Fic Prince of Tennis for Atobe

ตอนที่ 5 : (Tezuka x Atobe) Valentine's Day ตอนแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

Title : Valentine’s Day

Fandom : Prince of Tennis

Pairing : Tezuka x Atobe

Note : เป็นฟิคแปลค่ะ 2 ตอนจบค่ะ ต้นฉบับอันนี้ https://www.fanfiction.net/s/1731327/1/Valentine-s-Day บางส่วนแปลไม่ตรงนะคะ อาจจะใช้ภาษาตัวเองบ้าง อีกพาร์ทน่าจะเสร็จวันศุกร์ ไว้จะมาลงนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ ใครผ่านมากดให้กำลังใจกันได้นะคะ ^^ หวังว่าจะชอบกันค่า ต้นฉบับเขาก็ดีมากเลยค่ะ ใช้ศัพท์ไม่ยาก อ่านคร่าวๆ ก็พอรู้เรื่องนะ 




ตอนแรก


วันนี้เป็นวันที่ต่างออกไปจากปกติวันหนึ่ง อาโตเบะกำลังขึ้นรถไฟ ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอกรถไฟนั่นแหละ พร้อมกับน้ำหนักของอะไรบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยในกระเป๋าที่สะพายข้างตัวเขา จริงๆ ก็หวังเหลือเกินว่าจะมีคาบาจิอยู่ข้างเขาตอนนี้ เขาคิดว่ามันน่าจะดีถ้ามีคนคุยด้วยหรือคอยตอบรับในเวลาแบบนี้ นั่นคือเหตุผล ถึงแม้ว่าที่จริงแล้วอาโตเบะก็แค่ไม่อยากแบกกระเป๋าเองเท่านั้น แต่ก็นั่นล่ะ ตอนนี้มันไม่ใช่สถานการณ์แบบที่ควรจะมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยหรอกนะ!


เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลของกัปตันเฮียวเทกับทริปเล็กๆ ที่แสนแปลกนี้ (อย่างน้อยมันก็แปลกพอสำหรับคุณชายที่ปกติเดินทางด้วยรถหรูส่วนตัวรับส่ง เพราะคราวนี้เขาอยากจะไปเงียบๆ น่ะสิ) ก็คือเจ้ากล่องสีขาวแบนผูกริบบิ้นสวยที่อยู่ในกระเป๋าของเขา ซึ่งก็ค่อนข้างจะหนัก น้ำหนักเหรอ? นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่หนักยิ่งกว่าคือหนักใจเนี่ยสิ ให้ตายเถอะ! นี่โอเรซามะอยากจะทำมันจริงๆ น่ะเหรอ นั่นคือคำถามที่อาโตเบะเฝ้าถามตัวเองวนไปวนมาอยู่ซักพักแล้ว ถอนหายใจเฮือกๆ และถูปลายนิ้ววนไปมาอย่างไม่รู้จะเอาไง หมอนั่นจะไม่มีวันรู้ ก็แค่ลงจากรถไฟแล้วโยนกล่องนี่ทิ้งไปซะ


ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าคนอย่างเขา อาโตเบะ เคย์โกะ จะเข้าครัวและ 'ทำช็อคโกแลต' ก็นี่น่ะ มันเป็นครั้งแรกที่โอเรซามะเพิ่งเคยเหยียบเข้าไปในครัวด้วยซ้ำ! 


แน่นอนว่าตอนแรกมันก็เหมือนจะง่าย ใช่ซี้ มันจะมีอะไรยากได้ล่ะสำหรับอาโตเบะผู้นี้ กับอีแค่ทำตามไม่กี่ขั้นตอนที่เขียนไว้ในตำรา แต่ไหงในตำรามันไม่เห็นบอกอะไรเลยอย่างไอ้การที่คงต้องใช้ซักสามแขนในการคนช็อคโกแลต บดอัลมอนด์ และอุ่นนม ไปพร้อมกัน แถมเขายังไม่รู้อีกด้วยว่าไอ้ที่เรียกว่า bain-marie ที่เขียนไว้ มันคืออะไรล่ะฟระนั่น อ๋า?! 


