'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 เหลียนฮวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,017 ครั้ง
    13 ธ.ค. 62

 

 

ไปจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง....น้ำเสียงหวานที่แฝงไปด้วยความเย็นชาของหญิงสาวผู้ที่นอนอิงหมอนอ่านหนังสืออยู่ที่แท่นบรรทมหรูหรากล่าวขึ้นทั้งๆ ที่สายตายังไม่ได้ละไปจากม้วนตำราที่อยู่ในมือแม้แต่เพียงเสี้ยว

 

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามพระประสงค์ของพระนางเพคะหญิงวัยกลางคนกล่าวกับผู้ที่นางรักและติดตามมาทั้งชีวิตด้วยความมั่นใจ วันพรุ่งนี้ในพระราชพิธีจะต้องเป็นไปตามที่พระนางต้องการอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้าและท่านพ่อของท่านได้เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่าพระนางเจ้าคะ มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือเจ้าคะ...

 

หญิงสาวที่ได้ยินคำถามที่เจือไปด้วยความห่วงใยของอีกฝ่ายจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา ซึ่งจริงๆ แล้วนางก็ไม่ได้อยากที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เรื่องในครั้งนี้มันมีความเสี่ยงมากมายจนเกินที่นางจะควบคุมได้ เพราะถึงแม้ใครๆ จะคิดว่านางคือแม่ของแผ่นดินที่เหมาะสมที่สุด เป็นกลางที่สุด หรือแม้แต่คู่ควรที่สุด ด้วยการที่นางสามารถครองอำนาจทั้งวังหลังได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งยังควบคุมทุกอย่างภายในวังหลังได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่จะมีสักกี่คนกันที่จะรู้ว่านางต้องแลกด้วยอะไรบ้างกว่าที่จะมายืนอยู่ที่จุดนี้ได้

 

อีกทั้งพระสนมที่จะเข้าพิธีในวันพรุ่งนี้นั้นแตกต่างออกไป และต่างออกไปในหลายๆ ความหมาย เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีสนมหลายๆ คนที่ผ่านเข้ามาในวังหลังแห่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีสักคนที่มีอำนาจมากพ่อที่จะสั่นคลอนบัลลังก์ของนาง...และลูก

 

แต่สำหรับนางเหลียนฮวาแห่งตระกูลหลี่ผู้นี้ต่างออกไป เพราะแม้จะเป็นซูเฟยผู้แสนดีจากสกุลหลิว ที่เก็บซ้อนหนามแหลมคมเอาไว้อย่างมิดชิดเองก็ยังไม่ได้อันตรายเพราะนาง ทั้งยังยากที่จะจัดการด้วยเล่ห์กลที่มากมายพอที่จะต่อกรกับนางได้ แต่ถึงอย่างนั้นชายคนนั้นก็ไม่ได้มีนัยน์ตาที่มืดบอดเสียเมื่อไหร่ มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมอบอำนาจให้นางจนสามารถที่จะสั่นคลอนจุดยืนของนางกับลูกได้

 

ส่วนกุ้ยเฟยเองก็คงหมดสิ้นพิษไปไปตั้งนานแล้ว เพราะถึงแม้นางจะเป็นยอดพธูเรืองปัญญามากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วหลังจากที่จมลงมาในวังวนแห่งอำนาจนี้แล้วก็ยากที่จะกลับขึ้นไปอีก ต่อให้บิดาผู้เป็นราชครูผู้เป็นคนประสิทธ์ประสาทวิชาให้กับชายผู้นั้น แต่ตอนนี้นางก็แทบจะหมดสิ้นเขี้ยวเล็บไปแล้ว

 

ไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่นๆ ที่ยศต่ำชั้นลงไป เพราะตอนนี้พวกนางทั้งสามเองก็กดหัวทั้งหมดเอาไว้จนแทบมิดแล้ว ถ้าหากไม่พลาดจนตั้งครรภ์มังกรขึ้นมาคงจะไม่สามารถพลิกอะไรได้อีกแล้ว และเท่าที่รู้ตอนนี้มีแค่นางเพียงคนเดียวที่ตั้งครรภ์มังกรให้กับเขา ทั้งนางยังเป็นถึงฮองเฮาคู่บัลลังก์ที่เหนียวแน่นมาสี่หนาวแล้ว

 

