เมทผมเป็นผู้หญิง!! (Nielong)

ตอนที่ 5 : จับตามอง{100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    18 ก.พ. 61




***มีคำหยาบเพื่ออรรถรสนะจ๊ะ***








"วันนี้อยากไปกินข้าวกลางวันที่ไหน"เวทิศหันมาเอ่ยถามเพื่อนอีกสองคนที่กำลังเก็บสมุดหนังสือลงกระเป๋าเมื่ออาจารย์ออกจากห้องไปแล้ว

"โรงอาหารเกรดสิบสองไหม อยากกินก๋วยเตี๋ยวไก่อ่า"จรัสกรเสนอความเห็น

"เรายังไงก็ได้นะ แล้วแต่เวกับแจมเลย"อริญชย์ตามใจเพื่อนเพราะเขาไม่ได้มีอะไรที่อยากกินเป็นพิเศษ

"งั้นเอาตามที่แจมว่าเนอะ ว่าแต่จะมีที่นั่งไหมเนี่ย"เวทิศสรุปที่จรัสกรร้องเย้เบาๆ


ทั้งสามพากันลงจากตึกเรียนเกรดสิบสองสายวิทย์ไปยังโรงอาหารของเกรดซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เสียงจ้อกแจ้กดังไปทั่วโรงอาหารพอๆกับนักเรียนที่เดินไปมาจนเกะกะไปหมด


คนเยอะจนแทบหาโต๊ะนั่งไม่ได้


อริญชย์มองหาโต๊ะว่างที่พอสำหรับนั่งสามคนได้แต่มองหาจนลายตาก็ยังไม่เจอ ก๋วยเตี๋ยวในถ้วยที่ถืออยู่นี่ก็ร้อนเหลือเกิน


ทำไมวันนี้คนมากินข้าวที่นี่เยอะจัง ปกติไม่เยอะขนาดนี้นี่นา


"อ๊ะ เราเห็นพลับ ไปนั่งโต๊ะเดียวกับพลับกันไหม"เวทิศมองไปทางโต๊ะหน้าร้านขายลูกชิ้นทอดเจอกลุ่มของแฟนตนเองจับจองโต๊ะอยู่ตัวหนึ่งและมีที่นั่งเหลือพอสำหรับตนและเพื่อนๆจึงหันมาถามอริญชย์และจรัสกร

"ไปสิๆ หิวจะแย่แล้ว"จรัสกรพยักหน้ารับอย่างไวก่อนจะบอกให้อริญชย์เดินตามเวทิศไป

"พลับ เวกับเพื่อนนั่งด้วยได้ไหม"เวทิศสะกิดหลังแฟนหนุ่มเบาๆเอ่ยขอนั่งด้วย

"อ้าวเว นั่งเลยๆๆๆ"ยังไม่ทันที่พชรดนัยจะเอ่ยตอบจิณณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆก็ตอบแทนเสียก่อน

"ขอบคุณนะ"เวทิศนั่งลงข้างแฟนหนุ่มที่ขยับที่นั่งให้ จรัสกรเองก็ทิ้งตัวลงข้างเวทิศจึงเหลือแค่อริญชย์ที่ยังยืนอยู่

"ยืนมองไร มานั่งดิ๊"ดิฐวัฒน์พยักหน้าเรียกให้อริญชย์มานั่งที่ว่างข้างๆตน

"อื้อ"ร่างบางรับคำเบาๆก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่ว่างนั้น

"เห้ยก๋วยเตี๋ยวน่ากินว่ะ กูไปซื้อเพิ่มดีไหมวะ"จุมพลที่กำลังกินข้าวมันไก่พูดขึ้นเมื่อเห็นอาหารที่เพื่อนร่วมโต๊ะอีกสามคนถือมา

"พอแล้ว กินข้าวไป"ลงกาที่นั่งข้างๆเอ่ยปราม


กินเยอะเกินเดี๋ยวก็บ่นปวดท้องอีก


"ตะกละแดกจริงมึงเนี่ย"ดิฐวัฒน์กัดเข้าให้จนจุมพลต้องหันมาถลึงตาใส่อย่างคาดโทษ

"ก๋วยเตี๋ยวมึงดูจืดชืดมากอ่ะเอม"ก่อนที่ดิฐวัฒน์จะหันมาคุยกับรูมเมทที่นั่งอยู่ข้างๆไม่สนใจสายตาจิกกัดของเพื่อนตัวอวบ