โชคยังดีที่เขาพอจะรู้มาจากวิชาภาษาฝรั่งเศสว่า bain มันแปลว่าอ่างอาบน้ำ แต่ marie ล่ะ ใครคือมารี? มารีเดียวที่เขารู้จักก็คือกษัตรีย์ไร้ความสามารถที่สูญเสียทั้งอาณาจักรและหัวของเธอในยุคปฏิวัติฝรั่งเศส แต่นั่นมันเกี่ยวอะไรกะการเอาอ่างของยัยมารีมาทำอาหารด้วยเรอะ! เขาก็เลยทำช็อคโกแลตโดยไม่ใช้ bain-marie ซะเลย คนอย่างโอเรซามะน่ะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งอ่างใครหรอกนะ! ว่าแล้วก็ทำต่อด้วยความมั่นหน้ามั่นโหนกในฝีมือ หึๆ


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาโตเบะครุ่นคิดเกี่ยวกับคำแนะนำด้านความรักที่ฟังๆ จากลูกทีมของเขา เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะคุยกันในห้องชมรมเทนนิสหลังจากฝึกซ้อมเสร็จ เพียงแต่วันนั้น หัวข้อสนทนาดันกลายเป็นเรื่องของความรัก ให้เจาะจงก็คือ การสารภาพรักในวันวาเลนไทน์นั่นเอง


โอชิทาริยืนยันว่า มันเป็นวันที่ดีที่สุดที่จะบอกรักกับคนพิเศษ และยังบอกอีกว่ามีเปอร์เซ็นสำเร็จสูงมากที่จะสารภาพรักในวันวาเลนไทน์ อ้างอิงจากหนังโรแมนติกกองเป็นตั้งที่เคยดูมา ซึ่งมันก็น่าเชื่อถือมากเสียด้วย ใครๆ ก็รู้ว่าหมอนั่นน่ะเป็นกูรูหนังและนิยายรักขนาดไหน


อาโตเบะสงสัยว่าคนอย่างเทะสึกะจะชอบดูหนังบ้างมั้ยนะ


โอโทริยังเสริมอีกว่า เพราะมันเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่ทุกคนอยู่ในช่วงที่อารมณ์ดีกับอากาศที่อบอุ่น สดชื่น และบรรยากาศเป็นใจ และนั่นล่ะเหตุผลที่ทำไมแผนนี้มันถึงเวิร์ค


อาโตเบะปัดน้ำฝนที่กระเด็นมาโดนเขาเล็กน้อย ระหว่างทางที่มาสถานีรถไฟ มีฝนตกปรอยๆ เล็กน้อย แต่ฝนก็ไม่ได้สั่นคลอนความตั้งใจของเขาแต่อย่างใด และเขาไม่ได้เปียกเพราะพกร่มติดมา


ตอนนั้น ทุกคนในชมรมต่างเห็นด้วยว่าช็อคโกแลตทำมือคือไอเท็มที่จำเป็นต้องมีในภารกิจรัก แม้กระทั่งจิโร่ที่หลับคาโต๊ะยังเงยหัวขึ้นมาพยักหน้าหงึกๆ ละเมอว่าเขาชอบช็อคโกแลตก่อนจะฟุบหลับต่ออีกรอบ


แต่อาโตเบะค่อนข้างแน่ใจว่าช็อคโกแลตภารกิจพิชิตรักไม่ควรจะมีกลิ่นไหม้แบบนี้ และเอ่อ... แน่ใจว่าที่เขาตั้งใจไว้มันไม่ได้จะหน้าตาพิลึกแบบนี้ เขารู้สึกเสียเซลฟ์หน่อยๆ ขณะเทช็อคโกแลตเหลวลงในแบบพิมพ์ เขาจะทำอันใหม่อีกอันก็ได้ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาทำไหม้ไปสามรอบกับหม้อและกระทะทั้งหมดที่มีในครัวแล้ว และมันก็ไม่มีเวลามากพอจะเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้นอีกรอบแล้วด้วยสิ ยุ่งยากซะจริง


อย่างน้อย... แพ็คเกจห่อกล่องและโบว์มันก็สวยดี เขานึกปลอบใจตัวเอง


.

.

.


อาโตเบะเคลื่อนตัวไปยังที่นั่งในรถไฟ จ้องมองไปยังหยาดฝนที่เริ่มตกปรอยๆ ไหลรินอยู่นอกหน้าต่างและครุ่นคิด จะเป็นยังไงถ้าเกิดว่าเทะสึกะไม่ชอบมันล่ะ? แล้วถ้าหมอนั่นไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับเขา บางทีนี่อาจจะเป็นความคิดที่โง่เง่าตั้งแต่แรกก็ได้ แต่บางสิ่งก็ยังคงตรึงอาโตเบะไว้ ณ ที่นั้น แม้ว่าจะมีความกลัวไปต่างๆ นานาหรือความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว แต่เขารู้สึกว่าเขาอยาก ไม่สิ จำเป็นที่จะต้องทำมัน บางสิ่งที่มากกว่าที่เขาต้องการจากเทะสึกะ 


