ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 235 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

“สืบจากผู้อื่นไม่ได้ในยามนี้ เช่นนั้นก็เริ่มจากตัวเองก็แล้วกัน ข้าอาจคิดมากจนเกินไป บางทีอาจเป็นข้าที่ทำให้พวกเขาต้องปิดบัง หรือว่าพวกเขาอาจพูดถูก ข้าอาจอิจฉาพี่ใหญ่จน...” เว่ยซวงอวี่สะบัดศีรษะไปมา แม้บอกตัวเองไม่ให้คิดมาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดไม่ได้


...อะไรที่ทำให้บิดามีท่าทีเช่นนี้กับนาง ทั้งที่นางเองก็มองออกว่าบิดาห่วงใยและหวังดีต่อนางจากใจจริง


กวาดสายตามองไปรอบห้อง ตำรามากมายที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือตั้งอยู่ภายในห้อง เห็นได้ชัดว่านางในอดีตนั้นเป็นคนใฝ่รู้


ในยามที่มารดาของนางมาอยู่เป็นเพื่อน ก็มักจะเล่าเรื่องราวมากมายให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่น้อยนักที่สตรีจะได้รับการศึกษาเยี่ยงบุรุษ แต่บิดาของนางกลับใจกว้าง ไม่เพียงให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน แต่ยังถึงกับสนับสนุนให้พวกนางปลอมตัวเข้าเรียนในสำนักศึกษาเค่อหลี่


ทั้งนี้บัณฑิตอาวุโสทั้งสาม ต่างก็ยอมรับในความสามารถของพวกนาง ดังนั้นจึงให้พวกนางปลอมตัวเป็นบุรุษ โดยแยกเรียนกับศิษย์คนอื่น


ทั้งนางและเว่ยเอินหลินจะได้รับการสั่งสอนจากบัณฑิตอาวุโสทั้งสาม ร่วมกันกับศิษย์รุ่นที่สามที่เรียนจบไปแล้ว แต่ยังคงกลับมาช่วยงานในสำนักศึกษา


หลายครั้งที่เกือบโดนจับได้ แต่เพราะมีศิษย์พี่หลายคนคอยยื่นมือเข้าช่วย อีกทั้งในสำนักศึกษาไม่แบ่งแยกฐานะ ไม่ว่าจะยากดีมีจน หากเข้าเรียนที่นั่น มาใหม่เป็นศิษย์น้อง มาก่อนเป็นศิษย์พี่


ดังนั้นพวกนางที่อยู่กับศิษย์พี่ จึงกลายเป็นศิษย์พี่โดยไม่มีใครกล้าสงสัย


แต่ทั้งนี้พวกนางต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าของศิษย์พี่คนอื่น ๆ เพื่อตอบแทน การคัดลอกตำราและจัดหมวดหมู่ พวกนางต้องทำมากกว่าศิษย์พี่คนอื่น ซึ่งนั่นก็ยังไม่นับว่าหนักหนาอะไร


“ข้าเคยบ่นให้ท่านแม่ฟังบ้างหรือไม่เจ้าคะ”


“ไม่เลย ความจริงแม่ยังประหลาดใจ เจ้าดูจะชื่นชอบการไปที่สำนักศึกษาเค่อหลี่ด้วยซ้ำ”


“ท่านแม่” เว่ยซวงอวี่ถอนหายใจออกมา “เมื่อก่อนข้าเป็นคนเช่นไรหรือเจ้าคะ”


เว่ยฮูหยินชะงัก “ทำไมหรือ”


“ลูกเพียงสงสัยเท่านั้นเจ้าค่ะ ตั้งนานแล้ว แต่ลูกยังนึกอะไรไม่ออกเลย ท่านหมอบอกว่าหากใช้เวลาหรือทำอะไรที่คุ้นเคย ลูกอาจจะจดจำได้ว่าเคยทำหรือไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ลูกกลับยังรู้สึกว่างเปล่า”


เว่ยฮูหยินคว้ามือบุตรสาวมากุมไว้ “อย่าคิดมากเลย จะอย่างไรเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว จะจำได้หรือไม่ไม่สำคัญเพราะถึงจะจดจำไม่ได้เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรสาวของแม่”


เว่ยซวงอวี่เงยหน้ายิ้มให้มารดา นางกางแขนออกกอดมารดา ก่อนจะซบใบหน้าลงไปอย่างออดอ้อน “ข้ารักท่านแม่ยิ่งนัก”


“เจ้าลูกคนนี้ เพิ่งมาบอกอะไรในเวลานี้เล่า” เว่ยฮูหยินหัวเราะทั้งยังลูบหลังลูบไหล่บุตรสาวอย่างรักใคร่


ภาพนั้นคือภาพที่เว่ยจื่อฉีเดินผ่านมาเห็น บทสนทนานั้นทำให้เขาชะงักและใคร่ครวญครู่ใหญ่ ไม่นานแทนที่จะเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกอย่างที่ตั้งใจ ตัวเขากลับหันหลังแล้วเดินจากมา


เย็นย่ำวันนั้นพ่อบ้านมาตามเว่ยซวงอวี่โดยแจ้งว่าบิดาของนางต้องการพบ แม้จะประหลาดใจแต่หญิงก็เดินตามออกมาอย่างว่าง่าย นางพูดคุยยิ้มแย้มกับพ่อบ้าน ในระหว่างทางที่เดินมายังห้องหนังสือของเว่ยจื่อฉี


กระทั่งถึงห้องหนังสือพ่อบ้านหาได้ตามนางเข้าไปด้านใน ดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปเพียงลำพัง ไม่ไต่ถาม ไม่ซักไซ้


“ท่านพ่อ” หญิงสาวย่อกายให้บิดาด้วยรอยยิ้ม


“ประหลาดใจหรือไม่ที่เรียกเจ้ามาพบ”


“มิได้เจ้าค่ะ ข้าเองก็ยังอยากหาโอกาสมาที่นี่อยู่เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าเมื่อก่อนข้ามักจะมาหยิบยืมหนังสือไปอ่านในยามที่ข้าเบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำ”


“หืม เช่นนั้นตอนนี้ก็รู้สึกเบื่อแล้วหรือ”


หญิงสาวยิ้มกว้าง “ท่านพ่อกำลังหลอกถามลูกหรือเจ้าคะ”


เว่ยจื่อฉีหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะตัวหนังภายในห้อง “นั่นคือโต๊ะของเจ้า เมื่อก่อนเจ้าเคยเข้ามาช่วยพ่อลอกตำรา บางครั้งก็มาช่วยท่านแม่ของเจ้าตรวจดูบัญชีของคฤหาสน์”


“บัญชีหรือเจ้าคะ”


“เป็นบัญชีที่ร่วมกับท่านอาจารย์หวังเปิดร้านเครื่องเขียนอย่างไรเล่า เจ้าจำ...” เว่ยจื่อฉีชะงักเมื่อสบตากับบุตรสาว เป็นเขาที่ลืมเลือนเสียเองว่านางจำอะไรไม่ได้


“พ่อเลอะเลือนเอง เรื่องที่ตระกูลเว่ยมีรายได้บางส่วนมาจากร้านเครื่องเขียนเจ้าจะจำได้ได้อย่างไร”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 235 ครั้ง

84 ความคิดเห็น