"เรากินเผ็ดไม่ได้นี่ แต่นี่ก็ใส่พริกมาตั้งครึ่งช้อนนะ"อริญชย์ยู่หน้าพลางเอ่ยตอบ


เขาไม่ถูกกับอาหารเผ็ดจริงๆ กินไม่ได้เลย แต่นี่ใส่พริกมาด้วยเพราะกำลังฝึกกินอยู่


พี่เมมบอกว่าถ้าเรากินง่าย อะไรก็กินได้เวลาไปไหนจะได้ไม่ลำบาก เขาเลยพยายามฝึกอยู่


ระหว่างกินจุมพลที่พึ่งได้เจออริญชย์ครั้งแรกและจิณณ์ที่พึ่งได้คุยกันก็เอ่ยทักทายทำความรู้จักรวมถึงชวนคุยไม่หยุดที่ทำให้อริญชย์ยิ้มกว้างขึ้นไปกว่าเดิมเพราะนอกจากเวทิศและจรัสกรแล้วเพื่อนของดิฐวัฒน์ยังคุยกับเขาดีมากๆแม้ลงกากับพชรดนัยจะเงียบไม่ได้ชวนคุยอะไรแต่ก็ดูเป็นมิตร


ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลายเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะขึ้นมาเมื่อย้ายเข้ามาอยู่ในโรงเรียนนี้


อยู่โรงเรียนเก่าแทบไม่มีคนคบ


"เอมมึงไหวปะเนี่ย"ดิฐวัฒน์เอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ข้างๆเริ่มหน้าแดงเหงื่อตก ริมฝีปากบางก็แดงกล่ำเจ่อขึ้นเล็กน้อย

"ผ..เผ็ด"มือเรียวโบกเบาๆบริเวณริมฝีปากหวังให้อาการบรรเทาลง นึกโทษตัวเองที่ลืมซื้อน้ำมา ร่างบางเตรียมลุกขึ้นเพื่อไปซื้อน้ำแต่คนข้างๆก็ยื่นแก้วน้ำเก็กฮวยเย็นเฉียบมาให้เสียก่อน

"กว่าจะไปถึงร้านน้ำเผ็ดตายห่าก่อนพอดี กินของกูก่อนก็ได้"

"ข..ขอบใจนะ"อริญชย์ไม่ลังเลที่จะรับความใจดีของรูมเมท มือเรียวรีบรับเอาแก้วน้ำมาดูดทันทีเพราะร้อนริมฝีปากจนแทบทนไม่ไหว ตากลมใสยิ่งวาววามเพราะน้ำตาที่คลออยู่ พอรวมเข้ากับริมฝีปากแดงเจ่อก็ยิ่งเป็นภาพที่ยากที่จะละสายตาออกมา


และภาพนั้นก็สะกดสายตาของคนในโต๊ะไว้ได้อย่างดีโดยเฉพาะดิฐวัฒน์ที่นั่งอยู่ใกล้สุด น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคออย่างยากลำบากพร้อมใจที่เต้นตึกตักจนดิฐวัฒน์แทบจะคุ้นชินกับมันในช่วงหลัง


เพราะมันเต้นแบบนี้แทบจะทุกวันน่ะสิ แล้วรูมเมทตัวบางยังสุดแสนจะร้ายกาจที่ขยันแต่ทำให้เขาใจเต้น


"เชี่ย สวยว่ะ"จุมพลหลุดอุทานออกมาเบาๆเมื่อเห็นรูมเมทเพื่อนน้ำตาคลอ


คือเขาก็ยอมรับว่าเอมก็หน้าสวยจนไม่แปลกที่ดิฐมันจะคิดว่าเป็นผู้หญิง ซึ่งผู้ชายที่สวยกว่านี้เขาก็เคยเห็นแต่กับเอมนั้นมีเสน่ห์ให้ละสายตาไม่ได้มากกว่า มันน่ามองไปหมดทั้งหน้าตา ท่าทาง ยิ่งพอมาเห็นปากเจ่อน้ำตาคลอแบบนี้ บอกตรงๆว่าโคตรสวย


สำหรับคนที่ชอบผู้ชายไทป์แบบนี้รับรองว่าไปไม่รอด


ยกตัวอย่างไอ้ห่าจิณณ์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาตอนนี้ที่มองตาค้างไปแล้ว


ไอ้ดิฐก็ไอ้ดิฐเหอะใจแข็งขนาดไหนก็ไม่รอดแน่ๆ จุมพลฟันธง


"ไหวไหมเอม"เวทิศถามอย่างเป็นห่วงที่คนถูกถามพยักหน้าหงึกหงักรับว่าตนโอเคแล้ว ทุกคนจึงลงมือกินข้าวกันต่อ

