(Harry Potter) แค้นนี้ต้องชำระ!!

ตอนที่ 1 : บทนำ1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    12 ก.พ. 62





บทนำ

 

สายลมอันแผ่วเบาพัดผ่านสวนดอกไม้ภายในเรือนกระจก ดอกไม้หลากหลายสีสันมากมายแข่งกันบานชูช่อดอกอวดความงามของตน

 

ภายในเรือนกระจกนั้นต่างเงียบสงบ สวยงามจนร่างบางเจ้าของเรือนกระจกนี้ไม่อาจละสายตาไปจากพวกมันได้ ร่างบางยืนเหม่อปล่อยจิตใจไปกับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางประตูที่เปิดเอาไว้ หยอกล้อกับพวงแก้มสีแดงซีดๆราวกับว่ามันพัดเข้ามาเพื่อช่วยเยี่ยวยาจิตใจของร่างบางที่แตกสลายไปจากการมอบหัวใจให้กับคนรักที่ตอนนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว

 

วันนี้ร่างบางตั้งใจที่จะมาอวยพรให้กับงานแต่งของอดีตคนรักกับเพื่อนรัก พวกเขาแต่งกันในวันนี้และจะแต่งอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ร่างบางจึงตั้งใจที่จะมาอวยพรก่อนงานเริ่มเพราะกลัวทำใจไม่ได้ที่ต้องเห็นพวกเขาแสดงความรักกัน  กลัวว่าจะร้องไห้ออกมาให้กับภาพอันแสนบาดตา บาดใจ

 

ร่างบางคิดซ้ำไปซ้ำมา คิดตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ร่างบางนั้นสงสัยอย่างมากว่าพวกเขาไปคบกันตอนไหนหรือว่าแอบคบกัน ไม่ว่าจะคิดยังไงคำตอบมันก็ออกมาเพียงแค่ว่าไม่มีทาง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะคบกันในเมื่อร่างสูงอยู่กับเขาตลอดเวลาไม่เคยห่างไปไหน

 

เขาพยายามคิดแบบนั้นแต่มันก็เลิกคิดไม่ได้ในเมื่อความจริงมันชัดเจนขนาดนี้ว่าคนรักทำเพื่อนรักเขาท้อง

 

ตอนที่เขารู้นั้นมันเหมือนกับว่าโดนค้อนปอนขนาดใหญ่ตีแสกกลางหน้าโดยเฉพาะตอนที่เพื่อนรักจูบคนรักเขาต่อหน้าต่อตาเขาแบบนั้น  จะไม่ให้คิดมากก็คงไม่ได้ พวกเขาแสดงออกกันขนาดนั้นจะให้คิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นความฝันก็คงไม่ได้แล้ว

 

เจ็บ

 

เจ็บ มันเจ็บจริงๆ เจ็บมากๆที่โดนพวกเขาหักหลังแบบนี้  ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำอะไรให้โกรธหรือเกลียดเลยด้วยซ้ำไป ไม่แม้แต่จะทำให้ไม่พอใจ ออกจะตามใจขนาดนี้ ขนาดว่ามอบหัวใจให้ไปด้วยความรัก ความเต็มใจ จริงใจขนาดนี้พวกเขายังทำได้ลง  ตอบแทนกันด้วยแบบนี้ ช่างเป็นเพื่อนที่เลวบริสุทธิ์จริงๆ ไม่สิ ช่างเป็นคนที่เลวได้น่าขยะแขยงและน่าเกลียดซะจริง

 

ไม่น่าเสียเวลาอยู่ด้วยตั้ง7ปี เวลาทั้งหมดที่เคยให้ไปมันช่างไร้ค่าเสียจริง ไร้ค่าเหมือนความรักจอมปลอมนั่น

 

ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง

 

