รักร้าย ใต้หอใหม่

ตอนที่ 1 : ปีใหม่ ชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 58

"น้องชื่ออะไรครับ?"

"เอ่อ...ธีรพัฒน์ครับ ธีรพัฒน์ อธิษฐ์โภคิน"
    
     พี่ผู้ชายข้างหน้า ใส่เสื้อนิสิตเต็มรูปพร้อมใส่เนคไทสีน้ำเงินเข้มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะลงทะเบียนถามผม ดูจากสีหน้าแล้วเค้าคงแอบตำหนิผมล่ะมั้ง ที่มาสายได้ถึงหนึ่งชั่วโมง -..- ก็แหม่ รถในเมืองมันน้อยซะที่ไหนล่ะครับ นัดก็เช๊าาาเช้า ชุดนิสิตก็เพิ่งใส่วันแรกมันก็ยุ่งยากหน่อยป่าวว้า ใครจะมาทัน นัดเจ็ดโมงนี่ ยามเปิดประตูรั้วแล้วเหรอ
ออ

"น้องรีบเข้าหอประชุมเลยครับ เพื่อนๆ เข้าไปข้างในนานแล้ว"
"ครับๆ ขอโทษครับ"

     ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ปีหนึ่ง จะไปเถียงกับรุ่นพี่ก็คงไม่ใช่เรื่อง ผมก็รีบเดินเข้าประตูที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับโต๊ะลงทะเบียน พอเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่ามีพวกปีหนึ่งนั่งกันแทบจะเต็มแล้ว ข้างหน้าเวทีก็มีพี่ น่าจะปีสองนะคิดว่า กำลังอธิบายเกี่ยวกับประวัติของคณะแพทย์ที่นี่ ผมก็จับใจความอะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะกำลังโฟกัสกับการหาเก้าอี้นั่งมากกว่า โอ้ย รู้สึกโครตเสล่ออ่ะบอกตรงๆ รู้สกึได้ว่าหลายสายตากำลังจับจ้องมาที่ผม
 
     อ้ะ แล้วผมก็เจอเก้าอี้ว่างตรงด้านหลังของห้องพอดี รอช้าอยู่ทำไม ผมก็รีบเดินไปที่ว่างนั่นทันที กลัวคนแย่ง(ใครจะแย่งมึง)

     "นายๆ เก้าอี้ตรงนี้มีคนนั่งมั้ยอ่ะ"

ผมถามผู้ชายคนนึงที่เป็นปีหนึ่งเหมือนกันที่นั่งเก้าอี้ถัดไป คือเอาจริงก็กะจะนั่งเลย แต่อยากทำตัวเป็นคนมีมารยาทบ้าง 555 มันทำหน้างงๆนิดหน่อย ก็ไม่เข้าใจว่าจะงงอะไร
 
     "อ่อ ไม่มี นั่งเลย"
     "โอเค ขอบใจนะ"
     ผมยิ้มให้มันไปทีนึง เป็นมารยาท แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ หรือไม่เจ้าตัวก็ไม่อยากยุ่งกับผมหรือยังไงก็ไม่รุ้ถึงไม่ยิ้มตอบ สัส มึงทำกูเสียเซลฟ์ไปนิดนึงนะรู้มั้ย -.-"" หลังจากนั้นแล้วพี่ปีสองที่ยืนอยู่ข้างหน้าเวทีเค้าก็อธิบายไปเรื่อยๆเกี่ยวกับกฎของมหาลัย การแต่งตัว การเรียน บลาๆ คือไม่รู้ว่าพี่เค้าอธิบายน่าสนใจไปหน่อยหรือผมแม่งไม่อยากสนใจเองวะ น่าจะเป็นอย่างหลังนะ ผมก็เริ่มเอามือเท้าคาง หันไปมองรอบๆข้าง มองคนนู้นมองคนนี้ คนไหนหน้าตาดีบ้าง เพื่อจะได้รู้จักไว้ อิอิ เอาจริงผมก็แอบไฮเปอร์ๆนิดหน่อยล่ะมั้ง ไม่อยากอยู่เฉยๆ พอดีก็กลับมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่รู้อะไรดลใจผมให้ชวนไอ้แว่นหน้ายาวๆคุยด้วยอีกรอบ
     "นาย นาย ชื่อไรอ่ะ"
     "..."
     มันหันหน้ามามองผมครับ แต่มันไม่ตอบ ผมไม่แน่ใจว่ามันไม่ได้ยิน หรือแม่งฟังภาษากูไม่รู้เรื่องวะ -..- กูมั่นใจนะว่ากูพูดภาษาคน ยังไม่ได้แปลงร่างเป็นหมาแต่อย่างใด
     "นายอ่ะ ชื่ออะไร"
     ผมถามมันด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีกนิดนึง เผื่อว่ามันจะไม่ได้ยินผมจริงๆ
    
