'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 42 : บทที่ 38 ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    3 เม.ย. 64

 

 

โดยไม่มีใครรู้ตัวปราณที่ค่อยๆ ก่อร่างกายคล้ายกับรูปร่างที่เด่นชัดขึ้นนั้นก็ค่อยๆ ลามเลียไปทั่วร่างของหยางชิงหลงและเริ่มกัดกินผิวหนังของชายหนุ่มอย่างช้าๆ จนแม้แต่ปราณคุ้มกายที่เป็นปราการด่านสุดท้ายของเขานั้นก็ค่อยๆ ถูกทำให้ปริแตกออกจากทางด้านในและด้านนอก จนตอนนี้หากสังเกตดีๆ จะเห็นไอเลือดที่เริ่มลอยหายเข้าไปในร่างปราณของมังกรที่ยิ่งดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

 

“พลังของบัวน้อยที่อยู่ในร่างกำลังถูกมังกรนั่นกลืนกินแล้ว เราจะทำอย่างไรกันดีท่านพี่” หลี่ไป๋หู่กล่าวออกมาด้วยความแตกตื่น เพราะหลายเดือนมานี้เขาและพี่ชายใหญ่ของบ้านตระกูลหลี่นั้นได้รับการฝึกฝนแบบพิเศษจากน้องสาวอันเป็นที่รักของพวกเขา แม้ว่าช่วงแรกๆ นั้นทั้งสองจะไม่ได้เชื่อถืออะไรมากมายนัก เพราะลำพังความเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณหรืออะไรทำนองนั้นก็ไม่ได้รับการยอมรับในแถบนี้อยู่ก่อนแล้ว 

 

แต่ว่าไม่นานหลังจากที่ทั้งสองได้ถูกน้องน้อยที่พวกเขาเฝ้ารักเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดหลายปีใช้เพียงแค่มือเดียวก็… จะเรียกว่าอย่างไรดีล่ะ ตามคำพูดของนางแล้วเขาสองคนพี่น้องที่ผ่านการฝึกฝนมานานปีนั้นสำหรับนางเป็นแค่กระสอบทรายให้นางทุบตีเล่นเพียงเท่านั้น จิตใจของทั้งสองนั้นแทบอยากจะเถียงใจแทบขาด เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าจะเป็นหลี่เหรินเจี๋ยหรือหลี่ไป๋หู่แล้ว ทั้งสองคนก็เคยออกไปสนามรบที่แท้จริงและเคยรบราฆ่าฟันคนมาไม่น้อย ไม่ต้องกล่าวถึงหลี่ไป๋หู่ที่เป็นถึงรองแม่ทัพที่สังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน แม้แต่หลี่เหรินเจี๋ยเองกว่าจะได้นับการยอมรับแม้ว่าจะไม่ถึงพันก็มีหลายร้อยชีวิตที่ต้องสังเวยให้แก่เขา

 

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าน้องสาวที่ผิวเนียนนุ่มราวกับทารกทั้งยังรูปร่างเมื่อเทียบกับทั้งสองแล้วก็ราวกับว่าวที่พร้อมจะลอยไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ แต่กลับไปเป็นว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามือบางๆ คู่นั้นแล้ว ต่อให้พวกเขาทั้งสองคนเข้ากลุ้มรุมก็แม้จะทำให้นางเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่หรือให้นางใช้มือข้างถนัดก็ยังจำไม่ได้

 

ตั้งแต่นั้นนั้นมาทั้งสองก็ยินยิมให้น้องสาวของเขาทั้งสองคนฝึกฝนพวกตนตามในแบบที่นางต้องการ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองก็รับรู้ได้ถึงความพิเศษในพลังปราณของน้องสาวของพวกเขาทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความบริสุทธิ์ที่รู้สึกได้อย่างชัดเจน หรือว่าจะเป็นความเข้มข้นของพลังที่เมื่อลองเทียบกันแล้วปริมานพลังที่นองสาวของพวกเขารีดเค้นออกมาเพียงน้อยนิดพวกเขาทั้งสองที่ร่วมมือกันต่างก็ต้องใช้พลังไปทั่วร่างมากกว่ากึ่งหนึ่งเพื่อขัดขวางการโจมตี

 