หึ ดีแล้วที่มันออกไปจากชีวิต ไอ้พวกงูพิษแบบนี้ขว้างมันออกไปไกลๆได้ยิ่งดี ถ้าตีให้มันตายได้ทั้งสองตัวเลยนี่ยิ่งดีจะได้ไม่ต้องมาเกะกะสายตาคนอื่นเขา  จะได้ไม่ต้องไปปล่อยเสนียดใส่ใครอีก คนอื่นเขาจะได้ไม่ต้องมาลำบากคอยเช็ดคอยถูคราบสกปรกที่พวกมันทำไว้

 

“ช่างน่ารังเกียจเสียจริง”ร่างเล็กสบถออกมาเบาๆเมื่ออารมณ์เริ่มแปรปรวนจากความคิดที่เริ่มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างเล็กพยายามที่จะสงบจิตสงบใจเข้าไว้ไม่ไปแสดงสีหน้าแปลกใส่คู่เจ้าบ่าวเจ้าสาวที่จะแต่งกันวันนี้ เดี๋ยวมันเสียบรรยากาศในงานสำคัญกันพอดีแต่เอาเถอะถ้าเขาไม่เผลอแสดงอารมณ์ที่แสนจะรุนแรงนี่ออกไปก็ไม่มีใครรู้แล้วละว่าเขานั้นคิดอะไร เขาพยายามที่จะไม่แสดงสีหน้ารังเกียจนั่นออกไป

 

ตอนแรกกะว่าจะอวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาวก่อนงานเริ่มแล้วกลับไปแต่พอลองคิดดูอีกทีแล้วคงจะไม่ดีแน่ถ้าหากว่าเพื่อนรักอย่างเขาไม่มางานแต่งของอดีตคนรักกับ(อดีต)เพื่อนรัก มันคงจะดูน่าเกลียดเกินไปเดี๋ยวคนเขาจะว่าเอาว่าไม่มาร่วมงานสำคัญของเพื่อน

 

หึ ก่อนเข้าไปในงานเขาก็คงจะต้องสวมหน้ากากที่ทุกคนคงคาดไม่ถึงว่าเด็กชายผู้ใสซื่อคนนี้จะทำเป็นนั่นก็คือการสวมหน้ากากของพวกบ้านงูหรือพวกสลิธีริน  มาดูกันเถอะว่าระหว่างสลิธีริน(แท้)กับกริฟฟินดอร์(ปลอม)ใครมันจะแสดงได้แนบเนียนกว่ากัน: )

 

แฮรี่ไปกันเถอะ งานแต่งของเฮอไมโอนี่กับมัลฟอยจะเริ่มแล้วนะ”เสียงรอนเรียกผมดังไปทั่วเรือนกระจก ผมที่ได้ยินอย่างงั้นก็เริ่มบีบน้ำตาออกมาทันทีที่รอนมา

 

“รอนนั่นนายหรอ...”ผมเรียกรอนด้วยเสียงอันสั่นเครือ แผ่วเบาและแหบแห้งเหมือนคนที่ร้องไห้มานาน ขยี้ตาให้แดงหน่อยๆเพื่อเพิ่มความสมจริง

 

“เฮ้ นายดูไม่โอเคเลยกลับบ้านก่อนไหมเดี๋ยวฉันบอกพวกพวกนั้นให้เอง”รอนถามร่างบางที่ดูเหมือนจะไม่โอเคอย่างแรงที่มางานแต่งของเฮอไมโอนี่เพื่อนรักกับมัลฟอยที่เคยเป็นคนรักแต่ตอนนี้กลับหักหลังกันได้ลงคอ  รอนนั้นคิดว่าดีแล้วละที่พวกนั้นออกไปจากชีวิตของแฮรี่เพื่อนรักของเขาได้เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงถ้ายังมีความสัมพันให้กัน

 

รอนนั้นสัญญาว่าจะดูแลเพื่อนคนนี้ให้ดี ให้ดีกว่ามัลฟอย จะมอบความรัก ความจริงใจและความซื่อสัตย์ให้อย่างเต็มใจเพราะว่าเขานั้นรักเพื่อนคนนี้ยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าอะไรก็จะมอบให้ ไม่ว่าอะไรก็จะหามาให้หรือแม้แต่ชีวิตของรอนเองก็ให้ถ้าหากร่างเล็กต้องการมัน...

