ตอนที่ 37 : ตอนที่ 37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1668
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

หลังจากเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดเว่ยซวงอวี่ก็คิดตก “ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร”


“ข้าต้องการความจริงจากเจ้า ความจริงที่เจ้ารู้”


“ท่านยังคงไม่เชื่อว่าข้าสูญเสียความทรงจำหรือ” นางเม้มปากแน่น


“ข้าเชื่อ”


นางไหนเลยจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด


“เมื่อก่อนอาจไม่เชื่อ ตอนนี้ข้าตัดสินใจว่าจะเชื่อเจ้าและพยายามช่วยเจ้าให้รื้อฟื้นความทรงจำที่หายไป”


“อย่างไรเล่า”


“อย่างที่ข้าบอก ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือพาเจ้าไปดูยังที่เกิดเหตุ ดูว่าหากเจ้าอยู่ในสถานที่เหล่านั้น เจ้าจะนึกอะไรออกบ้างหรือไม่”


“ครั้งก่อนข้าก็ไปมาแล้ว หากว่าท่านหมายถึงอารามสงบใจ”


“จุดที่เจ้ากับพี่สาวมีปากเสียงกัน วันนั้นข้าไม่ได้พาเจ้าเดินผ่าน”


“แต่ท่านบอกเองว่าโดนคนจับตามองและสะกดรอย หากออกไปกับท่านเช่นนั้นคงไม่แคล้วเกิดเรื่องเดิมๆ” นางหมายถึงกลุ่มคนเหล่านั้นที่ดักซุ่มรอจังหวะอยู่


“ครั้งนี้ข้าเตรียมการดีกว่าครั้งที่แล้ว” เขายิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืน


“ท่านจะลงมือวันนี้เลยหรือ” นางเลิกคิ้วมองเขาด้วยความประหลาดใจ “มั่นใจถึงเพียงนี้ว่าข้าจะรับปาก ถึงขนาดเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า”


หยวนเฟิงหลิงเดินเข้ามาใกล้นาง ก่อนจะก้มลงให้ใบหน้าของเขาและนางอยู่ในระดับเดียวกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้เขาได้สบตากับนางในยามที่กระซิบบอก “หากเป็นเจ้าคนก่อนข้าคงลังเล แต่ไม่รู้ทำไมในยามนี้ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน”


นางมองเขาด้วยดวงตางุนงง


“ไม่ใช่อยากให้มีคนเชื่อในตัวเจ้าหรอกหรือ ข้าก็กำลังเป็นคนผู้นั้นให้เจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า” เอ่ยจบชายหนุ่มก็เดินนำนางออกไปจากห้อง


ด้านหลังยังมีเสียงตะโกนถามของหลิวเย่ากวง แต่คำถามนั้นไหนเลยจะได้รับคำตอบ เนื่องจากหยวนเฟิงหลิงหันกลับมา ก่อนจะฉุดร่างเล็กให้ก้าวเร็วขึ้น กระทั่งพ้นสายตาของคนที่วิ่งตามมา


“เหตุใดพวกท่านปล่อยให้ข้าทำงานคนเดียวอีกแล้ว!!


มองดูชายหญิงสองคนที่แต่งกายเหมือนตัวนางกับเฮยหลิง เว่ยซวงอวี่พลันรู้สึกประหลาดใจ ทั้งรูปร่างและท่าทางของคนทั้งสอง ในยามที่หมุนกายกลับมามองนางและผู้เป็นศิษย์พี่ หญิงสาวให้รู้สึกนับถือยิ่งนัก ในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ไม่ง่ายที่จะควานหาคน แต่อีกฝ่ายกลับทำราวกับไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร


“พวกเขาจะนั่งรถม้าออกไป ส่วนข้ากับเจ้าจะใช้เส้นทางอื่น”


มองใบหน้ายิ้มแย้มของผู้เป็นศิษย์พี่แล้ว เว่ยซวงอวี่ให้รู้สึกหวาดระแวงอย่างบอกไม่ถูก แล้วนางก็ไม่ได้คิดไปเอง ความกังวลของนางหลังจากมองรอยยิ้มนั้น ช่างแม่นยำยิ่งนัก


ม้าสีดำพ่วงพีที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้หญิงสาวตัวสั่นเทา แม้จดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่นางก็มั่นใจว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เข้าใกล้ม้าตัวใหญ่ขนาดนี้


“ศิษย์ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขี่ม้าไม่เป็น”


“หาต้องกังวลไม่” เอ่ยจบเขาก็ตวัดตัวขึ้นหลังม้า ก่อนจะยื่นมือมาให้นาง


เว่ยซวงอวี่ยังคงใบหน้าซีดเผือด “แต่ว่า


“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตกลงไปหรอก”


