My breath markjin

ตอนที่ 4 : เพื่อนกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    14 พ.ย. 61




เพื่อนกัน












  

         ทั้งที่วันนี้ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์แต่ที่นี่ก็ยังคับคลั่งไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างสนุกสนาน บ้างมาคนเดียว บ้างมาเป็นกลุ่ม บ้างมาเป็นคู่ ผมใช้เวลาไม่นานก็เดินฝ่าผู้คนพวกนั้นเพื่อขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของที่นี้เพื่อรอใครบางคน  ผมมองหาที่นั่งที่สามารถมองเห็นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ชัดเจนเพื่อจะได้มองเห็นอีกคนทันทีที่เขามาถึง





ผมบอกไปหรือยังครับว่าวันนี้ผมมาดูหนังกับจินยอง







"มึงมานานยัง" เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาหยุดตรงหน้าผม ใบหน้าที่ดูรีบร้อนของอีกฝ่ายเรียกรอยยิ้มจากผมได้ไม่น้อย


"พึ่งมาถึงเหมือนกัน เข้าไปเลยไหม กูซื้อนี่มาแล้ว" ผมยกแก้วน้ำกับป๊อบคอร์นให้อีกคนดู


"มึงจ่าย?"


"...…………."


"เท่าไหร่ แชร์กัน"


"กูเลี้ยง"


"ไม่เอา" หน้าดื้อขึ้นมาอีกระดับราวกับเด็กถูกขัดใจ


"เวลาที่เราไปกินข้าวกับพวกไอ้แจ็ค ไอ้บีหรือไอ้แจกูยังเลี้ยงได้เลยกับขนมไม่กี่บาททำไหมกูจะเลี้ยงไม่ได้ว่ะ"


"มันไม่เหมือนกัน"


"อะไรที่ไม่เหมือนว่ะ"


"ก็อันนั้นมันไปหลายคนแต่นี่มีแค่มึงกับกู" ดื้อก็บอกแล้วว่ามันนะดื้อ


"แล้ว??"


"กูรู้มึงรวยแต่กูไม่อยากให้ใครมามองว่ากูเกาะมึงกินหรอกนะมาร์ค " ผมนิ่งไปเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่ายไม่ใช่ว่าไม่พอใจแต่เป็นเพราะไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับผมมาก่อน คนอื่นที่มากับผมก็ชอบให้ผมจ่ายให้จนผมชินแล้วแต่คนตรงหน้ากับแตกต่างออกไป


"...……………."


"มึงหาเงินเองเป็นแล้วหรือไงถึงได้เที่ยงเอาเงินพ่อแม่มาใช้เล่นไปวันๆแบบนี้"


"...…………..."


"มาร์คโกรธหรอ?" จินยองชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นผมเอาแต่เงียบจนเจ้าตัวเริ่มทำตัวไม่ถูก


"เปล่าแค่ไม่เคยมีใครพพูดแบบนี้กับกู งั้นมาแชร์กันก็ได้" ผมรับเงินจากอีกฝ่าย


"เข้าไปกันเถอะ หนังจะเริ่มแล้ว"


"อือ"








                หลังจากใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในโรงหนังก็ถึงเวลาอาหารเย็น พวกเรานั่งอยู่ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นร้านโปรดของจินยองและและระหว่างทานอาหารก็มีจินยองทำหน้าที่เล่าโน่นนี่นั่นให้ผมฟังเยอะแยะไปหมดแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดที่ต้องมานั่งฟังอีกคนหรอกนะ กลับชอบเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดนี้ของมันซึ่งเรื่องราวส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องทั่วๆไไปเนี้ยแหละ ทั้งเรื่องหนังที่เราเพิ่งดู เรื่องตอนที่มันขึ้นรถมาแล้วเผลอเหยียบเท้าคุณป้าข้างหน้าสารพัดเรื่องที่มันหยิบมาเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย





"กูเล่ามาตั้งเยอะแล้ว มึงมีอะไรจะเล่าให้กูฟังไหม"


"จินยองกูว่าจะบอกมึงตั้งแต่เมื่อวานเราแต่ไม่มีโอกาสบอกสักที ตั้งแต่พรุ่งนี้กูคงไม่ได้ไปกินข้าวเที่ยงกับมึงนะจะต้องไปซ้อมโชว์กับไอยู"


"มึงกับไอยูคบกัน?"


"ใครบอกมึง"


"คนเขาก็พูดกันทั้งคณะแหละ แล้วสรุปคบกัน?"


"เปล่า"


"อย่ามาโกหกกูมาร์คใครๆเขาก็พูด" อย่ามาถามกูด้วยหน้าแบบนั้นนะจินยอง


"...……………….."