 

“ฉันโอเครอน วันนี้ฉันอุส่ามาเพื่อร่วมงานแต่งของคุณเกรนเจอร์ งานสำคัญแบบนี้ในฐานะเพื่อนร่วมบ้านจะปล่อยผ่านไปได้ไง”

 

“แต่นายดูไม่โอเคเลย แฮรี่ฉันคิดว่านายควรจะพักผ่อนบ้างและฉันคิดว่านายใจดีเกินไปแล้วนะ ทั้งๆที่พวกนั้นก็ทำกับนายขนาดนี้แต่นายก็ยังให้อภัยพวกมันแถมยังมาร่วมแสดงความยินดีให้พวกนั้นอีก บางทีนายควรจะทำตัวใจร้ายบ้าง”รอนพูดเตือนสติแฮรี่ที่ตอนนี้จะร้องไห้อยู่แล้วถึงภายนอกจะยังดูร่าเริง ยิ้มอ่อนหวาน เปล่งออร่าความงามน่าเข้าใกล้เหมือนเดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือดวงตาคู่นั้นที่มักจะฉายแววตาของความเศร้าเสียใจออกมาตลอด

 

ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งน่าเป็นห่วงจากปกติเป็นคนที่ป่วยบ่อยอยู่แล้วแถมตอนนี้ยังต้องมาเสียใจให้กับพวกนั้นอีก ตอนนี้แฮรี่ก็เลยเป็นคนที่ไม่ดูแลร่างกายของตัวเอง ร้องไห้ทุกวันจนตาบวมแทบจะลืมไม่ขึ้นไหนตัวจะเริ่มร้อนขึ้นอีก

 

งานก็ต้องทำ ดูแลแฮรี่ก็ต้องดูแลจนตอนนี้รอนอยากจะบ้าตายเหนื่อยก็เหนื่อยแต่ก็ต้องคอยปลอบไม่ให้แฮรี่คิดฟุ้งซ่านมากเกินไปจนอยากจะฆ่าตัวตายเหมือนช่วงแรก

 

 ช่วงแรกทุกคนต้องคอยจับตาดูแฮรี่เอาไว้ให้ดี ไม่ปล่อยให้แฮรี่ทำตัวแปลกหรือทำอะไรที่มันสุ่มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ยิ่งเคยมีคนเห็นแฮรี่พยายามจะโดดน้ำที่ทะเลสาบอีกยิ่งต้องระแวงกันไปใหญ่ บอกเลยว่าช่วงนั้นวุ่นวายกันสุดๆ  เดือดร้อนถึงศาสตราจารย์ต้องคอยมาเดินตามตลอดเวลาแม้แต่ตอนนอนยังต้องมานั่งเฝ้า

 

ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อย นี่ดีหน่อยที่ตอนนี้แฮรี่ดูจะสนใจอะไรบางอย่างจนสามารถหลุดออกจากความเศร้าได้บ้างบางเวลาเลยไม่ต้องมีศาสตราจารย์มาเดินตามให้อึดอัดเล่น

 

“รอนฉันโอเค...”

 

“แต่..”

 

“พวกเราไปกันเถอะงานใกล้เริ่มแล้วนี่  นายคงไม่อยากเข้าร่วมงานของแต่งของคุณเกรนเจอร์กับคุณมัลฟอยสายหรอกนะ ถ้าพวกเราเข้าสายมันคงจะดูน่าขายหน้ามาก...”

