เปลวปรารถนา [Burning Desire]

ตอนที่ 2 : เปลวปรารถนา - บทนำ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ก.ค. 56

 

 

 

This Is My... Curse

คำสาบของฉัน

There Is Love Burning To Find You

ไม่อาจจะพบเจอเธอได้อีก

Will You Wait For Me?

เธอจะรอฉันไหม?

 

            ต้นสนใหญ่ริมสองข้างทางไหวกิ่งไปมาตามแรงลมที่พัดสะบัดอย่างเกรี้ยวกราดราวกับโกรธแค้นสรรพสิ่งที่อยู่รอบด้านมานานนับทศวรรษ


           
แสงแปลบปลาบสีเงินวาบผ่านเข้ามาทางกระจกรถเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงครืนครางคำรามดังจากท้องฟ้าที่เริ่มแปรเป็นดำทะมึนดุจน้ำหมึก  เมฆขาวที่ลอยอ้อยอิ่งเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเริ่มเลื่อนมาจับกลุ่มกันหนาทึบจนไม่หลงเหลือแสงอัศดงให้มองเห็นอีกต่อไป

          แลนด์โรเวอร์สีเขียวที่แล่นฉิวมาตามถนนลาดยาดเลียบตีนเขา ชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้ง ก่อนที่ปลายเท้าเล็กจะเหยียบเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่เส้นทางราบเรียบปกติ 


          สถาปนิกสาวเจ้าของรถทอดสายตาออกไป รู้สึกตื่นเต้นน้อยๆ ระหว่างผ่านสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นสนเขียวชอุ่ม  โชคดีที่บริเวณนี้เป็นเขาไม่สูงและคดเคี้ยวมากนัก หากแต่ด้วยความที่ไม่เคยเดินทางห่างไกลจากบ้านขนาดนี้มาก่อนทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นใจไม่ได้  เมื่อสายฝนที่โปรยปรายลงมาเบาในช่วงแรกเริ่มก่อตัวลงมาหนักมากขึ้น

           “พยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้ว่าไม่มีฝนนี่ แปลกจริง หญิงสาวนิ่วคิ้วพึมพำอย่างหัวเสียพอนึกถึงเสียงรายงานข่าวที่ฟังมาตอนเช้า พลางมองเข็มคันเร่งบนหน้าปัดที่ขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆจนน่ากลัว หล่อนคิดว่าหากมารดาหล่อนนั่งมาด้วยแขนขาวๆของหล่อนคงเขียวปั๊ดแน่  ก่อนที่นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลหวานซึ้งของหญิงสาวจะจ้องเขม็งไปยังบานกระจกที่กำลังถูกด้ามปัดน้ำฝนขยับชะล้างเป็นจังหวะรัวเร็ว ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำอย่างรุนแรง ในขณะที่ฝ่ามือบางก็กำพวงมาลัยแน่นขึ้น เมื่อทัศนียภาพภายนอกเริ่มพร่ามัวไปด้วยเม็ดฝนที่สาดลงมาอย่างหนักหน่วงจนแทบมองไม่เห็นอะไร 

          เปรี้ยง!!

          เสียงสายฟ้าฟาดผ่านปราการเมฆลงมาอย่างโกรธเกรี้ยว พอดีกับช่วงที่ล้อรถหักเลี้ยวบนทางโค้งหักศอก กระแสลมพัดฮือหอบทั้งน้ำฝนและใบไม้แห้งปลิวกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

          ปลายนิ้วเล็กกดเร่งคันปัดน้ำฝันจนสุดระดับ ทำให้ด้ามปัดน้ำฝนที่อยู่คู่กันมาหลายปีเริ่มส่งเสียงเอียดอาดยามปาดเม็ดฝนที่หล่นกระแทกกระจกจนเจ้าของรถต้องถอนหายใจพรืดยาวกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะพยายามเพ่งมองเส้นถนนที่อยู่เบื้องหน้าอย่างแน่วนิ่งอีกครั้ง ทว่าภายที่ปรากฏบนดวงจักษุของหญิงสาวหาได้ชัดเจนขึ้นไปจากเดิมไม่ 