"เงียบ แสดงว่าจริงช่ะ?" ถ้ามึงยังทำหน้าแบบนี้กูจะคิดเข้าข้างตัวเองแล้วนะว่ามึงหึงกู


"ทำไมหึงกูหรอครับเมียจ๋า"


"เอาหน้าไปไกลๆเลย ใครจะไปหึงมึง" มันดันหน้าผมออก "มึงเพื่อนกูจะหึงทำหอกอะไร แล้วก็อย่ามาเรียกกูเมียกูเป็นผู้ชายชอบผู้หญิง"


"...………………." เจ็บดี!!


"ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก กูไม่อยากรู้แล้ว" แพ้แล้วจินยอง ทำไมกูต้องมาแแพ้กับอีแค่คนหน้าแมวๆแบบมึงทุกทีเลยนะ


"แล้วมึงกับจีซ??" ผมกำมือตัวเองแน่นเมื่อเอ่ยคำถามจบ


"กูไม่ได้ชอบพี่จีซูแบบคนรักซะหน่อย ก็แค่แซวกันเล่นธรรมดา" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน


"แต่เมื่อวานที่กูเห็นมมึงงอยู่กับพี่เขา คือ? แล้วที่ขอไลน์กันคือ?"


"แค่มีคนฝากกูมาขอนะ แล้วเมื่อวานกูก็นัดมันให้มาเจอพี่จีซูแค่นั้น" ความรู้สึกหนักหน่วงภายในใจที่สะสมมานานหลายวันได้ทลายลงเพียงเพราะคำพูดธรรมดาของคนตรงหน้า


"ยิ้มได้แล้วหรอมึง ทำหน้าอย่างกับโลกจะแตกอยู่ได้พากูเกรงไปด้วยเลย" มันส่ายหัวอย่างหน่ายๆก่อนจะยิ้มจนเห็นหนวดแมวบนใบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อผมแกล้งฉีกยิ้มจนเห็นฟันครบ 32 ซี่ให้มัน


"มึงมีอะไรก็พูดกับกูตรงๆได้นะมาร์ค" เคยมีคนบอกมึงไหมว่าเวลามึงทำหน้าหงึแบบนี้มันน่ารักมากจนกูอย่างเก็บไว้ดูคนเดียว "มีอะไรก็เล่าให้กูฟังได้กูเพื่อนมึงนะ"


"เพื่อนสินะ" ผมพูดเสียงเบาราวกับต้องการตอกย้ำลงไปในส่วนลึกของหัวใจ


"พูดอะไรนะ กูไม่ได้ยิน"


"กูนี้โชคดีจังนะที่มีเพื่อนแบบมึง" แต่ถ้าย้อนกลับไปได้กูจะไม่ยอมเป็นเพื่อนมึงหรอกจินยอง กูจะไม่ทำแบบนั้นแน่นอน


"มึงหาเพื่อนแบบกูไม่ได้อีกแล้วแหละมาร์คเพราะงั้นรักษากูไว้ให้ดี อย่าทิ้งๆขว้างๆกูไปอยู่แต่กับสาวๆของมึง"


"กูไปทิ้งขว้างมึงตอนไหน" ผมจำไม่ได้จริงๆว่าไปทำแบบนั้นตอนไหนเท่าที่จำได้ก็มีแค่เรื่องดูหนังคราวก่อนที่ผมปล่อยให้มันรอ


"อย่าให้กูพูดเลยมาร์คเดือนหน้าก็คงไม่จบหรอกแม่งพูดแล้วขึ้นเลยๆ" มันดึงแขนเสื้อขึ้นทำเหมือนนักเลงจะวางมวยแต่ผมกลับมองว่าเหมือนแมวขู่มากกว่า


"แค่ครั้งเดียวมึงจะเก็บมาด่ากูทั้งชีวิตเลยหรือไง"


"ครั้งเดียว? มึงนี้มันจริงๆเลยนะความจำมึงสั้นหรือมึงไม่เคยใส่ใจอะไรเลยว่ะ" สายตาที่มันมองผมมันราวกับกำลังตัดพ้อบางอย่างที่ผมก็ไม่เข้าใจ


"มึงหมายความว่าไง?"


"กูก็พูดของกูไปเรื่อยแหละอย่่ามาใส่ใจอะไรกูมากเลยยรีบกินเถอะจะได้แยกย้าย" พอพูดจบมันก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าแล้วไม่เงยหน้ามามองผมอีกเลย


"จินยอง"


"...……………." มือเรียวที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากชะงักเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เงยหน้ามามองผมแม้แต่นิด


"โกรธกูหรอ?"


