ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 251 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

คืนนี้เป็นคืนที่เท่าไหร่เว่ยซวงอวี่คร้านจะใส่ใจ นางนอนไม่หลับเนื่องจากในใจเต็มไปด้วยความสับสน


สายลมพัดพาเอากลีบดอกซิ่งบนต้นร่วงหล่นปลิดปลิว ความเงียบในยามค่ำคืนทำให้ความคิดของหญิงสาวปลอดโปร่ง


นางปล่อยให้ร่างกายตัวเองค่อย ๆ คลายจากอาการเจ็บปวด ไม่พยายามคิดหรือมองหาความผิดปกติ เนื่องจากมั่นใจว่าบิดาของนางมีเรื่องปิดบัง


นางไม่ถามเพราะรู้ดีว่าไม่มีทางได้คำตอบออกมา เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนางจะปล่อยผ่านไปก่อน รอให้ถึงวันที่นางหายดีนางอาจกลับมาจดจำบางอย่างได้ดังเดิม


อย่างไรเสียตอนนี้ตัวนางเองก็ไม่อาจออกไปเดินท่อม ๆ เพื่อหาหลักฐาน ยิ่งไม่มีทางที่นางในสภาพนี้จะสามารถเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เพื่อค้นหาความทรงจำที่นางทำหายไป


ท่านหมอหวงบอกนางว่าความทรงจำของนางจะค่อย ๆ กลับมา หากนางอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ได้พูดคุย ได้พบปะผู้คนที่นางเคยรู้จักสนิทสนม แต่ดูเหมือนบิดาของนางจะไม่ใคร่จะเห็นด้วย ทั้งที่อาจารย์หวังเสนอให้นางได้กลับไปช่วยงานที่สำนักศึกษาเช่นเดิม


นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งที่นางตื่นตะลึง สตรีแคว้นหานน้อยนักที่จะได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือ แม้นางจะรู้ว่าบิดาเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียง แต่ถึงอย่างนั้นนางไหนเลยจะคาดว่าผู้เป็นบิดา ถึงกับอนุญาตให้นางและเว่ยเอินหลิน ปลอมตัวเป็นบุรุษไปเข้าเรียนกับศิษย์สำนักศึกษาเค่อหลี่


ทั้งนี้แม้ว่านางและพี่สาวจะนับว่าเรียนจบแล้ว แต่อาจารย์ที่สำนักศึกษาที่รู้เรื่องนี้ดี กลับยังคงอนุญาตให้พวกนางกลับไปช่วยงานต่าง ๆ เป็นบางครั้ง


ตอนที่อาจารย์หวังเสนอ นางมองไปยังบิดาด้วยดวงตาคาดหวัง การที่บิดาปฏิเสธโดยอ้างว่ารอให้นางหายดีก่อน ดังนั้นในช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา นางจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปนอกคฤหาสน์


แน่นอนเว่ยซวงอวี่เชื่อฟังเป็นอย่างดี นางจะคัดค้านไปทำไมเล่า ในยามที่เรื่องยังคงใหม่นางดึงดันไปก็รังแต่จะเสียเรื่อง มิสู้อดทนรอจนกว่าบิดาจะคิดว่านางปล่อยผ่านไปแล้ว จากนั้นนางค่อยเริ่มตามเก็บความทรงจำของตัวเองกลับมาย่อมไม่สายเกินไป


เสียงถอนหายใจของหญิงสาวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางกวาดสายตาไปทั่วเรือนซิ่งฮวาของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปปิดหน้าต่าง แต่ตอนนั้นเองที่เงาวูบไหวทำให้นางชะงัก เมื่อเพ่งมองก็มั่นใจว่านั่นเป็นเงาของคนผู้หนึ่ง  


แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่เว่ยซวงอวี่ยังคงเดินออกมาจากห้อง นางเดินตรงไปยังต้นดอกซิ่งที่บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ แต่พอไปถึงบนนั้นไหนเลยจะมีเงาของผู้ใดอยู่


กระนั้นในยามที่กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง กระดาษที่ถูกพับเป็นแนวยาวผูกติดกับกิ่งของต้นดอกซิ่ง กลับสะดุดตาของนางเข้า


นางไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่นี้เป็นเงาคนจริง ๆ


คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดมุ่นตอนที่สายตากวาดมองหาผู้ใดก็ตามที่เป็นเจ้าของจดหมาย แต่รอบกายก็หาได้มีผู้อื่นอีก มือเล็กเอื้อมไป แกะจดหมายอย่างเบามือ


หัวใจของเว่ยซวงอวี่เต้นรัว ในยามที่เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ด้านนอกแม้ยังพอมีแสงสลัว แต่นางสังหรณ์ใจอย่างรุนแรงว่านี่ไม่อาจกระทำอย่างโจ่งแจ้ง


บางอย่างบอกนางว่าสถานการณ์ที่นางกำลังเผชิญอยู่นี้ ไม่ปกติ ทุกอย่างมันดูผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุของนาง และคนในตระกูลเว่ยที่มักจะซุบซิบกันเรื่องความทรงจำที่สูญหายไปของนาง


นั่งสงบจิตในได้ครู่หนึ่งเว่ยซวงอวี่ก็จุดเทียนเพื่อให้ความสว่าง ก่อนจะเปิดอ่านข้อความในจดหมาย

 

ของสำคัญที่ฝากไว้ ไม่นานจะมารับคืน

 

เว่ยซวงอวี่ขมวดคิ้วก่อนจะพลิกกระดาษจดหมายไปมา ไม่มีชื่อ ไม่มีข้อความอื่นนอกเหนือไปจากนั้น ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดสาวใช้ได้ยินเสียงกุกกัก ทั้งยังเห็นว่าภายในห้องของผู้เป็นนายสว่างขึ้น ก็เดินมายังหน้าประตู


“คุณหนูเจ้าคะ”


“ไม่มีอะไร ข้านอนไม่หลับจึงลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ เจ้าไม่ต้องเข้ามา ข้าจะนอนแล้ว” เอ่ยจบก็ดับเทียน เพราะเกรงว่าสาวใช้จะเข้ามาในห้อง


นางรู้ดีว่าทุกวันสาวใช้สองคนจะไปรายงานบิดาว่านางทำอะไรบ้าง จดหมายฉบับนี้อาจไขข้อข้องใจบางอย่างที่นางกำลังหาคำตอบ ดังนั้นหญิงสาวจึงเลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัว ไม่บอกให้ผู้อื่นรับรู้


“เจ้าค่ะ เช่นนั้นหากท่านต้องการอะไรต้องบอกนะเจ้าคะ ข้าน้อยจะรีบจัดหามาให้” สาวใช้ผู้นั้นหาวหวอด ก่อนจะเดินกลับห้องซึ่งอยู่ข้าง ๆ ปากก็บ่นพึมพำไปตามประสา

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 251 ครั้ง

84 ความคิดเห็น