 

“เฮ้อ  ก็ได้พวกเราไปกันเถอะ”

 

ผมเดินตามรอนเข้าไปในงาน  รอบๆห้องโถงนี้ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบสีชมพูเข้ากับห้องโถงสีขาวได้ดี เก้าอี้สำหรับแขกถูกคลุมทับด้วยผ้าสีชมพูอ่อนๆเพื่อให้เข้ากับงานแต่งอันอ่อนหวานเหมือนความรักอันน่าขยะแขยงของพวกเขาสองคน

 

ถึงเขาจะมีความคิดในหัวค่อนข้างจะไปทางรุนแรงมาก(เกินไป)แต่เขาก็ยังต้องสวมหน้ากากให้แน่นที่สุดแบบที่โดนอะไรก็ไม่หลุดแม้แต่อารมณ์ที่แสดงออกมาผ่านทางสายตายังต้องควบคุมให้มันดูสั่นไหว เสียใจและเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับที่ทำมาตลอด2เดือนในฮอกวอตส์นั่นแถมตอนนี้มีสลิธีรินอยู่80%ของงานด้วยก็ต้องแสดงให้แนบเนียนที่สุด เอาให้พวกนั้นจับไม่ได้ถ้าเกิดจับได้คงจะถูกมองไม่ดีแน่ๆ

 

เพราะถ้าถูกมองอย่างงั้นมันคงจะขัดกับภาพลักษณ์อันแสนบริสุทธิ์และใสซื่อของเขาเป็นแน่ๆ

 

อีกอย่างคนที่ต้องโดนมองด้วยสายตารังเกียจ ชิงชังมันต้องเป็นพวกนั้นไม่ใช่เขาเพราะเหตุผลนี้เลยต้องมาวันนี้ มาเพื่อซ้ำเติมกองไฟที่สุมอยู่ในใจทุกคนให้มันแรงขึ้นกว่าเดิม เพิ่มความเกลียดชังให้ทุกคนเอาให้พวกนั้นไม่มีที่ยืนในสังคมอีกเลยแม้แต่น้อย

 

“แฮรี่ นายโอเคใช่ไหม”ผมหันไปมองพาร์กินสันที่อยู่ด้านข้างซ้ายของผม เธอมองผมด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความสงสาน เสียใจและขอโทษ

 

“ฉันโอเคดีพาร์กินสัน ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ”ยิ้มอ่อนๆให้นิดหน่อยเสริมความน่าสงสารเข้าไปอีกนิดนึง

 

“นายไม่ต้องฝืนยิ้มก็ได้”ภายในงานทุกคนพร้อมใจกันเงียบแถมยังแอบมองเป็นระยะราวกับว่าต้องการที่จะฟังประโยคของแฮรี่อดีตคนรักของเจ้าของงาน“ตามจริงนายไม่ต้องมาก็ได้นะแต่นี่นายกลับมาทั้งๆที่เจ้าของงานนี้ทำร้ายนายขนาดนี้ นายยังมาให้พวกเขา นายจะใจดีเกินไปแล้วแฮรี่..”

 

“ฉันต้องมาอยู่แล้วสิก็ในเมื่องานนี้เป็นงานของคุณเกรนเจอร์กับคุณมัลฟอยนี่นา พวกเขาเป็นเพื่อนของพวกเราทุกคน ฉันก็ต้องมาแสดงความยินดีกับพวกสิจริงไหม”

 

“โถ่ นายช่างใจดีเหลือเกิน”พาร์กินสันรวบแฮรี่ไปกอดโดยไม่สนใจคู่บ่าวสาวที่กำลังประกอบพิธีกันอยู่

 

“ขอบคุณ”

 

“นายควรพักผ่อน”

 

“ฉันก็คิดว่าจะกลับไปพักหลังจากงานนี้จบแล้ว  ฉันคงต้องใช้เวลานานกว่าที่คิดเพื่อที่จะเยียวยาหัวใจดวงนี้”แฮรี่เริ่มปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเรื่อยๆโดยไร้เสียงสะอื้นใดๆเหมือนกับคนที่กลั้นน้ำตาไม่ไหวเมื่อเห็นสองคนนั้นจูบกันในขั้นตอนการสาบานนี้

 