"...ก่อนที่จะถามชื่อคนอื่น ควรจะบอกชื่อตัวเองก่อนไม่ใช่รึไง"
.....ผ่าง....
สัส แม่งทำหน้ายิ้มๆกวนๆใส่ผม มึงคิดว่ามึงน่ารักมากหรอ แถวบ้านกูเรียกหน้าแบบนี้ว่าหน้าตาเรียกตีนนะ -.-
คือกูทำอะไรผิด -.- ปกติเค้าไม่ได้ถามกันอย่างงี้เหรอ หรือกุถามผิดคนวะ ผมก็หน้าเอ๋อเลย ตอนนี้ คืองง ผมจึงพยายามตั้งสติที่มีอยู่ พยายามทำหน้าเป็นมิตรอีกรอบ แล้วเดี๋ยวกูจะโชว์ให้มึงเห็นว่า มึงเล่นผิดคนละ

      "อ่อ โอเค เราชื่อปุ่นนะ นายชื่อไรอ่ะ"
     "ชื่อวิ่น หวัดดีว่ะ"
    
คนห่าอะไรวะชื่อวิ่น วิ่นคืออะไร ขาดวิ่นเหรอ กุไม่เก็ท -.-
     "เออ มาจากโรงเรียนไร ดูท่าทางแล้วนายมาจากเตรียมฯใช่ป่ะ"
     มันตอบผมกลับดีๆแต่มันถามผมกลับมา และผมก็เงียบ ขี้เกียจตอบมัน
     "..."
     "ว่าไง มาจากเตรียมฯป่าว"

     "ก่อนที่จะถามโรงเรียนคนอื่น ควรจะบอกโรงเรียนตัวเองก่อนไม่ใช่รึไง.."

     เหยดด..ผมก็ถามย้อนกลับเหมือนที่มันถามผม ตอนที่ผมพูดสวนกลับ สีหน้ามันตอนนี้ก็คล้ายๆกับผมเมื่อกี้ ผมก็แอบขำเบาๆ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นมึงก็เอาไปแดก 555 เราสองคนก็มองหน้ากันก็อ่านกันออกว่า ไอ้เหี้ยนี่กวนตีนเหมือนกัน

     "เออใช่ เรามาจากเตรียมฯ นายอ่ะ"
     "สาธิตว่ะ ทำไมอยู่นี่มีแต่เด็กเตรียมฯ เต็มคณะเลย"
     "(อ่อ พวกกุเก่ง ท่ดๆ)" ประโยคนี้คิดในใจไม่ได้พูดไปจริงๆครับ แต่ก็จริงอย่างที่มันว่าล่ะ เกือบครึ่งคณะนี้โรงเรียนพวกผมก็กินไปเกือบเรียบแล้ว อีกครึ่งนึงก็เป็นอีกสี่ห้าโรงเรียนที่สอบติดคณะนี้ เข้าโรงเรียนนี่ว่าอยากแล้ว เข้ามหาลัยแม่งก็ย้ากกยาก ชีวิตแม่งมีอะไรง่ายบ้างวะ

     "แล้วมาจากสาธิตนี่ มีเพื่อนเยอะมั้ยอ่ะ"
     "ก็ไม่น้อยนะ หลายคนอยู่ นี่ไง..."
วิ่นมันยกนิ้วโป้งชี้ไปที่อยู่ข้างๆมันอีกที เป็นผู้ชายเหมือนกัน หน้าตาออกลูกครึ่งๆหน่อย ผมสีน้ำตาลๆ สันจมูกงี้โด่งกว่ากุเยอะ แต่หน้าก็ยังแอบไทยอยู่นะ โดยรวมๆแล้วก็ยังหล่อสู่ผมไม่ได้อยู่ดี เหมือนเจ้าตัวเองก็จะยังไม่ได้ยิน ยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหัวข้อในการสนทนา เพราะกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่พวกพี่ๆกำลังพูดอยู่ (ทำไมกูไม่ฟังเหมือนเค้าบ้าง)

