'นักเลง' แห่งวังหลัง[Rewrite]

ตอนที่ 22 : บทที่ 18 ความเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 306 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

 


  

ข่าวลือต่างๆ นาๆ ที่ปกติก็ไม่ได้ขยายออกไปมากมายนัก แต่ในวันนี้กลับแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าอะไรดี จากที่ไม่รู้กลับเป็นรู้ จากที่รู้น้อยก็ยิ่งรู้มากขึ้น จากกลุ่มที่จำกัดก็กลับกลายเป็นเรื่องที่แทบจะรู้กันทุกบ้าน เพราะปกติที่เรื่องแบบนี้จะเป็นที่นิยมของผู้หญิงทุกเพศทุกวัย

 

 จนทำให้ไม่กี่วันต่อมาเหลียนฮวาก็กลายมาเป็นหัวข้อสนทนาหลักที่แทบจะมีอยู่ในทุกที่ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่ก็มีคำถามมากมายที่โผล่ขึ้นมาเป็นระยะๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการที่จักรพรรดิชิงหลงไม่มีวี่แววที่จะหาทางจัดการหรือยกเรื่องที่เกิดขึ้นมาลงโทษพระสนมเสียนเฟยหรือแม้แต่ตระกูลหลี่เลยแม้แต่น้อย

 

มันก็จริงอยู่ที่ตระกูลหลี่นั้นอาจจะมากล้นด้วยอำนาจและกำลังทหาร แต่ถ้าหากจะลงโทษพระสนมที่ก้าวล่วงพระวรกายของฮ่องเต้แล้วมันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เรื่องนี้จึงกลายมาเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงไม่แพ้กันในเวลาต่อมา แต่นั่นก็เป็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งจะกลายมาเป็นอีกบทหนึ่งของตำนานนักเลงแห่งวังหลัง....

 

วันนั้นตลอดทั้งวันก็มีการเฉลิมฉลองใหญ่อีกวันหนึ่ง ถึงแม้หลายๆ คนจะไม่ใครจะเต็มใจเข้าร่วมงานเลี้ยงมากเท่าไหร่นัก ด้วยชื่อเสียของชิงอ๋องที่ยังคงโชยกลิ่นไม่ค่อยดีนักแม้จะผ่านไปนานหลายปี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเขาก็คือคนหนึ่งที่เคยมีโอกาสคว้าตำแหน่งจักรพรรดิมาครอง และยังเป็นคนที่คอยปกป้องแคว้นจากสงครามทางทิศเหนือมาตลอดหลายปี

 

ทำให้ถึงจะไม่ได้มีชื่อเสียงที่ดีจากการกระทำในอดีต แต่สิบปีมานี้ก็ต้องยอมรับว่าที่หยาซานยังคงสุขสงบได้อย่างที่เป็นอยู่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาคนนี้....

 

 

ในเย็นวันเดียวกันทั้งวังหลวงก็วุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานเฉลิมฉลองในยามราตรีที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วยาม หญิงสาวที่เพิ่งจากบ้านมาไกลได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความแปลกตาและตื่นเต้นไม่น้อย  แต่ในส่วนลึกของความรู้สึกกลับมีความคิดบางอย่างที่คอยกัดกินนางมาตั้งแต่ตอนเช้า

 

ศิษย์พี่ไม่แม้แต่จะมองหน้าข้าด้วยซ้ำ....’ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ความตื่นเต้นหรือท่าทางกระตือรือร้นที่สร้างขึ้นก็ค่อยๆ พังทลายลง เพราะถึงแม้จะพยายามแสดงความเข้มแข็งออกมาอย่างที่เคยทำมาหลายปี แต่เมื่อต้องมาเจอกับความเฉยชาของชายในดวงใจมันกลับทำให้ทุกความคิดทุกสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ทั้งหมดค่อยๆ พังครืนลงอย่างช้าๆ จนกระทั่งในที่สุดนางก็ไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อยู่ดี

 

เป็นอะไรไปหรือ...น้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนจากชิงอ๋องที่กล่าวขึ้นเบาๆ พลางเอามือลูบศีรษะของบุตรสาวที่แสดงท่าทางอ่อนแอออกมา มันเจ็บมากใช่หรือเปล่า กับการที่คนที่เรารักทำเย็นชาใส่แบบนี้...

 

เสด็จพ่อ....เสียวงเบาหวิวดังออกมาจากร่างบางที่กำลังสั่นเครือน้อยๆ ราวกับลูกนกที่ต้องลมหนาว ลูกผิดอะไรกัน ทำไมศิษย์พี่ถึงได้เฉยชากับลูกแบบนี้..

 

ก็นะ....ราวกับแก่ชราลงอีกหลายสิบปี เมื่อต้องมาเห็นแก้วตาดวงใจของตนเองต้องมาเจ็บปวดเพราะอะไรแบบนี้ ทั้งหมดคงจะเป็นความผิดของพ่อเองนั่นหล่ะ เจ้าโกรธพ่อหรือไม่

 

ท่านพ่อไม่ได้ผิดสักหน่อยแต่เป็น...

