั้งแรก

ผิวแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อ เพราะความหนาวเย็นของอากาศ ปีนี้อากาศหนาวเย็นเร็วกว่าทุกปี ดูแล้วคิดว่าหิมะอาจจะตกลงมาได้ทุกเมื่อ

มือเล็กแตะลงไปยังตำแหน่งกลางอก หยกมังกรเหินยังอยู่กับนางเสมอ เพราะนับจากที่เขามอบให้ นางก็พกติดตัวไม่ห่าง ทั้งยังไม่เคยให้ใครได้เห็นหรือสัมผัสสักครั้ง

“พี่อู่เยี่ย ข้าจะปักปิ่นพรุ่งนี้แล้วนะเจ้าคะ”

นางพึมพำด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น

นึกถึงวันที่ได้สนทนากับเกาฮูหยินพลันรู้สึกเขินอาย หลังพิธีปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน แม่สื่อจากตระกูลเกาจะถูกส่งมาทาบทาม ของหมั้นหมายที่เกาฮูหยินตระเตรียมจะถูกส่งมายังจวนตระกูลอัน

นาง...จะกลายเป็นคู่หมายของเกาอู่เยี่ยอย่างเป็นทางการ

ระหว่างเดินออกมาจากจวนแม่ทัพ อันซุ่ยเหลียนพลันบังเอิญได้พบกับฟางชิงเหลียน คุณหนูตระกูลฟาง หลานสาวของฟางตงอวิ๋น หนึ่งในขุนนาง ‘ซันกงจิ่วชิง’ ผู้ที่มีอิทธิพลในราชสำนักแคว้นเทียนเฉา

‘ซันกง’ แบ่งออกเป็นสามขุนนางใหญ่ หนึ่งคือเกาจิ้น แม่ทัพใหญ่ผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านการทหาร

สองคือเฉินชิ่ง เจ้ากรมโยธาธิการ

และท้ายที่สุดฟางตงอวิ๋น เจ้ากรมตุลาการ

โดยทั้งสามฝ่ายดังกล่าวจะมีเกาเทียนจิน อัครมหาเสนาบดี เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด

นอกเหนือไปจากนั้นที่นางไม่จะกล่าวถึงไม่ได้ก็คือ สองอำมาตย์ซ้ายขวาผู้ซึ่งดูแล ‘จิ่วชิง’ นั่นก็คืออำมาตย์หลิน หลินอัน และอำมาตย์จู จูเชียน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลระดับกรมทั้งหมดอีกเก้ากรม ซึ่งมีเสนาบดีแต่ละกรมเป็นผู้ปกครองอีกทอดหนึ่ง  

ที่อันซุ่ยเหลียนสนใจฟางชิงเหลียนผู้นี้ นั่นก็เพราะหนึ่งในสนมที่มีอิทธิพลในวังหลัง นั่นก็คือฟางกุ้ยเฟยผู้ซึ่งเป็นมารดาขององค์ชายรองแคว้นเทียนเฉานั่นเอง

ระดับขุนนางต่างๆ ที่นางได้เรียนรู้ นางพลันตระหนักว่านี่มิใช่เรื่องล้อเล่น เรื่องต่างๆ ที่เกาฮูหยินสั่งสอน อยู่ใกล้ตัวนางมากกว่าที่นางคาดคิด

เช่นเดียวกันกับการเชื่อมสัมพันธ์ของขุนนางในแต่ละระดับ โดยการใช้การแต่งงานมาเป็นสะพาน ตระกูลเกาเป็นถึงตระกูลอัครมหาเสนาบดี ทั้งยังเป็นใหญ่ในด้านการทหาร แต่กลับมิได้ส่งบุตรสาวเข้าวังหลวง

ต่างกันกับตระกูลฟาง ตระกูลหลินและตระกูลจู ที่สตรีในตระกูลต่างก็มียศฐาในวังหลวง แม้ว่าตระกูลหลินนับว่าด้อยกว่า เนื่องจากหลินกุ้ยเฟยทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นหลินอันก็ยังคงมีอิทธิพลในราชสำนักไม่น้อยไปกว่าเดิม

ที่สำคัญในเวลานี้ หลินอันก็เลือกที่จะสนับสนุนโอรสของจูกุ้ยเฟย เพื่อคานอำนาจกับฟางกุ้ยเฟย หลังจากที่หลินกุ้ยเฟยเกิดเรื่อง

แต่ถึงอย่างนั้นตระกูลฟางก็ยังนับว่ามีอิทธิพลมากกว่า หากจะมองในด้านของผู้สืบทอดที่เหมาะสม เนื่องจากองค์ชายสามซางหยุนนั้นยังทรงพระเยาว์

สาเหตุที่ฐานะของฟางกุ้ยเฟยมั่นคงขึ้นทุกที หนึ่งในสาเหตุนั้นย่อมหนีไม่พ้นการแต่งงานเชื่อมไมตรีของตระกูลฟางและตระกูลเฉิน สองขุนนางใหญ่แห่งซันกง

ฟางชิงเหลียนผู้นี้ก็คือหลักฐานยืนยัน เพราะนางเป็นหลานสาวของผู้ยิ่งใหญ่แห่งซันกงอย่าง ฟางตงอวิ๋นแห่งกรมตุลาการ และเฉินชิ่งแห่งกรมโยธาธิการ

“แม่นางท่านนี้คงจะเป็นแม่นางอัน ข้าแซ่ฟาง มีนามว่าชิงเหลียน”

“ที่แท้ก็คุณหนูฟาง” อันซุ่ยเหลียนทักทายอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

มองดูอีกฝ่ายพิจารณาตัวเองเงียบๆ นางก็หาได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา กระทั่งฟางอันเหลียนเอ่ยปากขอให้เข้าไปพบเกาฮูหยินเป็นเพื่อน นางเองก็ได้แต่กลับเข้าไปในจวนแม่ทัพอีกครั้ง

“ดูเหมือนแม่นางอันจะคุ้นเคยกับบ่าวไพร่ที่นี่มาก ได้ยินมาว่าฮูหยินรองแม่ทัพกำลังตั้งครรภ์ ท่านคงจะอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวกระมัง”

เรื่องที่อันสุ่ยเซียนตั้งครรภ์หาใช่ความลับ ดังนั้นอันซุ่ยเหลียนจึงได้แต่ยิ้มรับ นางหาได้ให้ความกระจ่างถึงท่าทีที่บ่าวไพร่ในจวนนอบน้อมต่อนาง ราวกับว่านางก็เป็นหนึ่งในนายเหนือหัวตระกูลเกาผู้หนึ่ง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

0 ความคิดเห็น