"จะไปเล่นบาสต่อปะ"จิณณ์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าทุกคนอิ่มกันหมดแล้ว

"เหลืออีกสิบนาทีเดินยังไม่ถึงโรงยิมเลย"ลงกาพูดขึ้นเมื่อยกนาฬิกาขึ้นมาดู


วันนี้พวกเขากินข้าวช้ากว่าปกติเพราะมีเพื่อนใหม่มานั่งคุยด้วย เลยกินไปคุยไปเพลินจนลืมเวลา


"งั้นก็ขึ้นห้องรอเรียน"ดิฐวัฒน์หยัดตัวลุกขึ้นคนแรกเพื่อนคนอื่นๆจึงลุกขึ้นตาม

"ไว้เจอกันนะ"อริญชย์โบกมือให้เพื่อนใหม่ด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตึกเรียนของตนเพื่อเรียนคาบบ่ายต่อ

"เมทมึงก็เหมือนผู้หญิงอยู่นะ"จุมพลเปิดประเด็นเมื่อขึ้นมาถึงห้องเรียน

"กูบอกแล้ว!"ดิฐวัฒน์ตบเข่าฉาดเมื่อเพื่อนเริ่มเห็นด้วย

"แต่แค่เหมือนว่ะ"

"ห้ะ?"

"แค่มองแล้วหน้าเหมือนผู้หญิง แต่ความรู้สึกกูบอกว่าเป็นผู้ชายอ่ะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์"

"ผู้หญิงเว้ยยย"

"แค่หน้าสวย"ลงการ่วมเถียงด้วยในครั้งนี้เพราะมองยังไงนั่นก็ผู้ชาย หน้าสวยขนาดไหนก็ผู้ชายอยู่ดี

"แต่กูใจเต้น!"

"ไม่เต้นก็บ้าแล้วไอ้ห่า มีเสน่ห์ขนาดนั้น กูมีแฟนแล้วยังเลิกมองไม่ได้เลย"จิณณ์พูดจริงๆ รูทเมทของเพื่อนโคตรมีเสน่ห์แล้วยังอัธยาศัยดีอีกใครจะไปทนไม่รู้สึกอะไรด้วยไหว


นี่ถ้าเขาไม่มีแฟนนี่เขาจะจีบจริงๆด้วย โคตรสเป็คเลย


"ส้นตีนเหอะไอ้สัด"ดิฐวัฒน์แทบจะยกเท้าขึ้นถีบเพื่อนที่พูดจาไม่เข้าหู


อยู่ดีๆก็หงุดหงิดที่มีคนมาบอกว่าเลิกมองอริญชย์ไม่ได้ แม้คนๆนั้นจะเป็นเพื่อนของเขาเองแต่ก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี


"หวง?"พชรดนัยเอ่ยถามทำเอาดิฐวัฒน์หน้าเหวอ

"ป..เปล่า กูจะไปหวงทำไมล่ะ โว้ะ"

"สมมตินะดิฐนะ สมมติว่าถ้าเอมเป็นผู้หญิงจริงๆมึงจะทำยังไง"จุมพลยกแขนขึ้นเท้าคางเอ่ยถามเพื่อนอย่างจริงจัง

"...."

"จะจีบไหม?"

"...จีบ"

"แล้วถ้า...ความจริงแล้วเอมเป็นผู้ชายล่ะ มึงจะทำยังไงต่อ"

"...ไม่รู้"

"แสดงว่ามึงชอบเอมที่เพศหรอ มึงไม่ได้ชอบที่ตัวเอมจริงๆ"

"...กูไม่รู้"ดิฐวัฒน์ตอบไม่ได้ว่าถ้าอีกคนเป็นผู้ชายเขาจะทำยังไงเพราะตอนนี้เขามั่นใจมากว่าอริญชย์เป็นผู้หญิง

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปรู้สึกอะไร หยุดเหอะ กูว่าคนที่เสียใจจะไม่ใช่มึงแค่คนเดียวแต่รวมถึงเอมด้วย"ลงกาเสริม


เขาก็อยากให้เพื่อนก้าวข้ามความคิดที่ตีกรอบตัวเองไว้แบบนี้เหมือนกัน แต่ถ้าดิฐวัฒน์ยืนยันที่จะไม่ก้าวออกมาเขาก็ไม่อยากให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจนั้น








"ดิฐจะทำการบ้านก่อนหรืออาบน้ำก่อน"อริญชย์เอ่ยถามรูมเมทที่วันนี้กลับมาห้องเสียจนค่ำมืดซึ่งคงเป็นเพราะไปเล่นกีฬามาอีกแน่ๆ