ภาพของแฮรี่ที่ร้องไห้กลางงานแต่ง ร่างกายที่ยังเหมือนเดิมแต่แค่ปล่อยออร่าของความเศร้าหมองออกมายิ่งทำให้ผู้คนที่เห็นสงสารและพร้อมใจกันสาปแช่งคู่บ่าวสาวในงานนี้มากยิ่งขึ้นที่ทำให้แฮรี่ที่พวกเขาทุกคนคอยดูแลมาตลอดนั้นเสียใจ

 

“อึก แค่กๆ”อยู่ดีๆแฮรี่ก็ไอออกมาแถมมีเลือดไหลออกมาจากปากอีกด้วย มือบางๆนั่นกุมไปที่หัวใจอย่างแรงเพื่อพยายามลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการตัดพันธนาการที่เคยทำไว้ มันสร้างบาดแผลให้กับหัวใจโดยตรงเมื่อครั้งที่ทำนั้นใช้ชีวิตของตัวเองมาร่วมคำสาบานนี้ ถ้าหากมีคนฉันพันธะออกโดยที่อีกคนไม่เต็มใจคนที่จะตายก็คือคนที่ไม่ยอมตัดใจตามข้อตกลงที่ให้ไว้และตอนนี้มันกำลังกัดกินหัวใจของแฮรี่อยู่ อีกไม่นานก็จะถึงเวลาตายแล้ว

 

ตึง

 

แฮรี่ทรุดลงไปที่พื้นอย่างแรงพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากปากเรื่อยๆจนแทบจะหมดตัวแต่ความเจ็บปวดก็ไม่ปล่อยให้แฮรี่เจ็บนานนักจึงตัดเส้นชีวิตให้ขาดทันที

 

เจ้าบ่าวเจ้าสาวเริ่มเห็นความผิดปกติของแขกในงานที่ตอนนี้เริ่มกรีดร้องและร้องไห้ออกมาเหมือนกับพวกเขาโดนพรากสิ่งสำคัญไป

 

“เกิดอะไรขึ้น”เดรโกพูดออกมาเบาๆเมื่องานแต่งที่ควรจะมีแต่ความยินดีหรือความสุขกลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและความจริงก็ปรากฎสู่สายตาพวกเขาเมื่อเห็นรอน วิสลีย์อุ้มร่างของแฮรี่ พอตเตอร์หรืออดีตคนรักของเขาออกไปในสภาพโชกเลือดแถมยังดูรีบร้อนจนผิดปกตินั่นยิ่งทำให้เขานั้นรู้ในทันทีว่าการตัดพันธะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

“ไม่นะ อึก”เดรโกทรุดลงไปที่พื้นอย่างแรงพร้อมทั้งรับรู้ได้ถึงเลือดที่ตอนนี้มีอยู่เต็มปากของเขาพร้อมทั้งไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในหนังสือมันระบุไว้แค่คนเดียวแต่ตอนนี้ดันกลายเป็นสองคนไปได้แถมมันยิ่งเจ็บปวดมาก เจ็บมากพอที่จะตัดชีวิตได้ในทันทีแต่มันก็ไม่ตัดมันปล่อยให้เดรโกเจ็บปวดนานนับชั่วโมงเลยก็ว่าได้และพวกเขาสองคนก็จากไปตลอดการภายในงานแต่งนี้

 

จากงานแต่งที่อบอวนไปด้วยความสุขกลายเป็นงานแต่งที่เต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ..

 

“คัท!!!

 

 

 


   --- คุยกับไรท์ ---

   สวัสดีค่ะทุกคน ไรท์ชื่อเตยนะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แต่ง ข้อมูลเกี่ยวกับแฮรี่ พอตเตอร์คนดังของเราอาจจะไม่แน่นมากเท่ากับคนอื่น(ไม่ค่อยได้ดูด้วย ยิ่งเป็นคนอินกับหนังยากอีกเลยไม่ค่อยไปดู)ถ้ามีอะไรแนะนำก็แนะนำเราได้นะคะ 

ผิดพลาดประการใดก็ขอโทษไว้ก่อนนะตรงนี้ // กราบงามๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น