'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 38 : บทที่ 34 วิกฤตหยาซาน (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    21 ก.ย. 63

เมื่อมาเร็วดุจสายลมก็เช่นเดียวกัน ชายหนุ่มชุดดำผู้เป็นปริศนาสำหรับหลิวฟางเซียนก็จากไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน ทิ้งให้สองสาวของวังหลังต่างก็มองอีกฝ่ายด้วยตาละห้อยราวกับสิ่งที่รักที่หวงแหนที่สุดจากไปตลอดกาลอย่างไรอย่างนั้น ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่ทั้งสองจะได้สติกลับมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นหนึ่งยังคงมีสายตาที่เคลิ้มฝันถึงคนที่จากไป และอีกหนึ่งผู้ซึ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรกก็ตกอยู่ในหลุดลึกที่ไม่มีวันขึ้นกลับมาได้อีกผู้หนึ่ง…

 

“พระสนมเพคะ เปลี่ยนชาเพคะคะ”

 

 จนกระทั่งผ่านไปกว่าสองเค่อที่ทั้งคู่ดูคล้ายหญิงสาวสติสตังค์ไม่ค่อยดี จนมีสายใช้ที่มาเปลี่ยนน้ำชาที่เย็นชืดไปแล้วใหม่อีกครั้ง ทั้งสองถึงได้กลับมาวางมาดพระสนมผู้สูงศักดิ์อีกครั้งหนึ่ง และเป็นหลิวซูเฟยเป็นผู้ที่เอ่ยปากออกมาก่อน 

 

“คือคือใครกัน…” หญิงสาวกล่าวด้วยความหลงไหล “ข้าไม่เคยเห็นใครที่วรยุทธ์สูงส่งเช่นนี้มาก่อน และข้าไม่คิดว่าเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนไม่น่าจะมีแม้แต่อาณษเขตพันหมื่นลี้รอบหยาซานแน่…”

 

แม้จะกล่าวถามออกไปเช่นนั้นแต่แววตาของนางก็ยังคงเจือไปด้วยความหวานล้ำอันยากจะบรรยายได้ แม้กระทั่งศิษย์พี่ผู้ที่นางหลงไหลมานานยังไม่เคยที่จะได้รับสายตาเช่นนี้เลยแม้แต่เพียงครั้งเดียว 

 

สำหรับนางที่เป็นถึงบุตรสาวผู้ที่อยากได้อะไรก็ย่อมได้ ทั้งยังเป็นผู้ที่มีร่างกายที่แสนพิเศษที่ทำให้ผู้ที่บำเพ็ญใกล้เคียงนั้นสามารถสงบใจและมีพลังปราณที่บริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ นางจึงเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของผู้เป็นบิดาที่เป็นถึงเจ้าสำนักที่คอบครองอาณาเขตหลายหมื่นลี้ดูแลนางเป็นอย่างดีและตามใจนางมาโดยตลอด 

 

แต่ด้วยความที่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างรายล้อม ย่อมที่จะตกเป็นเป้าหมายของผู้คนมากมาย และหากมีใครรับรู้ถึงตัวตนของหลิวฟางเซียนแล้วล่ะก็นางก็ย่อมตกเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก เขาจึงได้ปกปิดถานะของนางเอาไว้และมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้ว่านางนั้นที่แท้จริงแล้วเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขา ศึ่งแม้แต่หยางชิงหลงเองก็ไม่รู้เลยว่าที่แท้จริงแล้สงนางนั้นมีฐานะเช่นไร ถึงเขาจะมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงศิษย์เอกของท่านเจ้าสำนักก็ตามที

 

ครั้งหนึ่งในอดีตหลิวฟางเซียนนั้นเคยได้รับความช่วยเหลือจากหยางชิงหลงในขณะที่กำลังถูกปองร้าย ตั้งแต่นั้นมา นางก็ถือให้เขาเป็นวีรบุรุษของดวงใจเสมอ จนถึงขนาดยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่ตามเขามาด้วยเพื่อช่วยเหลือเขาในการบำเพ็ญ 