          หล่อนตัดสินใจมองเส้นทางตามเครื่อง
GPS ซึ่งเป็นสิ่งที่พอช่วยหล่อนคลำทางได้ในยามนี้ แล้วเหยียบเร่งความเร็วไปอย่างต่อเนื่องไปในทันที หล่อนศึกษาเส้นทางมาเกือบสองวัน  บ้านของลูกค้าคนนี้แม้อยู่บนเชิงเขาห่างไกลตัวเมืองมากซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าบนถนนหนทางที่หล่อนกำลังขับผ่านนี้จะไม่มีรถใหญ่สวนมาแน่ 

          ระหว่างที่คิดไปอย่างแม่นมั่น รถบรรทุกคันใหญ่ไม่รู้มาจากไหนขับสวนลงมาด้วยความเร็วสูง ไฟกระพริบสูงสาดมาที่รถหล่อนพร้อมกับลั่นแตรอย่างรัวเร็ว 

          ปริ้นน  ปริ้นนน  ปริ้นนนนน

          เท้าของลดานันท์ละออกมาจากคันเร่งอัตโนมัติด้วยความตกใจกับเสียงแตรรถที่ดังแทรกเข้ามาทางผ่านเพลงโปรดของหล่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะเกร็งร่างผวาเหยียบเบรกสุดเท้า ส่งผลให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงบวกกับพื้นถนนที่ลาดลื่นเริ่มทรงตัวไม่อยู่
 

          ดอกยางล้อรถครูดกับพื้นถนนดังสนั่น ละอองน้ำฝนแตกกระจาย หญิงสาวหักพวงมาลัยหลบจนรถหมุนคว้าง ในชั่ววินาทีแห่งความเป็นความตาย หล่อนแทบลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง  ทำอะไรไม่ถูกนอกจากกรีดร้อง เมื่อรถยนต์พุ่งตัวเข้ากิ่งไม้หักท่อนยักษ์ที่หักขวางอยู่ด้านหน้า 

          ทุกอย่างสงบลงในวินาทีต่อมา สายฝนยังคงเทกระหน่ำอย่างรุนแรง หากแต่แลนด์โรเวอร์คันเก่งกลับเงียบสงบมีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลที่สาดลึกเข้าไปในพุ่มไม้หนา ฝ่ามือที่กำยึดพวงมาลัยตกลู่ลงมากองที่หน้าตักอย่างไร้เรี่ยวแรง สันหลังเอนหาพนักเบาะ ก่อนที่ทุกส่วนของร่างกายแน่นิ่ง… 





            “ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? พากลับไปซะ

           
นายท่านแน่ใจแล้วหรือขอรับ?อยากให้นางนี้ไปจากห้องนี้จริงๆ

          ชายหนุ่มเจ้าของห้องเอียงศีรษะ ทอดมองดวงหน้าหวานละมุนบนหมอนเขาอย่างลังเลกับเสียงหัวใจตัวเอง เขาเฝ้ามองหล่อนมาเนิ่นนาน หวังว่าหล่อนจะจดจำเรื่องราวของเขาได้สักวันเล็กน้อยก็ยังดี  ทว่าเขาก็ต้องผิดหวังกลับมาจมกับรู้สึกเจ็บปวดที่ได้แต่ลอบมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า


            ตอนนี้นางไม่ใช่แอนเดรียคนเดิมแล้ว  เสียงตอบตามมาค่อนข้างทุ้มต่ำ ใจหนึ่งเขาก็อยากปล่อยหล่อน แต่อีกใจเขาก็รู้สึกทรมาน ลำคอของเขาเริ่มแห้งผากจนต้องเลียริมฝีปากตัวเองขณะจ้องมองริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อที่เผยอขึ้นน้อยๆราวกับเรียกร้องหาจุมพิตจากเขา