     หลังจากพี่พวกที่ๆได้บอกถึงสถานที่ต่างๆในคณะ กำหนดการอะไรต่างๆมากมาย ที่ผมจำไม่ค่อยจะได้ ก็ถึงเวลาพักเบรคครึ่งชั่วโมง สิ่งแรกที่ผมทำเลยคือ ต้องไปหาเพื่อนสนิทผมที่สนิทมาก เพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.4 เธอชื่อต้นข้าวครับ ใช้คำว่าเธอก็สุภาพไป เรียกเป็นมันได้มะ 555 ต้นข้าวเป็นผู้หญิงตัวเตี้ยๆเล็กๆและผอม ผอมมาก ต้นขาเธอน่าจะใหญ่เท่ากับต้นแขนของผมนะ แล้วถึงแม้ว่าคนอื่นจะมองว่าเธอสวยแต่สำหรับผมแล้วยัยนี่หน้าเหมือนกบเคโระยังไงไม่รู้ หรืออาจจะอยู่ด้วยกันมากจนมองแล้วหน้าเปลี่ยนแล้วก็ไม่รู้ บังเอิญว่าเราสองคนโชคดี มั่วข้อสอบได้ ติดคณะนี้กันทั้งคู่ ก็เลยต้องจำใจเจอหน้ากันไปอีกหลายปี 555
    
     เอ๊ะ แล้วมันอยู่ไหนวะ ผมพยายามสอดส่องหาต้นข้าว แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่ผู้ชายผมดำๆ กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักหน้า เลยต้องควักน้องไอโฟนห้าขึ้นมาจิ้ม โทรหามัน

     "ตื้ดดดดดด.....
ตื้ดดดดดด.....ตื้ดดดดดด..... ฮัลโหล ว่าไง"
     เสียงตันข้าวตอบกลับมาแทรกไปด้วยเสียงคนพูดคุยกันรอบข้างซึ่งดังจนแทบฟังไม่รุ้เรื่อง
     "เออ ฮัลโหล อยู่ไหนวะหาไม่เจอ"
     "ฉันออกมาข้างนอกแล้วว่ะ จะไปกินข้าวกับแอร์เนี่ย โครตหิวเลย ไม่กินข้าวช้าวมา"
    
     แอร์คือใคร? แอร์ก็คือแฟนมันครับ สองคนนั้นคบกันมาตั้งแต่มอปลายแล้ว  ลืมไปว่าแฟนมันก็ติดคณะนี้ด้วย ไม่ใช่แค่กูคนเดียว -*- และด้วยความที่ตระหนักได้ว่า เธอ เขา เป็นแฟนกัน แล้วกูจะไปเจือกทำไม เอาจริงผมล่ะโครตเซงเลยนะเวลาที่เพื่อนมีแฟน คือมันจะลืมเรา TT_TT ถึงผมจะแอบแช่งให้แม่งเลิกกันทุกวันแต่ดูเหมือนแม่งก็จะยิ่งรักกันๆมากขึ้น ฮึ่ย อย่าให้กุมีมั่งนะ จะทิ้งมันบ้าง 555

ฉะนั้น สรุป ผมก็เลยต้องจำใจอยู่คนเดียวไปก่อน
   
 "อ่อเหรอ งั้นแกไปกินข้าวก่อนล่ะกัน ขี้เกียจลงไปแล้วว่ะ"
     "อ่าว งั้นเหรอ ไม่ไปด้วยกันเหรอ"
     สัส กุไปกุก็เป็นหมาสิ -.-
     "เหอะ ไม่ล่ะ ขี้เกียจ อิ่มแล้วด้วย เออ ถ้าจะให้ดี ฝากซื้อน้ำมาขวดนึงดิ๊ 555"
     ผมก็พยายามหัวเราะกลบเกลือนนะ ให้ดูแบบไม่มีอะไร แต่ความจริงคือกุเหงา รุ้มั่งไหมเนี่ย
     "โอเค แกเดี๋ยวซื้อมาฝากนะ เจอกันว่ะ...ตื้ด"
แล้วมันก็วางสายไป ผมถอนหายใจเบาๆไปหนึ่งที คือจะมีใครเข้าใจความรู้สึกที่ตัวเอง เป็นไอ้เด๋อ อยู่คนเดียวแบบโง่ๆไหม มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะผมว่า ผมเก็บน้องไอห้าลงกระเป๋าไปแล้วกลับมานั่งที่ที่เดิม แล้วหยิบหูฟังมาเพลง สอดส่องเพื่อนๆที่แทบจะออกไปข้างนอกเกินครึ่ง ว่ามีใครที่ผมพอจะรู้จักอีกไหม ขณะที่ผมฟังเพลง Lost star กำลังอิน ก็มีเสียงคุ้นๆดังขึ้นมา ไม่รู้ว่าเรียกผมรึเปล่า แต่ผมก็หันไปมองตามเสียง

