'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 36 : บทที่ 32 วิกฤตหยาซาน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

หลังจากที่เหลียนฮวากล่าวออกไปเช่นนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงแค่เสียงร้องของหรีดหริ่งที่ดังอยู่ใกล้ๆ กับสายตาของทั้งสองที่กำลังวูบไหวอย่างมีความหมาย 

 

“…”

 

ทางฝั่งเฮยกำลังวุ่นวายใจเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่หญิงสาวขอนั้นมันเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบมาโดยตรงจากบิดาบุญธรรมที่เลี้ยงดูเขามานานนับสิบปี และเขารู้ดีว่าสิ่งสิ่งนี้เป็นหนึ่งในความคาตหวังที่เจ้าตำหนักวสันต์มืดมิดเฝ้ารอและตามหามาชั่วชีวิต ทั้งตัวเขาเองก็รับปากเอาไว้แล้วด้วย….

 

ส่วนอีกคนหนึ่งก็กลับเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับและช่วยเหลือจากนากอันเป็นที่รักยิ่งของเขาในชีวิตที่ผ่านมา แม้ว่าความรู้สึกของเขาที่มีให้กับเจ๊บัวจะไม่ได้รุนแรงอย่างเช่นก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำหรับเขาแล้วบัวก็เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่เขายกเอาไว้ให้เหนือทุกสิ่ง…เช่นเดียวกับพ่อบุญธรรมของเขา…

 

‘แล้วข้าจะทำเช่นไรดี…’ เฮยนัยตาไหววูบเมื่อเขาต้องมาตกอยู่ในสถานะการณ์เช่นนี้ และยิ่งเห็นหญิงสาวคนนั้นกำลังแสดงความห่วงใยแก่ชายที่บาดเจ็บปางตายจากฝีมือของเขาเอง

 

ส่วนเหลียนฮวาเองหลังจากที่เริ่มอ่อนแรงเพราะใช้พลังไปกับการยื้อชีวิตจักรพรรดิหนุ่มในอ้อมแขนก็ลอบสังเกตท่าทางของเฮยอยู่ตลอดเวลา เพราะจากคำพูดของเขาแล้วมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าเป้าหมายของเขาที่มายังหยาซานจะเป็นคนที่อยู่ในอ้อมกอดของนาง และยิ่งอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวอยู่ในหยาซานตอนนี้…

 

แม้ว่านางจะรู้อุปนิสัยของชายหนุ่มดีจากความทรงจำของบัว แต่จากที่เขาเล่ามานั้นดูเหมือนพ่อบุญธรรมของเขาเองก็มีน้ำหนักในใจของเขาไม่น้อยเช่นเดียวกัน นางจึงไม่อาจจะทราบได้ว่าตอนนี้นั้นอีกฝ่ายจะคิดเช่นไร…

 

“แค่ครั้งนี้….ครั้งเดียวเท่านั้น” 

 

ในระหว่างที่บรรยากาศกำลังหนักอึ้ง ชายหนุ่มรูปงามแห่งวังวสันต์มืดมิดก็เอ่ยออกมาเสียงแผ่ว ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปจากสายตาของเหลียนฮวาไปในที่สุด 

 

“ง่ายๆ แบบนี้เลย” ผ่านไปได้พักใหญ่ เหลียนฮวาจึงรู้สึกตัวและอดที่จะระบายลมหายใจออกมาไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็เลือกที่จะปล่อยมันไป แล้วหันมาสนใจคนที่อยู่ในอ้อมกอดของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก และหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าเขาปลอดภัยแล้วนางก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอีกครั้ง 

 

“ข้าเสียใจที่ทำให้ท่านต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ …แต่ท่านก็ผิดต่อข้าไปหลายข้อเช่นกัน” หญิงสาวกล่าวเบาๆ ในขณะที่มองใบหน้าที่ขมวดคิ้วผูกเป็นปมจากพิษบาดแผล เพราะถึงนางจะช่วยไปมากแล้ว แต่การที่ถูกโจมตีจากพลังที่อยู่เหนือขึ้นไปมันทำให้ร่างกายของเขาแทบแหลกสลาย 

 

หากไม่ใช่เพราะปราณมังกรที่ทำให้ร่างกายของชิงหลงแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปหลายเท่าป่านนี้เขาอาจจะกลายเป็นก้อนเนื้อบดไปแล้ว และต้องขอบคุณปราณสีเงินของนางที่ช่วยรักษาเยียวยาเขาได้อย่างทันเวลา เพราะหากวัดจากพลังปราณทั่วๆ ไปแล้ว ทั้งหยาซานต่อให้มีบิดาของนางเองสักสิบคนก็ไม่อาจจะรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ได้ นอกจากเหล่าเม็ดยาระดับสูงที่เป็นแค่ตำนานเรื่องเล่าของหยาซานเท่านั้น

 

และถึงจะสามารถช่วยจักรพรรดิที่เป็นเหมือนกับสามีตามกฎหมายที่ไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก่อนผู้นี้เอาไว้ได้ แต่นางกลับต้องใช้พลังในร่างออกไปจนแทบจะแห้งเหือดเลยเช่นเดียวกัน กว่าที่นางจะฟื้นฟูกลับมาได้มันคงอีกพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว…

 

ยังดีที่นางเพิ่งจะบรรลุขั้นที่สองของลมหายใจหนึ่งนิรันดร์ไปหมาดๆ ถึงจะไม่สามารถเอาชนะเฮยได้อย่างเด็ดขาด แต่เรื่องความบริสุทธิ์ของพลังมันต่างกันคนละขั้วเลยทีเดียว เมื่อนึกมาถึงตรงนี้เหลียนฮวาก็อดที่จะนึกถึงเคล็ดวิชาที่พี่บัวมอบให้กับนางไม่ได้ เพราะจากที่นางรับรู้เรื่องราวต่างๆ มามายทั้งจากเฮยและที่ข้อมูลเท่าที่หยาซานจะมี เคล็ดวิชาที่นางฝึกฝนมันแทบจะเป็นอะไรที่เหนือชั้นยิ่งกว่าเคล็ดวิชาใดๆ ในหยาซานกับแคว้นใกล้เคียง ดีไม่ดีอาจจะดียิ่งกว่าวิชาที่เฮยหรือเหล่ามังกรพยัคฆ์ที่เฝ้ารังของตนอยู่ภายนอกฝึกฝนกันเสียอีก..