แต่สำหรับหลี่เหลียนฮวาผู้นี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คนอื่นๆ คิด เพราะอย่างไรไทเฮาเองก็เป็นคนที่มาจากจวนแม่ทัพ ทั้งสกุลหลี่เองในตอนนี้ก็แทบจะเรียกว่าถืออำนาจเป็นรองเพียงแค่วังหลวงเท่านั้น แม้ว่าแม่ทัพหลี่และคนอื่นๆ จะไม่ได้อยู่ในนครมาตลอดหลายปี แต่ถึงอย่างนั้นชื่อเสียงของพวกเขาก็หยั่งรากลึกลงในหัวใจของประชาชนแทบทั้งแผ่นดินมาหลายปีแล้ว จนแม้แต่บิดาของนางที่เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีมาสองรัชสมัยยังไม่อาจจะเทียบเคียงได้

 

ทั้งในครั้งนี้นางผู้นี้ยังได้รับแต่งตั้งเป็นเสียนเฟยในทันทีที่เข้าพิธีสำเร็จ ซึ่งมันข้ามขั้นตอนมากมายจนน่ากลัว ถึงแม้ว่าเท่าที่ทราบมานางจะเป็นแค่ผู้หญิงโลกสวยโง่ๆ คนนึงที่คิดถึงแต่ความงดงามของความรัก ทั้งยังเป็นแค่คนที่หลงในรูปลักษณ์อันน่ามองของเขา แต่ด้วยเกราะกำบังที่ทรงอำนาจและมากมายจนเกินไป ถ้าหากปล่อยให้นางเติบโตและอยู่ในรั้ววังหลังนานจนเกินไป นางจะกลายมาเป็นตัวอันตรายของบุตรชายของนางที่สุด

 

และที่สำคัญที่สุดซึ่งแทบจะไม่มีใครรู้ ก็คือนางนั้นเป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในหัวใจของเขามาตั้งแต่ต้น และเป็นคนเดียวที่ได้หัวใจของเขาไปตั้งแต่ก่อนที่ได้ได้ครองบัลลังก์ มันจึงเป็นอันตรายต่อแผนการของนางในอนาคตอย่างถึงที่สุด...

 

แล้วคนที่แฝงอยู่ข้างกายนางล่ะ เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไม่แปรพักจางฮองเฮากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น ไม่อย่างนั้นอะไรคงจะยากขึ้นในครั้งหน้า เพราะถ้าหากเข้ามาได้แล้วต่อให้นางจะโง่สักแค่ไหนแต่ก็ยังมีไทเฮาเป็นโล่ใหญ่คอยปกป้อง จากนั้นพวกเราเองคงจะยากที่จะขยับตัวถ้าครั้งเรื่องครั้งนี้ผิดพลาด

 

ตอนนี้บิดามารดาของนางอยู่ในกำมือของเราแล้ว ถึงอย่างไรนางก็คงไม่อาจจะบิดพลิ้วได้หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยความมั่นใจ

 

ดีพระนางกล่าวแค่นั้นก่อนที่จะละความสนใจจากหญิงรับใช้คนสนิทที่เปรียบเหมือนแม่คนที่สอง เพราะนางเชื่อมั่นในตัวของอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก เพราะถึงอย่างไรตลอดหลายปีมานี้ทุกอย่างที่นางลงมือเองไม่เคยมีครั้งไหนที่ผิดพลาดมาก่อน

 

ส่วนทางหญิงวัยกลางคนที่ได้รับความไว้วางใจเองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก เพรอย่างไรกิริยาของอีกฝ่ายนั้นมันอดไม่ได้ที่นางจะยิ้มออกมา เพราะมันแสดงออกถึงความไว้วางใจที่มีให้นางอย่างที่เป็นเสมอมา นางจึงเขาไปบีบนวนให้อย่างที่ลูกสาวนอกไส้ของนางชอบเหมือนทุกครั้ง.....

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

ทั่วทั้งเมืองในตอนนี้ก็ต่างพากันเฉลิมฉลองกันอย่างชื่นมื่นด้วยข่าวดีหลายๆ เรื่องที่มาบรรจบรวมในวันเดียวกัน ทั้งเรื่องที่ตอนนี้กองทัพของ หยาซาน กำลังกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยชัยชนะที่ท่วมท้นของแม้ทัพดาบสวรรค์ 'หลี่ เจี้ยนเทียนพร้อมทั้งกุนซือหน้าใหม่อย่าง ‘หลี่ เหรินเจี๋ยที่วางแผนการจนสามารถตีร่นจนพวกคนเถื่อนนอกด่านพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าโดยที่เสียกำลังพลไปไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือรองแม่คนใหม่ที่เพิ่งจะได้เลือนตำแหน่งขึ้นมาอย่าง 'หลี่ ไป๋หู่ผู้ที่กลายเป็นพยัคฆ์ร้ายที่เต็มไปด้วยพลังและความดุดัน ที่นำเหล่าทหารคู่ใจเพียงหยิบมือบุกตะลุยเข้าไปกลางสนามรบเข้าไปยังกองบัญชาทัพของศัตรู และสามารถตัดหัวหัวหน้าเผ่าคนเถื่อนได้อย่างองอาจ เป็นสาเหตุให้การศึกครั้งนี้เต็มไปด้วยความง่ายดาย