“ถึงอย่างนั้น


นางยังคงมองม้าตัวใหญ่ที่ส่งเสียงฟืดฟาดออกมาจากจมูก มองดูเท้าทั้งสี่ที่ย่ำไปมากับพื้น อีกทั้งท่าทีราวกับทนไม่ไหวที่จะพุ่งตัวออกไปนั้น


“อวี่เอ๋อร์ส่งมือมาให้ข้า”


หยวนเฟิงหลิงยังคงอดทนรอกระทั่งนางยื่นมืออันสั่นเทาไปหาเขา จากนั้นชายหนุ่มก็รั้งนางขึ้นม้าโดยให้นางนั่งอยู่ด้านหน้า ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างใช้เป็นปราการปกป้องนางเอาไว้ในอ้อมอก


มองมือน้อยทั้งสองข้างเกาะกุมข้อมือของเขาแน่น ร่างอรชรสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


“ปล่อยตัวตามสบาย ข้าสัญญาจะไม่ให้เจ้าตกลงไปโดยเด็ดขาด” เขากระซิบบอกในยามที่เห็นนางนั่งได้อย่างมั่นคง


หยวนเฟิงหลิงหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเอียงหน้ามองแล้วพบว่าเว่ยซวงอวี่หลับตาแน่น เขากระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง เสียงหวีดร้องดังออกมาครั้งเดียว จากนั้นเว่ยซวงอวี่ก็เอาแต่นั่งหลับตาเงียบๆ


หลายต่อหลายครั้งที่เจ้าร่างน้อยในอ้อมแขนเกือบจะร่วงตกลงหลังม้า แต่ท่อนแขนแกร่งก็ยังคงรั้งนางกลับมานั่งตัวตรงเช่นเดิม มือหนึ่งกุมบังเหียนม้า มือหนึ่งดึงเอวเล็กเข้าหาตัว แผ่นหลังของนางแนบชิดกับแผ่นอกกว้างมั่นคง ความใกล้ชิดที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ในที่สุดหญิงสาวก็รู้สึกผ่อนคลาย


เมื่อลืมตาขึ้นมองแวบแรกความหวาดกลัวยังคงอยู่ แต่เมื่อเริ่มปรับตัวได้นางพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา การนั่งอยู่บนหลังม้าในยามที่ม้าวิ่งทะยานไปข้างหน้า สายลมพัดพลิ้วและความรวดเร็วที่ไม่เคยสัมผัส ราวกับว่านางกำลังพุ่งทะยานอย่างเป็นอิสระ


เมื่อเอียงหน้าไปมองคนที่บังคับม้าที่นั่งอยู่จนชิด ใบหน้าเรียบเฉยภายใต้หน้ากากสีดำของผู้เป็นศิษย์พี่ ทำให้นางรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างประหลาด ดวงตาคมดุดันที่มองตรงไปข้างหน้า แนวคางได้รูปและริมฝีปากบางหยักมุมเล็กน้อยในยามที่รับรู้ว่าถูกนางแอบมอง


“ชอบหรือไม่” เขาเหลือบตามองนางก่อนเอ่ยถาม


“เอ๋” นางเลิกคิ้ว


“การขี่ม้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเจ้าอยากเรียนขี่ม้าข้าจะสอนให้”


“เอ่อ” นางลังเล “คิดว่าข้าคงไม่ต้อง...” นางเป็นเพียงอิสตรีจะเรียนขี่ม้าไปทำไมกัน


ที่สำคัญ... แม้นางจะไม่รู้ว่าอดีตเป็นเช่นไร แต่นับจากได้พบกับเฒ่าวิปลาส นางสาบานเลยว่าหากเรื่องนี้จบลง นางต้องการกลับไปเป็นเว่ยซวงอวี่ บุตรสาวบัณฑิตเว่ยผู้สุขุมเยือกเย็น


จะไม่กลับมาใช้ชีวิตผาดโผน ด้วยการพาชีวิตตัวเองไปแขวนเอาไว้บนเส้นด้ายโดยเด็ดขาด


ยังพูดไม่ทันจบประโยคเขาพลันยิ้มกว้าง “เชื่อเถิดต่อไปเจ้าย่อมต้องได้ใช้”


ลางสังหรณ์ของเขาบอกเช่นนั้น แต่เขาไหนเลยจะบอกให้นางรู้


-------------------------------------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #66 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 07:47

    หนังสือมาเร็วมาก e book
    #66
    0
  2. #65 Pradtana2232 (@Pradtana2232) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 02:31
    ศิษย์พี่ทำไมท่านพูดเองเออเอง รึว่าท่านมีแผน???
    #65
    0