และที่สำคัญที่สุดก็คือกลิ่นอายที่ชวนให้ผู้ที่ได้สัมผัสมันนั้นรู้สึกได้ถึงความสงบระงับราวกับว่าพลังปราณของนางนั้นเป็นพลังจากสวรรค์ก็ไม่ปาน มันจึงทำให้ทั้งสองสามารถที่จะสัมผัสได้ถึงพลังปราณของเหลียนฮวาตั้งแต่ที่พวกเขาเดินทางมาถึงที่นี่ตั้งแต่ต้น และทั้งสองยังจำได้ถึงคำบอกกึ่งคำสั่งของน้องน้อยเมื่อตอนก่อนที่นางจะให้ทั้งคู่มาสังเกตการณ์

 

‘ในตอนที่ข้ารักษาฝ่าบาทอยู่นั้นข้ารับรู้ได้ถึงพลังสายหนึ่งที่อยู่ในร่างของพระองค์ และข้ารู้สุกว่ามันกำลังกลืนกินพลังของข้ามากขึ้นจนขัดขวางการรักษาฝ่าบาทจนทำให้ข้าต้องใช้พลังไปแทบทั้งหมดเพื่อช่วยเยียวยารักษาพระองค์ให้พ้นจากขีดอันตราย’ ใบหน้าที่ซีดเซียวของหญิงสาวเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงสิ่งที่นางกล่าวมา และทั้งสองเองแปลกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของตนเช่นเดียวกันเพราะสำหรับทั้งคู่แล้วพลังที่อยู่ในร่างบางนั้นมหาศาลมากจนพวกเขาไม่อาจจะเทียบได้ แต่อะไรกันที่สามารถที่จะกลืนกินมันได้?

 

‘ข้าฝากท่านพี่ทั้งสองช่วยไปสังเกตการณ์ทางเขาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ข้ารู้สึกแปลกๆ กับอะไรบางอย่างที่อยู่ร่างของเขาเป็นอย่างยิ่ง ข้ากลัวว่ามันจะเป็นอะไรที่พวกเราไม่อาจจะรับมือได้ ถ้าหากไม่มีอันใดเกิดขึ้นก่อนตะวันจะตกดินของวันพรุ่งนี้ก็แล้วไป แต่ถ้าหากว่ามีอะไรเกิดขึ้นช่วยกลับมาตามข้าให้เร็วที่สุดนะเจ้าคะ บางทีข้าอาจจะรู้สึกไปเอง แต่บางทีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจจะมีเพียงแค่ข้าแต่เพียงผู้เดียวที่หยุดยั้งมันได้…’

 

‘แล้วเรื่องของพวกจากข้างนอกนั่นเล่า จากสายข่าวของเราเจ้าก็รู้ว่าตอนนี้มันอ่อนไหวมากขนาดไหน ไม่รู้ว่าพวกมันจะลงมือเมื่อไหร่…’ไป๋หู่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เห็นด้วย

 

‘ท่านพี่อย่าลืมสิเจ้าคะ ว่าที่ผ่านมาข้าได้ทำอะไรเอาไว้บ้าง… แก๊งดอกบัวของข้าไม่ใช่ไม้ประดับหรอกนะเจ้าคะ’หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างเฉิดฉายจนสองพี่น้องได้แต่จำใจจากมา เพราะไม่อาจจะเถียงกับน้องน้อยของพวกเขาได้ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่หลังจากที่นางฟื้นคืนมาจากความตายในครั้งนั้นน้องสาวที่น่ารักสดใสของพวกเขาก็กลายเป็นจิ้งจอกจอมเล้าเล่ห์ไปเสียได้…

 

 

ปัจจุบัน

 

 

“เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเจ้ารีบกลับไปตามน้องเถอะ” หลี่เหรินเจี๋ยยังคงสงบอยู่แม้สถานะการด้านล่างจะรุนแรงมากกว่าที่พวกเขาคาดการณ์กันเอาไส้ก็ตามที

 

“แล้วเรื่องทางนี้…ท่านพ่อกับคนอื่นๆ?” 

 

“เจ้ารีบไปเถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนไปบอกนาง เพราะถ้าช้าไปกว่านี้ข้ากลัวว่าสิ่งที่ข้าคิดมันจะเกิดขึ้นจริงๆ…”

 

“ท่านพี่หมายความว่า”

 

“ใช่…มังกรแท้จริง”

 

 

ในขณะที่หลายๆ คนกำลังแตกตื่น หลายๆ คนกำลังวุ่นวาย หรือแม้แต่หลายๆ คนกำลังหวาดกลัวต่อความตาย แต่ตอนนี้ตัวต้นเรื่องกำลังดำดิ่งอยู่ในสถานที่อันแปลกประหลาดจนไม่สามารถที่จะบรรยายมันออกมาเป็นคำพูดได้ ไม่สิ ตอนนี้แม้กระทั่งตัวเองมันยังจำไม่ได้ มันรู้เพียงแค่ตอนนี้มันรู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาในร่างกายของมัน และมันรู้เพียงแค่ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะต่อต้านอีกฝ่าย…มันรู้เพียงแค่นี้ 