"กูอาบน้ำก่อนล่ะกัน วันนี้สอนเลขกูด้วย"

"อื้ม ได้สิ"ร่างบางยิ้มรับอย่างยินดี ได้สอนการบ้านรูมเมทก็สนุกดี แถมเขายังได้ทบทวนบทเรียนไปด้วยอีก


ดิฐวัฒน์คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ปลดเสื้อผ้าบนตัวออกจนหมดแล้วเปิดแง้มประตูห้องน้ำโยนเสื้อผ้าออกมาก่อนจะปิดประตูอีกครั้ง


อริญชย์มองการกระทำนั้นแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ ดิฐวัฒน์โยนของไปทั่วอีกแล้ว นิสัยไม่ดีเลยนะ


ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ร่างบางก็ลุกจากเก้าอี้ไปหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นไปใส่ตระกร้าให้อีกฝ่ายอยู่ดี


พูดจริงๆเดี๋ยวนี้อริญชย์ก็ดูแลดิฐวัฒน์อย่างดีมากๆจนเหมือนมีน้องชายตัวโตไร้ระเบียบที่ต้องคอยตามเก็บข้าวของที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ระเกะระกะอยู่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงเต็มใจ


"เอมแชมพูกูหมดยืมของมึงได้ปะ!"ดิฐวัฒน์ที่หัวเปียกซกอยู่ในห้องน้ำพึ่งรู้ว่าแชมพูของตนหมดแล้วลืมซื้อเข้ามาตะโกนเอ่ยขอยืมของรูมเมทเสียงดัง

"อื้อ หยิบได้เลยขวดสีชมพู"เสียงแว่วๆจากด้านนอกทำให้ดิฐวัฒน์มองหาแชมพูของอีกคน


ไม่รู้ขวดอะไรเต็มไปหมด อันไหนมันแชมพูล่ะวะ บอกว่าขวดสีชมพูแต่นี่มันสีชมพูหมดเลยไม่ใช่หรือไงกัน


ของใช้หลายอย่างของอริญชย์ที่เขาสังเกตดูมีแต่สีชมพูทั้งนั้น ทั้งครีมเอย เครื่องเขียนเอย ที่นอนเอย ล้วนแล้วแต่สีชมพู!


แยกจากของเขาได้แบบไม่ต้องกลัวหยิบผิดเลยล่ะ


ผู้ชายบ้าอะไรใช้แต่ของสีชมพู


อ้อ ลืมไปเอมมันเป็นผู้หญิงนี่หว่า


มือหนาหยิบขวดที่ตนคิดว่าเป็นแชมพูขึ้นมาอ่านพอเห็นว่าเป็นแชมพูจริงๆก็เปิดฝาบีบเนื้อครีมนุ่มๆสีชมพูหวานใส่อุ้งมือก่อนจะเอามาชะโลมไปบนเส้นผมสีอ่อนของตัวเอง


เชี่ย โคตรหอม


สบถในใจเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆของแชมพูลอยเข้าจมูก ถึงว่าเวลาจมูกเขาเฉียดหัวอริญชย์ทีไรกลิ่นหอมเตะจมูกจนต้องสูดเข้าลึกทุกทีที่แท้ก็กลิ่นแชมพูนี่เอง


และเขาก็หลงรักกลิ่นหอมนั้นโดยไม่รู้ตัว


คงต้องบอกแม่ให้ซื้อยี่ห้อนี้มาให้เขาใช้แล้วล่ะ







"ดิฐเช็ดผมให้แห้งก่อนสิเดี๋ยวไม่สบายนะ"อริญชย์เอ่ยบอกรูมเมทที่ผมยังไม่ทันเช็ดผมที่เปียกชื้นให้แห้งก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้ว

"ขี้เกียจ"

"ได้ที่ไหนกัน เรามีไดร์เป่าผมเดี๋ยวเราเป่าให้"ร่างบางลุกขึ้นเดินไปหยิบไดร์เป่าผมของตนมาเสียบปลั๊กแล้วกวักมือเรียกคนที่นอนมองอยู่ให้ลุกขึ้นมาหา


ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้นไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างหน้าร่างบางให้อีกคนเป่าผมให้ด้วยความรู้สึกแปลกๆ


ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยให้ใครเป่าผมให้เลยสักครั้งด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ชอบให้ใครมาเล่นผมแต่กับอริญชย์ดิฐวัฒน์กลับไม่แม้แต่จะปฏิเสธ