 

แม้ทหารกล้าจะเป็นข้าราชของแผ่นดิน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง พวกเขาย่อมมีครอบครัวที่รอพวกเขากลับมา มีคนรักที่รอเสาหลักของครอบครัว มีบุตรธิดาที่รอการกลับมาของบิดา มีพ่อแม่ที่แก่ชราเฝ้ารอการกลับมาของบุตร ทำให้ตั้งแต่ข่าวคราวการกลับมาอย่างภาคภูมิของทัพแห่งหยาซานในครั้งนี้ถึงมาด้วยม้าเร็วตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน เหล่าประชาชนที่มีคนในครอบครัวไปรบในครั้งนี้ก็ต่างพากันยกย่องสรรเสริญจวนแม่ทัพจนแทบจะปิดเมืองเลี้ยงฉลองกันเลยก็ว่าได้

 

แต่ถึงจะอย่างนั้นประชาชนก็ยังเฝ้ารอในวันที่กองทัพใหญ่จะกลับมาเพื่อร่วมงานที่ยิ่งใหญ่มากอีกครั้งหนึ่งของของจวนตระกูลหลี่ นั่นก็คือการที่บุตรสาวคนเล็กของบ้านที่ถูกยกย่องให้เป็นแม่พระผู้แสนดีประจำเมืองหลวง ได้ถูกกำหนดให้ส่งตัวเข้าเป็นพระสนมในองค์จักรพรรดิ ‘หยาง ชิงหลง’ แห่งหยาซาน ทั้งยังเป็นคนแรกในพระวัติศาสตร์ราชวงก์หยางที่ยิ่งใหญ่ที่หญิงสาวที่ถวายตัวเข้าไปวังหลวงได้ดำรงค์ตำแหน่งที่สูงเช่นนี้

 

แต่ด้วยคุณงามความดีของตระกูลหลี่ที่มีต่อแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน มันก็ทำให้เหล่าเฒ่าที่คอยขัดขวางความสำราญของจักรพรรดิรวมถึงผู้ที่มีบุตรหลานภายในวังหลังไม่สามารถที่จะคัดค้านได้ จนในที่สุด ‘หลี่ เหลียนฮวา’ จึงได้ดำรงตำแห่ง ‘เสียนเฟย’ ทันทีที่ทำพิธีถวายตัวเสร็จสมบูรณ์ ....

 

 

สุดท้ายก็คือวันนี้เป็นที่ครบรอบเจ็ดวันหลังจากที่ฉลองครบรอบอายุสิบห้าปีพอดิบพอดีของเหลียนฮวา ซึ่งตระกูลหลี่ได้ทำการจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในสามวาระสามโอกาสไปในตัว ซึ่งทางตระกูลหลี่ประกาศล่วงหน้ามาตั้งแต่เมื่อเจ็ดวันที่แล้วหลังจากที่หญิงสาวเข้าพิธีปักปิ่น ว่าจะจัดการเฉลิมฉลองนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน และยังจัดโรงทานแจกจ่ายรวมถึงบริจาคเงินเป็นจำนวนมากกว่าหมื่นตำลึงทองแก่โรงทานทั้งสี่ทิศต่อวัน เพื่อให้ทุกคนที่มารอจะได้รับอาหารคาวหวานอย่างดีได้อย่างแน่นอน

 

 

 

 

ณ จวนสกุลหลี่

 

 

ท่านพ่อ...ข้าคิดถึงท่านมากเสียงหวานใสของเด็กสาววัยเพิ่งครบสิบห้าหนาวดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนที่จะกระโจนเข้าไปในอ้อมอกของบิดาโดยที่ไม่สนใจสายตาของใครๆ จนทำให้ชายวัยกลางคนแทบจะตั้งตัวไม่ทัน กลับมาคราวนี้จะอยู่นานไหมเจ้าคะ

 

เจ้านี่นะ โตจนป่านนี้แล้ว ช่วยทำตัวให้สมกับที่ผ่านพิธีปักปิ่นมาแล้วได้ไหมหลี่เจี้ยนเทียนกล่าวดุแก้วตาดวงใจเสียงเข้ม แต่มันกลับไม่เข้ากันเลยกับรอยยิ้มกว้างในยามที่บุตรสาวสุดที่รักอยู่ในอ้อมกอด ทั้งยังไม่ยอมปล่อยหญิงสาวลงทั้งที่ผ่านไปหลายอึดใจแล้วก็ตาม...