"เปล่า รีบกินเถอะกูมีที่ต้องไปอีก"


"ไปไหนกูไปด้วย" ผมพูดสวนขึ้นมาทันทีทีมันนพูดจบ


"มึงไม่อยากไปหรอกมาร์ค เชื่อกู"


"กูจะไปด้วย" ผมยังคงยืนยันคำเดิม


"ตามใจอย่ามาโวยวายทีหลังละกัน หึ" แววตาสนุกสนานฉายขึ้นเมื่อเจ้าเอ่ยจบ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินต่อโดยไม่พูดอะไรอีกเลย











              ชั้นไม้มากมายถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ด้านบนมีป้ายเขียนแยกหมวดหมู่แต่ละชั้นอย่างชัดเจนเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา หนังสือหลายเล่มถูกหยิบออกมาเปิดโดยมือเรียวก่อนจะถูกวางไว้ที่เดิมโดยมือคู่นั้น เวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมงแต่เจ้าของขาคู้สวยยังคงก้าวเดินไปเรื่อยผ่านชั้นหนึ่งไปอีกชั้นหนึ่งอย่างไม่รู้จักอ่อนล้า แววตาและสีหน้าที่สนุกสนานราวกับเด็กได้ของเล่นนั้นทำให้ผมตัดสินใจเดินตามอยากเพลินตา แต่เพราะเวลาล่วงเลยมานานพอสมควรคนที่เดินนำหน้าจึงเปลี่ยนความสนใจจากหนังสือเล่มสวยมาเป็นใบหน้าผมแทน







"บอกแล้วว่าไม่ต้องตามมา ไม่ชอบร้านหนังสือไม่ใช่หรือไง" มันบอกก่อนจะยิ้มขำเหมือนกับตอนแรกที่ผมก้าวเข้ามาภายในร้านนี้ หน้าผมตอนนั้นคงเหวอน่าดูเลยละที่รู้ว่าที่ที่มันจะมาคือร้านหนังสือ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับผม


"ก็ตอนแรกกูไม่รู้"


"ถ้ารู้จะไม่มา?"


"เออดิ มึงกูรู้ว่ากูไม่ถูกกันกับหนังสือ" ผมแกล้งตีหน้านิ่งส่งไปให้


"รู้แล้วก็กลับไปดิจะมาทนเดินตามกูทำไมเป็นชั่วโมง" ใบหน้าสวยถูกเปลี่ยนเป็นหงึขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนผมนึกขำ


"ก็เดี๋ยวมาบ่นว่ากูทิ้งอีก ขี้เกียจฟัง" ยิ่งเห็นหน้ามันยิ่งอยากแกล้งเข้าไปอีก


"งั้นกลับไปเลยไป ไม่อยากมาด้วยก็ไม่ต้องมาสิว่ะ ใครขอให้มาเดินตามกูล่ะ" ผมว่าผมต้องบ้าแน่ๆที่ชอบหน้าเวลาที่มันงอนเหมือนตอนนี้


"งอนกู?"


"เปล่า พูดจริง" น้ำเสียงที่จริงจังขขึ้นทำผมตกใจนิดหน่อย


"วันนี้มึงแปลกๆนะ เป็นอะไรไหหนบอกเป็นเพื่อนกันไงมีอะไรก็บอกกูสิ" ถึงจะเจ็บทุกครั้งที่พูดคำว่าเพื่อนแต่ในเมื่อเป็นได้แค่นั้นก็ต้องทำหน้าที่เพื่อนให้ดีที่สุด


"กูไม่ได้เป็นอะไรก็มึงบอกเองว่าไม่อยากมาก็แค่ไม่ต้องมาแค่นั้นก็จบแล้ว ไม่เห็นต้องมาทนอะไรเลย เมื่อก่อนมึงก็ทำแบบนี้ตลอด" มันหันไปหยิบหนังสือตรงหน้าทำให้ปประโยคหลังที่ถูกเอ่ยออกมาเบาลงแต่ผมก็พอจับใจความได้บ้าง ทำให้ภาพบางอย่างแล่นเข้ามาภายในหัวของผม










"มาร์คกินข้าวเสร็จไปดูหนังสือเป็นเพื่อนกูหน่อย"


"โทษทีนะจินยองกูนัดเยรินไปดูหนังแล้วว่ะ มึงไปคนเดียวได้ไหมใกล้ถึงเวลานัดแล้ว"


"งั้นแยกตรงนี้ละกัน รีบไปเถอะมึงนะเดี๋ยวสาวรอนานจะมาบ่นว่าเป็นเพราะกูอีก"


"โอเค กลับดีๆนะมึง"









"มาร์คมึงจะไปไหน"


"รับน้องยูริไปกินข้าว"


"แต่วันนี้พวกเรานัดกันแล้วนะ มึงลืม?"