         
แต่ถ้านางได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่...กับนายท่านสักพัก นางจะจำตัวตนของตัวเองได้แน่!!” ชายสูงวัยกล่าวอย่างมั่นใจก่อนจะใช้ไม้เท้าประคองร่างของตัวเองที่ร่วงโรยวัยหนุ่มแสนนานแล้วถอยหลังก้าวออกไปเงียบๆ ปล่อยให้คนอ่อนกว่าวัยตัดสินใจอยู่ตามลำพัง

          ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่น และคลายตัวลงอย่างช้าๆ ชายหนุ่มพยายามแข็งใจเสไปมองทางอื่นหลายครั้ง หากสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่เดิม
 


          ฉันควรทำยังไงกับเธอดี  ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาเบาๆกับตัวเองแล้วก็ขบกรามตัวเองแน่น เพราะเขาไม่สามารถต้านทานความเย้ายวนใจของร่างที่อยู่ตรงหน้านี้ได้เลย ทั้งกลิ่นหอมหวานจากกายสาวกรุ่นที่กำจายไปทุกอณูผิวสัมผัส ทั้งเสียงหัวใจที่คะนึงหามานานสั่งการให้ร่างกายเดินหน้ารุกเร้ามากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ 

          แสงไฟวอมแวมจากเปลวเทียนไขสีขาวข้างมุมห้อง ช่วยให้เขาได้มองเห็นใบหน้าคมหวานยามหลับใหลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ใบหน้าของหล่อนเรียวรูปไข่ล้อมกรอบด้วยผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโตประดับด้วยขนตางอนหนาเป็นแพและคิ้วเรียวโก่งได้รูปเช่นเดียวกับสีผม  จมูกโด่งเล็กคมสันรับกับริมฝีปากอิ่มระเรื่ออย่างเหมาะเจาะราวกับเทพเจ้าตั้งใจปั้นแต่งมาไว้ 


          ชายหนุ่มเอื้อมมือไปไล้กลุ่มผมนุ่มที่ตกลงมาตามแนวลำคอระหงอย่างแผ่วเบา  ก่อนชะงักที่เนินอกขาวผ่องที่ดันพ้นรอยแยกสาปเสื้อขึ้นมาเป็นรูปร่าง  เขามองอย่างรู้สึกปั่นป่วนในช่องอก เลือดในกายแล่นพล่านด้วยแรงปรารถนาอันเร่าระทึก

          ในนาทีที่ร่างสูงรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง สายตาคมก็ประสานกับเจ้าของดวงตาหวานซึ้งซึ่งกำลังปรือขึ้นมาทางเขาช้าๆอย่างเริ่มรู้สึกตัว หญิงสาวพยายามใช้แขนชันตัวขึ้นมานั่ง  แพขนตางอนหนาขยับกระพริบน้อยๆมองร่างสูงใหญ่ข้างกายอย่างงวยงงระคนประหลาดใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เพียงจะขยับตัวออกห่างจากขอบเตียงไปเท่านั้น ทว่ายังสะบัดหน้าใส่หล่อนราวกับรังเกียจเดียดฉันท์เต็มทน 

         
คุณ...จากเดิมที่ตั้งใจจะถามว่าเขาเป็นใครหมดสิ้นลงทันที หญิงสาวจึงรีบก้มหน้าสำรวจเสื้อผ้าของตนเองเป็นการใหญ่ด้วยความสงสัยว่าเหตุทำไมชายหนุ่มจึงทำท่าเช่นนั้นให้

          ยังอยู่ชุดเดิม ครบถ้วน  ร่างบางถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงหล่อนจะมีเพื่อนผู้ชายเป็นส่วนใหญ่แต่หล่อนก็ไม่ใช่เป็นพวกปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครฟรีๆ


         
ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วที่นี่ที่ไหน?”
          นอกจากร่างนั้นจะไม่ตอบแล้ว ยังเดินหนีไปหน้าประตูห้องดื้อๆ และนั่นก็ทำให้หญิงสาวต้องรีบลุกพรวดลงมาจากเตียง วิ่งไปรั้งแขนเขาเอาไว้ หล่อนจำได้แล้วว่ารถของหล่อนชนเข้ากับกิ่งไม้หัก จากนั้นหล่อนก็ไม่รู้สึกตัวอะไรอีก อาจจะมีคนมาช่วยหล่อน และนี่แหละที่หล่อนจะต้องรู้ให้ได้ว่าตอนนี้หล่อนอยู่ที่ไหนและใครคือพลเมืองดีที่ช่วยชีวิตหล่อนไว้

         
นี่คุณไม่ได้ยินที่ฉันถามเหรอ!!”  เสียงหวานถามเขาอย่างเอาเรื่อง  เพียงสัมผัสจากมือหญิงสาว เขาก็รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างของเขากำลังจะแตกระเบิด เขาหันไปมองหญิงสาวด้วยดวงตาเป็นประกายวาบวับดุจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในถูกปลุกเร้าขึ้นมา ฉับพลันมือขวาของเขาก็เอื้อมออกไปคว้าเอวบางเข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของอย่างดุดัน 


          ด้านคนไม่ทันตั้งตัวกับการจู่โจมอย่างรวดเร็วของเขาถึงกับงงงันทำอะไรไม่ถูก หล่อนพยายามขืนตัวดันร่างเขาให้ออกห่าง หากแต่ติดมือหนาที่ดันอยู่บนแผ่นหลังตรึงให้หล่อนอยู่กับที่ 


          ปล่อยนะ จะบ้าหรือยังไง!!” ริมฝีปากอิ่มบิดต่อว่าอย่างโมโห ก่อนที่จะทันได้พูดอะไรต่ออีกร่างหล่อนถูกเขาผลักไปยืนกลางห้อง 

          เพียงสบสายตาที่เต็มไปด้วยประกายเรียกร้องชวนหลอมละลายคู่นั้นเขาเขาแค่แวบเดียว ถ้อยคำต่างๆที่เตรียมจะพ่นด่าหดหายไปในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับเศษกระดาษที่ว่างเปล่า มือไม้ที่ผลักเขาเมื่อก่อนหน้าอ่อนลู่ลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง สองขาที่พยายามจะถดถอยหลังหนีเขาอย่างดื้อรั้นก็หยุดนิ่งดั่งถูกมนตราสะกด    

 
          นาทีนี้หล่อนรู้เพียงแค่หยุดมองผู้ชายฉวยโอกาสคนนี้ไม่ได้  รูปร่างของเขาสูงใหญ่ เมื่อเทียบกับตัวหล่อนที่ยืนอยู่กับเขาแล้วศีรษะหล่อนเลยช่วงไหล่เขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่อะไรก็ไม่ทำให้หล่อนสะดุดเท่ากับดวงตาของเขา ดวงตาของเขาคมกริบเป็นสีเทาราวเนื้อเหล็กที่เย็นเยียบอย่างไรอย่างนั้น   ทว่าแปลกที่หล่อนกลับรู้สึกว่ามันช่างดูอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก


          ขณะที่ร่างมือกำลังอยู่ในภวังค์ความคิดตัวเองนั้น มือแกร่งก็จับแขนนุ่มไว้แน่น แล้วดึงร่างหล่อนเข้ามาใกล้ชิดให้มากขึ้นจนทรวงอกอิ่มเบียดชนกับแผงอกเขา ก่อนที่ปากของเขาลดต่ำลงมาครอบครองริมฝีปากอิ่มนุ่มดุจกลีบกุกลาบอย่างเร่าร้อนโดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้คิดอะไรอีก 


          เขาจะไม่หยุดอีกแล้ว จะไม่หยุดแค่การมองหล่อนอีกแล้ว....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #12 whitemall (@khunpa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 22:41

    ว้าว  ลึกลับน่าติดตาม

    #12
    0
  2. #3 super_tonor (@supertonoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 / 12:09
    ว้าวววว
    แค่บทนำก็สนุกสนาน น่าติดตามมากจ้าา
    #3
    0