 

ท่านพ่อ...ปล่อยน้องมาให้พวกข้ากอดบ้างสิขอรับ เกือบห้าปีแล้วที่พวกเราไม่ได้เจอนาง พวกเราก็คิดถึงน้องมากเหมือนกันนะขอรับหลี่ หรินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มเป็นเชิงหยอกล้อบิดา

 

นั่นสิท่านพี่ปากก็ดุน้องแต่ดูหน้านั่นสิ บานเป็นชามข้าวเลย ทั้งยังไม่ยอมปล่อยน้องอีก ท่านปล่อยเหลียนฮวามาเดี๋ยวนี้เลยนะหลี่ไป๋หู่ก็ยังคงเป็นหลี่ไป๋หู่ที่ไม่เคยไว้หน้าใครเช่นเดิม เข้าไปดึงน้องสาวที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของบิดามากอดบ้าง

 

“...”

 

เหล่าข้ารับใช้น้อยใหญ่ตั้งแต่พ่อบ้านตลอดไปจนถึงข้ารับใช้ตัวน้อยๆ ต่างก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะถึงแม้จะผ่านไปนานหลายปี ต่อให้ทั้งสี่คนต้องห่างไกลกันแค่ไหน บ้านสกุลหลี่ก็ยังคงเป็นบ้านสกุลหลี่ที่กลมเกลียวกันมาหลายชั่วอายุคน

 

อาจจะด้วยกฎของบ้านที่ไม่เคยถูกทำลายอย่างการมีผัวเดียวเมียเดียว จึงไม่เคยมีสักหนตลอดหลายชั่วอายุคนมานี้ที่บ้านจะร้อนจนเกิดปัญหาจากภายใน ด้วยผู้ก่อตั้งตระกูลหลี่ตั้งแต่สมัยก่อตั้งอาณาจักรหยาซานที่กำหนดให้ตระกูลหลี่ต้องมีแค่ผัวเดียวเมียเดียวไปชั่วชีวิต ไม่สามารถมีมากเมียหลายอนุได้ เพราะถ้าหากบ้านร้อนแต่เรื่องภายใน แล้วแม่ทัพจะสามารถบกป้องแผ่นดินได้อย่างไร

 

ตั้งแต่อดีตตระกูลหลี่จึงมีกฎอยู่หลายข้อที่กำหนดขึ้นเพื่อมุ่งหมายให้บ้านเมืองสงบสุข และด้วยกฎเหล่านี้ตลอดไปจนถึงความจงรักพักดีของตระกูลหลี่ที่ทำให้ตระกูลหลี่ยังนับได้ว่าเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดที่คอยปกปักแผ่นดินมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา

 

ยังไม่นับรวมถึงคุณงามความดีมากมายที่สร้างให้กับแผ่นดิน วิสัยทัศน์ของตระกูลหลี่ที่คอยสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถให้ได้ปกครองแผ่นดิน จนทำให้อาณาจักรเล็กๆ ในอดีตกลายมาเป็นหนึ่งในห้าอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแถบนี้ ทั้งยังปกครองพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรมากมาย ทำให้ยิ่งนานวันหยาซานที่เคยอ่อนแอกลายเป็นแผ่นดินที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นยักใหญ่ในวันนี้

 

นอกจากนี้ด้วยความที่ยังมีอีกสามตระกูลที่คอยค้ำยันในด้านอื่นๆ เอาไว้จนทำให้หยาซานแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างสกุลหลิว สกุลซู และสกุลฉี ที่แม้จะผ่านการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทั้งสี่ตระกูลก็ยังมีหนึ่งข้อตกลงมาจากครั้งอดีตว่าจะคอยปกป้องแผ่นดินเป็นหลัก ไม่ว่าจะมีเรื่องภายในที่ร้ายแรงเท่าไร แต่ท้ายที่สุดแล้วแผ่นดินเกิดจะเป็นเรื่องแรกที่ถูกให้ความสำคัญเสมอ

 

ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่อดีตไม่ว่ามหาอำนาจอื่นๆ จะคอยยุแหย่หรือบุกโจมตีเท่าไร ท้ายที่สุดหยาซานก็จะผ่านพ้นวิกฤตนั้นๆ มาได้เสมอมา ด้วยภูมิปัญญาที่ไม่เคยสูญหาย ด้วยการค้าที่ไม่เคยตกต่ำ ด้วยการปกตรองที่ไม่เคยถดถอย และด้วยกองทัพที่ไร้พ่าย ด้วยสี่อย่างนี้จึงทำให้หยาซานนั้นแทบจะเป็นดินแดนในอุดมคติเลยก็ว่าได้...  