     "ไม่ลงไปข้างล่างเหรอไง"

     จะเสียงใครล่ะครับ ไอ้แว่นวิ่นนี่ล่ะ มันลงมานั่งเก้าอี้ข้างๆผมที่เดิมที่มันนั่ง มันถามผมด้วยหน้าตาที่บ่งบอกไม่ได้ว่ามันอยากรู้หรือว่ามันอยากกวนตีนผม หรือว่าหน้ามันกวนตีนอยู่แล้ว ผมตอบพลางเอาหูฟังออกข้างนึงเผื่อที่จะได้คุยกับมัน
     "ไม่อ่ะ ขี้เกียจว่ะ ข้างล่างร้อน อยู่เนี่ยดีละ แอร์เย็นสบ๊าย"
คือผมปากก็ไม่ได้ตรงกับที่สมองคิดเท่าไหร่ แต่ก็แบบนะ ก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่แล้วนี่นา ก็นั่งสบายดีกว่ามะ

     "ลงไปข้างด้วยกันหน่อยดิ จะไปซื้อของ"

หะ...ไอ้วิ่นมันบอกให้ผมลงไปข้างล่างกับมันเหรอ นี่คือสนิทแล้ว? เมื่อกี้ยังกวนตีนกุอยู่เลย
     "แล้วเพื่อนนายอ่ะ ไปไหนละ"
     "มันไปขี้ ขี้เกียจรอ"

โอ้โห มึงเผาเพื่อนเลยว่างั้น มันไปทำอะไรมึงก็บอกกุหมดเลยว่างั้น ขณะที่ผมก็โดนสตั้นและกำลังงงๆเอ๋อๆ อยู่ก็เลยตอบตกลงเออออกับมันไป ก็ดีนะเบื่อๆอยู่ด้วย ได้ลงไปข้างล่างเดินแก้เซงหน่อยจะเป็นไรไปเนอะ

     ระหว่างทางที่เดิน มันก็นำผมเดินไป แต่ว่าทางที่มันเดินไปเหมือนจะไม่ใช่ทางที่จะไปร้านขายขนม ขายน้ำ แต่กลับว่ามันเดินไปที่ร้านขายยาที่อยู่ห่างไปจากร้านขายขนมอีกหน่อย ผมก็ไม่ได้ถามอะไรมัน แต่ก็เดินเข้าร้านมาเป็นเพื่อนมัน
     ข้างในร้านมีป้าคนนึงกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เหมือนนางจะยังไม่รู้ตัวว่ามีลูกค้า ไอ้วิ่นเลยกระแอ้มนิดนึงให้ป้าได้ยิน

     "อ่ะฮึ่ม ป้าครับ เอายา พารากับอะม็อก... อย่างละแผงครับ"

     ป้า เค้าก็พยักหน้ารู้งาน เดินไปหยิบพารากับยาอะม็อกอะไรซักอย่าง คือรู้แต่พาราว่าเอาไว้ปวดหัว แต่อะม็อกนี่ไม่รู้เอาไว้ทำไร ด้วยความสงสัยปนเป็นห่วง(นิดนึง) เลยถามไอ้วิ่นมันไป

     "เป็นไรวะ"

     มันตอบกลับมาว่า

     "เป็นคน"

...ผมเริ่มรำคาญมันจริงๆแล้วว่ะครับ ไม่สบายแล้วยังกวนตีนได้อีกเนอะ -.-

     "หยุดกวนตีนบ้างก็ดีนะ เอาดีๆ เป็นอะไร เร็วๆ"

     "ไม่มีอะไร เจ็บคอ ตัวร้อนนิดๆ"

     พอมันพูดผมเลยเริ่มสังเกตว่าหน้ามันแดงนิดๆ ไม่รู้ว่าเพราะไข้ขึ้นรึเปล่า หรือว่าผมหล่อมันเลยเขินผม (อันนี้เป็นโรคหลงตัวเอง) ผมแอบเอามือไปแตะแขนมัน ตัวมันก็อุ่นๆนิดหน่อยแต่ว่าก็ไม่ได้ร้อนขนาดนั้นนะ แต่ผมก็ไม่ได้ไปเซ้าซี้อะไรมันมาก ก็รู้แค่ว่ามันตัวร้อนและเจ็บคอ
     และแล้วป้าเค้าก็เดินมา เอายามาให้มัน พอจ่ายเงินเสร็จอะไรเสร็จ ผมกับมันก็เดินกลับขึ้นห้องเลย เพราะว่า อีกสิบนาทีก็จะหมดเวลาเบรคแล้ว แถมผมก็อยากให้มันไปงีบต่อบนห้องอีกหน่อย แล้วทำไมแม่งไม่งีบไปตั้งแต่ประชุมตอนเช้าวะ เป็นผมนะ หลับยาวๆตอนนี้ก็ยังไม่ตื่นหรอก 555