"นัด? อ้อไปปกินข้าวอ่ะนะ เฮ้ยจินยองไว้วันหลังได้ไหมวันนี้กูนัดน้องเขาไว้แล้วไม่อยากกเบี้ยว"


"ไม่อยากเบี้ยวน้องแต่เบี้ยวกูได้?"


"ไว้วันหลังไม่ได้หรือไง กูก็อยู่กับมึงตลอดจะกินวันไหนก็ได้แต่กับน้องยูริมันไม่ใช่จะได้กินข้าวด้วยง่ายๆนะ คนนี้กูจีบนานกว่าจะยอมมากินข้าวกับกู"


"ตามใจมึงเถอะมาร์ค ใครจะห้ามอะไรมึงได้"


"น่ารักมากเมียกู"


"เมียพ่อง"


"มึงเป็นเมียน้อยพ่อกูหรอ"


"ไอ้มาร์ค!!"


"ฮ่าฮ่าฮ่า หน้ามึงนี้แม่งตลกว่ะ อย่าไปทำหน้าแบบนี้ใส่ใครนะน่าเกลียด"


"จะไปกินข้าวก็รีบไปหรือจะกิน__ก่อนกินข้าว"


"ไปแล้วครับๆๆ"








"สัสมาร์คเมื่อวานทำไมมึงไม่มาติว พวกกูนั่งรอมึงจนค่ำกว่าจะได้เริ่ม"


"ยองแจมึงจะบ่นอะไรนักว่ะก็กูไม่อยากไปกูก็เลยไม่ไป"


"แล้วทำไมมึงไม่โทรบอกก่อนว่ะ ไอ้จินมันจะได้ไม่ต้องนั่งรอมึง"


"มึงรอกูหรอจินยอง กูขอโทษนะคือกูไม่คิดว่ามึงจะรอ"


"ช่างมันเถอะแจนไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา สอบตกโดนไทร์ก็เรื่องของมันโง่ก็โง่ เรียนก็ไม่เรียน ดีแต่ม้อหญิงไปวันๆ"


"มึงโกรธกูหรอ"


"มึงเทพวกกูทั้งที่นัดติวครั้งนี้ก็เพื่อมึง มึงว่าสมควรโกรธไหมละ"


"กูขอโทษนะจะให้กูทำอะไรมึงถึงจะหายโกรธ"


"กูอยากดูหนังแต่ไม่มีเพื่อนไป ไอ้แจนมันไม่ว่าง"


"เดี๋ยวกูไปดูเป็นเพื่อนมึงเอง วันไหนนัดมาได้เลย"


"พูดแล้วก็ทำด้วยนะมาร์ค"


"แน่นอนอยู่แล้วเมียจ๋า"













"กูขอโทษ" ขอโทษทุกเรื่องเลยนะจินยอง กูแม่งเหี้ยเองแหละ


"ขอโทษทำไหมมันก็สิทธิของมึง" ดวงตาที่แสนดื้อรั้นยังคงจับจ้องหน้าหนังสือนิ่ง


"สำหรับเรื่องที่ผ่านมาทุกเรื่อง ต่อไปกูจะไม่ทำให้มึงต้องรอกูอีกหรือถ้ามึงอยากจะไปไหนกูก็จะไปด้วย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น หวังจะสื่อให้คนฟังมั่นใจในตัวผม


"...………………..." อย่าเงียบได้ไหมกูใจไม่ดี


"หลังจากวันนั้นมึงก็เห็นว่ากูทำตามที่กูพูดมาตลอด ช่วยเชื่อใจกูหน่อยว่ากูจะไม่ทำให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก"


"มึงจะหยุดพูดได้ยัง กูเลือกหนังสืออยู่ไม่เห็นหรือไง" มันเงยหน้ามามองผมก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ได้ใส่ใจอะไร


"กูเต็มใจมาเป็นเพื่อนมึงเลือกหนังสือนะ ไม่ได้ฝืนใจเลยสักนิด" ชอบด้วยซ้ำเวลาได้เห็นมึงไล่ปลายนิ้วไปบนกระดาษแผ่นบาง


"เมื่อกี้มึงยัง……………..."