จริงๆ เขาอาจจะแค่คอยอยู่เคียงข้างเทะสึกะเงียบๆ แล้วก็เฝ้ารอปาฏิหาริย์หวังให้เจ้าตัวรับรู้ความรู้สึกของเขาขึ้นมาเอง ซึ่งก็คงเป็นไปได้ยากพอๆ กับหมูบินได้ นั่นมันไม่พอ ไม่แน่นอนสำหรับเขาคนนี้ เขาต้องการที่จะรู้ว่าเทะสึกะเองก็ได้รับผลกระทบแบบเดียวกันจากเขาเหมือนที่เขาได้รับจากอีกฝ่าย อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะในทางไหน


ในช่วงเวลาที่หาได้ยากสำหรับการสำรวจความคิดของตัวเอง อาโตเบะยอมรับในที่สุดว่า ผลลัพธ์จากการที่เขาก้าวย่างเข้าไปในคอร์ทวันนั้น ทำสิ่งที่ใครๆ กล่าวหาว่าทำลายอาชีพนักเทนนิสของเทะสึกะ มันใช่ความผิดของเขาฝ่ายเดียวซะที่ไหน! หมอนั่นก็ทุบทำลายอะไรบางอย่างในตัวเขาเหมือนกัน เทะสึกะสั่นคลอนความเป็นตัวเขา อาโตเบะผู้ไม่เคยเหลียวแลใครคนนั้น กลับใจเต้นง่ายๆ ปั่นป่วนใจทุกครั้งที่เพียงแค่เจอหน้าหมอนั่น


การพ่ายแพ้นั่นยังไม่พอสำหรับเขา อาโตเบะ 'คนเดิม' จะทำลายทุกผู้ท้าชิงที่ย่างใกล้เข้ามา คุกคามและเป็นภัยต่อบัลลังก์ของเขา และตอนนี้ การรักข้างเดียวไม่ใช่อะไรที่เพียงพอเลย อาโตเบะ 'คนใหม่' กับสิ่งที่ได้รับรู้ใหม่อีกอย่างเพิ่มขึ้นมานั่นคือความรู้สึกที่เขามีต่อกัปตันแห่งเซงาคุ และเขาต้องการเทะสึกะมาเติมเต็มความรู้สึกนั้น อยากจะไขว่คว้าหัวใจ หมุนรอบ ข้องเกี่ยว เป็นส่วนหนึ่งในโลกทั้งใบของหมอนั่น


อาโตเบะพิงศีรษะกับกระจกหน้าต่าง หยดฝนตกกระทบไหลลงเป็นริ้วทางส่องประกายในอีกฝั่งของกระจก ความรู้สึกปั่นป่วนใจก่อตัวขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันเป็นอะไรใกล้เคียงกับหายนะ เพราะครั้งนี้ สิ่งทีเดิมพันมันสูงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา


หัวใจบีบรัด เต้นระรัว ความคิดก่อตัวฟุ้งซ่าน จะเป็นยังไงถ้าเทะสึกะไม่ชอบเขาขึ้นมา ถ้าให้ไปแล้วหมอนั่นไม่พูดอะไรล่ะ แล้วถ้าหมอนั่นมันคิดว่ามันแปลกแล้วบอกว่าอย่ามาเจอกันอีกล่ะ ถ้า ถ้า ถ้าๆๆๆๆ มีแต่ถ้าในทุกความเป็นไปได้สำหรับจอมประเมินสถานการณ์อย่างเขาวิ่งวนอยู่ในหัวแบบนี้ โว้ยยยย ทำยังไงดี


อาโตเบะรู้สึกตื้อๆ เขาไม่เคยต้องรู้สึกประสาทเสียและกระวนกระวายขนาดนี้มาก่อนในการไปเจอหน้าเทะสึกะ ความตื่นเต้นแบบพวกไก่อ่อนน่ะไม่จำเป็นสำหรับคิงผู้สมบูรณ์แบบหรอกนะ! แต่... ตอนนี้โอเรซามะกำลังเป็นแบบนั้นอยู่บนรถไฟและไม่รู้จะเอาไงดีกับบทสนทนาง่ายๆ ที่จะเตี๊ยมไปพูด อย่าง 'เฮ่ เทะสึกะ โอเรซามะรักนาย และนายก็ควรรับรักโอเรซามะด้วยถ้านายรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับนาย!'


มันเป็นความผิดของนายทั้งหมดนั่นแหละ ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ เทะสึกะ คุนิมิสึ!


