ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    2 ส.ค. 61

“ท่านจะพาข้าไปไหน” นางเอ่ยถามทั้งยังขยับออกห่างเขาอีกเล็กน้อย


“ไม่ใช่เพิ่งถามข้าหรอกหรือว่าเจ้าชอบไปไหน ข้าก็กำลังจะพาเจ้าไปนี่อย่างไรเล่า”


“ที่ไหนหรือ” นางเอ่ยถามขึ้นทันที


ก่อนเว่ยซวงอวี่จะสูญเสียความทรงจำเพราะอุบัติเหตุ นางบอกทุกคนว่าต้องการไปขอยันต์มงคลจากไต้ซือไป๋อวิ๋น อารามสงบใจซึ่งตั้งอยู่บนเขานอกเมืองอี๋หยาง คือจุดหมายปลายทางที่หยวนเฟิงหลิงจะพาเว่ยซวงอวี่ไปหาคำตอบ


“ถึงจะยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าจะจำอะไรได้ แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย” ชายหนุ่มเอ่ยทั้งยังลอบสังเกตกิริยาท่าทางของหญิงสาวไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเว่ยซวงกลับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


“นั่นสินะ” หญิงสาวตอบก่อนจะมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด


นางเคยอยากจะลองไปดูยังที่เกิดเหตุสักครั้ง เผื่อว่านางอาจจะคิดอะไรออกบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่เอ่ยถึงบิดากลับไม่เห็นด้วย วันนี้จะได้ไปที่นั่นอย่างใจปรารถนา เหตุใดนางจึงรู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


มองดูท่าทีของหญิงสาวหยวนเฟิงหลิงพลันขมวดคิ้ว เขารับรู้ได้ถึงความกังวลที่ลอยอวลอยู่รอบตัวนาง ดวงตาที่แฝงเอาไว้ด้วยความหวาดหวั่น แม้จะพยายามกลบเกลื่อน แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังทำได้ไม่ดีนัก


เมื่อไปถึงยังอารามสงบใจ เว่ยซวงอวี่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี นางได้มีโอกาสได้สนทนากับไต้ซือไป๋อวิ๋น กระทั่งรู้ว่านางมักจะชอบมาไหว้พระทำบุญที่อารามแห่งนี้อยู่เสมอ


ที่สำคัญไปกว่านั้นนางและตระกูลเว่ย ยังนับได้ว่าเป็นผู้อุปถัมป์รายใหญ่ของอารามสงบใจ เพราะตลอดมาไม่ว่าจะเป็นยอดการบริจาคเงินหรือข้าวของเครื่องใช้ที่ทางอารามขาดเหลือนั้น ส่วนใหญ่จะถูกส่งมาจากตระกูลเว่ยและนางโดยตรง


ไต้ซือไป๋อวิ๋นมอบยันต์คุ้มภัย พร้อมกับอวยพรให้นางแคล้วคลาดปลอดภัย ในยามที่หญิงสาวเอ่ยคำลา เนื่องจากนางยังคงอยากจะเดินดูรอบ ๆ เพราะต้องการรื้อฟื้นความทรงจำ


บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบสมกับชื่อของอาราม ไม่ได้ทำให้เว่ยซวงอวี่คลายความกังวลที่อยู่ภายในใจ นางเดินจนทั่วอารามโดยไม่พูดและไม่แสดงท่าทีใด ๆ ออกมา ด้านข้างยังมีหยวนเฟิงหลิงที่ไม่เอ่ยปาก แม้ว่านางจะเดินวนรอบอารามครั้งที่สอง


“ศิษย์พี่” เว่ยซวงอวี่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนจะเรียกเขาโดยที่นางยังคงมองลงไปยังบันไดทอดยาวจากอาราม


ตรงนั้นรถม้าของสำนักศึกษาเค่อหลี่จอดอยู่ ด้านข้างยังมีรถม้าอีกคันจอดเคียงกันอยู่ มองจากจุดที่นางยืนอยู่ ยังคงสามารถมองออกว่าเป็นรถม้าจากตระกูลใหญ่ รวมไปถึงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดมา


“ว่าอย่างไร” เขาส่งเสียงตอบรับ


“ท่านว่าหากข้าไม่อาจคืนความทรงจำ จะเป็นเช่นไร”


หยวนเฟิงหลิงเงียบไปครู่ใหญ่ เขาก้าวเดินมาหยุดข้างกายนาง พร้อมกับมองตรงไปข้างหน้า


เว่ยซวงอวี่ให้สงสัยนักว่าเขากำลังมองสิ่งใดอยู่ ใช่สิ่งเดียวกับนางหรือไม่ เพราะนางกำลังมองกลุ่มคนที่เพิ่งจะลงจากหลังม้า นัยว่าคนเหล่านั้นน่าจะมาไหว้พระขอพรเช่นกัน


เพียงแต่...คนเหล่านั้นดูเหมือนชาวยุทธ์ มากกว่าชาวบ้านธรรมดาสามัญ


“โลกนี่มีหลายสิ่งไม่อาจคาดเดา โชคชะตาฟ้ากำหนด ผลย่อมไม่เกิดหากไม่มีมูลเหตุ บางทีการที่เจ้าสูญเสียความทรงจำเช่นนี้ อาจเพราะสวรรค์ต้องการให้เป็นเช่นนี้”


“ท่านจะบอกข้าว่าที่ข้าสูญเสียทรงจำเช่นนี้ มาจากเหตุบางประการอย่างนั้นหรือ” นางเอ่ยถามทั้งยังหมุนกายมาหาเขา ก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อสังเกตดวงตาคมดุคู่นั้นในยามที่เขาตอยคำถาม


ภาพที่ผู้อื่นมองเห็นนั้น คือภาพของบุรุษสวมชุดสีขาวสองคนยืนเผชิญหน้ากัน ทั้งสองคนสวมหน้ากากสีขาวและสีดำ บุคลิกหรือก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


ร่างสูงในหน้ากากสีดำให้กลิ่นอายแห่งความลึกลับ


อีกหนึ่งให้กลิ่นอายน่าค้นหาและน่าเข้าใกล้ เพราะดวงตาระยิบระยับน่ามองนั้น ทำให้รู้สึกถึงความเป็นมิตรมากกว่า


“คุณหนู”


“พวกเขาเป็นใครเจ้ารู้หรือไม่”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #28 Pradtana2232 (@Pradtana2232) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 01:00
    สู้ๆนะ(^____^)
    #28
    0