     พอกลับมาที่ห้องปุ๊บ ผมกับมันก็เดินไปนั่งที่เดิม หลายๆคนก็เริ่มกลับห้องมานั่งที่ตัวเองแล้ว ผมพยายามหาต้นข้าวไม่รุ้ว่าเธอมารึยัง

     ไม่ใช่อะไรนะ กูหิวน้ำ เมื่อกี้ฝากมันซื้อน้ำอยู่ ไม่ยอมมาซักที 555
    
     ขณะที่ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไอ้วิ่นก็ยกกระเป๋าขึ้นมาบนโต๊ะแล้วหยิบขวดน้ำของมันขึ้นมา ผมก็แอบมองดูมัน ปรากฏว่าน้ำของมันหมดครับ สมน้ำหน้ากวนตีนกูเยอะดีนัก เหมือนมันจะหันไปหาเพื่อนมันข้างๆ แต่เพื่อนมันก็ส่ายหัว บอกมันว่ากูก็ไม่มี สงสัยมันจะหาน้ำกินยาแน่เลยครับ
    
     "อ่ะ ปุ่น น้ำแกอ่ะ เจ็ดบาทจ่ายมาเลย"
     ผมหันไปหาต้นเสียงที่เป็นเสียงผู้หญิง จะใครที่ไหนล่ะครับ ยัยต้นข้าวเอาน้ำที่ผมฝากซื้อมาให้พอดีเลย วันนี้นางใส่ชุดนิสิตมา ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะ คือต้นข้าวเป็นคนเตี้ยๆไงเวลาใส่ชุดนักเรียนเหมือนเด็กม.ต้นพอเห็นแบบนี้แล้วดูแก่ดูป้าขึ้น 555 แต่แม่งมาถึงให้ของปุ๊บ ก็ทวงเงินเลย งกจังวะ แต่ก็ได้แต่คิดในใจ ผมทำได้แค่มองบนหนึ่งทีแล้วหยิบขวดน้ำจากมันมา

     "ขอบใจว่ะ เออ เงินติดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจ่าย"
ยัยหน้ากบทำตาโตเบ้ปากไม่พอใจ แต่ผมก็ไอด๊อนแคร์ เพื่อนกันติดนิดติดหน่อยเป็นไรไปใช่ไหมครับ 555 ผมก็แกะขวดน้ำพลาสติค แล้วยื่นน้ำไปให้ไอ้วิ่น

     "อ่ะ น้ำ กินยาซะ จะได้ไม่ตาย"
     ไอ้วิ่นหันมาหาผม ทำหน้าตกใจนิดนึง เหอะๆ กูเป็นคนดีไหว้ที่สุดละ กูซะสิ แต่มันก็ไม่พูดอะไร แม่งหยิบน้ำจากมือผมแล้วกระดกยาเข้าปากไปเลย -.- กวนตีนแล้วยังมารยาทไม่มีอีกนะเมิงงง แช่งให้ยาติดคอตายไปเลยดีมั้ยครับ

     พอมันกินยาเสร็จ มันก็คืนขวดน้ำให้ผม
     คือมึงไม่สบายเอาน้ำกุไปแดกอย่างงี้ กุควรจะกินต่อเหรอวะ บอกกุหน่อยดิ๊ =.,= 

     เผอิญวิ่นกับต้นข้าวเจอกันพอดี ผมก็คิดได้ว่าก็ควรจะแนะนำต้นข้าวให้วิ่นรู้จัก หรือผมแนะนำวิ่นให้ต้นข้าวดีวะ      ขณะที่ผมยังคิดไม่ออกว่าควรจะแนะนำใครให้ใครดี ต้นข้าวก็พูดออกมาว่า


     "วิน นั่นวินหรือเปล่า?"

 ==========================================================================
    จบไปแล้วนะครับ ถ้าผมเขียนไม่ดี เขียนตกหล่นหรือเขียนไม่รู้เรื่องก็แนะนำ ติชมกันได้นะครับ ถ้าจะให้ผมแก้ไขอะไรยังไง บอกได้นะครับ ขอบคุณ ผู้อ่านทุกๆคนมากนะครับ Fr. ปุ่นเองครับ



    

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น