 

หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะ อย่าพูดอะไรที่เกินความจำเป็น ที่นี่ไม่เหมือนบ้านของเราชิงอ๋องห้ามปรามบุตรสาวทันทีเมื่อรู้ว่านางกำลังจะเอ่ยอะไรออกมา

 

ลูกขอโทษ...หญิงสาวกล่าวอย่างอ่อนล้า ตอนนี้นางก็เลยวัยเด็กมาไกลมากแล้ว จะอย่างไรปีนี้นางก็อายุยี่สิบสามปี จะให้นางงอแงเป็นเด็กๆ ที่โทษคนโน้นคนนี้ไปทั่วมันก็คงไม่ใช่ แต่จะบอกว่านางไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงไม่สามารถบอกได้เต็มปาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่สามารถโกรธบิดาของตนเองได้ลงอยู่ดี พวกเราต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้กันอีกนานเท่าไหร่หรือเพคะ

 

ทันทีที่ได้ยินคำถามของบุตรสาวที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวนัยน์ตาของชิงอ๋องก็เป็นประกายวาวโรจน์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อีกไม่นานหรอก...ว่าแต่ลูกเถอะ อย่ามัวแต่มาอุดอู้อยู่ในนี้เลย ตอนนี้เจ้ายังไม่ได้เข้าพิธีถวายตัว ออกไปเดินเล่นเสียสักหน่อยก็คงจะไม่เป็นไร

 

แล้วท่านพ่อเล่า

 

พ่อขอพักสักหน่อยก็แล้วกัน อีกไม่นานก็จะถึงเวลาแล้ว อย่าไปไกลนักล่ะ

 

ถ้าอย่างนั้นลูกของออกไปเดินเล่นหน่อยนะเพคะ ลูกเองก็ไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้เหมือนกัน

 

อื่ม...ไปเถอะ

 

 

 ............................................

 เสี่ยวเฮย..ทันทีที่บุตรสาวออกไป ร่างของชายวัยกลางคนก็ละทิ้งรัศมีความอบอุ่นทิ้งไปเสียสิ้น เหลือเอาไว้เพียงแค่ความเย็นชาและรัศมีแห่งการเข่นฆ่าที่หนาแน่นจนน่าหวาดหวั่น

 

พะยะค่ะทันทีที่สิ้นเสียงของชิงอ๋อง ก็ปรากฏเงาดำสายหนึ่งมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของชิงอ๋อง กระหม่อมอยู่นี่

 

ได้ข่าวอะไรมาบ้างแล้วหมอนั่นบอกอะไรเพิ่มเติมมาไหม...

 

ตอนนี้ทุกอย่างสงบอย่างน่าประหลาด ทั้งทางฝ่ายนั้นเองก็ไม่มีแววว่าจะเคลื่อนไหวใดๆ เลยพะยะค่ะร่างที่ดำมืดกล่าวด้วยน้ำเสียแหบพร่า ส่วนทางฝั่งท่านแม่ทัพแจ้งมาว่าเริ่มมีหยดน้ำใต้ดินที่กำลังเคลื่อนไหว...

 

แล้วตอนนี้หมอนั่น...

 

ท่านแม่ทัพแสร้งว่ากลับไปประจำการแต่ตอนนี้กำลังเตรียมพร้อมกับเหล่านายกองรวมถึงกำลังลับของเขาอยู่ที่ชายป่าหมอกพะยะค่ะ

 

อื่ม...อย่างน้อยก็คงจะวางใจได้ระดับหนึ่งแล้วสินะ ว่าแต่คนของเราที่เข้าแทรกซึมในฝั่งนั้นว่ายังไงกันบ้างชิงอ๋องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเย็นยะเยือกก่อนที่จะถามอีกคำถามหนึ่ง

 

ตอนนี้คนของเราเหลือแค่เพียงสองคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังไม่มีการแจ้งความเคลื่อนไหวที่ผิดเปกติใดๆ มาพะยะค่ะ คาดว่ากว่าที่ทางนั้นจะเคลื่อนไหวคงจะผ่านช่วงปีใหม่ไปก่อนแน่นอนพะยะค่ะ

 

อีกสองเดือนเศษสินะ เรารู้แล้ว....เจ้าไปเถอะ

 

“....”

 

วันนั้นเจ้าทำให้ข้าแปดเปื้อน อีกไม่นานข้าจะส่งดาบของเจ้าจะกลับไปหา........