ในการแข่งขันแมตช์นั้น ที่ซึ่งโลกของอาโตเบะถูกสั่นคลอนและพัดปลิว อาโตเบะตั้งใจที่จะทำลายแขนของเทะสึกะ บดขยี้เขาให้ศิโรราบกับพื้น ในเกมสุดท้ายที่ยาวนาน เขาก็พบว่าเขานั้นช่างไม่รู้อะไรเลยถึงความตั้งใจไม่ยอมพ่ายแพ้จนถึงที่สุดของเทะสึกะ เทนนิสไม่ใช่แค่เรื่องแพ้หรือชนะ คนๆ หนึ่งยังสามารถจะเล่นมันต่อไปได้แม้ว่าสภาพร่างกายจะย่ำแย่ จิตใจที่เข้มแข็งสามารถเอาชนะความเจ็บปวดได้ ความแข็งแกร่งจากภายในทำให้คนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์นั้นได้ 


ทุกครั้งที่เทะสึกะเสิร์ฟในไทร์เบรคสุดท้าย อาโตเบะรู้สึกคล้ายเกราะป้องกันของเขาถูกกระเทาะออกทีละชั้นๆ หน้ากากแห่งความเย่อหยิ่ง ทระนงตนเหนือกว่าที่เขาสวมใส่อยู่เสมอ มันได้ปริออกและแตกร้าว ความมั่นใจว่าเป็นที่หนึ่ง ไร้ผู้เทียบเทียมเหมือนจะสูญหายทุกคราที่เทะสึกะตีลูกกลับมาได้ เหลือไว้แต่เพียงความปรารถนาอันเรียบง่ายที่จะเล่นทุกช็อตให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้


เขาชนะเพียงเพราะเขาเป็นผู้ที่ยืดหยัดอยู่ในคอร์ทได้นานกว่าเทะสึกะแค่นั้น แต่อาโตเบะรู้ดี แม้ว่าบอลจะไม่ข้ามพ้นเน็ตและทำให้เทะสึกะเป็นฝ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง และอย่างน้อย เขาก็ได้พิสูจน์ถึงหัวใจอันกล้าแกร่งที่ไม่เคยยอมแพ้ มันช่างเป็นแมตช์ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาจริงๆ เขาหันหลังกลับไปยังฝั่งของเขา บรรดาลูกทีมและกองเชียร์ต่างส่งยิ้มและโห่ร้องอย่างยินดี ในขณะที่เขานั้นตัวสั่นและหอบเหนื่อย และหวังว่าความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่เคยมีจะยังพอมีเหลืออยู่บ้างจากเศษซากความทระนงที่ถูกเทะสึกะทุบทำลายไม่มีชิ้นดี


ในบางแง่มุม มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดี อาโตเบะผงะทว่ายังเก็บอาการได้ทันเมื่อโค้ชซาคากิบอกกับเขาถึงเรื่องที่โค้ชนั้นได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกเฉพาะทางสำหรับนักกีฬาในเยอะมันให้เทะสึกะพิจารณาและเขาก็ตอบรับ อาโตเบะรู้สึกหน่วงอย่างบอกไม่ถูก เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หาว่าเทะสึกะออกเดินทางเมื่อไหร่ มันไม่เกี่ยวกับเขานี่ และใช้ความพยายามอีกขั้นที่จะผ่านวันคืนเหล่านั้นโดยไม่เอาแต่นึกถึง 'เทะสึกะ' หรือ 'เซงาคุ'


แต่มันดูไม่สำเร็จเท่าไหร่นัก บางคืนเขาก็ฝันถึงแมตช์นั้นอีกครั้งและอีกครั้ง บางทีเขาก็ฝันว่าเขาได้เล่นสไตล์ที่ต่างออกไป ใช้ท่า 'รอนโดแห่งหายนะ' ที่เขาเพิ่งจะฝึกหลังการแข่งนั้น บางทีก็ฝันว่าพยายามหาทางทำลายเทะสึกะโซน หรือกระทั่งบางคืน


เขาฝันว่าเขาแพ้


ไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่าพิจารณาปัญหาและหาทางแก้ที่ต้นตอ ดังนั้น เมื่อได้ยินว่าเทะสึกะกลับมาญี่ปุ่นแล้ว ในวันหนึ่งนั้น อาโตเบะจึงได้ตัดสินใจไปหาเขา