 

จนกระทั่ง…ตอนนี้

 

‘เขาคือใครกัน…’

 

“ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเข้าชื่อว่าอะไรกันแน่ แต่ทุกคนและทุกครั้งที่ข้าได้ยินคนรอบกายของเขาเรียกเขาว่านายน้อย และในโลกเบื้องหลังนั้นเขาก็คือทายาทเพียงคนเดียวของ…วังวสันต์มืดมิด”ซูซานเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เป็นปรปักษ์ขึ้นมากระทันหัน แต่เพียงไม่นานนางก็สงบใจลงได้ เพราะต่อให้นางจะหึงหวงอย่างไร ‘เฮย' นั้นก็เปรียบดั่งจักรพรรดิของหยาซาน ต่อให้นางจับพลัดจับผลูโชคดีได้รับเลือกจากผลงานที่สร้างขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมีหรือที่เจ้าแห่งโลกมืดในวันข้างหน้าจะมีนางหรือใครเพียงแค่คนเดียว ยังไม่ต้องพูดว่านางนั้นเป็นเพียงแค่หนึ่งในตัวเลือกมากมายดุจทรายเพียงแค่เม็ดเดียวจากทั้งชายหาด…. “แต่ข้าว่าเจ้าอย่างคิดอะไรแบบนั้นเสียดีกว่า ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี เพราะเขาไม่ใช่คนที่เจ้าหรือข้าจะครอบครองได้….”

 

“ทายาทของวังวสันต์มืดมิดเขาก็คือเฮย…บุตรบุญธรรมของเจ้าแห่งความมืด” หลิวฟางเซียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หลงไหลยิ่งกว่าเก่า ทั้งดวงตาของนางก็ส่องประกายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ 

 

“เจ้า! ไฉนเจ้าถึงได้รู้ว่าเขาคือใครกัน?” ซูซานเซียนขมวดคิ้วออกมาอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

 

“เรื่องนั้นบอกไปเจ้าก็ไม่รู้และไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะถึงอย่างไรเรื่องนี้มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า…” พระสนมองค์โปรดกล่าวด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นทันหูทันตา

 

“…”

 

“แต่ที่แน่ๆ ข้าจะร่วมมือกับเจ้าจัดการเรื่องความเคลื่อนไหวของฝ่าบาทเอง เพียงแค่เจ้าแจ้งแผนการของเจ้ามาก็เพียงพอแล้ว” หญิงสาวกลับมานั่งเต็มความสูงและหันไปมองหน้าอีกฝ่ายที่มีใบหน้าปั้นยากอยู่ราวกับว่าทุกอย่างที่วางเอาไว้พังไม่เป็นท่า แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วนางก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

“ถ้าเจ้าว่าเช่นนั้นก็มาเข้าเรื่องกันเถอะ…”

 

 

 

.

.

.

 

 

ยามรุ่งสาง แม้ดูเหมือนว่าวันนี้บ้านเมืองจะดูครึกครื้นเนื้องจากใกล้วันส่งท้ายปีเข้าไปทุกทีทุกทีแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดที่ถืออำนาจด้านต่างๆ เอาไว้ในมือต่างก็อยู่ไม่สุขกันแทบทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นก็คือจวนแม่ทับที่ตอนนี้มีคนเจ็บคนสำคัญกำลังพักรักษาตัวอยู่

 

อึก…

 

“ฝ่าบาท ฝ่าบาททรงฟื้นแล้ว” จ้าวกงกงที่ถูกพาตัวมากลางดึกและจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้หลับแม้แต่เสี้ยวอึดใจร้องออกมาอย่างตื่นเต้น แม้จะแก่ลงมากและอ่อนแรงไปบ้าง แต่ขันทีชราก็ยังคงกล่าวออกมาอย่างสดชื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันรู้ดีว่าคนที่เพิ่งตื่นนั้นเกลียดการที่ตนเองกลายเป็นภาระของคนอื่นมากที่สุด

 

แค๊กๆ…อ๊วกกก

 