 

 

 

ทางด้านหยางกุ่ยเหยียนนั้นหลังจากที่ออกมาจากห้องรับรองนางก็ตกอยู่ในห้วงพะวังก์ ถึงแม้ว่านางจะรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเลือกนั้นจะส่งผลกระทบตามมาอย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดที่จะเสียใจไม่ได้ ทำให้ตอนนี้ห้วงความคิดของนางลอยออกไปไกลแสนไกล โดยที่เท้าทั้งสองของนางก็ยังคงย่ำไปข้างหน้าเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

 

แม้นางจะรู้ดีว่าวังหลังนั้นน่ากลัวเพียงใด แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้นางก็เพียงเพียงแค่กงจู่จากแดนเหนือที่ไม่มีใครกล้าลบหลู่ ทั้งยังไม่ได้ผ่านการถวายตัวใดๆ ทำให้นางลดความระวังภัยลงหลายส่วน เพราะเท่าที่นางสัมผัสได้นอกจากนางผู้นั้นที่มาตอนรับนางพร้อมกับคนอื่นๆ แล้ว ไม่มีใครในวังหลงที่จะมีพลังฝีมือพอที่จะทำอะไรนางได้

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจไม่น้อยเมื่อนึกมาถึงตอนนี้ เพราะนาวงคนนั้นอาศัยความพิเศษของร่างกายที่เหมาะแก่การพำเพ็ญคู่ถึงได้สามารถมายืนเคียงข้างศิษย์พี่ได้ ทั้งยังเห็นว่านอนนี้นางได้เป็นถึงพระสนมคนโปรดที่สุดของศิษย์พี่เสียด้วย แม้จะไม่อยากยอมรับเรื่องนี้เท่าไหร่นักแต่นางก็ต้องยอมรับว่าศิษย์น้องหญิงคนนี้นำนางไปแล้วหลายก้าว

 

ถึงจะรู้ดีว่าความโปรดปราณที่ผู้คนเล่าลือกันนั้นก็แค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ผู้คนมองเห็น แต่อันที่จริงแล้วนางก็แค่อาศัยร่างกายเข้าใกล้ศิษย์พี่เท่านั้น เพราะเท่าที่รู้มาศิษย์พี่ได้สัญญากับจ้าวสำนักเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีทางล่วงเกินนางผู้นั้นอย่างเด็ดขาด

 

นอกจากนางซูเฟยผู้นี้แล้วยังมีอีกคนที่ถึงขนาดอุ้มท้องให้แก่ศิษย์พี่ของนางแล้ว ซึ่งก็คือจางฮองเฮาผู้มากเล่ห์คนนั้นที่ถึงขนาดทำให้ศิษย์พี่ผิดคำมั่นที่เคยกล่าวเอาไว้ว่าจะไม่ยินยอมให้นางผู้ใดตั้งครรภ์จนกว่าเขาจะอายุสามสิบปี แต่จางฮองเฮาผู้นี้กลับทำให้ศิษย์พี่ของนางผิดสัญญาที่ให้เอาไว้กับรักแรกและรักเดียวของเขาได้ก็ออกจะร้ายกาดอยู่ไม่น้อย

 

ที่สำคัญที่สุดนางนั้นจำได้ดีถึงผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจและเป็นรักแรกและรักเดียวของผู้ที่เป็นทั้งศิษย์พี่เป็นทั้งพี่ชายเป็นทั้งว่าที่สามี... หลี่เหลียนฮวา

 

ที่ตอนนี้นางได้ข่าวมาว่าแต่งเข้ามาอยู่ในวังหลังเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่มีข่าวคราวอะไรคืบหน้าระหว่างคนทั้งสอง ทั้งยังมีข่าวลือในทิศทางไม่ค่อยจะสู้ดีนักระหว่างคนทั้งสองออกมาบ่อยๆ อีกทั้งขนาดวันนี้เองนางก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่ใช่เพียงแค่ไม่ออกมาต้อนรับนางเท่านั้น แต่ลือกันว่าแม้แต่ตำหนักของนางยังแทบไม่เคยออกมาเสียด้วยซ้ำ หากจะมีก็แค่สาวใช้ของนางที่ชื่อเสี่ยวปิงอะไรนั้นที่ออกไปจากวังบ่อยๆ จนน่าสงสัย แต่ก็เนื่องด้วยผู้เป็นนายที่ทำตัวจืดจางจนแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนจะหายไปไม่มีตัวตนในวังหลังเสียด้วยซ้ำ สาวใช้ตลอดไปจนขันทีหรือผู้ดูแลสวนอื่นๆ ของนางเองก็พลอยไม่ได้รับความสนใจตามไปด้วย

 

ลุกขึ้น นี่เพิ่งจะเริ่มเองนะ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!

 

 

ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเหม่อลอยอยู่นั้นเอง นางก็เดินมาถึงตำหนักเก่าๆ หลังหนึ่ง ที่ไม่ค่อยจะได้รับความสนใจจากใครๆ เท่าไหร่นัก ก็ได้มีเสียงหวานที่เต็มไปด้วยความดุดันเสียงหนึ่งดังเสียจนนางฟื้นคืนสติมา ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อสังเกตการณ์ต้นเสียง...

 

!!

 



.............................................


เนื้อหาเก่าหมดแล้วจ้า


พรุ่งนี้พบกับตอนต่อไป....ตั้งแก๊ง 


คืนนี้ก็ฝันดีราตรีสวัสนะครับ ถ้าไม่รู้ว่าจะฝันอะไร ฝันถึงผมก็ได้ อิอิ  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 306 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #540 Tumbabycorn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 20:06
    ตั้งแก๊งค์ !!!
    #540
    0
  2. #128 Preen772 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 21:54
    รอจ้าาาาาา
    #128
    0