และเขาก็พบว่ามันช่างดูยากและชวนให้ประหม่ากว่าที่คิด เขาคิดในแง่ดีว่าเทะสึกะคงไม่เกลียดเขาหรอกสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในการแข่ง และคงไม่รังเกียจหากได้พบกันอีกครั้ง ค่อนข้างแน่ใจว่าเทะสึกะที่ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไร อย่างไรก็ตาม เขาพาตัวเองมายืนทื่ออยู่หน้าประตูโรงเรียนเซชุนแล้ว รู้สึกประหม่าราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง พยายามรวบรวมความกล้าเข้าไปข้างใน หวังอย่างเป็นไปไม่ได้ว่าถ้าเพียงตอนนี้จะมีคาบาจิอยู่ข้างๆ ช่วยผลักให้เขาก้าวขาเข้าไปซักหน่อย


.

.

.


มันเป็นครั้งแรกหลังจากแมตช์นั้น เขาถามไถ่เทะสึกะถึงอาการบาดเจ็บ พูดคุยเล็กน้อย โอเค อาจจะฟังดูอวดภูมินิดหน่อยเกี่ยวกับประเทศเยอรมันที่ในแบบเขารู้จัก การรักษาในแขนงต่างๆ ที่พร้อมสรรพและเข้าถึงได้ที่นั่น เลยไปถึงการถกประเด็นเรื่องมาตรฐานผู้เล่นเทนนิสยุโรปเมื่อเทียบกับผู้เล่นญี่ปุ่น  


และมันสิ้นสุดลงเมื่อเขาสังเกตถึงอาการขยับตัวเล็กน้อยซึ่งเขาคิดว่านั่นเป็นท่าทีที่เทะสึกะต้องการจบบทสนทนาหลังจากนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นที่ขยับได้แค่ปากมาซักพัก อาโตเบะจึงตัดสินใจถามคำถามที่แท้จริงที่เขาอยากถามอีกฝ่ายที่สุดเสียที


"นายเสียใจรึเปล่า?" อาโตเบะเอ่ยถาม รู้สึกราวกับหัวใจถูกกดทับในช่องว่างแคบๆ ขณะที่รอคอยคำตอบ


เทะสึกะมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดยามเย็นสาดส่องกระทบกรอบหน้าหล่อเหลาเป็นประกาย งดงามราวรูปสลักแต่ก็ช่างคาดเดาได้ยาก แล้วเขาก็หันมามองหน้าคนถาม


"ฉันเสียใจ ตอนที่เดินออกจากคอร์ท"


อาโตเบะรู้สึกว่าลำคอตีบตัน และความรวดร้าวค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วอก แต่เทะสึกะก็ยังคงพูดต่อ


"แต่มันก็แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น และตอนนี้ ฉันไม่เสียใจอีกแล้ว ไม่สิ ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เราทั้งคู่ต่างเล่นได้ดีที่สุดแล้ว"


เทะสึกะมองตรงเข้าไปยังนัยน์ตาสีน้ำเงิน และย้ำคำพูดอีกครั้ง "พวกเราทำดีที่สุดแล้ว"


ความเงียบเข้าปกคลุมในห้อง พร้อมๆ กับ ความเจ็บปวดที่เลือนรางจางลง ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเด็กหนุ่มสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากัน ในชั่วขณะที่ถ้อยคำมากมายเรียงร้อยแต่มิได้เอื้อนเอ่ย ช่วงเวลาที่กัปตันแห่งเฮียวเทอยากจะสลักลึกเพื่อจดจำมันไว้ไปชั่วชีวิต


"มัน... เป็นการแข่งที่ดีที่สุด เท่าที่ฉันเคยเล่นมา" ร่างสูงกล่าวทิ้งท้าย เทะสึกะหันหลังกลับไปยังประตูห้อง อาโตเบะรู้สึกตัวจากภวังค์และเรียกรั้ง


"เทะสึกะ!" เจ้าของชื่อหันกลับมาด้วยท่าทีประหลาดใจเล็กน้อย "นายอยากไปเที่ยวบ้านฉันไหม เราน่าจะ ฉันหมายถึงว่า เอ่อ ฉันมีวิดีโอบันทึกการแข่งขันโอเพ่นทั้งหมด ถ้าเผื่อนายอาจจะสนใจ"


เทะสึกะดูแปลกใจเล็กน้อยในทีแรก และกล่าวเพียง "ขอบใจ มันคงดีทีเดียว"


และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง อาโตเบะจัดแจงนัดแนะวันเวลาสถานที่ และเทะสึกะก็มาที่บ้านของเขาและนั่งดูการแข่ง US Open ด้วยกัน พูดคุยกันวิเคราะห์เล็กน้อยหลังจากดูแต่ละแมตช์จบ แม้ว่าการชวนคุยกับกัปตันคนขรึมที่แสนจะประหยัดคำพูดจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างคล้ายกับเวลาคุณพยายามจะโยกฟัน แต่อาโตเบะก็ไม่ละความพยายามและไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย เขาพบว่ามันไม่แย่นัก จะพูดให้ถูกก็คือมันดีมากทีเดียว ที่ได้รู้ว่าพวกเขายังมีความสนใจในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากเทนนิสคล้ายๆ กัน อย่างการตกปลา หรือวรรณกรรมร่วมสมัยต่างประเทศ


และแล้วพวกเขาไปตกปลาด้วยกัน ก็แค่ครั้งเดียว แต่นั่นก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นพอควรและไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากทำให้เทะสึกะประหลาดใจว่า เขาเองก็มีมุมอุทิศให้กับกีฬาอย่างอื่นเช่นกัน โดยเฉพาะตกปลาที่เทะสึกะสนใจ และบังเอิญว่าเขาเองก็สนใจด้วย เขาชื่นชอบการตกปลาที่เรียกว่า Fly fishing มากทีเดียว และตอนนี้ก็อาจจะมากกว่าเทนนิสนิดๆ ด้วยเพราะความรู้สึกบางประการที่อธิบายไม่ถูกชวนให้รู้สึกสบายใจยามได้นั่งตกปลาเงียบๆ อยู่ข้างกายเทะสึกะ


เทะสึกะแนะนำเขาเกี่ยวกับนักประพันธ์ชาวอังกฤษ และเขาเองก็ได้เล่าเรื่องตำนานเทพเจ้ากรีกที่เทะสึกะดูสนใจพอควรเป็นการตอบแทน


และอย่างเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป อาโตเบะพบว่าตัวเขากำลังเปลี่ยนไป ในแบบที่ยิ่งเขาได้มองกัปตันแห่งเซงาคุเท่าใด เขาก็ยิ่งชื่นชอบเจ้าตัวมากขึ้นเท่านั้น


ตอนแรก เขามองเทะสึกะในแบบที่เขาบอกกับตัวเองว่าเขาก็แค่เป็นห่วงอาการบาดเจ็บที่ไหล่ก็เท่านั้น ทว่านานวันเข้า เขากลับพบว่าตนมองร่างกายอีกฝ่ายไม่ใช่แค่ไหล่และยังด้วยเหตุผลที่ต่างออกไป อย่างเช่นว่า มองใบหน้าเข้มงวดที่ดูเพอร์เฟ็ค ไม่ก็ช่วงคอ ลาดไหล่ และลำแขนที่ดูแข็งแกร่งสมชายอย่างน่าอิจฉา และเขาก็อยากจะถอดแว่นนั่นเหลือเกินเพื่อจะได้ชื่นชมดวงตาสีน้ำตาลที่น่าค้นหาคู่นั้นชัดๆ


และเขายังพบอีกว่า ตัวเองเริ่มทำตัวแปลกประหลาดเข้าไปทุกที คุณชายน้ำแข็งผู้ไร้ที่ติกลับมีข้ออ้างเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเทะสึกะขึ้นสักนิดก็ยังดี บ้างก็มาในรูปแบบของการวาดแขนโอบตบไหล่เบาๆ ในการทักทาย (ลำบากนิดหน่อยเพราะเขาต้องแอบเขย่ง) บางทีเขาก็แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจคำศัพท์ในวรรณกรรม (เขาหวังว่ามันจะเนียน ถึงแม้ภาษาอังกฤษของเขาจะดีเยี่ยม แต่ก็มีศัพท์โบราณที่เขาไม่คุ้นเหมือนกันนะ!) เพียงเพื่อจะได้ชะเง้อหน้าข้ามไหล่เจ้าตัวมาฟังอย่างสนอกสนใจและสูดกลิ่นหอมสะอาดจากผมสีน้ำตาลเข้มนั้น


อ่า ฟังดูเป็นคนมีพิรุธเป็นบ้าเลยงั้นสิ แต่เขาคิดว่าเทะสึกะคงไม่สังเกตหรอก อย่างน้อย หมอนั่นก็ไม่เห็นแสดงท่าทีผิดปกติอะไรกับการกระทำของเขาซะหน่อย


และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันที่เขาได้เห็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งของเทะสึกะ ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยเกี่ยวกับทีมของพวกเขา เฮียวเทและเซงาคุ อาโตเบะรู้สึกขัดใจนิดหน่อยอย่างอดไม่ได้ที่ต้องยอมรับว่าทีมเซงาคุนั้นเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากจริงๆ และมันก็เกิดขึ้น เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ประกายตาของความยินดี และมุมปากของเขาก็หยักขึ้น เขายิ้ม


มันเป็นเพียงช่วงเสี้ยวเวลา รอยยิ้มนั้นหายไปอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่มันปรากฏ แต่อาโตเบะไม่เคยลืมมัน ภาพรอยยิ้มที่งดงามนั้นประทับลงในใจของเขาไปตลอดทั้งคืนนั้น และเขาก็ตระหนักความจริงได้ในที่สุดว่า เขาตกหลุมรักเทะสึกะนั่นเอง


เป็นความรู้สึกที่คล้ายก้อนหินถ่วงอยู่ในอก มันค่อนข้างเจ็บปวด การรักเทะสึกะ


เทะสึกะผู้เงียบขรึม ใจเย็น ซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบสูง แต่กลับมีมุมที่ดื้อรั้นอย่างคาดไม่ถึง ไม่ใคร่จะเข้าสังคม แถมยังไม่มีเซ้นส์ทางด้านแฟชันเอาเสียเลยคนนั้น


อาโตเบะพยายามจะใช้อินไซท์กับเทะสึกะ เขาแอบคิดว่าตนก็พอจะมีความหวังอยู่บ้างเหมือนกัน ดูจากที่พวกเขาได้คุยกันในทั้งเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องเทนนิสและอื่นๆ เทะสึะเองก็ดูสนุกอยู่ตอนพวกเขาไปตกปลาด้วยกัน ไม่ใช่ว่าหมอนั่นแสดงออกหรือบอกอะไรหรอกนะ จะว่าไงดีล่ะ มันแค่แบบ ดำเนินไปเรื่อยๆ และเรายังคุยทำนองว่าวางแผนจะไปตกปลาด้วยกันอีก ใช่มั้ยนะ?


แต่อินไซท์ของเขามันเคยผิดพลาดมาก่อน ที่เขาเคยได้ประเมินพลังใจและความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ของเทะสึกะต่ำไปนั่น พิสูจน์ว่าเทะสึกะเป็นคนที่เขาไม่สามารถอ่านขาดได้อย่างถ่องแท้ แล้วถ้าคราวนี้มันผิดอีกล่ะ?


บางทีเขาอาจจะแค่คิดเข้าข้างตัวเองไปเองเรื่องเวลาอยู่ด้วยกัน บางทีนี่มันอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยก็ได้สำหรับหมอนั่น


สัญญาณแจ้งเตือนเมื่อรถไฟใกล้ถึงที่หมาย อาโตเบะรวบรวมความกล้าและความมั่นใจที่มีเงียบๆ


.

.

.


เขาเดินไปหาที่คอร์ทเทนนิสของเซงาคุเป็นที่แรก แต่ไม่พบเทะสึกะ มีเพียงนักกีฬาไม่กี่คนอยู่ที่นั่น คนตัวสูงใส่แว่นกรอบเหลี่ยม รู้สึกจะชื่ออินุอิ เดินมาหาเขา และเอ่ยถาม


"กำลังมองหาใครเหรอ?"


"อ่า โอเรซามะมาหาเทะสึกะน่ะ"


"งั้นเหรอ" เด็กหนุ่มขยับแว่น ทำท่าเหมือนคันไม้คันมืออยากจะจดอะไรบางอย่าง "ฉันว่าฉันเห็นเขาล่าสุดที่ห้องล็อคเกอร์นะ" เขาชี้ไปทางตึกเล็กๆ ชั้นเดียวไม่ไกล้ไม่ไกล


เขาเปิดประตูห้องล็อคเกอร์และเดินเข้าไปแค่ก้าวเดียวก็สะดุดถุงขนาดใหญ่ใบหนึ่งจนเกือบล้มหน้าคะมำ ของที่อยู่ในนั้นหล่นกระจายเรี่ยราดพื้น ถ้าโอเรซามะล้มหน้าแหกขึ้นมาจะทำไง อ๋า?! อาโตเบะแอบสาปแช่งฟ้าฝนอุบอิบในใจ


"หวา กัปตันของเฮียวเทนี่?!" เสียงเด็กปีหนึ่งหนึ่งในสองคนอุทาน พร้อมทั้งพยายามเก็บของที่หล่นอยู่ และในมือก็ดูจะเก็บของเหล่านั้นค้างไว้อยู่เช่นกัน