"นั่งนิ่งๆนะ"มือบางค่อยจับเส้นผมเปียกชื้นของรูมเมทขึ้นเพื่อเป่าลมลงไปให้ผมด้านในแห้งเร็วขึ้น

"มือมึงโคตรเบา"

"ใช่ไหมล่ะ พี่ชายเราก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน"อริญชย์อมยิ้มเมื่อนึกถึงคนที่บ้าน


หลายอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้กลับบ้านเลย คิดถึงพ่อแม่ที่อยู่อังกฤษและพี่ชายทั้งสองจัง


"มึงมีพี่ชายหรอ"ดิฐวัฒน์ชวนคุยเมื่อบรรยากาศรอบตัวมันเงียบจนมีเพียงเสียงของไดร์เป่าผม

"อื้ม มีพี่ชายสองคนล่ะ"

"เล่าให้ฟังหน่อยสิเรื่องที่บ้านมึง"

"เรื่องบ้านเราหรอ? อืม...เราเป็นลูกคนเล็ก มีพี่ชายสองคน พี่ชายคนโตชื่อพี่เจมทำงานอยู่ที่บริษัทของแม่ ตอนเราอยู่บ้านก็จะมีพี่เจมนี่แหละที่อยู่ด้วยบ่อยที่สุด พี่ชายคนรองชื่อพี่เมม พี่เมมเป็นตำรวจสากลเลยไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ แม่เราหลังจากยกบริษัทให้พี่เจมก็วางมือแล้วไปแสวงบุญที่ต่างประเทศบ่อยๆส่วนพ่อเป็นอัยการตอนนี้ทำงานให้องค์การระหว่างประเทศอยู่เลยไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว"อริญชย์เล่าไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

"...เหงาไหมวะ"

"หืม?"

"ก็ไม่ค่อยมีใครอยู่บ้านด้วยไม่ใช่หรอ ไม่เหงาหรือไง"

"ก็นิดนึง...แต่มีพี่เจมอยู่ด้วยไง พ่อแม่แล้วก็พี่เมมก็โทรมาหาบ่อยๆ"

"อืม...มึงเป็นลูกคนเล็กแบบนี้พ่อแม่พี่ๆมึงก็หวงชิบหายเลยดิ"

"ไม่รู้สิ แต่พ่อแม่กับพี่ๆเราตามใจเรานะ"อริญชย์ว่าคนที่บ้านก็ไม่หวงอะไรเขามากนะ ถ้ามั่นใจว่าปลอดภัยก็จะไม่มีใครมายุ่งอะไรด้วยซึ่งเขาว่ามันก็เรื่องปกตินี่ที่คนในบ้านจะห่วงใยกันแบบนั้น

"หรอ..."

"แล้วดิฐล่ะ"

"ทำไม"

"เล่าให้เราฟังบ้างได้ไหม"

"...."

"...."

"กูเป็นลูกคนโต มีน้องคนนึง...ไอ้เตอ่ะที่มาวันนั้น ครอบครัวกูก็ไม่มีไรอ่ะปกติเหมือนคนอื่นๆนั่นแหละ พ่อกูเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าแม่กูอยู่บ้านเฉยๆ"

"...."

"จบแล้ว"

"อื้ม ผมแห้งแล้วล่ะ"อริญชย์ปิดไดร์ในมือแล้วถอดปลั๊กเก็บเข้าที่

"เอมอะไรหล่นที่ตีนอ่ะ"ดิฐวัฒน์ชี้บอกเมื่อเห็นว่ามีอะไรล่วงลงมาจากโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างเท้าเล็กของอีกคน

"อ่า...ตลับคอนแทคเลนส์เราเอง"ร่างบางว่าพลางก้มลงเก็บ


ดิฐวัฒน์มองตามก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่น อริญชย์ก้มลงเก็บตลับคอนแทคเลนส์ที่ว่านั่นด้วยท่าทางปกติแต่มือเรียวนั้นกลับปิดอยู่ตรงคอเสื้อที่มันไหลลงมาตามแรงก้มไม่ให้เปิดออก


ผู้ชายเวลาก้มเขาปิดคอเสื้อด้วยหรอวะ


"ดิฐมองอะไรหรอ"ร่างบางที่ยืดตัวขึ้นปกติแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย มือขวากำอะไรบางอย่างอยู่ระดับอก

"มึง...ทำไมต้องปิดคอเสื้อวะ"เอ่ยถามอย่างไม่คิดเพราะความสงสัยมันมีมากกว่าการจะมานั่งสรรหาคำถามที่ดูดี

"หืม?...อ๋อ สร้อยเราจะหลุดน่ะเราจับไว้ไม่ให้มันร่วงพื้น"มือขวาของร่างบางชูขึ้นให้ดูสร้อยคอในมือที่ตนจับไว้ได้ทันก่อนที่มันจะไหลลงสู่พื้น

"อ่อ..."