 

 

“ว่าไงเจ้าหนู เจ้าจะต่อต้านข้าไปทำไม มนุษย์ตัวจ้อยอย่างเจ้าจะขัดขืนข้าไปเพื่อการใดเล่า จริงๆ เจ้าควรจะยินดีเสียด้วยซ้ำที่ร่างของเจ้าสามารถเป็นภาชนะให้แก่สัตว์เทวะอย่างข้าผู้นี้” น้ำเสียงเย่อหยิ่ง เก่าแก่ และให้กลิ่นอายสูงส่งเกินบรรยาย กำลังกล่าวจนชายหนุ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่นั้นเป็นความผิด จนกระทั่งชั่วความคิดหนึ่งมันหยุดการกระทำที่ต่อต้านอีกฝ่าย จนเหลืออีกเพียงแค่อีกนิดเดียวตัวมันก็จะสูญสิ้นไปตลอดกาลเสียแล้ว 

 

‘ท่านผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อข้า ข้าผิดหวังในตัวของเจ้านัก’ ในขณะที่จิตของมันกำลังจะขาดสะบั้นลง ในช่วงสุดท้ายมันก็ได้ยินเสียงของสาวน้อยคนหนึ่งดังแว่วมาจากไกลแสนไกล…แต่เสียงอันแผ่วเบานั้นเองที่ราวกับยาอมตะให้กับจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลาย จนกระทั่งความทรงจำที่ขาดหายไปยังกลับคืนมาได้

 

“หืม” จิตวิญญาณของมังกรฟ้าถึงกับอดแปลกใจไม่ได้ ชั่วชีวิตของมันเคยเจอผู้คนมากมาย เข่นฆ่าเทพเซียนมาก็ไม่น้อย แต่สำหรับมนุษย์ตัวจ้อยที่จิตตานุภาพเข้มแข็งพอจะขัดขืนต่อจิตวิญญาณแห่งมังกรแท้จริงอย่างมัน ถึงต่อให้มันบาดเจ็บสาหัสจากครั้งอดีต แต่ถึงอย่างนั้นขนาดเทพรุ่นใหม่ยังไม่อาจที่จะขัดขืนความต้องการของมันได้ 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าหนุ่มขนอ่อนผู้นี้ยังสามารถที่จะต่อต้านความต้องการของมัน กระทั่งฝืนดึงเรียกความทรงจำที่ถูกมันผิดผนึกเพื่อให้ง่ายต่อการกลืนกินจิตวิญญาณและร่างกายนี้ได้ง่ายๆ แต่กลับกลายเป็นว่ามันกลับสามารถที่จะต่อต้าน…ใช่แล้วมนุษย์ตัวจ้อยผู้นี้สามารถต่อต้านมันได้!

 

“บัวน้อย…” เสียงพึมพำแผ่วเบาที่ดังออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ “พี่จะกลับไปหาเจ้า พี่จะกลับไปให้เจ้าลงโทษ”

 

ราวกับเรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่คำโกหก ตอนนี้ร่างจิตของชายหนุ่มกลับมาเด่นชัด แม้กระทั่งสภาพแวดล้อมที่ขุ่นมัวเองก็กลายเป็นวิวทิวทัศน์ยอดเขาสูงเขียวขจีที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดอกไม้นานาพรรณที่กำลังประชันขันแข่งกันเบ่งบาน ส่วนตีนเขานั้นห้อมล้อมไปด้วยหมู่เมฆสีขาวสะอาดตากว้างไกลสุดสายตา ซึ่งตอนนี้โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว ตัวมันได้มายืนอยู่ที่กลางลานกว้างขนาดมหึมาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลานฝึกยุทธ์ ที่ตัวมันกำลังยืนเหม่อลอยอยู่ที่จุดกึ่งกลาง ซึ่งหากมันมีสติสักหน่อยจะมองเห็นมังกรจีนสีครามตัวมหึมากำลังโอบล้อมยอดเขาแห่งนี้โดยที่ส่วนหัวของมันกำลังจ้องมองมาที่กลางลานต่อสู้…

 

จ้องมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังเหม่อมองบางสิ่งอยู่…

 