จักรพรรดิหนุ่มไม่ทันที่จะได้ตอบอะไรแต่กลิ่นสนิมที่ไล่ขึ้นมาในลำคอจนไม่อาจจะกลั้นไหวจนกระอักเลือดสีดำออกมากองโต ทำให้คนอื่นต่างก็ตื่นตกใจแทบทั้งห้อง นอกเสียจากแม่ทัพวัยกลางคนที่กำลังมองมาด้วยสายตาเฉยเมย “มันไม่เป็นไรหรอก เลือดที่ออกมาเป็นเลือดสีดำ คงคับปราณพิษที่ตกค้างออกมา ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

 

“ใช่แล้วท่านแม่ทัพ ฝ่าบาททรงกระอักเลือดเสียออกมาจากร่างกายเพียงเท่านั้น ไม่มีอันใดน่าตื่นตกใจอันใด” หมอวัยชราที่ถูกจวนตระกูลหลี่เรียกตัวมาอย่างกระทันหันเมื่อคืนนี้กล่าวสัมทับอีกแรงหนึ่ง ทำให้คนอื่นๆ กลับมาสงบได้อีกครั้ง

 

“ข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” ร่างที่เพิ่งชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วหันไปถามองครักษ์เงาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่มุมห้อง

 

“กราบทูลฝ่าบาท” ร่างในชุดคลุมดำคุกเข้าลงแล้วกล่าวรายงาน "หลังจากที่ชายชุดดำนั้นจากไป พระสนมก็ทรงทำการรักษาฝ่าบาทด้วยปราณแปลกประหลาดก่อนที่จะเรียกข้าออกไป และสั่งให้ข้านำฝ่าบาทมาที่นี่พะยะค่ะ"

 

“แล้วหลังจากนั้นนางไปไหน” 

 

“กระหม่อมก็ไม่ทราบได้พะยะค่ะ ทราบเพียงแต่นางกล่าวว่านางจะไปจัดการบางอย่างที่แก๊งค์ดอกบัวและจะไม่กลับเข้าวังไปชั่วคราวพะยะค่ะ…”

 

“อื่ม… แล้วนางยังกล่าวอะไรอีกบ้าง”

 

“พระสนมกล่าวว่าให้พระองค์ทรงระวังพระองค์เอาไว้ให้มากพะยะค่ะ เพราะคนของนางได้ข่าวที่ไม่สู้ดีนักเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่พวกเรากำลังสืบทราบกันอยู่และบอกให้พวกเราระวังคนในวังเอาไว้ด้วยพะยะค่ะ”

 

“แค่นี้?”

 

“…ยังมีอีกเรื่องพะยะค่ะ พระสนมกล่าวว่าเรื่องคราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะภายในหยาซาน แต่มีมือจากภายนอกที่กำลังหมายปองเคล็ดวิชามังกรและแก่นโลหิตมังกร…ของพระองค์”

 

“…” 

“…”

“…”

“…”

 

หลังจากได้ยินคำกล่าวขององค์รักษ์เงาไม่เพียงแต่จักรพรรดิหนุ่มเท่านั้นที่ตื่นตกใจ แต่แทบทุกคนในห้องนี้ต่างก็ตกใจไม่แพ้กัน…โดยเฉพาะผู้ที่มาใหม่ที่แม้แต่จักรพรรดิแห่งหยาซานไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่

 

“เจ้าว่าอะไรนะ….”

 

 

 

 

 

 

…………………..

จบตอนจ้า 

 

มาช้าแต่มานะ 

หมดไฟไม่น่ากลัวเท่าหมดตัง ตอนนี้หมดตัง ไฟติดขึ้นมาอย่างรวดเร็วทันใด… 

 

วันนี้จะมีอีกอย่างน้อยหนึ่งตอนถ้าไฟไม่ดับตอน18.00 และอาจจะมีก่อน22.00อีกหนึ่งตอน

 

ร่วมเป็นกำลังใจให้นักเขียนไส้แห้งได้ที่

 

0957509056 true wallet

 

9280394142 ktb

 

แฮ่ะๆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น