"ทำไมหรอ"ศีรษะทุยเอียงอย่างสงสัยก่อนจะเดินเข้ามาที่โต๊ะเขียนหนังสือ

"เปล่ากูแค่สงสัย ปกติผู้ชายไม่ทำแบบนั้นเวลาก้มไง"

"ไม่จับหรอ? ถ้าเสื้อคอกว้างเราก็จับตลอดนะ เกิดโป๊ไปทำไง"ร่างบางพูดกลั้วหัวเราะพลางเลื่อนเก้าอี้ของตนออกเพื่อนั่งก่อนจะเปิดสมุดการบ้านที่ทำค้างไว้อยู่เพื่อทำต่อ

"ดิฐรอแป๊ปนะ การบ้านเราใกล้เสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปสอนทำการบ้านคณิต"

"อืม มึงทำไปเหอะ"พยักหน้าตอบก่อนจะเท้าคางมองใบหน้าตั้งใจของอีกคนนิ่ง









"มาทำอะไรเนี่ย"ร่างสูงเกาะขอบสระว่ายน้ำเอ่ยถามร่างบางที่นั่งยองอยู่ริมสระ มือหนาเสยผมสีอ่อนที่เปียกชื้นของตนขึ้นเมื่อมันลงมาปรกตา


บังรอยยิ้มกว้างตรงหน้าหมด


ไม่คิดว่าอยู่ๆรูมเมทที่บอกว่ากลัวน้ำจะมาโผล่ที่สระว่ายน้ำแบบนี้ ตอนที่จุมพลว่ายน้ำมาบอกดิฐวัฒน์ยังคิดว่าเพื่อนโกหกเลย


"เวบอกว่าวันนี้พวกพลับมาว่ายน้ำกันเราเลยมาเป็นเพื่อนเว"นิ้วเรียวชี้ไปทางเพื่อนตัวเล็กของตนที่ยืนอยู่กับแฟนหนุ่มไม่ไกลนัก

"อ๋อ แล้วไงมึงอ่ะ อยากลงไหม"ดิฐวัฒน์ถามพลางเลิกคิ้วขึ้น ตาคมมองหน้าอีกคนที่เกยอยู่กับเข่า ดูเถอะขดตัวจนแทบจะเป็นก้อนแล้ว

"เรากลัว..."ใบหน้าหวานนั้นส่ายไปมาปฏิเสธ

"กลัวอะไรกูอยู่นี่เนี่ย กูไม่ปล่อยมึงจมหรอก"

"ไม่เอาหรอก ขอทำใจอีกนิดยังไม่พร้อมเลย"ใบหน้าหวานบู้บี้ขณะพูด ใจนึงก็อยากลงไปแต่อีกใจก็ยังกลัวตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจเขาไม่เอื้อต่อการลงน้ำเท่าไหร่นัก

"ตามใจ งั้นก็นั่งรอตรงนี้ค่อยกลับพร้อมกัน"มือหนาเอื้อมขึ้นมาดึงแก้มนิ่มของรูมเมทที่นั่งอยู่ริมสระอย่างมันเขี้ยว

"งื้อ~"ส่งเสียงประท้วงเมื่อโดนดึงแก้มแต่ยังไม่ทันได้บ่นอะไรคนขี้แกล้งก็หมุนตัวว่ายน้ำออกไปแล้ว


มือเรียวยกขึ้นลูบแก้มเบาๆก่อนจะเบะปากใส่อีกคนที่หันมามองพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ได้แกล้งเขา เดี๋ยวนี้ไม่รู้ดิฐเป็นอะไรถึงชอบดึงแก้มหยิกแก้มเขาตลอดเลย


จนแก้มเขาจะยืดเป็นลูฟี่แล้ว


"แว้ก!!อย่าไล่ๆๆ พอๆๆเหนื่อยแล้วๆๆ"เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลพร้อมเสียงวิ่งโครมครามของเด็กนักเรียนที่กำลังไล่แกล้งกัน เสียงดังเสียจนทุกๆคนในยิมหันไปมองเป็นตาเดียว

"เฮ้ยพี่!ถอยๆๆ ผมเบรกไม่อยู่!!!"อริญชย์หันไปมองตามเสียงก็เห็นเด็กหนุ่มในกางเกงว่ายน้ำที่วิ่งตรงมาทางตนด้วยใบหน้าเหรอหรา