ภาพของเด็กน้อยมอมแมมที่ยิ้มมาให้อย่างบริสุทธิ์ใจ ภาพของเด็กเล็กๆ ที่สัญญากันเอาไว้ว่าวันหนึ่งจะแต่งงานกัน คนที่แม้จะไม่ได้รู้จักโลกมากมาย ไม่ได้เรียนรู้เรื่องราวโสมมของวังหลัง ที่กำลังยิ้มให้กำลังใจ…

 

แต่กลับกลายเป็นว่าหลายปีมานี้แม้มันจะไม่เคยร่วมหลับนอนกับผู้ใด แต่ถึงอย่างนั้นด้วยบัลลังก์ที่ค้ำคอมันอยู่ ความรับผิดชอบเอย หน้าที่เอย และอะไรต่อมิอะไรที่ทำให้มันกลายเป็นคนที่เย็นชาต่อทุกสิ่ง และไม่สามารถที่จะเปิดเผยความชอบของตัวเองออกไปให้แก่ผู้ได้ได้รับรู้…ทำได้ที่คอยเฝ้ามองดองบัวดองน้อยค่อยๆ เติบโตและเบ่งบาน 

 

จนกระทั่งเขาเกือบจะเสียมันไป เสียดอกบัวสุดรักสุดหวงแหนไป…เพียงเพราะหน้าที่!!

 

เพียงเพราะตัวมันอ่อนแอ!!

 

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า ต่อหน้ากำปั้นที่ยิ่งใหญ่ ต่อหน้าพลังที่เหนือยิ่งกว่าใคร ต่อหน้าเทพเจ้าทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องยอมสยบ!

 

“จบเรื่องนี้เมื่อไหร่พี่จะกลับไปหาเจ้า…บัวน้อย”

 

จิตที่เคยหลุดลอยกลับมาตั้งมั่น จิตใจที่เคยล่องลอยกลับมามั่นคงเข้มแข็งอีกครั้ง พร้อมๆ กับสายตาที่กำลังจ้องตอบไปยังเจ้าของหัวที่ใหญ่ยิ่งกว่าเขาไท่ซาน มองลึกลงไปในดวงตาของมหามังกรเทพเจ้าที่ครั้งหนึ่งเคยสั่นสะเทือนผืนฟ้าและปฐพี!!

 

 

หึๆ

 

 

 

 

………………………………………………

 

เส้นทางจอมจักรพรรดิผู้กลัวเมียได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!!!

 

 

มาแล้วจ้า สั้นไปหน่อย ขอแก้ตัวในตอนถัดไปเด้อ แล้วเจอกันครับ (จะพยายามลงให้ได้ในวันพุ่งนี้ อย่างช้ามะรืนนะ) หลังจากนี้อยากลงให้ได้ทุกวัน(ก่อน21.00) ขอกำลังใจด้วยนะงับ

 

 

 

 

 

 

………………..

 

 

มาแล้วครับ มาช้าแต่มานะ 

วันนี้ตั้งใจจะมาลงให้อีกตอน ถ้ามาก็อาจจะดึกๆ หน่อยนะครับ

 

แล้วเจอกันนะ

 

ถ้าหากใครอยากสนับสนุนค่ามาม่าค่าน้ำค่าไฟหรือค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยห้าบาทสิบบาทสามารถโดเนทมาตามช่องทางนี้ได้นะครับ ช่องทางสนับสนุนนักเขียนไส้แห้ง ถ้ามีรายได้เข้ามาบ้างอาจจะมาได้บ่อยขึ้น…. ผมรักงานเขียนนิยายนะ แต่ผมก็รักพ่อของผมมาก ที่ผ่านมาผมทำอะไรผิดพลาดมามากมาย ผมใช้เวลาไปเปล่าๆ จนกลับมานึกเสียใจตอนนี้ก็เมือนจะสายไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละครับ ผมจะพยายามมาให้บ่อยขึ้นเท่าที่ทำได้นะ

 

ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งกันครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #674 kai918 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 10:52
    ไรท์ขาหายไปนานจัง ทิ้งกันแล้วใช่ไหม เศร้าแปป
    #674
    0
  2. #596 Nusom-kw (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 06:25

    ช่วยๆได้นิดหน่อยก็ยังดี
    #596
    0
  3. #445 ผิง (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 16:52

    ขอให้หายเร็วๆจ้า

    #445
    0
  4. #376 Emmajung2 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 22:27

    รอจ้าสู้ๆ
    #376
    0