เรื่องของไอซ์ กับรักแรกที่ไม่มีวันลืม

โดย RBW.

เรื่องของไอซ์ ความรัก และเลข 3

ยอดวิวรวม

6

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


6

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ย. 64 / 14:39 น.
นิยาย ͧͧͫ Ѻѡáѹ


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่องของไอซ์ กับรักแรกที่ไม่มีวันลืม


ผมมีเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของผมตั้งแต่เด็กจนถึงวันนี้

ผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งละแวกบ้านซึ่งตั้งอยู่ในชุมชน ประมาณอนุบาล 2 ผมก็ได้รู้จักเด็กหญิงน่ารักคนหนึ่งที่ชื่อ ไอซ์ ผิวขาว ผมสั้น หน้ารัก เป็นที่สะดุดตาของคนที่พบเห็น

ช่วงอนุบาล 3 ผมจำได้ว่า ตอนที่กำลังเดินสวนกันที่บันไดทางขึ้นหอนอน เธอบอกรักผม และยังบอกอีกด้วยว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับผม 

ช่วงขึ้นป.3 ถึงเราจะยังไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน แต่ผมก็ได้รู้ว่าพ่อของเธอเสียชีวิต ผมไม่ได้ไปงานศพ แต่เอาเงินช่วยงานใส่ซองให้เธอ 

ต่อมาในภายหลัง ผมได้ทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคุณพ่อที่แท้จริง เป็นผลพวงจากวิกฤติต้มยำกุ้ง 2540 ในตอนนั้น ธุรกิจของครอบครัวไอซ์กระทบโดยตรง และต้องปิดตัวลง เป็นหนี้หลายล้าน พ่อของเธอจึงต้องเดินทางไปเจรจากับบริษัทที่เข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์กับครอบครัวเธอในต่างประเทศ แล้วเกิดประสบประติเหตุระหว่างเดินทางโดยรถยนต์ ทำให้เสียชีวิตในต่างแดน ก่อนจะมีการนำศพกลับมายังประเทศไทย 

ไอซ์บอกว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์ต้มยำกุ้งเกิดขึ้น พ่อของเธอก็คงจะไม่ต้องไปต่างประเทศ และมีชีวิตอยู่กับเธอต่อไป


ถัดมาอีก 3 ปี ... ช่วงป.6 มีคนมาจีบไอซ์หลายคน แต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้บอกรักเธอ โอกาสที่จะได้เจอกันก็น้อยเพราะอยู่คนละห้อง เพียงแต่ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ผมมักแอบเอาของไปใส่ใต้เก๊ะเธอ เป็นโปสการ์ดรูปต่างๆและเขียนความในใจ จนตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่า เธอจะรู้ไหมว่าของพวกนั้นมาจากผม

มีเหตุการณ์นึงช่วง ป.6 คือเป็นธรรมเนียมของโรงเรียนผม หลังจากมีกิจกรรมใดๆเสร็จสิ้น ครูที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพของงานจะเอารูปมาติดบอร์ดขายหน้าห้องธุรการให้เด็กนักเรียนที่สนใจซื้อรูปมาจดรหัสใต้ภาพถ่ายไปให้ครูประจำชั้น หลังจากนั้นครูประจำชั้นจะส่งต่อฝ่ายธุรการเพื่อล้างรูปและส่งให้นักเรียนต่อไป กิจกรรมสุดท้ายที่มีการให้ซื้อรูปก่อนจบป.6 คือรูปตอนเข้าค่ายลูกเสือที่ต่างจังหวัด ... ณ เวลานั้นผมตัดสินหารูปที่มีไอซ์และซื้อมาเก็บก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป ... พอถึงวันที่ครูประจำชั้นนำรูปที่นักเรียนสั่งซื้อมาส่งให้นักเรียน เค้าก็จะเรียกนักเรียนทีละคนออกไปรับ พอถึงคิวผม ครูก็ดูในรูปไม่เห็นผม เค้าก็สงสัย ครูมองรูปเหล่านั้นอยู่ครู่นึงแล้วเค้าก็ยื่นให้ผม และพูดทำนองว่า อยากเก็บรูปครูเป็นที่ระลึกก็ไม่บอก ... โชคดีที่หลายรูปของไอซ์มีอยู่รูปหนึ่งซึ่งเป็นรูปหมู่และมีคุณครูอยู่ในรูปพอดี ผมก็พยักหน้า ตอนนั้นเขินหน้าแดงทำอะไรไม่ถูก และรีบรับรูปทั้งหมดมาอย่างรวดเร็ว

อีกเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจคือ ช่วงใกล้จะจบป.6 ไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายของการเรียน เป็นช่วงที่นักเรียนจะแลกสมุดเฟรนด์ชิพให้เพื่อนเซ็น ... ตอนเที่ยงของวันหนึ่ง เธอเดินมาบอกผมว่า ถ้าผมซื้อสมุดเฟรนด์ชิพเมื่อไหร่ อย่าลืมไปให้เธอเซ็นคนแรกนะ ... ผมรู้สึกดีใจมาก ทำให้ไม่กี่วันต่อมา ผมรีบไปหาซื้อสมุดเฟรนด์ชิพและส่งให้เธอเซ็นทันที ... ไม่กี่วันต่อมาเธอก็เอากลับมาให้ผม เธอเซ็นหน้าสุดท้ายด้วยปากกาเจลกากเพชรสีเหลือง ผมสัมผัสได้ถึงว่าเธอเองก็มีใจให้ผมด้วยข้อความสุดท้ายว่า ถ้าจบป.6 ไปแล้วเจอเพื่อนใหม่ ชีวิตเป็นยังไง โทรมาเล่าให้เพื่อนคนนี้ฟังได้นะ หวังว่าคงจะไม่ลืมกัน แล้วเธอก็ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้


พอช่วงมัธยมที่เราต้องแยกย้ายไปเรียนที่อื่น ผมจำได้ว่าเธอไปเรียนที่โรงเรียนหญิงล้วน และผมก็รวบรวมความกล้าโทรไปคุยกับเธอสามครั้ง หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เพราะเธอเปลี่ยนเบอร์ ย้ายบ้าน และตอนนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย เลยทำให้เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เธอหายไปจากชีวิตผม ... ตั้งแต่จบป.6 ผมกับไอซ์ไม่ได้เจอกันอีกเลย 

ถ้าหากย้อนเวลาได้ ผมอยากจะย้อนกลับไปให้ครอบครัวไม่ตัดสินใจส่งผมไปเรียนประถมที่โรงเรียนแห่งนั้น ผมจะได้ไม่ต้องพบเธอ รู้จักเธอ ไม่ต้องทำให้ผมมีความหวังจนทุกวันนี้ ไม่ต้องได้ยินเธอพูดกับผมว่าเธอจะแต่งงานกับผมเมื่อโตขึ้น ผมได้แต่บอกตัวเองว่า มันก็คงแค่ความคิดในวัยเด็ก ตอนนั้นเธอคงไม่ได้จริงจังอะไรกับคำพูด เผลอๆเธออาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เธอคงไม่รู้ว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ผมจำได้ถึงทุกวันนี้


จนผ่านมาหลายสิบปี ... ปีนี้ผมอายุ 30 และเพิ่งได้เป็นเพื่อนกับเธอทาง Facebook เมื่อไม่นานมานี้ และเห็นว่าเธอแต่งงาน มีลูกวัยกำลังน่ารักแล้ว 2 คน ผมได้แต่เข้าไปดูเธอเงียบๆ โดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ด้วยความเจ็บปวดใจ

ล่าสุดตอนที่กำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ ผมเข้าไปดูใน facebook ของเธอและเห็นว่า เนื่องจากโควิดทำให้ธุรกิจที่บ้านเธอกลับมาหยุดชะงักอีกครั้ง ธุรกิจของเธอกับครอบครัวต้องปิดตัวลง เธอเลยต้องหันมาขายของทำมือออนไลน์ รายได้นิดหน่อย มีโพสต์นึงเธอบอกว่าโควิดหนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งหลายเท่า ขณะเดียวกัน เธอก็สนใจการเมืองมาพักใหญ่แล้ว และเธอมีความคิดจะเอาของทำมือไปขายในที่ชุมนุมเร็วๆนี้  

ผมอยากจะทักไปหาไอซ์เหลือเกิน อยากแสดงความห่วงใยที่มี ให้กำลังใจ และบอกเธอให้รับรู้ว่า.. เธอต้องเข้มแข็ง และมีชีวิตอยู่ต่อไป ทุกธุรกิจย่ำแย่และได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด อย่าคิดอะไรไม่ดีมิร้ายกับตัวเอง และถ้าหากไปชุมนุมก็ต้องระวัง ป้องกันตัวเองให้ดี ผมไม่ได้ไม่สนับสนุนให้เธอไปชุมนุมตามสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย แต่ไอซ์มีครอบครัวแล้ว มีสามีและลูกที่น่ารักสองคนที่ยังต้องดูแลต่อไป สืบเนื่องจากวันก่อน ผมเห็นข่าวเหตุการณ์คุณลูกนัทตาบอดจากตำรวจควบคุมฝูงชนสลายการชุมนุมด้วยวิธีการรุนแรง ผมเลยรู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมาจับใจ

เอาล่ะ ผมควรจะรวบรวมความกล้า ทักไปหาและบอกกับเธออย่างที่พิมพ์มาด้านบนดีไหม? 
หรือคิดอีกที ผมควรจะนัดเจอเธอในที่ชุมนุม ซึ่งอาจได้รื้อฟื้นความทรงจำในอดีตของเราอีกครั้ง...


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ย. 64 / 14:39


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น