เวลาเพียงไม่กี่วินาที ยังไม่ทันที่จะได้ตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าอริญชย์ก็รู้สึกถึงแรงปะทะรุนแรงจนร่างบางของตนที่นั่งยองอยู่แบบไม่มั่นคงอยู่แล้วลอยกระเด็นออกไปจากตำแหน่งเดิม


"เอม!!"ร่างบางได้ยินเสียงคุ้นหูเอ่ยเรียกเสียงดังก่อนที่ความเย็นวาบของสายน้ำจะกระทบเข้ากับตัวพร้อมมวลความอึดอัดมหาศาลที่ประดังประเดเข้ามาจนหายใจไม่ออก ริมฝีปากบางอ้าออกเพื่อโกยอากาศเข้าแต่ก็มีเพียงน้ำจากสระเท่านั้นที่เข้าไป แขนขาปัดป่ายไปทั่วเพื่อหาที่ยึดแต่ก็สุดแสนจะเคว้งคว้างเพราะตนกระเด็นมาจนถึงกลางสระจนแทบหมดแรงสิ้นสติ หูของอริญชย์เริ่มไม่ได้ยินอะไร ลมหายใจที่กลั้นไว้ก็แทบหมดแล้ว


ภาพร่างบางที่นั่งอยู่ริมสระและร่างของเด็กนักเรียนต้นเหตุถลาลงน้ำไปตามๆกันสร้างความตกใจให้กับทุกคนที่เห็น ยิ่งกับดิฐวัฒน์ที่รู้ว่ารูมเมทของตนว่ายน้ำไม่เป็นยิ่งตื่นตกใจรีบว่ายน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้


เวทิศรีบวิ่งเข้ามาที่ริมสระเมื่อเห็นเพื่อนของตนตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำร่างเล็กเตรียมจะโดดลงไปช่วยแต่ถูกแฟนหนุ่มดึงแขนไว้ก่อนเพราะเวทิศเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น


พชรดนัยกระโดดลงน้ำไปช่วยพยุงคนที่จมน้ำและกำลังหมดแรงให้ขึ้นมาหายใจเหนือน้ำซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ดิฐวัฒน์ว่ายน้ำเข้ามาถึงตัวพอดีเขาจึงให้เพื่อนรับร่างบางไปส่วนตนก็หันไปคว้าคอของเด็กเจ้าปัญหาไว้กันหนี


"แค่กๆๆ"อริญชย์สำลักออกมาจนหน้าแดงหลังจากได้อากาศหายใจแล้ว แผ่นหลังบางหอบสั่นจนตัวโยน แขนเรียวสั่นเทากอดคอดิฐวัฒน์แน่นไม่ปล่อย

"เกิดอะไรขึ้น!!"จุมพลวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามโดยมีลงกาวิ่งตามมาด้วย เมื่อสักครู่เขาและลงกาไปว่ายน้ำอีกสระมาเพราะสระนี้น้ำเย็นเกินไปเลยไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

"ลงกา จัดการต้นเหตุด้วย"ดิฐวัฒน์เอ่ยนิ่งๆพร้อมกับพาร่างบางในอ้อมอกว่ายน้ำมาที่ขอบสระ


จิณณ์ที่ตามมาสมทบตั้งแต่ต้นรับเอาร่างบางที่เปียกซกจนน่าสงสารมาจากเพื่อนที่ยื่นส่งมาให้ ให้ขึ้นมาข้างบนพื้นดีๆ


"เอมได้ยินกูไหม เอม"ดิฐวัฒน์กระโดดขึ้นจากสระว่ายน้ำตรงมาเขย่าตัวรูมเมทที่นั่งนิ่งให้มีสติ


โชคดีที่อริญชย์ยังไม่หมดสติไป


"ด..ดิฐ"อริญชย์มองหน้ารูมเมทที่มองมาอย่างเป็นห่วงแล้วก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างตื่นกลัว

"เห้ย ร้องไห้ทำไม"เอ่ยถามอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆร่างบางตรงหน้าก็ร้องไห้โฮโผกอดเขาแน่นแต่ถึงอย่างนั้นมือหนาก็ลูบหลังบางเบาๆเพื่อปลอบโยน

"เรา ฮึก จมน้ำ"

"มึงไม่ได้จม ใจเย็นๆดิ นั่งอยู่บนพื้นแล้วนี่ไง"ดิฐวัฒน์ปลอบใครไม่เป็นเลยได้แต่พูดอะไรไปแบบนั้น