 

‘ลมหายใจหนึ่งนิรันดร์…พี่บัวไปเอาของแบบนี้มาจากไหนกัน’

 

 

“ตอนนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน… ” เหลียนฮวาถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วตัวนางเองก็ไม่ได้นับมัน แต่สุดท้ายแล้วนางก็เลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป เพราะท้ายที่สุดเรื่องที่เราไม่รู้ต่อให้พยายามมากไปเพื่อที่จะให้ได้รู้ถึงที่ไปที่มา แต่ต่อให้รู้แล้วในบางเรื่องมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้เสียที่ไหน นางจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป แล้วหันมาสนใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเสียก่อน 

 

“องครักษ์เงา” 

 

เหลียนฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียที่หนักและกังวาลออกไปด้วยพลังที่ฟื้นฟูกลับมาเพียงน้อยนิด แม้จะไม่ใช่เสียงที่ดังมากแต่ก็มากพอให้องค์ครักษ์เงาที่ตามอารักขาอยู่ไกลๆ ประจำพระองค์ได้ยิน 

 

วูบ….

 

“พระสนม! ฝ่าบาท!!” เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาร่างในอาภรณ์สีดำสนิดที่ปกปิดทั่วร่างจนมองเห็นเพียงสายตาคู่หนึ่งที่ทอประกายตกใจระคนแปลกใจ เพราะสำหรับเขาที่ติดตามข้างกายของหยางชิงหลงมาตั้งนานแล้วย่อมรู้ดีว่าเด็กสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของจวนแม่ทัพผู้นี้นั้นมีค่ามากแค่ไหนในใจของฝ่าบาท 

 

การที่ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่ นัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจนั้นก็คือสภาพของจักรพรรดิหนุ่มที่นอนเป็นผักอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวนี่ต่างหาก “มันเกิดอะไรขึ้นพะยะค่ะ!”

 

“เรื่องนั้นข้าจะเล่ารายระเอียดทีหลัง ตอนนี้ข้ารู้ว่าเจ้ามีอำนาจที่ได้รับมอบจากฝ่าบาท ไปแจ้งแก่คนที่พระองค์ทรงไว้ใจว่าตอนนี้เหตุการณ์ในหยาซานนั้นไม่สู้ดีนัก มีมือมืดจากภายนอกยื่นมือมาหมายจะทำลายหยาซาน ให้ทุกคนรวบรวมกลุ่มกันเอาไว้และระมัดระวังเอาไว้ให้ดี ป้องกันอย่าให้ไฟนอกลุกลามและห้ามไฟในถูกจุดเด็ดขาด…” เด็กสาววัยสิบห้าปีหมาดๆ กล่าวคำพูดออกมามากมายจนขนาดองครักษ์ที่ทำงานข้าวกายจักรพรรดิยังหน้ามืดกับคำสั่งเป็นชุด

 

“เอ่อ…”

 

“ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้ามีเรื่องมากมายที่จะถามข้า เอาเป็นว่าข้าเองที่ตั้งแก็งค์ขึ้นก็ใช่ว่าจะตั้งเอาไว้เล่นๆ ข้ารู้อะไรมากกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้มาก และเจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าจวนตระกูลหลี่ของเราไม่มีทางทรยศต่อบัลลังก์มังกรเด็ดขาด!”เหลียนฮวาเอ่ยขัดขึ้น โดยนางเองก็ลืมไปเสียแล้วว่า เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้นางก็ยังคงเป็นเพียงเด็กสาววัยใสที่มองโลกทุกอย่างสวยงามไปเสียหมด…ซึ่งเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่เดือนนี้เอง

 

“พะ…พะยะค่ะ”

 

“ตอนนี้เจ้าพาฝ่าบาทไปที่จวนแม่ทัพก่อน ข้ารักษาเยียวยาอาการของพระองค์ไปมากแล้ว พรุ่งนี้รุ่งสางก็น่าจะรู้สึกพระองค์ จากนั้นขอกเขาว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมาจากยุทธภพยื่นมือมา หมายตาเคล็ดวิชามังกรและแก่นโลหิต เขาและพ่อของข้าน่าจะพอหาวิธิรับมือได้”

 

“…”

 

“ทำไมยังไม่ไปอีก!” เมื่อเห็นองครักษ์เงายังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่เหลียนฮวาก็ยื่นคนที่อยู่ในอ้อมแขนให้อีกฝ่ายก่อนที่จะตะคอกเสียงดัง

 

“ปะ..ไป ไปแล้วพะยะค่ะ..” องครักษ์แทบจะทำนายเหนือหัวหลุดมือเมื่อได้ยินเสียงตวาดของเด็กสาว แต่ก็ได้สติในเวลาไม่กี่อึดใจต่อมา ก่อนที่จะร้องถามออกไป “แล้วพระสนมเล่าพะยะค่ะ”

 

“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องสนใจ ฝากบอกพ่อข้าด้วยว่าให้ระวังฝั่งราชครูเอาไว้ด้วย เจ้าไปได้แล้ว”

 

กระหม่อมทราบแล้วพะยะค่ะ

 

 

……………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น