"แค่แหย่เล่นนิดเดียวงอนผัวหรอจ๊ะเมียจ๋า"


"ใครเมียมึงไปได้แล้วกูเลือกหนังสือได้แล้ว" มึงนี่มันแมวขู่ชัดๆ จะทำกูหลงมึงไปถึงเมื่อไหร่ว่ะ


"ที่จริงมึงไม่ต้องมาตามติดกูขนาดนี้ก็ได้นะมาร์ค มาอยู่แต่กับกูจนผู้หญิงหลายๆคนของมึงเขม่นกูหมดแล้ว"


"กูอยู่กับมึงไม่ดีหรือไง"


"กูก็ไม่ได้ว่าอะไร สาวๆมึงเขาไม่ว่าอะไรมึงหรือไงที่มาขลุกออยู่แต่กับกู"


"กูอยู่กับเมียกูผิดหรือไง โอ้ย" ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนแขนผมเต็มแรงทำเอาคนที่อยู่ใกล้หันมามองกันเป็นตาเดียว มือหนักจริงๆเลยนะ


"เล่นไม่ดูสถานที่นะมึง ถ้ากูจะมีผัวคนที่เป็นผัวกูไม่ใช่มึงแน่นอน" หัวอุ่นนิดๆเลยกู


"ใคร มันเป็นใคร"


"มะ มาร์คมึงเป็นอะไรของมึงเนี้ยกูแค่ล้อเล่น" ใบหน้าและน้ำเสียงที่ดูหวาดกลัวของอีกคนทำให้สติของผมกลับมาอีกครั้ง เกือบไปแล้วมาร์คมึงเกือบทำตัวแย่ๆกับมันอีกแแล้ว


"ขอโทษนะจินยองกูแค่แปลกใจนิดหน่อยยที่มึงพูดแบบนั้น"


"ก็จีบหญิงที่ไหนก็ไม่ติดสักคน มึงว่ากูควรหาผัวเหมือนที่คนอื่นยุไหมว่ะ"


"ไม่!!" เสียงที่แข็งขึ้นกว่าเดิมบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี


"อะ เออรู้แล้วทำไหมต้องทำหน้าดุขนาดนั้นด้วยเล่า"


"มึงไม่เหมาะจะมีแฟนหรอกจินยองอยู่แบบนี้แหละเหมาะกับมึงสุดแล้ว" ผมพยายามควบคุมอารมณ์ให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้


"แต่กูก็อยากมีแฟนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไม่ได้หรือไงว่ะ"


"เดี๋ยวกูเสียสละเป็นผัวให้มึงเอง" กูพูดจริงนะจินยอง


"สัส เลิกเล่นได้ละเพื่อนกัน" อืม เจ็บดี












ผมเคยบอกหรือยังว่าผมเลว ทำตัวแย่ๆมาเยอะ



แต่พอเจอไอ้หน้ามันทำให้ผมอยากทำตัวดีขึ้นเพื่อมัน แต่สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่เพื่อน





















คุยกัน: มาต่อแล้วนะคะหลังจากหายหน้าไปนาน ช่วงนี้ยุ่งๆเรื่องเรียนเลยไม่มีเวลามาเขียนแต่จะพยายามมาต่อเรื่อยนะ  ขอบคุณที่ติดตามอ่านกัน เม้นติชมพูดคุยกันได้นะคะ ไว้ว่างๆจะมาลงช่องทางสำหรับเอาไว้ติดต่อพูดคุยกัน มาดึกแต่มาแล้วนะคะ  อิอิ






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #9 deeda_clear (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 20:30
    จินยองคิดแบบนั้นถูกแล้วละ ดูมาร์คทำแต่ละอย่าง ขนาดเป็นเพื่อนกัน มาร์คยังไม่รักษาน้ำใจเลย เอาแต่พูดให้เชื่อใจขนาดเป็นเพื่อนกันยังทำให้เพื่อนเชื่อใจไม่ได้เลย คำขอโทษของมาร์คไม่มีค่าเลย ผิดนัดซ้ำซาก ละชอบเค้าไม่ได้ทำไรให้เค้ารู้สึกดี แล้วจะหวังให้จินยองคิดอะไรกับตัวเอง ความนึกคิดของมาร์คใครจะไปตรัสรู้ได้แล้วมีสิทธิ์อะไรมาหวงจินยอง มาร์คน่ะมาร์ค
    #9
    3
    • #9-1 Mitsubi_AU(จากตอนที่ 4)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 22:46
      พี่มาร์คของไรท์โดนเกลียดซะแล้วหรอคะ
      #9-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #8 AnnaMTJYP (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 21:57
    เพื่อนกัน เพื่อนกัน เพื่อนกัน.. ใจเย็นๆค่อยเป็นค่อยไปนะมาร์คนะ สงสาร TT
    #8
    0