ปกติเขาเป็นคนปากเสียนี่ ปลอบได้แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว


"ร..รุ่นพี่ครับผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะชนรุ่นพี่"เด็กนักเรียนต้นเหตุที่ถูกพชรดนัยลากคอขึ้นจากสระว่ายน้ำและพึ่งตั้งสติได้เดินมาไหว้ขอโทษอย่างรู้สึกผิด แต่สายตาน่ากลัวที่ได้รับมาจากร่างสูงก็ทำเอากลัวจนตัวสั่น

"มันใช่ที่วิ่งเล่นหรอสระว่ายน้ำเนี่ย อยากวิ่งก็ไปสนามบอลดิ"เสียงทุ้มเรียบนิ่งอย่างที่เป็นไม่บ่อยนักเพราะนิสัยร่าเริงเกินเบอร์ของเจ้าตัว แต่ถ้าเป็นแบบนี้เป็นอันรู้กันว่าดิฐวัฒน์กำลังโกรธ

"ข...ขอโทษครับ"

"นายทำผิดฉันต้องแจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์นะ เพื่อนนายด้วย"ลงกากอดอกพูดขึ้น รู้ว่าไม่ได้ตั้งใจและสำนึกผิดแล้วแต่ผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด


และครั้งนี้ดูเหมือนดิฐมันจะไม่ยอมด้วย ดูท่าจะโกรธมากจริงๆ


100%



ขวัญเอ๋ยขวัญมานะน้องเอมของแม่
พี่ดิฐโกรธล้าวววว น้องเอมข้าใครอย่าแตะ55555
อยากให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างเขาสองคนนะคะ
ที่มันขยับเข้าใกล้กันเรื่อยๆช่องว่างลดลงเรื่อยๆ
จากที่ตอนแรกพี่ดิฐไม่ชินกับเมทใหม่ ไม่สนิทใจเพราะเป็นผู้ชาย
แต่พอคิดว่าน้องเอมเป็นผู้หญิงอะไรๆมันก็ดีขึ้น
กล้าแกล้ง กล้าคุยด้วยมากขึ้นเน้อ
ฝากเอ็นดูพี่ดิฐและน้องเอมเยอะๆน้าาา
มาจับตามองและร่วมมโนไปกับพี่ดิฐกันค่ะ5555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

378 ความคิดเห็น

  1. #297 Ging Patcharapan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
    น้องเอมมมมมมมมมม
    #297
    0
  2. #172 aomkunsr47 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 06:12

    เอมมมมมมลูกกกแม่ๆๆๆๆโอ้ยยยยยย

    #172
    0
  3. #46 parkyorying (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:34
    เอมน่าทะนุถนอมอะไรขนาดนี้~~
    #46
    0
  4. #32 jeromex (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:01
    โอ้ยเอมเรียบร้อยมากๆๆๆ ฮือ นุ่มนิ่ม อยากจีบ ฮือ ดิษ ขอแย่งนะ 5555 เขาว่ากันว่างานเขียนเป็นการใส่ตัวตนของนักเขียนลงไปด้วย แสดงว่าไรต์ต้องมองซองอูอิมเมจนี้แน่เลยปะคะเนี่ย มองเอมสวยขนาดนี้ บรรยายแบบ เห็นภาพเลยอะ ฮือ ชอบนะคะ ติดตามน้าา
    #32
    0
  5. #31 dlmn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:21
    ให้มันรู้สะบ้างว่าเด็กใคร5555555 เอมไม่เป็นไรน้าา
    #31
    0
  6. #29 เจ้อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:10
    มโนเสมอต้นเสมอปลาย555555555555 จะคิดตามดิฐแล้วนะๆๆว่าเอมเป็นผญ คือนิสัยเรียบร้อยมากโดนใจใช่เลย หนูเอมขวัญเอ้ยขวัญมานะคะะ คนขวัญหายกว่าเอมน่าจะเป็นดิฐ น่ากลัวเชียวอุแว้ๆๆ ดิฐปอบหนูเอมที;--; เริ่มชอบกันหรือยังงง
    #29
    0
  7. #28 BENZ--ZII (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:24
    เอมมมมมมมมมมมท
    #28
    0
  8. #27 GingGee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:02
    นี่เริ่มมโนตามล่ะ รึเอมเป็นผญ.ว่ะ
    #27
    0
  9. #26 dlmn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:06
    เมื่อไรเขาจะเลิกมโนค่ะ 555555555
    #26
    0
  10. #25 _NKKXN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:02
    จับตาดูววว
    #25
    0