อาโตเบะมองกองสิ่งของที่บังอาจขัดขาการเดินอันสง่างามจนเกือบมาดหลุดของเขา มันเป็นถุงใบโตที่เต็มไปด้วยลูกกวาด กล่องของขวัญหลากสีมากมายเป็นตั้งๆ ทั้งของเล่น การ์ด และกล่องช็อคโกแลต... ช็อคโกแลตที่น่ารัก


"พวกนี้อะไรน่ะ?" เขาถาม เลิกคิ้วด้วยความสงสัย พลางเขี่ยกล่องห่อสีแดงใบหนึ่งที่เกยเท้า


"อ๋อ พวกนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์ของกัปตันและพวกตัวจริงน่ะครับ" เด็กคนที่ทรงผมคล้ายชามบอก


"ตู้ล็อคเกอร์ของพวกตัวจริงเล็กเกินกว่าจะใส่ของขวัญพวกนี้ได้หมด พวกเราเลยช่วยเขาขนมาวางไว้ที่นี่น่ะครับ โน่นของกัปตันเทะสึกะ นี่ของรุ่นพี่ฟูจิ และของเรียวมะคุงตรงโน้นฮะ" เด็กชายอีกคนเสริม ชี้ไปทางกองของขวัญใหญ่ๆ สามกอง


คุณอาโตเบะสวยขนาดนี้ ก็คงได้ของขวัญเยอะแยะเหมือนกันสินะครับ เด็กชายคนแรกมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย อดจะเอ่ยชมกัปตันของโรงเรียนคู่แข่งไม่ได้


แน่นอนอยู่แล้ว โอเรซามะได้เยอะกว่าอีก เด็กหนุ่มผู้มาเยือนอดไม่ได้ที่จะเกทับอย่างมาดมั่น แต่เมื่อจ้องมองกองของขวัญที่กระจัดกระจายปลายเท้าอีกครั้ง เพียงครู่เดียวเขาก็กลับไปตีสีหน้าเฉยเมยอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ออก  


"แล้วกัปตันของพวกนายไปไหนซะล่ะ?"


"เขาน่าจะอยู่ที่ห้องชมรม กำลังเตรียมตารางจัดอับดับภายในของเดือนนี้อยู่น่ะครับ ที่ตึกหลักห้อง 218"


"ขอบใจ" เขี่ยของขวัญอีกชิ้นที่ยังเกยบนเท้าเขาก่อนจะเดินจากไป


.

.

.


เขารู้สึกเหมือนโดนฮุกหมัดเข้าที่ท้อง แน่นอนว่าการได้รับของขวัญเป็นเรื่องที่ดี แต่... เยอะขนาดนี้เลยเหรอ นี่มันเกือบจะพอๆ กับที่เขาได้ปีนี้เลยนะ เชอะ! ป๊อปเหมือนกันนี่ เขายู่ปากอย่างขัดใจ

อาโตเบะนั่งลงที่ม้านั่งแถวนั้น เขาหยิบของขวัญของเขาออกจากกระเป๋า ของขวัญที่จู่ๆ มันก็ดูช่างน้อยนิดขึ้นมา เขาหมุนกล่องในมือเล่นอย่างเหม่อลอย พนันได้เลยว่ากล่องช็อคโกแลตแสนสวยที่เทะสึกะได้รับพวกนั้นจะต้องอร่อยด้วยแน่


เขาคิดเรื่อยเปื่อยถึงเจ้าของช็อคโกแลตพวกนั้น คงจะเป็นเด็กผู้หญิงผมยาวน่ารักๆ ใช่ เทะสึกะคงจะชอบเด็กผู้หญิงผมยาว ปากสีชมพูกุหลาบ ดวงตาใสเป็นประกาย เหลือบมองเทะสึกะด้วยแพขนตาหนางอนสวย ท่าทางเหนียมอายอย่างน่าเอ็นดูขณะมอบของขวัญให้เทะสึกะ และเทะสึกะก็รับมันเอาไว้... และเทะสึกะก็ยิ้ม...


บ้าเอ๊ย! นี่ฉันคิดอะไรอยู่ เขานึกอย่างปวดใจ



TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #17 zatear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:07
    ค้างค่าาาาาาา ในที่สุดก็มีมาต่อแล้วดีใจมากเลยยย จะรอตอนต่อไปค่าาา
    #17
    1
    • #17-1 Verxus 🎧(จากตอนที่ 5)
      3 กันยายน 2561 / 11:13
      ขอบคุณค่า ไว้จะรีบแปลมาลงต่อนะค้า
      #17-1