 

 



........................................................


#RW1


กลับมาแล้วครับ 



ถ้ายังมีคำผิดตรงไหนช่วยติชมกันได้นะ  หรือถ้ามีอะไรตรงไหนที่อ่านแล้วติดใจหรือขัดใจบอกนะ ถ้ายังไงจะแก้ให้



พรุ่งนี้จะทะยอยลงของเดิมให้ครบนะ แต่อาจจะช้าหน่อยเพราะมีหลายส่วนที่อยากจะปรับแก้เนื้อหา


จะพยายามปรับแก้ให้ไวที่สุดครับ


ตอนนี้พ่อถือว่าโอเคในระดับหนึ่งแล้ว แถมวันนี้มีงูตัวเล็กๆ มาทวงที่บนเอาไว้(มั้งนะ*-*) เลยรีบมาอ่านทวน 


มันเลยเกิดการรีไรท์นี่แหละ


อย่าเพิ่งรำคาญกันนะครับ แค่อยากจะทำให้ดีกว่าเดิมและอยากให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ขึ้น


เจอกันพรุ่งนี้นะ ของีบก่อน หวัดกิน หะๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.017K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #648 Khunkonlek07 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 09:30
    คำผิดเยอะ

    มันทำให้เสียอรรถรสในการอ่านพอสมควร ไรท์ควรตรวจสอบด้วยเน้อ
    #648
    0
  2. วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 07:50
    พระนาง=จีนจะเรียกว่าเหนียงเหนียง ของฮองเฮากับ4พระสนมเอก และตำแหน่งไม่เกินไหนก็ลืมแล้วค่ะ พูดกับราชวงศ์ควรใช้ หม่อมฉัน กระหม่อม ลงท้ายเพคะ พะย่ะค่ะ(แต่ถ้าสนิทกันมากๆแล้วเพื่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ไม่ถือ ก็จะมักพูดปกติเมื่ออยู่กันแค่2คน หรือกับคนที่ไว้ใจได้)

    ถ้าเป็นทางฝ่ายหญิงที่มาจากตระกูลขุนนาง ชนชั้นสูง หรืออะไรก็ตาม แม้จะเป็นพ่อแม่หรือคนในครอบครัวก็ต้องใช้คำนี้เพราะลูกแต่งเข้าราชวงศ์แล้ว(หรือจะพูดปกติถ้าในบริเวณนั้นมีแต่คนในครอบครัว แต่จากการเสพหนังจีนมากๆ กรณีนี้จะน้อยมาก ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน) ยกเว้นแต่เป็นบางเรื่องที่เราเคยดูในหนังจีน ถ้าหากพระสนมหรือฮองเฮาทำผิด หรือเรื่องสำคัญพลาด แล้วคนในครอบครัวแบบสุดจะทนหรือโมโหก็จะเรียกชื่อของนางตรงๆ เราบอกเป็นเกร็ดเพิ่มเติมเฉยๆค่ะ ขอบคุณที่อ่าน
    #473
    0
  3. #286 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 22:43

    ดูเหมือนว่าครอบครัวนี้จะโง่งมเป็นเบี้ยให้ฮองเฮาจัดการนะเนี่ย

    #286
    0
  4. #222 Kornfern Chayaboon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
    น่าสนุกมากค่ะ
    #222
    0
  5. #191 maggie999 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 22:43
    เรื่มต้นด้วยดีคะ รอติดตามคะ
    #191
    0
  6. #162 arawanmoon282 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 21:35

    งงนิดหน่อย แต่โดยรวมก็ถือว่าเริ่มได้ดี
    #162
    0
  7. #1 หมูหวาน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 11:17

    รอตอนต่อไปนะคะไร้ท์ ^_^

    #1
    1
    • #1-1 (จากตอนที่ 4)
      25 ตุลาคม 2562 / 11:36
      ขอบใจจ๊ะ ^-^
      #1-1